ลี่หลินใจนหน้าซีด ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้าตนอย่างไม่เข้าใจ ไยเขาถึงได้ดูปกติเช่นนี้ ยาปลุกกำหนัดที่นางใช้ไม่ได้ผลกับเขาอย่างนั้นหรือ ? เป็ไปไม่ได้ สมุนไพรนี้นางเป็คนปรุงมันเองกลับมือจะเป็ไปได้อย่างไร?
มู่หยางเห็นแววตาลี่หลินสั่นไหวไปมา ดวงตาเหมือนจะไม่เชื่อกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า มือแกร่งออกแรงบีบคอขาวเนียนสตรีที่อยู่ตรงหน้าให้แรงกว่าเดิม ใบหน้าสวยหวานถึงกับหน้านิ่วด้วยความเ็ป เขาไม่สนใจว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าจะคิดเช่นไร หากผู้ใดคิดร้ายกับตน แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็ผู้หญิงเขาก็จะไม่ปราณี
“แค่กๆ ท่าน...ปล่อย” สีหน้าของนางแดงก่ำคล้ายกลับหายใจไม่ออก มือเล็กพยายามปัดมือหนาของมู่หยางออกแต่ก็ไม่เป็ผล ั์ตาดั่งปีศาจจ้องมองดูลี่หลินสุดแสนจะน่ากลัว หากวันนี้เขาไม่ได้ยาของหยู่ถงช่วยไว้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห มือหนายิ่งออกบีบคอระหงของลี่หลินแรงกว่าเดิม
“แค่กๆ ทะ...ท่าน” ร่างบางพยายามดิ้นสุดแรง ยิ่งดิ้นเหมือนบุรุษที่อยู่ตรงหน้าจะยิ่งออกแรงบีบคอตนแรง ลี่หลินเริ่มจะรู้สึกกลัวมู่หยางเสียแล้ว สติของนางเลือนราง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาได้ผละมือแกร่งนั่นออกแล้วผลักนางล้มลงไปที่พื้นอย่างแรง
“ครั้งนี้ถือว่าเ้าโชคดีไปที่ข้าไม่ลงมือฆ่าเ้า ! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก ครั้งหน้าเ้าไม่โชคดีเช่นนี้แน่!!!”
ร่างกำยำเหลือบมองลี่หลินที่นอนกุมคอตัวเองอยู่ที่พื้น ก่อนจะสะบัดเสื้อแล้วเดินออกจากเรียนพักไป หลังจากที่แอบเข้าไปที่จวนสกุลหม่าแล้ว มู่หยางคิดจะออกเดินทางกลับไปที่เมืองเจ้อเจียงในตอนนั้นเลย แต่หยงโห่วบอกกับตนว่า ลี่หลินอยากจะทำอาหารขอบคุณที่พวกเขาได้ช่วยนางไว้เลยอยากให้พวกเขาอยู่ต่อแล้วค่อยออกเดินทางกลับไปที่เมืองเจ้อเจียงพรุ่งนี้เช้า
เห็นแววตาของหยงโห่วมองลี่หลิน มู่หยางรู้ได้ทันทีเลยว่า หยงโห่วนั้นคิดเยี่ยงไรกับนาง เขาถึงได้ตอบตกลงที่จะค้างที่นี่หนึ่งคืน ไม่คิดว่าลี่หลินจะกล้าวางยาปลุกกำหนัดตนเยี่ยงนี้ เื่นี้หากลือว่อนไปถึงหูหยู่ถงนางจะต้องเสียใจเป็แน่ เขาเดินหนีออกมาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด ระหว่างนั้นก็เห็นหยงโห่วเดินผ่านมาพอดี
“เตรียมม้าเราจะกลับไปที่เจ้อเจียง! ตอนนี้!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น สายตาดุดันน่ากลัว หยงโห่วถึงกับขมวดคิ้วสงสัยไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรกันขึ้น
“ท่านมู่หยางขอรับ แต่ว่าตอนนี้ดึก...”
“ข้าไม่สน หากเ้าจะอยู่ก็อยู่ไปคนเดียว ส่วนข้าจะกลับไปที่เจ้อเจียง !!!”
ไม่รอให้หยงโห่วได้พูดอะไร มู่หยางก็รีบหันกายเดินหายไป หยงโห่วหันกลับไปมองก็เห็นลี่หลินกำลังเดินออกมาจากห้องนอนของมู่หยางด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก หยงโห่วอยากจะเข้าไปถามอาการนางดู แต่ยามนี้เขามิอาจทำเช่นนั้นได้ หยงโห่วรีบเดินตามมู่หยางไปติดๆ ภายในใจสับสนไปหมด ไยลี่หลินถึงได้ไปอยู่ที่เรือนพักของท่านแม่ทัพได้ ?
