บทที่ 33 กองทัพรักษาพระนครสยบยอม และงานเลี้ยงฉลองพระราชวังฤดูร้อน (ติดเหรียญ)
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน แสงตะวันสีทองอร่ามสาดส่องทะลุม่านหมอกยามเช้า ขับไล่ความมืดมิดและไอหนาวเหน็บที่เคยปกคลุมทั่วปริมณฑลนอกกำแพงพระนครหลวง
ณ ลานสวนสนามอันกว้างใหญ่ไพศาลใจกลาง 'ค่ายทหารรักษาพระนคร'
ทหารหาญในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬนับสามหมื่นนาย ยืนเข้าแถวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเข้มงวดดั่งกำแพงเหล็กกล้า ปลายทวนยาวและคมกระบี่สะท้อนแสงแดดทอประกายวาววับน่าเกรงขาม ธงรบรูปพยัคฆ์ทมิฬเหยียบเปลวเพลิงโบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างสง่างาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและตื่นเต้นระคนตื่นตะลึง!
บนพลับพลาบัญชาการสูงตระหง่าน... ร่างระหงสูงโปร่งของ 'แม่ทัพหญิงหลี่หานซวง' กำลังยืนตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผย!
นางสวมชุดเกราะเหล็กสีดำขลิบทองคำเต็มยศ สวมผ้าคลุมศึกสีแดงเพลิงที่สะบัดพลิ้วตามแรงลม ใบหน้ารูปไข่สีน้ำผึ้งเนียนละเอียดฉายแววเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และฉายประกายแห่งพลังชีวิตอันเปี่ยมล้น ดวงตาพญาเหยี่ยวคมกริบเปี่ยมอำนาจ การก้าวย่างของนางมั่นคง ทรงพลัง และคล่องแคล่วว่องไว ไร้ร่องรอยของกระดูกเชิงกรานแตกร้าวหรืออาการปวดทรมานจากพิษลูกศรทมิฬแม้เพียงเศษเสี้ยว!
บรรดาแม่ทัพนายกองและทหารสามหมื่นนายต่างพากันเบิกตากว้าง จ้องมองแม่ทัพใหญ่ของพวกตนด้วยความตกตะลึงระคนเลื่อมใสศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้!
เพียงชั่วข้ามคืน... สตรีเหล็กที่เกือบจะสิ้นชีพจากพิษเย็นและกลายเป็นคนพิการ บัดนี้กลับฟื้นคืนชีพกลับมาแข็งแกร่งและงดงามยิ่งกว่าเดิมราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
และผู้ที่ยืนเคียงข้างนางบนพลับพลาบัญชาการ... คือ 'เซียวเฉิน' หรือหมอเซียว ในชุดคลุมมหาเสนาบดีแพทย์หลวงสีขาวปักดิ้นทองคำ สะพายกล่องโอสถไม้ชิงชันลงรัก นัยน์ตาคมกริบสุขุม ทรงอำนาจ และสง่างามดั่งพญาอินทรีผู้กุมชะตาฟ้าดิน
ฟึ่บ!
หลี่หานซวงชัก 'กระบี่ศึกทมิฬ' ประจำตำแหน่งขึ้นชี้ฟ้า ก่อนจะหันมาประสานมือคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าหมอเซียว ท่ามกลางสายตาของทหารหาญสามหมื่นนาย!
"ทหารหาญแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬจงฟัง!..." เสียงหวานกังวานทรงอำนาจของแม่ทัพหญิงดังก้องสะท้อนไปทั่วลานกว้าง "ท่านมหาเสนาบดีแพทย์หลวงเซียวเฉิน คือผู้ชุบชีวิตของข้า และเป็นผู้ครอบครอง 'ตราพยัคฆ์ทมิฬทองคำ'! นับแต่วันนี้เป็นต้นไป... คำสั่งของหมอเซียว คือคำสั่งของข้าหลี่หานซวง! กองทัพรักษาพระนครสามหมื่นนาย จงถวายความจงรักภักดีและพร้อมบุกน้ำลุยไฟเพื่อหมอเซียวทุกเมื่อ!..."
เฮ้!.... เฮ้!.... เฮ้!....
"คารวะท่านมหาเสนาบดีแพทย์หลวง!... ขอท่านมหาเสนาบดีจงเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!..."
เสียงกู่ร้องถวายความเคารพของทหารหาญสามหมื่นนายดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี ดั่งคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรที่โถมซัดเข้าใส่ขอบฟ้า!
หมอเซียวก้าวออกมารับการคารวะ นัยน์ตาคมกริบฉายประกายแวววาวแห่งผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ บัดนี้ทั้งฝ่ายในวังหลังและกองทัพทหารรักษาพระนครต่างยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาอย่างแท้จริง!
