ยามรุ่งเช้าแสงแดดแรกปรากฎสาดส่องเล็ดลอดทะลุผ่านผนังอิฐมาจาก้าส่งตรงถึงใบหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหลับอยู่ในคุกมันลืมตามาพบกับแสงแดดอันน้อยนิดที่เล็ดลอดผ่านผนังอิฐมาอย่างแสบตา
เฟยซุนนั่งครุ่นคิดอยู่ในใจเหตุใดที่พักมันจึงมืดมิดขนาดนี้ แล้วทำไมพวกชายชุดเกราะสีดำจึงล็อคกุญแจห้องมันอย่างแ่ามันคิดจะสอบถามชายชุดเกราะสีดำอีกครั้ง มันตัดสินใจะโอย่างสุดเสียง “ พี่ชาย พี่ชายชุดเกราะอยู่ไหมข้ามีเื่จะถามหน่อย ” ทว่าไม่มีเสียงผู้ใดตอบกลับมา “ มีใครอยู่ไหม พี่ชายอยู่หรือเปล่า ” ยังไม่มีผู้ใดตอบกลับเหมือนเดิน เฟยซุนกำลังจะะโอีกครั้ง “ พะ… ”
“ หุบปากสักทีเ้าเด็กบ้า ข้าจะนอน ” เสียงดังมาจากมุมมืดฝั่งตรงข้ามของมันก่อนหันไปมองตามต้นเสียงพลันจ้องมองชายในมุมมืดคนนั้นอย่างล้ำลึก ด้วยสายตาของมันพิเศษไม่เหมือนคนทั่วไป ไม่ว่าสถานที่นั้นจะมีแสงมากหรือมีแสงน้อย มันก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมันเอ่ยออกไปอย่างนอบน้อม “ ท่านผู้าุโรบกวนชี้แนะข้าหน่อยที่นี้คือสถานที่แบบไหน
” ชายในมุมมืดจ้องมองเฟยซุนเห็นเค้าโครงหน้าของมันจากแสงแดดที่สอดส่องมาที่ห้องของมันอันน้อยนิด“ คุก ! เ้าทำผิดอันใดมา อายุเ้ายังน้อย ไม่น่าจะถูกส่งมาที่นี้ได้ ” วินาทีที่มันได้ยินคำว่า คุก หลุดออกจากปากของชายคนนั้นท่าทางของเฟยซุนได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน“ คะ…คุกหรือข้าถูกผู้าุโฮุ่ยเหมยหลอกมาที่นี้ ” เฟยซุนบังเกิดโทสะ “ ฮี่ ฮี่ เ้าเด็กตัวน้อยเ้ามีเพียงแค่ลมปราณก่อตั้งขั้นสอง สามารถเป็ศัตรูกับนางปีศาจฮุ่ยเหมยได้นับว่าไม่ธรรมดาฮ่า ฮ่า ” ชายชุดดำหัวเราะอย่างมีความสุข “ ท่านผู้าุโรู้จักผู้าุโฮุ่ยเหมยอย่างนั้นเหรอ
” ชายในมุมมืดเปลี่ยนท่าทีไปจากเดิม “ ฮ่า ฮ่าข้ากับนางเป็ศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ” ชายในมุมมืดปลดรังสีสังหารอันเย็นะเื เฟยซุนจ้องมองชายในมุมมืดอย่างหวาดกลัว ทว่ามันกลับประหลาดใจภายในไม่กี่อึดใจชายชุดดำสามารถลบร่องรอยจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่นไปจากร่างการจดหมดสิ้น“ เมื้อกี้ท่านผู้าุโทำได้อย่างไร สามารถลบร่องจิตสังหารไปจนหมดสิ้น ” เฟยซุนถามด้วยความอย่างรู้ “ ทำไม ข้าต้องบอกเ้า ” เฟยซุนมันไม่อาจหาเหตุผลมาตอบชายชุดดำได้มันเลือกที่จะเงียบไปพักใหญ่
“ ท่านผู้าุโอยู่คุกแห่งนี้มานานแล้วหรือยัง ”
“…..” ชายในมุมมืด
มันพยายามหาเื่คุยกับชายชุดในมุมมืด ทว่าชายคนนั้นจะตอบแต่คำถามที่มันพอใจเท่านั้น
“ ที่คุกมีข้าวให้กินไหม ”
“…..” ชายในมุมมืด
