ปกป้องแปลงผัก(2)
แมลงตัวแล้วตัวเล่าถูกโยนลงไปเป็ปุ๋ยให้ดอกไม้จนหมดส่งผลให้ดอกไม้ในกระถางเริ่มส่งกลิ่นหอมหวานออกมาจนปกคลุมไปทั่วทั้งแปลงผัก
ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อแมลงที่บุกเข้ามาอย่างเห็นได้ชัดพวกมันเกินกว่าครึ่งถูกล่อไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ในกระถางแรกและถูกดึงดูดไปอีกบางส่วนที่กระถางดอกไม้ใบที่สอง
สุดท้ายก็ถูกดึงดูดไปอีกเล็กน้อยจากกระถางดอกไม้ใบที่สามจนทำให้แมลงที่หลุดเข้ามาจนถึงชั้นที่สองได้ลดลงเป็อย่างมาก
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้ทำให้สีหน้าของเด็กสาวทุกคนดูดีขึ้นมากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเริ่มดังขึ้นทีละน้อยความยินดีที่จัดการกับแมลงได้โดยง่ายนั้นทำให้พวกเธอสนุกสนานและเริ่มที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดลงไปบ้าง
กัสเองพอเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวแต่ก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็ไปในทิศทางที่ดีสำหรับเด็กสาวเหล่านี้
พวกเธอยังเด็กอยู่มากสภาพจิตใจยังไม่หนักแน่นพอทำให้ยากที่จะจดจ่ออยู่กับเื่ใดเื่หนึ่งเป็เวลานานได้ทั้งยังบอบบางต่อการแบกรับแรงกดดันจากความตึงเครียด
การปล่อยให้พวกเธอเห็นการจับแมลงเป็เื่เล่นดูเหมือนจะดีกว่าและกัสเองก็เห็นว่าทุกคนพยายามกันอย่างสุดความสามารถแล้วเช่นกัน
จำนวนของแมลงที่เพิ่มขึ้นจาก5 ตัวเป็ 10 ตัวนั้นเพียงสร้างความลำบากให้เด็กสาวทั้งห้าเพียง่แรกๆ เท่านั้นหลังจากผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงพวกเธอก็เริ่มปรับตัวกับมันได้และรับมือได้อย่างสมบูรณ์จนไม่มีแมลงตัวไหนหลุดลอดเข้ามาได้อีก
แต่ถึงจะรับมือได้ดีกัสก็ยังมองเห็นว่าเด็กสาวเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยอ่อนกันบ้างแล้วเหมือนกัน
“ดูเหมือนทุกคนจะเริ่มเหนื่อยกันบ้างแล้วสินะ..ซันโกะ!เปลี่ยนตำแหน่ง น้องข้าได้เวลาเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว!!”
สัญญาณเปลี่ยนตำแหน่งนั้นอยู่ในแผนการที่กัสวางเอาไว้ทุกคนจึงเข้าใจคำสั่งได้ในทันทีและเริ่มสลับตำแหน่งของตัวเองกับคนอื่น
อิจิโกะที่อยู่วงนอกสุดซึ่งเหนื่อยที่สุดได้ย้ายมาอยู่วงในสุดส่วนซันโกะขยับไปแทนที่นิโกะและนิโกะขยับไปแทนที่อิจิโกะ
ด้วยวิธีนี้จะทำให้ซันโกะที่ไม่ค่อยได้ปะทะกับแมลงเท่าไหร่ได้มีเวลาปรับตัวรับมือกับแมลงที่มากขึ้นเช่นเดียวกับนิโกะที่คุ้นเคยกับแมลงดีพอแล้วจึงสามารถรับมือกับแมลงที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่ยากลำบากอะไร
ส่วนน้องสาวทั้งสองของกัสพวกเธอสองคนได้สลับที่กันโดยอาศัยดอกไม้เป็ตัวล่อแมลงและจัดการกับแมลงที่ถูกดอกไม้ดึงดูดจึงไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องสลับตำแหน่งกันแบบนี้
่แรกทุกคนดูจะติดขัดเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับความเปลี่ยนแปลงแต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ปรับตัวได้จนสามารถรักษาประสิทธิภาพในการจับแมลงเอาไว้ได้
เมื่อผ่านไปอีกระยะหนึ่งแสงสีเขียวที่ปกคลุมยอดอ่อนของต้นหัวผักกาดแก้วมรกตก็หายไปกัสก็ส่งสัญญาณออกไปในทันทีและนำเอาแมลงที่เตรียมไว้ออกมา
“ข้าจะใส่แมลงลงไปเพิ่มแล้วนะ เตรียมตัวให้พร้อม!!”
