ยาวจิ่วลืมหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวของเขาจ้องมองเรือนร่างของหูเหยียนโดยไม่กะพริบ แม้ว่านั่นจะเป็เพียงแผ่นหลังของนาง ทว่ากลับทำให้เขารู้สึกหมกมุ่น
ยาวจิ่วเคยเห็นสตรีเปลื้องผ้า และเขาเองก็เห็นเรือนร่างของสตรีมามากมาย ทว่ากลับไม่มีเรือนร่างของสตรีผู้ใดที่สามารถทำให้เขารู้สึกใจเต้นรัวได้เช่นนี้มาก่อน
ราวกับเขากลายเป็มารที่มิอาจละสายตาจากเรือนร่างของหูเหยียน จนกระทั่งหูเหยียนหันใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยสมุนไพรมาพูดกับเขา “หากยังจ้องดูต่อไป เ้าจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ขันที”
ในที่สุดหูเหยียนก็พบว่า ยาวจิ่วแตกต่างจากเหล่าผู้รับใช้คนอื่น ๆ ของนาง
สายตาที่เร่าร้อนนั้นราวกับเป็สิ่งจับต้องได้ ซ้ำยังอันตรายมากพอที่จะเผานางให้กลายเป็เถ้าถ่าน หากเขาทราบว่านางเป็ใคร ไม่รู้ว่าเขาจะจ้องมองนางเช่นนี้ต่อไปหรือไม่? หรือเขาจะกล้ามองนางด้วยสายตาเช่นนี้หรือเปล่า?
ยาวจิ่วได้สติ จิตใต้สำนึกสั่งการให้เขาเบือนหน้าไปทางอื่น ทว่าหลังจากดวงตากลมโตนั้นกลอกรอบหนึ่ง จึงถลึงมองหูเหยียนอย่างโจ่งแจ้ง ซ้ำยังพูดจาข่มขู่ “ดูเ้าสิ! ข้าเป็คนซื้อเ้ามา หากข้าอยากมอง ก็ย่อมได้มอง!”
หูเหยียนเลิกคิ้ว “ดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะได้หันกลับไป” พูดจบ นางหมุนตัวหันหน้ามาหาเขาโดยไม่รอให้ยาวจิ่วได้โต้ตอบ
แม้ว่ายาวจิ่วไม่อยากยอมรับ แต่ในเวลานี้เขากำลังเผชิญหน้ากับความจริงอย่างหนึ่ง นั่นคือ...ความหวาดกลัว!
เปลือกตาทรยศต่อความคิดของยาวจิ่ว มันปิดลงแน่นสนิท ไม่ปล่อยให้มีแสงเล็ดลอดเข้ามาในดวงตาแม้แต่น้อย ยาวจิ่วกำลังต่อสู้กับตัวเอง ในที่สุดความปรารถนาอันลึกซึ้งที่รอคอยก็เอาชนะแิทางศีลธรรม เขาสั่งให้ตนเองลืมตาอีกครา ครั้นการมองเห็นกลับคืนมาก็พบว่าหูเหยียนก้าวลงไปในอ่างน้ำแล้ว นางค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปนั่งในอ่างอย่างช้า ๆ พร้อมกับส่งเสียงถอนหายใจด้วยความผ่อนคลาย
ยาวจิ่วขมวดคิ้ว มุมปากพลันกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาแอบรู้สึกอึดอัด แต่จู่ ๆ ก็หัวเราะ รอยยิ้มนี้ดูช่างคล้ายกับเด็กน้อยผู้แสนบริสุทธิ์งดงาม เขาแอบรู้สึกอิ่มเอมใจ ซ้ำยังรำพึงในใจว่าเป่าเปาของเขาแตกต่างจากคนอื่น ์ทรงเมตตาและได้มอบของขวัญให้แก่เขา
ยาวจิ่วลุกขึ้นยืนและบิดเอวเพื่อยืดเส้นยืดสาย เขาพูดอย่างขบขัน “นี่เป่าเปา จะให้ข้าถูหลังให้ไหม?”
หูเหยียนที่นอนเอนอยู่ในอ่างอย่างเกียจคร้าน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงคลุมเครือและแหบพร่า “ดี”
ยาวจิ่วพบว่าตนเองกลับมากระวนกระวายใจอีกคราหนึ่งแล้ว!