“ ท่านผู้าุโมีนามว่าอะไรเหรอ ” เฟยซุนถามอย่างสนใจ “…..” ชายในมุมมืด “ ท่านไม่คิดจะพูดกับข้าสักคำเหรอท่านอยู่ในที่นี้คนเดียวก็น่าจะนานอยู่ ท่านไม่เหงาบ้างเหรอ ข้าอยู่ไม่ถึงวันข้าเริ่มเบื่อแล้วตัวข้าชื่อ เฟยซุน ” มันได้ถอดใจยอมแพ้ในการสนทนากับชายในมุมมืด
“ เ้าแซ่เฟยเหรอ ”
“ ใช่ข้าแซ่เฟย ทำไมเหรอท่านผู้าุโ ”
“ บิดาเ้าชื่ออะไร ” ชายในมุมมืดเริ่มสนใจในตัวซุน
“ เฟยหลง ”
เฟยซุนเริ่มสงสัยในตัวชายในมุมมืด “ โลกชั่งกลมยิ่งนักไม่คิดว่าเ้าเด็กตัวน้อยคนนี้จะเป็ลูกของเฟยหลง ” ชายในมุมมืดมีรอยยิ้มอีกครั้ง “ ท่านรู้จักพ่อของข้าเหรอ ทำไมท่านถึงฉีกยิ้มกว้างขนาดนั้น ” เฟยซุนมีท่าทางสงสัยอย่างมาก “ ก็แค่คนที่รู้จัก……. แต่เดียวนะ เ้าเห็นข้ายิ้มอย่างงั้นเหรอ ” ชายในมุมมืดมองซุนอย่างตัวประหลาด “ ใช่ ข้ามองเห็นในที่มืด ” เฟยซุนตอบตามความจริง
“ เ้าไม่น่าเป็ลูกของจอมโจรชื่อดังเลยซื่อบื้อเกินเยี่ยวยา ข้าถามอะไรไป เ้าก็บอกข้าไปจนหมดเ้าไม่กลัวข้าจะนำข้อมูลไปบอกพวกทหารยามหรือไง ” ชายในมุมมืดมองมันเป็เพียงเด็กซื่อบื้อคนนึ่ง “ ท่านผู้าุโั้แ่ที่ข้าเห็นท่านใช้วิชาอันแปลกประหลาดลบร่องรอยจิตสังหารข้าก็คิดว่าท่านน่าจะเป็ยอดจอมโจรมีชื่อจากที่ไหนสักแห่ง มันจะมีคนดีๆที่ไหนฝึกฝนวิชาที่เกี่ยวกับการลบร่องรอยล่ะ" ซุนตอบชายในมุมมืดอย่างมั่นใจ "เ้าเด็กบ้ากล้าอวดดีกับข้าเหรอ” พริบตาเดียวปราณอันแข็งแกร่งกำลังพุ่งไปหาเฟยซุนอย่างไม่ทันตั้งตัว มันไม่อาจขัดขึ้นมันยกมือขึ้นเพื่อมาป้องกันทว่าปราณสายแข็งแกร่งสลายหายไปประหนึ่งเมื่อครู่ไม่มีเื่อันใดเกิดขึ้น
“ ฮ่า ฮ่า ปากดีแบบนี้สิ ถึงค่อยสมเป็ลูกของเฟยหลง ” ชายในมุมมืดมองมันด้วยสายตาเอ็นดู “ ตัวข้าชื่อเตียวฟง ” ซุนมองไปที่เตียวฟง พลันลุกขึ้นยืน นำมือประสานกันพร้อมก้มหัวโค้งเล็กน้อย “ คารวะผู้าุโเตียวฟง ” เตียวฟงมองมันในมุมมองใหม่ “ รีบนั่งลงได้แล้ว เ้าอยากรู้เื่อะไรละ ” เตียวฟงในยามนี้ พร้อมเอ่ยปากตอบอย่างเต็มใจ
“ ท่านอยู่ที่นี้มากี่ปี แล้วท่านถูกผู้าุโฮุ่ยเหมยจับตัวมาได้อย่างไร ” เฟยซุนเริ่มถามคำถามที่อยากรู้ “ ข้าถูกขังเมื่อเก้าปีที่แล้วส่วนเื่ที่ข้าถูกจับมา มันน่าอายยิ่งนัก แต่ข้าก็จะเล่าให้เ้าฟังในยามนั้นข้าต่อสู้กับผู้าุโของสำนักัดำสามเศียรอย่างดุเดือด ข้าหนีรอดได้ทุกครั้งแต่ทว่าข้ากับถูกเด็กอายุแค่เก้าปีวางยาไร้สีไร้กลิ่น พอรู้ตัวอีกทีข้าก็มาอยู่ในห้องขังที่นี้ล่ะยิ่งข้าได้ยินข่าวคราวของนางข้ายิ่งบังเกิดโทสะ และยิ่งข้ารู้ความจริง ในยามที่นางจับข้าได้นางพึ่งเข้าสำนักได้สิบวัน ยิ่งไปกว่านั้น พอนางอายุสิบสามปีนางได้ขึ้นเป็ผู้าุโที่อายุน้อยที่สุดั้แ่อดีตที่มีการจัดบันทึกของสำนักที่นี้นับว่านางมีพร์เชิงยุทธ์หาตัวจับได้ยากยิ่ง ” เตียวฟงเอ่ยอย่างชื่นชม