“ค่ะ!!”
เด็กสาวทุกคนขานรับและเริ่มตั้งสติเตรียมพร้อมรับมือกับแมลงที่เพิ่มขึ้น
พอเห็นว่าทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้วกัสก็เริ่มเครียดเพราะเขาไม่รู้ว่าแมลงที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะเพิ่มขึ้นมาแบบไหนจะกลายเป็ 20 ตัว หรือเพิ่มเป็ 15 ตัว
แต่ถึงจะคิดมากแค่ไหนเขาก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งกัสก็หยิบแมลงออกมาแล้วส่งพลังเวทเข้าไป
อึดใจเดียวแมลงก็หลอมละลายและถูกซัดออกไปยังต้นอ่อนทั้งหมดติดต่อกันจนหมด
เหตุการณ์ที่คล้ายๆกันก็เกิดขึ้นอีกครั้งแสงสีเขียวเรืองแสงออกมาจากต้นอ่อนและความเร็วในการเติบโตของพวกมันก็เพิ่มสูงขึ้น
เช่นเดียวกับเสียงแปลกๆที่ดังมาให้ได้ยินซึ่งดังมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนไปกลายเป็เคร่งเครียดมากขึ้นไม่นานนักแมลงตัวแรกก็ปรากฏและถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว
ตามมาด้วยตัวต่อๆไปที่มาพร้อมกับการนับเลขเพื่อบอกจำนวน
“12..13..15...ไม่มีแล้วค่ะ หมดแล้ว!!”
หลังจากครบ 15 ตัวทุกคนก็ไม่ได้ประมาทและพยายามมองหาต่อไปไม่ได้หยุดจนกระทั่งมั่นใจว่ามันไม่มีแมลงมาเพิ่มแล้วจริงๆถึงได้ผ่อนคลายลง
“ค่อยยังชั่ว..แบบนี้ก็พอจะรับไหว”
กัสค่อนข้างที่จะโล่งใจพอสมควรที่เห็นว่าแมลงเพิ่มขึ้นเพียง 5 ตัวแสดงว่าการเพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่การเพิ่มแบบทบทวี แต่เพิ่มขึ้นทีละ 1 เพียงเท่านั้น
หัวผักกาดแก้วมรกตถูกปลูกเอาไว้5 ต้น ทำให้แมลงในตอนแรกปรากฏขึ้นเพียง 5 ตัวเท่านั้น เมื่อคิดคำนวณแบบง่ายๆก็จะรู้ว่าแมลงที่จะต้องพบเจอในแต่ละครั้งนั้นจะมีมากสุดเพียง 50 ตัวเท่านั้นซึ่งกัสคิดว่าทุกคนน่าจะรับไหว
แต่ทั้งนี้ก็เป็เพียงการคาดเดากัสเลยไม่ได้พูดออกไปหากแต่เพิ่มความระมัดระวังของตัวเองเพียงเท่านั้น
เขารู้ว่าในตอนนี้เด็กสาวทั้งห้าพยายามเต็มที่แล้วพวกเธอได้รับแรงกระตุ้นทั้งจากรสชาติที่ล้ำเลิศและบทลงโทษที่รุนแรงจนไม่กล้าประมาทั้แ่แรก
ถึงจะทำเป็เล่นไปบ้างแต่พวกเธอก็เล่นกันแบบจริงจังถึงขีดสุดจึงพอที่จะไว้ใจได้
จำนวนแมลงที่จับได้เพิ่มขึ้นไม่มีหยุดมันเพิ่มทีละ 15ตัวอย่างต่อเนื่องไม่นานก็มีเกินร้อยไปไกลจนไม่สามารถใส่ปุ๋ยให้ดอกไม้ได้อีก
ปริมาณของปุ๋ยที่ใส่ได้ต่อ1 ชั่วโมง คือ 10 เปอร์เซ็นต์ของระยะเวลาในการเติบโตของพืชผักชนิดนั้นๆ โดยแมลง 1ตัวจะเร่งการเติบโตของพืชผักได้ 1 วัน
หลังจากใส่แมลงไป 20ตัวดอกไม้ก็ไม่อาจรับปุ๋ยได้อีกต่อไปและกัสก็ไม่คิดที่จะให้ปุ๋ยมันเพิ่มอีกเช่นกันเพราะว่ามันไม่จำเป็อีกแล้ว
ดอกไม้นั้นต่างกับผักที่ให้ผลผลิตหลังจากเติบโตเต็มที่แต่พวกมันจะออกดอกเมื่อเติบโตได้ระยะเวลาหนึ่งและจะออกดอกต่อไปเรื่อยๆแบบนั้นอีกนาน