.. ที่จวนสกุลเฉิ่น ...
หลังจากที่บ่าวในจวนนำศพของคนร้ายสองคนนั้นไปทิ้ง เนี่ยนจินมีอาการหวาดผวาไม่หาย แต่ก็มิกล้าที่จะถามฮูหยินของตนออกไป ไม่คิดว่านี่จะเป็ฝีมือของเ้านายตน ฮูหยินไม่ต่างจากปีศาจเลยตอนนี้ เนี่ยนจินไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รู้สึกกลัวไปหมด หยู่ถงเห็นเนี่ยนจินหวาดผวาก็รู้สึกอดขำไม่ได้ เป็เช่นนี้ก็ดี เนี่ยนจินจะไม่กล้าทรยศหักหลังตน
“เนี่ยนจิน เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าห้ามนำเื่นี้ไปแพร่งพรายที่ไหน”
เนี่ยนจินได้ยินเ้านายของตนเอ่ยถามถึงกับสะดุ้งโหยง รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติก่อนจะหันไปประจันหน้ากับนาง
“จะ...เ้าค่ะฮูหยิน”
“อีกสามวันเราจะออกเดินทางไปที่เมืองเป่ยหลง อย่าลืมเตรียมตัวให้ดีล่ะ”
“ฮูหยินว่าอย่างไรหรือเ้าคะ ? จะไปที่เมืองเป่ยหลงหรือเ้าคะ? ไปทำกระไรหรือเ้าคะ? ”
เนี่ยนจินเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ั้แ่ที่ตนเข้ามาอยู่ในจวนรับใช้ฮูหยินมา ไม่เคยเห็นเ้านายของตนอยากจะออกไปไหนเลย ไยครั้งนี้ถึงอยากไปที่เมืองเป่ยหลงกันล่ะ
“ไปเดี๋ยวก็รู้เอง ที่นั่นคือบ้านเกิดของเ้า เ้าไม่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของเ้าหรือ ? ”
หยู่ถงเอ่ยขึ้นพลางเปลี่ยนอาภรณ์ไปด้วย เมื่อครู่ที่นางแช่ตัวในถังน้ำ บังเอิญความจำของเ้าของร่างเดิมพรั่งพรูไหลเข้ามาในหัวนางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าทุกครั้ง ความจำอยู่ที่เมืองเป่ยหลงหมดและเนี่ยนจินก็คือสาวใช้ที่เ้าของร่างเดิมพากลับมาที่จวนเมื่อคราที่ได้ไปที่เมืองเป่ยหลง
“ฮูหยินเ้าคะ ร่างกายของท่านยังไม่แข็งแรง จากที่นี่ไปที่เมืองเป่ยหลงเดินทางลำบากยิ่งนะเ้าคะ บ่าวกลัวว่าหากท่านมู่หยางรู้เข้าคงไม่ดีแน่เ้าค่ะ”
“เ้าก็อย่าไปบอกท่านแม่ทัพสิ เ้าไม่ต้องห่วงหรอก หากท่านแม่ทัพรู้ ท่านคงตามเราไปแน่ เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป เราแค่เดินทางไปก่อนท่านแม่ทัพเพียงเท่านั้นเอง”
เนี่ยนจินมีสีหน้าเป็กังวลยิ่ง หยู่ถงเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จจึงได้เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเนี่ยนจินแล้วแตะไปที่ไหล่เล็กเบาๆ
“เอาละ เ้ากลับไปพักเถิด เราจะไปอยู่ที่เมืองเป่ยหลงสักสามวัน ตลอดสามวันนั้นเ้าไม่ต้องอยู่คอยดูแลข้า เ้ากลับไปอยู่กับครอบครัวของเ้า ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านแม่ทัพไม่ปล่อยให้ข้าตัวคนเดียวหรอก”
“เ้าค่ะฮูหยิน” เนี่ยนจินดึงชุดคลุมร่างหยู่ถงไว้ก่อนจะเดินออกจากเรือนไป