“ แล้วเ้าทำผิดอะไรมาถึงมาอยู่ในคุกแห่งนี้ได้ ” เตียวฟงมองมันดังตัวประหลาดเพราะพลังยุทธ์ของมันนับว่าต้อยต่ำยิ่งนัก
“ เรียนผู้าุโเตียวฟง ข้าถูกคนของตระกูลตัวเองตามล่าเอาชีวิตข้าข้าถึงหนีหัวซุกหัวซุนจนมาถึงสำนักแห่งที่นี้ เพื่อหวังเข้าสำนักเพราะมันสามารถคุ้มครองข้าได้เมื่อถึงเวลาเข้ามาทดสอบและข้าสามารถทดสอบได้อันดับหนึ่งทว่าข้าพบกับผู้าุโฮุ่ยเหมยทิ้งจดหมายไว้ให้ข้า ใจความในจดหมายบอกให้ข้าข้ามเขาไปทางขวามุ่งตรงสู่หอัพฤกษาห้าวตี้แต่ข้ากลับมาโผล่ที่คุกแห่งนี้ ” เตียวฟงมองมันอย่างแปลกใจกับคำบอกเล่า
“ เ้าบอกว่านางบอกให้เ้ามุ่งไปทางขวาหมายความว่าขวามือนางหรือขวาเ้ากันแน่น เ้าโง่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” เตียวฟงมองมันทำหน้าเสียอย่างสะใจ “ รึ…รึ...หรือว่า…ขะ…ข้าเข้าใจผิดไปเหรอเนี่ยย ” มันเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง
“ แล้วที่นี้เรียกว่าที่ไหนเหรอผู้าุโ ” เฟยซุนถามอย่างสงสัย “กรงัเพลิงลงทัณฑ์ หนึ่งในคุกที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิัฟ้า” เตียวฟงกล่าวอย่างอารมณ์ดี “ ตัวข้า คิดว่าข้าโง่งมอยู่คนเดียวในโลกที่ถูกเด็กอายุเก้าขวบวางยาแต่การที่์ลิขิตให้เ้ามาพบกับข้า นับว่า์เมตตากับข้ายิ่งนัก ฮ่า ฮ่า ” เตียวฟงมองไปที่มัน
“… ” เฟยซุน “เ้ารู้ไหมพลังชีวิตของข้าเหลือชีวิตไม่ถึงปีแล้ว ” เตียวฟงเอ่ยอย่างแ่เบา “ เหตุใดกันผู้าุโ ” มันมองไปที่เตียวฟงอย่างใ “ ข้าฝึกวิชาต้องห้ามถูกธาตุไฟเข้าแทรกพลังกลืนกินพลังชีวิตข้าแทบหมดสิ้น ” เตียวฟงกล่าวอย่างเตรียมตัวที่จะไป “ นับว่า์ยังเมตตา ขอบคุณ์ ข้าจะให้เ้าเป็ผู้สืบทอดของข้าเ้าตกลงไหม ข้าจะไม่บังคับเ้า ” เตียวฟงเอ่ยเสร็จไม่ทันรอเสียงมันตอบตกลงมันยกมือขึ้นผสานอย่างรวดเร็ว “ ท่านผู้าุโเตียวฟง ขะ...ข้า"
พลังปราณสายสีแดงมุ่งตรงเข้าหน้าผากมัน ทว่าดอกบัวสีดำปรากฏขึ้นอีก รอบๆดอกบัวสีดำปรากฏสีแดงราวกับเปลวเพลิงกำลังลุกไหมดอกบัวสีดำ ประทับเข้าไปในหน้าผาของมันแล้วจางหายไป เฟยซุนรู้สึกถึงพลังเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ไหลลามเข้าจุดตันเถียนอย่างช้าๆ พริบตาเดียวพลังปราณทมิฬััถึงพลังปราณความร้อนกำลังหลอมรวมเข้าร่างของมัน พลังปราณทมิฬหลุดจากการควบคุมจากจุดตันเถียนพุ่งเข้าขย้ำเปลวเพลิงราวกับสัตว์ร้ายกำลังหิวโหยฉุดกระชาก ลากลงจุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว จากเดิมเป็เพียงกลุ่มพลังปราณความร้อนทว่าในยามนี้พลังปราณที่ไหลผ่านปรากฏเปลวเพลิงอัคคีโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งมุ่งลงสู้จุดตันเถียนพลังปราณทมิฬชักนำพลังปราณอัคคีแบ่งแยกเป็ห้าสาย พลังปราณอัคคีมุ่งตรงไปจุดกักเก็บพลังทั้งห้าทุกที่ที่พลังปราณอัคคีผ่านวิ่งผ่านเส้นชีพจรบังเกิดเส้นทางไฟลุกเผาไหม้เส้นชีพจรราวกับเปลวเพลิงไม่มีวันดับสิ้น ” เตียวฟงมองเด็กชายเบื้องหน้าดั่งตัวประหลาดที่สามารถย่อยหนึ่งในเปลิวเพลิงที่ดีที่สุดไปอย่างง่ายดาย
ในยามนี้ใบหน้าเฟยซุนแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปเพียงแค่่เปลวเพลิงโหมลุกขึ้นภายในร่างกายหลังจากนั้นก็เริ่มสงบนิ่ง แสดงให้เห็นว่าร่างกายมันเคยผ่านความเ็ปที่โหดร้ายยิ่งกว่านี้มาก่อนทว่าสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้าุโเตียวฟงคือปราณทมิฬที่อยู่อาศัยอยู่ภายในร่างมันปรากฎราวกับที่สัตว์ป่าที่หิวโหยฉุดกระชากพลังปราณอัคคีของมันไม่อาจฝืนสะบั้นปราณอัคคี ออกจากร่างมันได้ สร้างความสงสัยให้ผู้าุโเตียวฟงเป็อย่างมาก ”
เฟยซุนที่ปิดกั้นััทั้งห้าลงลึกเข้าสู่ห้วงสติของมันพบทักษะปรากฏชื่อ “สุริยันสะบั้นิญญา” มีทั้งหมดห้าขั้นทว่าร่างกายมันตอนนี้มันสามารถใช้ได้เพียงขั้นที่หนึ่ง ผ่ามืออัคคี
เฟยซุนละออกจากห้วงสติ มุ่งลงสู่แก่นแห่งปราณ มันต้องตกตะลึกกับจุดตันเถียนของมันอีกครั้งคราวนี้มันพบเส้นชีพจรอันดำทมิฬกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงสีชาด สร้างความใให้มันเป็อย่างมากเพียงพริบตาเดียวหลังจากมันได้รับพลังลมปราณอัคคีมาจากผู้าุโเตียวฟง มันสามารถปลดปราณพลังปราณอัคคีราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายมันไปแล้วมันลืมตาขึ้นจ้องมองไปที่ผู้าุโเตียวฟงอย่างไม่เข้าใจ
“ ท่านผู้าุโเหตุใดจึงมอบพลังปราณอัคคีและทักษะสุริยันสะบั้นิญญา ให้กับข้า ” เตียวฟงตั้งสติพลันจ้องกลับมาที่มันอย่างแปลกใจ “ ข้ามอบให้เ้า เพราะอีกไม่นานข้าก็ใกล้หมดพลังชีวิตของข้าแล้วข้ารู้จักตัวข้าดี ข้าไม่อยากให้พลังปราณอัคคีที่ข้าได้รับมาและทักษะสุริยันสะบั้นิญญาที่ข้าคิดค้นเพื่อใช้กับพลังปราณอัคคีต้องสูญหายไปจากโลกใบนี้ ”
“ พลังปราณอัคคี ข้าได้รับมาจากสุสานราชันย์เทพอัคคีที่เทือกเขาทรราช ” เตียวฟงหลับตานึกถึงความหลังซุนใอย่างมาก เพราะหอกอสูรทลายฟ้าที่มันได้รับจาก เฟยหลงก็มาจาก เทือกเขาทรราช “ เทือกเขาทรราช ” เฟยซุนคุ้นชิ้นกับสถานที่แห่งนี้