ด้วยเหตุนี้10เปอร์เซ็นต์ของระยะเวลาในการเติบโตของพวกมันจึงมากพอที่จะทำให้พวกมันออกดอกในปริมาณที่มากพอต่อการล่อลวงแมลงให้เข้ามาใกล้
ส่วนผักชนิดอื่นที่ปลูกอยู่ในแปลงนั้นพวกมันมีปริมาณที่รับได้แตกต่างกันไป
มากสุดก็แค่18 ตัว น้อยหน่อยก็ 9 ตัว ทั้งนี้กัสได้สั่งห้ามไม่ให้ใส่ปุ๋ยต้นหัวผักกาดกลิ่นหอมกับต้นแครอทใบหนามเพราะว่าเขาไม่้าให้พวกมันโตเร็วจนเกินไปเพื่อที่เขาจะได้ใช้แปลงผักแปลงนี้ในการปลูกผักวิเศษได้อีกหลายๆครั้ง
ส่วนผักชนิดอื่นนั้นสามารถใส่ปุ๋ยได้เต็มที่ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็นับว่าน่าพึงพอใจยิ่งกว่ามูลค่าของผักวิเศษเสียอีก
‘นี่แหละ!! นี้แหละที่ข้า้า!!’
หัวใจหลักในการปลูกผักวิเศษนั้นอาจจะเพื่อตัวผักวิเศษที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลแต่สิ่งที่กัสให้ความสนใจที่สุดไม่ใช่ตัวผักวิเศษ
แต่เป็ผลพลอยได้จากการใช้ปุ๋ยแมลงเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชผักชนิดอื่นในแปลงต่างหาก
สิ่งนี้เป็สิ่งที่เขาหวังมากที่สุดั้แ่วางแผนปลูกผักวิเศษขึ้นมาเขายอมเสี่ยงที่จะสูญเสียมากยิ่งขึ้นโดยการปลูกผักธรรมดาร่วมกับผักวิเศษ ซึ่งตามปกติแล้วคนที่ปลูกผักวิเศษจะไม่ทำแบบนั้นเพราะถ้าพลาดมันจะเป็การสูญเสียครั้งใหญ่
กัสเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันหากไม่ใช่ว่าเขาได้ยินแผนการของเพื่อนที่สามารถปลูกผักธรรมดาร่วมกับผักวิเศษได้สำเร็จและค้นพบว่าพวกเขาสามารถใช้ปุ๋ยแมลงนั้นกับผักธรรมดาได้ด้วย
คนปกติจะไม่รู้ว่าแมลงพวกนี้สามารถใช้กับผักทั่วไปได้เพราะคนส่วนใหญ่มักจะปลูกผักวิเศษเพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีใครปลูกมันร่วมกับผักธรรมดา
นอกจากนั้นแล้วทันทีที่ผักวิเศษถูกเก็บเกี่ยวหรือถูกแมลงกินเข้าไปแมลงทั้งหมดก็จะถูกดันเจี้ยนเก็บกลับไปทั้งหมด ซึ่งแมลงที่เหลือจากการทำเป็ปุ๋ยนั้นจะถูกดันเจี้ยนเรียกกลับไปโดยให้ค่าตอบแทนในราคา0.1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าผักวิเศษต่อแมลง 1 ตัว
สิ่งนี้นับเป็กำไรที่คนส่วนใหญ่จะได้รับเมื่อการปลูกผักวิเศษล้มเหลวซึ่งมันก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นักเพราะถ้า้าให้ได้กำไรจากการปลูกผักวิเศษก็จำต้องฆ่าแมลงให้ได้มากกว่า100 ตัวขึ้นไปเพื่อที่จะได้กำไรจากการซื้อเมล็ดของผักวิเศษ
ในส่วนนี้หากมีการปลูกผักธรรมดาร่วมด้วยแล้วละก็เมื่อล้มเหลวความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นย่อมมากจนไม่อาจใช้จำนวนแมลงมาชดเชยได้ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะปลูกผักวิเศษร่วมกับผักธรรมดาแบบนี้