---
ช่วงสายของวันเดียวกัน ขบวนรถม้าหลวงของหมอเซียวและแม่ทัพหญิงหลี่หานซวง พร้อมด้วยกองกำลังองครักษ์หญิงกริชเงิน เคลื่อนตัวกลับเข้าสู่ประตูกำแพงพระนครหลวงอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ
ข่าวการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของแม่ทัพหญิงหลี่หานซวงจนหายขาดเป็นปลิดทิ้งเพียงชั่วข้ามคืน แพร่สะพัดไปทั่วนครหลวงดั่งไฟลามทุ่ง! บรรดาขุนนางเฒ่าฝ่ายตรงข้าม ขันทีฝ่ายคุมกฎ และกลุ่มหมอหลวงเฒ่าฝ่ายหน้าที่เคยคิดร้าย ต่างพากันหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดผวาในบารมีอันไร้เทียมทานของหมอเซียว
และในทันทีที่ขบวนรถม้ามาถึงหน้าประตูวังหลวง...
"พระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้และไทเฮา!..."
ขันทีหลวงชั้นผู้ใหญ่รีบวิ่งนำเทียบทองคำประทับตราหงส์คู่และตรามังกรหลวงเข้ามาคุกเข่าถวายรายงานต่อหน้าหมอเซียว:
"เรียนท่านมหาเสนาบดีแพทย์หลวงเซียวเฉิน... องค์ฮ่องเต้และองค์ไทเฮามีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัด 'งานเลี้ยงฉลองชัย ณ พระราชวังฤดูร้อน' ในยามเย็นวันนี้ เพื่อปูนบำเหน็จความชอบในการรักษาท่านแม่ทัพใหญ่ และโปรดให้ท่านเป็นตัวแทนราชสำนัก นำคณะแพทย์หลวงเข้าร่วม 'งานประลองวิชาแพทย์นานาแคว้น' เพื่อต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นทุ่งหิมะแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ!..."
หมอเซียวรับเทียบทองคำมาไว้ในมือ ยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย: "รับพระราชโองการ!"
---
ยามเย็น ณ 'พระราชวังฤดูร้อน' ริมทะเลสาบหยกมรกต
บรรยากาศภายในท้องพระโรงใหญ่โอ่อ่าตระการตา แสงโคมไฟแก้วเจียระไนส่องประกายระยิบระยับล้อสายน้ำในทะเลสาบ ดนตรีหลวงบรรเลงท่วงทำนองไพเราะหวานซึ้ง กลิ่นสุราเลิศรสและอาหารทิพย์ลอยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยง
บนบัลลังก์มังกรทอง... 'ฮ่องเต้หนุ่ม' ประทับเคียงข้าง 'ไทเฮาโจวฮุ่ยเหริน' พระพันปีผู้ทรงอำนาจ
ไทเฮาโจวฮุ่ยเหรินในชุดคลุมหงส์สีทองอร่าม พระพักตร์งดงามอวบอิ่ม ผิวพรรณเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ลงนับสิบปีหลังจากได้รับการบำบัดรักษาจากหมอเซียว พระนางทอดพระเนตรมองหมอเซียวที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่และเสน่หาอย่างลึกซึ้ง
ข้างกายของไทเฮา คือ 'องค์หญิงเจาหยาง' ในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงงดงามสะพรั่ง ทรวงอกอวบอิ่มคู่โตที่ผ่านการนวดบำบัดของหมอเซียวหนุนเด่นล่อสายตา องค์หญิงสาวแอบส่งสายตาหวานเชื่อมและรอยยิ้มยั่วเย้ามายังหมอเซียวเป็นระยะ
และที่โต๊ะข้างๆ คือ 'แม่ทัพหญิงหลี่หานซวง' ในชุดขุนนางทหารผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม นางคอยรินสุราโอสถและชำเลืองมองหมอเซียวด้วยแววตาแห่งความภักดีและคลั่งรัก
สามสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแคว้น... บัดนี้ต่างกลายเป็นยอดดวงใจและพันธมิตรลับของหมอเซียวอย่างเบ็ดเสร็จ!
"หมอเซียวเฉินมีความชอบอันยิ่งใหญ่ในการรักษาแม่ทัพใหญ่หลี่หานซวงและฟื้นฟูเสถียรภาพของกองทัพหลวง!" ฮ่องเต้หนุ่มทรงพระราชทานรางวัลเสียงดังกังวาน "พระราชทานทองคำหมื่นตำลึง ผ้าไหมพันพับ และแต่งตั้งให้หมอเซียวเป็น 'ประธานคณะแพทย์หลวงผู้แทนพระองค์' ในงานประลองแพทย์นานาแคว้นเดี๋ยวนี้!..."
"ขอบพระทัยฝ่าบาทและไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ!" หมอเซียวประสานมือรับพระราชทานรางวัลอย่างสง่างาม
ทว่าทันใดนั้นเอง...
กึก... กึก... กึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นผสมผสานกับเสียงกระดิ่งเงินดังกังวานขึ้นที่หน้าประตูท้องพระโรงใหญ่ พร้อมกับการปรากฏตัวของคณะราชทูตจาก 'แคว้นทุ่งหิมะแดนเหนือ'!