“ เ้าเคยได้ยินชื่ออย่างนั้นเหรอ ” เตียวฟงประหลาดใจที่เฟยซุนรู้จักเทือกเขา “ ใช่ ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟัง" มันตอบไปตามตรง ก่อนจ้องมองเข้าไปที่ั์ตาของผู้าุโเตียวฟง “ไม่ผิดแน่น แสดงว่า เฟยหลงก็สามารถหาวิธีเข้าเทือกเขาทรราชได้เช่นข้าตอนที่ข้าได้รับพลังปราณอัคคีมา ข้าพบเศษเสี้ยวจิติญญาราชันย์เทพอัคคี เขาขอให้ข้าช่วยตามหาเทพราชันย์อีกสามองค์ คือ ราชันย์เทพปฐีราชันย์เทพวารี ราชันย์เทพวาโย ทั้งสี่ล้วนแต่มีจุดกำเนิดเดียวกัน ทั้งชีวิตข้าเคยได้ยินจอมจักรพรรดิของจักรวรรดิหมาป่าเหมันต์ครั้งหนึ่งเคยใช้พลังลมปราณราชันย์เทพวาโยขับไล่เหล่ามารร้ายเมื่อเก้าปีก่อนทั้งหมดนี้ข้าไม่บังคับเ้า ถ้าเ้าจะทำตามเจตนารมณ์เศษเสี้ยวจิติญญาราชันย์เทพอัคคีหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่เ้าชีวิตเป็ของเ้าข้าไม่อาจบังคับเ้าได้ ” ผู้าุโเตียวฟงยังคงไม่อาจสงบจิตใจเื่ปราณทมิฬภายในร่างของมัน
“ เฟยซุน ข้าอยากรู้สิ่งที่อยู่ในจุดตันเถียนของเ้ามันคืออะไรมันแข็งแกร่งถึงขนาดปราบลมปราณของราชันย์เทพอัคคี จนไม่สามารถขัดขืนได้เลยถ้าข้าไม่เจอกับตัว ข้าจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ” เตียวฟงมองซุนอย่างลึกซึ้ง “ ท่านผู้าุโเตียวฟงข้าบอกได้เพียงลมปราณในตัวข้านั้นมาจากท่านแม่เท่านั้นข้าขออภัยด้วย ” ซุนกล่าวอย่างรู้สึกผิดอย่างมาก
“ ไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องขอโทษ แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่ง ที่ข้าอยากขอให้เ้าช่วยข้าหากวันใดวันหนึ่งเ้าไปที่จักรวรรดิหงษ์เพลิง… ” เตียวฟงยกมือขึ้นผสานกันอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่มันปลดปล่อยพลังปราณพลันแยกฝ่ามือออกจากกันอย่างช้าในระหว่างฝ่าปรากฏกำไรสีทองมาหนึ่งเส้น “ นี้คือกำไรมิติ ข้างในสามารถบรรจุสิ่งของได้จำนวนมาก ยากต่อการตรวจสอบได้ วิธีใช้หลังจากข้าตัดการเชื่อมต่อ เ้าจงใช้เืของเ้าัักำไร จากนั้นเ้าจะผนึกกำไรมิติไว้ในส่วนใดในร่างกายเ้าก็ได้ของข้างกำไนมิติทั้งหมดข้าให้เ้า รวมไปถึงเคล็ดลับสิ้นไร้มายาที่เ้า้า แต่ในกำไรมิตินั้นมีจดหมายหนึ่งฉบับ ข้าให้เ้าส่งมอบภรรยาของข้านางชื่อ เตียวหยูไป่ถึงมือของนาง ที่หุบเขาอัคคีทมิฬของจักรวรรดิหงษ์เพลิง
” เตียวฟงโยนกำไรมิติให้มันพร้อมยื่นมือรับอย่างระวังทันทีที่มันรับกำไรมิติ เตียวฟงกระอักเืมาหนึ่งคำโตๆ “ ท่านผู้าุโเตียวฟงเป็อะไรไหม ” เฟยซุนมองผู้าุโเตียวฟงอย่างห่วงใย “ ไม่ต้องห่วงข้า ข้าแค่ตัดการเชื่อมต่อจากกำไรมิตินั้นเ้ารีบเชื่อมต่อมันได้แล้ว ” มันรีบทำตามคำบอกของเตียวฟงเอ่ยอย่างเร่งรีบ…