ทว่าเพื่อนของเขากลับกล้าที่จะทำและทำมันได้สำเร็จจนได้รับผลตอบแทนที่มหาศาลซึ่งช่วยให้เขาสามารถถีบตัวเองจากจุดต่ำสุดที่ถูกทุกคนรังแกจนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้สำเร็จ
กัสเองเพราะมีแผนนี้อยู่เขาก็เลยกล้าที่จะเสี่ยงด้วยเช่นกันเพราะผลตอบแทนของมันนั้นสูงมากจนยากที่จะปฏิเสธได้
ทว่ากัสก็ไม่ได้บีบตัวเองถึงขนาดนั้นเขาถึงได้พยายามผลักดันอิจิโกะกับน้องสาวให้สร้างเครื่องปั้นดินเผาขึ้นมาเป็แหล่งรายได้อีกแหล่งเพื่อป้องกันความผิดพลาดในกรณีที่พวกเขาทำพลาดในการปลูกผักวิเศษ
ถึงตอนนั้นพวกเขาก็ยังเหลือหนทางทำเงินและสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ในภายหลัง
ด้วยจำนวนแมลงที่มากถึง15 ตัว ต่อ 5 – 10 นาที เพียง 1 ชั่วโมงกัสก็ได้รับแมลงมามากกว่า 200 ตัวซึ่งเทียบได้กับเวลา 200 วันเลยทีเดียว
เมื่อใช้แมลงเ่าั้มาทำปุ๋ยแล้วผักในแปลงก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนแทบจะเห็นผลลัพธ์ได้ด้วยตาเปล่า
ชนิดของผักที่กัสปลูกนั้นที่ใช้เวลานานสุดก็แค่6 เดือนเท่านั้น สั้นสุดคือ 3 เดือนและตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว 1 เดือนครึ่งนั้นหมายความว่าผักที่โตเร็วที่สุดของเขาเหลือเวลาอีกเพียงเดือนครึ่งเท่านั้นก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว
หลังจากใส่ปุ๋ยลงไปจนเต็มอัตราทำให้เร่งเวลาไปได้ถึง10 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่น่าแปลก หากจะมองเห็นรูปร่างของผลผลิตที่ยังดิบอยู่แล้ว
รอยยิ้มของกัสยกตัวสูงขึ้นทีละน้อยเวลาก็ผ่านไปการสลับตำแหน่งเกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับคำสั่งที่สองของกัส
“หยิบขวดน้ำสีขาวออกมาดื่มคนละอึก!!”
เมื่อกัสออกคำสั่งทุกคนก็ทำตามทันทีเด็กสาวทั้งห้านำกระติกน้ำสีขาวที่กัสมอบให้ออกมาเปิดและดื่มลงไปคนละอึกตามที่สั่งก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่ในกระติกนั้นคือนมที่ผสมน้ำผลไม้และน้ำผึ้ง
“สุดยอด!! อร่อยจังหนูกินอีกอึกได้ไหมพี่กัส!”
“ไม่ได้!! แค่อึกเดียวเท่านั้น..อีกชั่วโมงถึงจะกินได้อีกอึก!”
น้ำเสียงของกัสนั้นเข้มเป็พิเศษทำให้น้องสาวคนเล็กไม่กล้าที่จะขัดเธอเก็บกระติกน้ำลงไปในกระเป๋าอย่างไม่พอใจเพราะรสชาติที่หอมหวานของมันนั้นถูกปากของเธอมาก
แตกต่างจากอิจิโกะกับน้องสาวที่ดูจะพึงพอใจเป็พิเศษกับรสชาติของมันและยินดีที่จะรอต่อไปอีกชั่วโมงเพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติที่แสนอร่อยแบบนี้อีก
จะมีก็เพียงแค่น้องสาวคนโตที่เหมือนจะเริ่มมีความคิดที่โตเกินวัยซึ่งมองเห็นมูลค่าที่น่ากลัวของเครื่องดื่มในกระติกใบนี้
“ท่านพี่ละก็..สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว..”