ร่างบางลุกขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เตียง คืนนี้นางคงนอนไม่หลับอีกแล้วสินะ เื่ราวร้ายๆ เกิดขึ้นกับนางไม่เว้นแต่ละวัน ไม่รู้ว่ามีผู้ใดคิดร้ายกับตนบ้าง คนที่ดูไว้ใจได้ที่สุดในยามนี้คงจะมีเพียงเนี่ยนจินและท่านแม่ทัพเพียงเท่านั้น
บรรยากาศในยามดึกเงียบสนิท ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ร่างบางอรชรนั่งจัดยาที่โต๊ะงดงามดั่งรูปปั้น อาภรณ์สีเหลืองอ่อนขับให้ผิวกายดูผ่องใสเนียนขาว หากบุรุษเดินผ่านคงหลงใหลกับเสน่ห์หญิงงามที่อยู่ตรงหน้านี้เป็แน่
อีกทางด้านหนึ่ง มู่หยางกำลังควบม้ากลับไปที่เมืองเจ้อเจียงไม่หยุดพัก ลมเย็นกระทบที่ใบหน้าหล่อคมเข้มทำให้เขารู้สึกชาไปทั้งหน้า คิดถึงใบหน้าสวยหวานที่กำลังรอตนอยู่ที่จวน มือหนาจึงออกแรงควบม้าให้เร็วกว่าเดิม ดูเหมือนว่ายาแก้ที่หยู่ถงให้ตนมาจะใช้แก้ได้เพียงชั่วคราว ไฟราคะในกายเขาเริ่มปั่นป่วน จะต้องกลับไปให้เร็วที่สุด
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม หยู่ถงรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา จึงเอาถาดยาไปเก็บไว้ที่ตู้ก่อนจะเดินมาที่เตียงแล้วถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นไหล่ที่ยั่วยวน พึ่งจะเอนกายลงนอนได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ร่างบางก็ต้องลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กหยิบกริชใต้หมอนขึ้นมาแล้วค่อยๆ เดินไปหยุดที่หน้าประตู
เสียงเท้าเดินเข้ามาใกล้ ใจดวงน้อยๆ เต้นแรงไม่หยุด ไม่รู้ว่าวันนี้วันอะไร ไยคนร้ายจะต้องบุกมาสังหารนางในวันเดียวกันด้วย หยู่ถงถือกริชในมือแน่น ตั้งท่าพร้อมสู้ทุกเมื่อ
แอด ~ พรึบ!!! ทันทีที่ประตูถูกผลักเข้าไป มู่หยางเห็นฮูหยินของตนกำลังใช้กริชจ่อมาที่คอของตนก็รีบรวบแขนเรียวทั้งสองข้างไว้ก่อนจะจับแขนทั้งสองข้างล็อคไว้ที่ข้างหลัง กลิ่นจากกายนางยิ่งทำให้อารมณ์ในกายเขาร้อนรุ่ม ั์ตาคมเลื่อนต่ำลงไปมองที่หน้าอกคู่สวยนั้น มู่หยางโน้มหน้าเข้าไปคลอเคลียที่แก้มนวลเบาๆ
“นี่เ้าจะฆ่าสวามีของตัวเองอย่างนั้นหรือ ? ” เสียงทุ้มนุ่มหวานหูกระชิบที่ข้างหูตนทำให้หยู่ถงถึงกับขนหนาวลุกชู่
“ท่านเองหรอกหรือ? ไยถึงกลับมาเร็วเช่นนี้ล่ะเ้าคะ? ”
คิ้วบางเลิกขึ้นอย่างสงสัย นางก็นึกว่าเขาจะไปนานสองสามวันเสียอีก ไม่คิดว่าเขาจะกลับเร็วเช่นนี้ ลมหายใจร้อนรดที่ต้นคอของนางทำให้ใบหน้านางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ข้าคิดถึงเ้าแทบทนไม่ไหวถึงได้รีบกลับมา” ริมฝีปากหนาพรมจูบไปที่ไหล่มนเบาๆ กลิ่นกายนางวันนี้ช่างหอมเสียจริง หอมจนเขาแทบอยากจะกลืนกินนางไปทั้งตัว
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความใกลับการกระทำของเขา ริมฝีปากหนาร้อนเหมือนกระแสไฟฟ้าที่กำลังวิ่งผ่านร่างนางไป หยู่ถงใช้ศรีษะโขกไปที่หน้าผากมู่หยางเข้าอย่างแรง ปัก !!!