ยาวจิ่วสูดหายใจลึก จากนั้นย้ายไปข้าง ๆ หูเหยียน เขายื่นมือออกไป ทว่าในตอนที่กำลังจะััไหล่เปลือยเปล่าของหูเหยียน จู่ ๆ เขาก็ชะงัก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันขณะหมุนตัวเดินออกไป
หูเหยียนแอบรู้สึกประหลาดใจ นางลืมตาขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันไปทางยาวจิ่ว นางรับรู้ได้ว่ายาวจิ่วสนใจนาง ทว่านางมิได้ใส่ใจหากมีผู้ใดชื่นชอบ เคารพ และหลงใหลในตัวนาง แต่หากคาดหวังที่จะได้รับบางสิ่งจากนาง นางก็สามารถลงมือจบชีวิตบุคคลผู้นั้นได้ทุกเมื่ออย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน แม้แต่ยาวจิ่วก็ไม่มีข้อยกเว้น
หลายปีมานี้ การที่นางยังมีชีวิตที่ดีภายในสถานที่เช่นนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านางหาได้เป็คนใจอ่อนไม่ นางมีความคิดบางอย่างต่อยาวจิ่ว เป็เพราะนางใช้ชีวิตมานานมากแล้ว ดังนั้นนางมักจะใช้เื่ใดเื่หนึ่ง หรือบุคคลคนหนึ่งเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับชีวิตตนเอง
ยาวจิ่วเดินออกไปและกลับมาอีกครั้ง เขานั่งยอง ๆ ข้างหลังหูเหยียน จากนั้นรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าถูหลังของนาง หูเหยียนรู้สึกสบายตัวจึงหลับตาพริ้มอีกครา นางครุ่นคิดในใจ ‘ยาวจิ่วผู้นี้ไม่เลวเลย ปล่อยให้เขาอยู่ข้าง ๆ อีกสักพักหนึ่งก็แล้วกัน’
ยาวจิ่วกล่าว “เ้านี่สกปรกจริง ๆ ด้านหลังมีโคลนดำเต็มไปหมด!”
หูเหยียนร่างแข็งทื่อ นางรำพึงในใจ‘หรือจะฆ่าทิ้งก็ได้เช่นกัน!’
ยาวจิ่วเป็ดังหมาป่าที่ขโมยน่องไก่ชิ้นโตมาหนึ่งชิ้น เขายิ้มจนมองไม่เห็นลูกตา ครั้นพบว่าหูเหยียนเริ่มขุ่นเคือง เขาก็รีบหยิบของขนาดเท่าฝ่ามือยื่นไปตรงหน้าหูเหยียนราวกับถวายสมบัติ
ครั้นเห็นว่าหูเหยียนไม่รับ เขาจึงรวบผมยาวสลวยของหูเหยียนขึ้น จากนั้นถูสิ่งนั้นสองสามครั้งก่อนจะชโลมลงไปบนเส้นผมของหูเหยียน เกิดฟองสบู่สีขาวบนเส้นผมของนาง และยังส่งกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาไปทั่วทั้งห้อง
หูเหยียนถามด้วยความสงสัย “สิ่งนี้คืออะไร?”
ยาวจิ่วยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาััสิ่งของที่เป็สีเขียวลื่น ๆ ราวกับเด็กน้อย จากนั้นอธิบายว่า “วัตถุชิ้นนี้ข้าทำขึ้นเอง ใช้ล้างหน้าดีที่สุด”
หูเหยียนเลิกคิ้ว สมุนไพรที่อยู่บนใบหน้าของนางจึงลอกหลุดออกมา นางรีบใช้มือแปะกลับเข้าไปตามเดิม
ยาวจิ่วดวงตาเป็ประกาย เขาพูดกระซิบ “เ้าลองดมดูสิ ของชิ้นนี้คือดอกกุ้ยฮวาอ่อน ๆ ใช้ทำความสะอาดหน้า ใบหน้าของเ้าก็จะสะอาดและสดชื่น ซ้ำยังมีกลิ่นหอมติดบนหน้าของเ้าด้วย” เขาชะโงกหน้าไปใกล้หูเหยียน “เ้าดูสิ ใบหน้าของข้าเนียนกว่าคนอื่น ๆ อยู่มากโข” ดวงตาดุจแมวกะพริบหนึ่งครา เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “เ้าเองก็ลองล้างหน้าดูสิ” พูดจบ เขาจ้องมองหูเหยียนอย่างรอคอย เขาอยากจะเห็นเสียเหลือเกินว่าใบหน้าที่แท้จริงของนางเป็เช่นไร
หูเหยียนแอบรู้สึกหวั่นไหว ทว่านางก็เลือกที่จะส่ายหน้าปฏิเสธ
ยาวจิ่วไม่ปกปิดความผิดหวังที่อยู่บนใบหน้า
หูเหยียนรู้สึกขบขัน นางตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งทื่อและแหบพร่า “อีกหกวันค่อยใช้”
ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวของยาวจิ่วพลันประกายแพรวพราว เขาใช้กรงเล็บทั้งสอง...เอ่อ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างถูเส้นผมยาวสลวยของหูเหยียนด้วยความตื่นเต้น หากด้านหลังของเขามีหาง บัดนี้หางของเขาคงกระดิกไปมาอย่างมีความสุขไปแล้ว
หูเหยียนถือวัตถุชิ้นนั้นไว้ในมือและถูเข้าด้วยกัน จากนั้นใช้มันเพื่อล้างทำความสะอาดนิ้วมือของตนเองจนสะอาดหมดจด นางพยักหน้าและแสดงความคิดเห็นที่หาได้ยาก “ไม่เลว”
ยาวจิ่วจับมือหูเหยียนและพูดด้วยความตื่นเต้น “จริงหรือ? ไม่เลวจริง ๆ หรือ?”