แม้จะอยากบ่นเธอก็ไม่กล้าบ่นออกมาเพราะกลัวว่าหากพูดออกไปจะทำให้ทุกคนกลัวจนไม่กล้ากินเนื่องจากมูลค่าที่สูงมากของมัน
แม้ว่าในดินแดนแห่งนี้จะมีเพียงกัสเท่านั้นที่ติดต่อซื้อขายกับดันเจี้ยนได้แต่เด็กสาวก็มักจะถามคำถามกัสอยู่บ่อยๆ จนได้รู้ราคาของผลผลิตหลายๆอย่างและเข้าใจกลไกของการซื้อและขายของดันเจี้ยนมากขึ้น
เธอรู้ว่าราคาซื้อจะแพงกว่าราคาขายหนึ่งเท่าเสมอและเธอก็รู้ว่านมที่ดื่มเข้าไปนั้นไม่ใช่นมถูกๆแบบที่เคยดื่มเพราะมันทั้งหอมทั้งหวานและเข้มข้นกว่ามาก
ไหนจะน้ำผลไม้ที่แค่ดื่มลงไปก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาอีกมันไม่มีทางที่จะถูกแน่ สุดท้ายคือน้ำผึ้งที่เธอรู้ว่ามันสามารถขายได้ถึงกระติกละ5 DP ซึ่งถ้าจะซื้อก็ต้องจ่ายถึง 10 DP เลยทีเดียว
จากการประเมินแบบง่ายๆของเด็กสาว เครื่องดื่มเหล่านี้มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 20 DP เลยทีเดียว
แล้วแบบนี้เธอจะไม่ใได้ยังไงในเมื่อผักวิเศษ5 หัวขายได้แค่ 50 DP เท่านั้นแต่เมื่อวันก่อนพี่ชายของเธอเพิ่งจ่ายไป 20 DP สำหรับหัวผักกาดแก้วมรกต1 หัวแล้ววันนี้ยังจ่ายอีก 20 DP เพื่อเครื่องดื่มบำรุงกำลังของพวกเธอ
สุดท้ายแล้วกำไรจะเหลือเท่าไหร่แค่คิดเธอก็รู้แล้วว่ายังไงก็ขาดทุน ในเมื่อพี่ชายของเธอสัญญาว่าจะขายผักวิเศษเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าน้องสาวคนโตที่พยายามทำตัวเป็ผู้ใหญ่ย่อมไม่มีทางเข้าใจความคิดของกัสที่มีประสบการณ์ถึงสองชีวิตได้
มุมมองของเธอยังแคบกว่ากัสเธอมองเพียงแค่ผลกำไรจากการขายผักวิเศษแต่กัสมองผลกำไรจากการใส่ปุ๋ยให้กับผักในแปลง
กำไรของเขาไม่มีทางหยุดอยู่แค่100 DP แน่ แต่จะมากกว่านั้นมากเมื่อได้เห็นปริมาณผักในแปลงที่ค่อยๆเติบโตขึ้นจนพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วการใส่ปุ๋ยรอบที่สามก็ตามมา จำนวนแมลงเพิ่มเป็ 20 ตัวระดับความยากง่ายก็ยังคงที่เนื่องจากกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ล่อลวงแมลงได้เป็จำนวนมาก
ในขณะที่แมลงเพิ่มจำนวนขึ้นแมลงที่ถูกล่อลวงไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันคนที่เหนื่อยหน่อยก็คือน้องสาวทั้งสองของกัสที่ต้องหวดสวิงกันมือเป็ระวิงส่วนอิจิโกะกับน้องนั้นไม่ได้รับภาระมากขึ้นเนื่องจากพวกเธอเป็หน่วยเคลื่อนที่ซึ่งต้องบินไล่ล่าแมลงมาั้แ่ต้น
เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างไม่มีวันหยุดนิ่งเสียงหัวเราะของเด็กสาวก็เริ่มเบาลงทีละน้อยๆและแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ
แม้ว่าปราการแปลงผักจะทำงานได้ดีแต่สิ่งที่มันทำได้ก็มีแค่การบังคับให้แมลงเดินไปตามทางที่้าเท่านั้น มันไม่อาจทำอันตรายใดๆต่อแมลงเหล่านี้ได้
หน้าที่ในการกำจัดก็ยังอยู่ที่เด็กสาวกลุ่มนี้อยู่ดีทำให้พวกเธอค่อยๆอ่อนแรงลงจากการทำงานหนักติดต่อกันโดยแทบไม่ได้พัก