“อ๊ากกกกก” มู่หยางรีบผละออกจากร่างบางทันที สายตามองไปที่นางเต็มไปด้วยไอสังหาร
“ท่านเป็อะไรของท่านหรือ ? ไปโดนผีตัวไหนมาล่ะ”
หยู่ถงเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก สายตาดั่งมีดมองสำรวจมู่หยางดูอีกครั้ง เห็นเขามีทีท่าแปลกไปจึงรีบเข้าไปจับชีพจรเขาดูทันที
“ท่านถูกวางยาปลุกกำหนัดหรือเ้าคะ ? ” ใบหน้าเรียวสวยถึงกับถอดสี หากเขาถูกวางยาปลุกกำหนัดจริงนางไม่รอดแน่ๆ ริมฝีปากหนาผุดยิ้มขึ้น ก่อนจะช้อนร่างบางเดินไปที่เตียง
“อร้ายยยย ปล่อยข้านะ” หยู่ถงพยายามดิ้นให้หลุดจากแขนแกร่งของเขา มือไม้ทุบไปที่หน้าอกเขาไม่หยุด มู่หยางไม่สนใจเดินไปที่เตียงแล้ววางร่างบางลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นค่อมร่างบางไว้
“ยาที่เ้าให้ข้าไว้มันใช้ได้เพียงชั่วคราว ข้ารีบกลับมาที่นี่เพื่อให้เ้าเป็คนช่วยข้าถอนยาปลุกกำหนัดนี้”
เอ่ยจบ ริมฝีปากร้อนก็ประกบกลีบดอกท้ออมชมพูของนางทันที หยู่ถงถึงกับแน่นิ่งไป จะเป็ไปได้อย่างไร สูตรยาที่นางให้ไว้กับเขาคือยาแก้ยาปลุกกำหนัดเชียวนะ ลิ้นร้อนทำให้สติของนางเตลิดไปไกล ริมฝีปากหนาพรมจูบไปทั่ว ลิ้นร้อนโลมเลียริมฝีปากล่างของนางไปมาเหมือนกำลังหยอกล้อกับความรู้สึกของนางอยู่
“นี่ท่าน ตั้งสติหน่อยสิเ้าคะ ร่างกายข้ายังไม่แข็งแรงท่านจะทำเื่นั้นกับข้าไม่ได้ ยาที่ข้าให้ท่านไว้ล่ะเ้าคะ กินอีกเม็ดสิแล้วไป อุ๊บ ~”
ยังพูดไม่ทันจบ หยู่ถงก็ถูกเขาปิดปากอีกครั้ง มือหนารวบแขนเรียวของนางไว้เหนือศรีษะ พยายามดิ้นแค่ไหนก็ไร้ประโยนช์ มู่หยางเหมือนเสือหิวเสือโหยที่พึ่งเจอเหยื่อ ลิ้นหนาตวัดเกี่ยวหยอกล้อลิ้นเล็กไปมา สมองของนางเบลอไปหมด มืออีกข้างของเขาค่อยๆ ไล่ปลดเปลื้องอาภรณ์ทิ้ง เผยให้เห็นอกแกร่งและกล้ามเป็มัดๆ
“ข้าสัญญาว่าข้าจะอ่อนโยนกับเ้าที่สุด” เรือนร่างขาวเนียน หน้าอกอวบอั๋นปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ยิ่งทำให้ไฟราคะในกายปั่นป่วน
ภายใต้แสงไฟสลัวทำให้ใบหน้าคมเข้มดูมีเสน่ห์ ลมหายใจที่รดอยู่ต้นคอทำให้หยู่ถงได้สติ รู้ตัวอีกทีร่างกายของนางก็เปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าเขาเสียแล้ว
“นี่ท่าน หยุดนะ !!!” เสียงใสเอ่ยร้องห้าม มู่หยางหยุดชะงักไป สายตาจ้องมองใบหน้าเรียวสวยด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก
“คือว่า ... เราพึ่งจะสูญเสียลูกไป ร่างกายข้ายังไม่แข็งแรงด้วย ท่านอย่าพึ่ง ...”
“เฮ้อ ~ อย่างนั้นเ้านอนพักเถิด” เอ่ยจบ ร่างกำยำก็ผละออกจากร่างบางแล้วนอนลงไปข้างๆ นาง ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอด
ขณะที่หยู่ถงยื่นมือไปหยิบเอาอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่ มู่หยางก็ได้หยิบเอายาเม็ดเล็กๆ ขึ้นมาหยัดใส่ในปากของตัวเอง ก่อนจะกระชากร่างบางลงมาจูบอีกครั้ง หยู่ถงรับรู้ถึงรสขมในปากของเขาที่พยายามส่งอะไรบางอย่างเข้ามาในปากของตนก็พยายามเบือนหน้าหนี แต่มู่หยางก็ไม่ยอมให้นางทำตามสิ่งที่ตัวเอง้าได้
“ท่านพึ่งส่งอะไรเข้ามาในปากข้าหรือ? ” หยู่ถงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เล็บคมจิกไปที่อกหนาอย่างแรง
“เ้าคิดว่ามันคืออะไรล่ะ ? ” ใบหน้าคมเข้มผุดยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ วินาทีนั้นหยู่ถงรู้ได้ทันทีเลยว่า ยาที่เขาพึ่งจะให้นางกลืนลงไปคือยาปลุกกำหนัด เ้าเล่ห์นักนะ
“เราสูญเสียลูกไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมสูญเสียลูกไปอีกครั้งเป็แน่ ข้าจะดูแลและปกป้องเ้ากับลูกด้วยชีวิตของข้า”