หูเหยียนกวาดตามองยาวจิ่ว นางไม่เข้าใจว่าเหตุไฉนเขาจึงตื่นเต้นถึงเพียงนี้ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดจึงตระหนักได้ว่าเด็กชายผู้นี้นอกจากขับร้องแล้ว เกรงว่าคงไม่เคยได้รับคำชมจากใครมาก่อน
ยาวจิ่วไม่รอให้หูเหยียนกล่าวชื่นชมซ้ำเป็ครั้งที่สอง เขาจับวัตถุชิ้นนั้นถูร่างของหูเหยียนจนทั่ว ระหว่างที่ถูเขาพูดด้วยความตื่นเต้น “ข้าเรียกวัตถุชิ้นนี้ว่าสบู่หอม ข้าทำมาจากตับอ่อนของหมู เติมแป้งถั่วเหลืองและดอกกุ้ยฮวาเข้าไปด้วย ปกติแล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้มันหรอก เพราะข้าจะใช้แค่ทำความสะอาด...หน้า...” เสียงของยาวจิ่วค่อย ๆ หายไป มือของเขาที่จมหายลงไปในอ่างดูเหมือนว่าจะััจุดที่อ่อนนุ่มบางอย่าง
หูเหยียนใช้หางตามองยาวจิ่ว
ส่วนยาวจิ่วก็หลุบตามองลงไปด้านล่าง
หูเหยียนเกิดความรู้สึกอยากอาละวาดเต็มที กี่ปีแล้วที่นางไม่ได้อาละวาดออกไปแบบนั้น?! ไม่ใช่เื่ง่ายเลย! หูเหยียนดึงสบู่หอมที่อยู่ในมือยาวจิ่วมาไว้ในมือ จากนั้นนำมาขัดซ้ายขัดขวา ขัดบนขัดล่าง ก่อนจะโยนสบู่หอมที่จากเดิมมีขนาดเท่าฝ่ามือบัดนี้หดเล็กลงเหลือเท่าเล็บมือให้ยาวจิ่ว นางทอดถอนใจด้วยความพึงพอใจ จากนั้นออกคำสั่งราวกับเป็นายท่าน “เสื้อ”
ยาวจิ่วหยิบเสื้อและกางเกงซับในของตนให้หูเหยียน จากนั้นนำเสื้อผ้าที่หูเหยียนใช้แล้วไปเผาทิ้งในห้องครัว เพื่อไม่ให้กลายเป็หลักฐานให้คนอื่นสืบสาวมาถึงตัวนาง
เมื่อกลับถึงห้อง เขาเดินมานั่งลงข้างเตียงอย่างพึงพอใจ ซ้ำยังช่วยหูเหยียนหวีผมยาวสลวยของนางอย่างตั้งใจ
หูเหยียนรู้สึกเพลิดเพลิน นางพลิกตัวและใช้ขาของยาวจิ่วเป็หมอนหนุนพร้อมทั้งหลับตาพริ้มด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ยาวจิ่วจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพร จู่ ๆ เขาก็ชะงักไป เื่ระหว่างมนุษย์และมนุษย์กลายเป็เื่ที่น่าวิเศษเช่นนี้ได้เยี่ยงไร? ความรู้สึกอยากใกล้ชิดใครสักคนโดยที่ไม่สามารถบรรยายเป็คำพูด แค่รู้สึกอยากรอ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักชื่อแซ่ของนางด้วยซ้ำ เขาทราบเพียงว่านางแตกต่างจากทุกคน
มารและทวยเทพแตกต่างกัน ยาวจิ่วยื่นนิ้วมือออกไปััสมุนไพรสีเขียวหม่นที่บริเวณแก้มของหูเหยียนอย่างแ่เบา เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มและเปียกชื้น จู่ ๆ รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างห้ามไม่อยู่ หลังจากนี้อีกหกวัน เขาก็จะได้เห็นใบหน้าของนางแล้ว ดีจริง ๆ
ยาวจิ่วฮัมเพลงออกมาเบา ๆ จากนั้นใช้นิ้วมือสางเส้นผมยาวสลวยของหูเหยียนทีละน้อย นาทีนี้ความเงียบสงบพลันปรากฏขึ้นกลางใจของเขา ความรู้สึกนี้ถือเป็เื่ที่ยาวจิ่วไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาเคยรู้สึกหวาดกลัว เคยรู้สึกชอบ เคยรู้สึกโกรธ เคยรู้สึกตื่นเต้น เคยรู้สึกอึดอัด เคยรู้สึกว่าตนเองเป็ที่สนใจ และเคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่ากลับไม่เคยรู้สึกสงบ
ความรู้สึกเช่นนี้...มันช่างดีจริง ๆ
.
.
.