ไอความเย็นยะเยือกดั่งลมพายุหิมะขั้วโลกพลันพัดวูบเข้าสู่ท้องพระโรงจนเปลวไฟในโคมแก้วไหววูบ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างเฉียบพลัน!
ผู้ที่ก้าวย่างนำขบวนเข้ามา คือสตรีผู้เลอโฉมและลึกลับที่สุดในใต้หล้า... 'องค์หญิงเยี่ยซวง' วัยยี่สิบสี่ปี พระธิดาแห่งราชาแดนหิมะและหัวหน้าคณะราชทูต!
องค์หญิงเยี่ยซวงเป็นสตรีร่างสูงโปร่ง ผิวขาวผ่องผุดผ่องดั่งหิมะบริสุทธิ์ เส้นผมยาวสลวยสีเงินประกายเงางาม โครงหน้างดงามหยดย้อย ทว่าดวงตาคู่งามกลับเย็นชา เย่อหยิ่ง และเฉียบคมดุจเกล็ดน้ำแข็งพันปี นางสวมชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่รัดรูปช่วงเอวคอดกิ่ว อวดทรวดทรงอกอิ่มและสะโพกผายอันสมบูรณ์แบบ
ข้างกายนาง คือ 'หมอเทวดาแดนเหนือ' ชายชราร่างค่อมในชุดคลุมหนังหมี ผู้ถือไม้เท้ากระดูกสัตว์และกล่องยาเยือกแข็ง
องค์หญิงเยี่ยซวงก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางท้องพระโรง นางปรายสายตามองเหล่าขุนนางและหมอหลวงแคว้นต้าชิงด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็ง:
"ข้าเยี่ยซวง ตัวแทนแห่งแคว้นทุ่งหิมะแดนเหนือ... ได้ยินกิตติศัพท์ว่าแคว้นต้าชิงมีหมอหลวงฝีมือเอกมากมาย ทว่าในการประลองแพทย์นานาแคว้นคืนนี้... หมอเทวดาแดนเหนือของข้า ขอท้าประลอง 'ศาสตร์แห่งการรักษาลมปราณเยือกแข็งและสลายพิษดัชนีหิมะ' หากแคว้นต้าชิงพ่ายแพ้ จะต้องยกสิทธิการค้าเกลือและสมุนไพรแถบชายแดนให้แก่แคว้นข้าทั้งหมด!..."
คำท้าทายอันโอหังทำเอาเหล่าขุนนางและหมอหลวงเฒ่าฝ่ายหน้าต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว!
ทว่าสายตาคมกริบของหมอเซียวกลับไม่ได้มองที่หมอเทวดาแดนเหนือแม้แต่น้อย... สายตาของเขากลับจ้องมองทะลุผ่านชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะ เข้าสู่สรีระภายในของ 'องค์หญิงเยี่ยซวง'!
ด้วยสายตาแพทย์สูติศาสตร์ระดับปรมาจารย์ หมอเซียวมองเห็นได้ทันทีว่า:
บริเวณช่องท้องน้อยและร่องมดลูกขององค์หญิงเยี่ยซวง กำลังมีไอพิษ 'ลมปราณเยือกแข็งขั้วโลก' กัดกินอย่างรุนแรง เส้นเลือดฝอยรอบมดลูกแข็งตัวจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ผิวพรรณที่ขาวผ่องของนางแท้จริงแล้วคือสภาวะโลหิตจางขั้นวิกฤตจากการขาดประจำเดือนมานานนับปี! และทุกครั้งที่นางหายใจ ลมปราณเย็นจะตีกลับขึ้นสู่ทรวงอกจนทำให้นางแอบกระอักเลือดสีดำจางๆ ออกมาทางมุมปากโดยพยายามปกปิดไว้!
'สตรีผู้นี้... ฝึกวิชาลมปราณหิมะสุดขั้วจนมดลูกกลายเป็นน้ำแข็งเกาะกุม หากไม่ได้รับการบำบัดด้วยแก่นกายพลังหยางของข้า... นางจะต้องหนาวตายภายในสามเดือนอย่างแน่นอน!' หมอเซียวลอบยิ้มในใจอย่างผู้คุมเกม
หมอเซียวค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาข้างหน้า สบตากับดวงตาน้ำแข็งขององค์หญิงเยี่ยซวงอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์และเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ:
"คำท้าประลองขององค์หญิงเยี่ยซวง... กระหม่อม เซียวเฉิน มหาเสนาบดีแพทย์หลวงแห่งสตรี... ขอน้อมรับคำท้าด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!"
การเผชิญหน้าระหว่างสองยอดฝีมือแพทย์ และจุดเริ่มต้นแห่งการละลายหัวใจธารน้ำแข็งขององค์หญิงแดนเหนือ... กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่!
โปรดติดตามตอนต่อไป