เวลาพัก5 นาทีที่เคยทำให้พวกเธอผ่อนคลายได้มาก ในตอนนี้แทบจะไม่ช่วยอะไรอีกต่อไป
แขนของพวกเธอเริ่มจะล้าจากการหวดสวิงแล้วการแทงฉมวกก็เริ่มที่จะไม่แม่นเหมือนเดิมจนต้องแทงซ้ำอีก 1 – 2ครั้งถึงจะฆ่าแมลงได้ 1 ตัว
กัสเองก็เริ่มเหนื่อยขึ้นมาบ้างเหมือนกันเพราะว่าตอนนี้แมลงได้ทะลุการป้องกันของเด็กสาวทั้งห้ามาถึงตัวเขาได้มากขึ้นเรื่อยๆ
“อดทนหน่อย..อีก 3 ชั่วโมงเท่านั้น”
หลังจากใส่ปุ๋ยรอบที่ 8ลงไปกัสก็ะโบอกเด็กสาวทั้งห้าให้เตรียมพร้อมรับมือกับฝูงแมลงที่บุกเข้ามาในจำนวนที่มากขึ้นจนแทบจะทำให้พวกเธอรับไม่ไหว
เมื่อเทียบกับตอนแรกที่มองหาแมลงได้ยากลำบากเป็อย่างมากพอมาถึงตอนนี้พวกเธอก็แทบไม่ต้องมองหาอีกแล้วเพราะว่าทันทีที่เสียงแปลกๆ ดังขึ้นพวกเธอก็มองเห็นฝูงแมลงได้ในทันที
เมฆสีดำที่เคลื่อนขบวนมาจากทุกทิศทางไม่ว่าจะทางอากาศ บนพื้นดินหรือมุดขึ้นมาจากดินก็มีมากจนทำให้เด็กสาวทั้งห้าแทบหมดแรง
เวลานี้มีแมลงมากถึง40 ตัวต่อครั้ง ทำให้การรับมือพวกมันไม่ใช่เื่ง่ายอีกต่อไป
การล่อลวงของดอกไม้ก็เริ่มที่จะถึงขีดจำกัดการล่อลวงมันยังดีอยู่ แต่เมื่อมีแมลงเข้ามารุมล้อมดอกไม้มากๆ เข้าแมลงตัวอื่นก็มีท่าทีที่จะไม่สนใจทำให้การล่อลวงประสบความสำเร็จได้น้อยลง
ปัญหานี้ทำให้น้องสาวทั้งสองของกัสซึ่งเฝ้าทางเข้าออกต้องลงมืออย่างดุดันยิ่งกว่าเดิมพวกเธอตวัดสวิงอย่างรวดเร็ว แต่ละครั้งก็จับแมลงได้มากถึง 2 – 3 ตัวแต่มันก็ยังยากลำบากเพราะถ้าทำได้ไม่เร็วพอแมลงก็จะหลุดพวกเธอไปจนทำให้อิจิโกะกับน้องต้องไล่ล่าแมลงไปรอบๆแปลงผัก
ยิ่งหลุดบ่อยก็ต้องตามบ่อยส่งผลให้พลังกายถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักก็มาถึงรอบที่9 ของการใส่ปุ๋ย ครั้งนี้กัสไม่ได้อยู่เฉยอีก แต่ออกคำสั่งให้ทุกคนอุดหูเอาไว้
“เมื่อข้าสั่งให้อุดหู ก็ทำตามที่สั่งนะได้ยินไหมใช้พลังเวทป้องกันหูเอาไว้ด้วย!!”
คำสั่งนี้มาถึงในการใส่ปุ๋ยรอบที่ 9 ซึ่งเป็่เวลาที่เด็กสาวทั้งห้าเริ่มจะหมดแรงแล้ว
กัสเฝ้ารอจังหวะที่ฝูงแมลงโผล่เข้ามาใกล้แปลงผักก็ออกคำสั่งให้ทุกคนอุดหูทันที
เด็กสาวทุกคนทำตามที่สั่งในทันทีและพยายามมองไปยังกัสด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเขากำลังทำอะไร
่เวลานั้นกัสก็สูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดทำให้ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นอีกมากจนน่าใจากนั้นกัสก็อ้าปากและส่งเสียงคำรามออกไป
‘ทักษะยุทธ์ราชสีห์คำราม’
ชื่อของทักษะที่กัสใช้ปรากฏขึ้นในหัวของน้องสาวทั้งสองทันทีทักษะนี้เป็ทักษะที่โด่งดังเป็อย่างมากของเผ่าสิงโต ซึ่งตัวกัสที่เป็ลูกผสมของหนูกับสิงโตสามารถใช้มันได้เช่นเดียวกัน
เสียงคำรามที่แฝงไว้ด้วยพลังเวทะเิออกไปด้านหน้าพุ่งตรงเข้าใส่ฝูงแมลงที่ใหญ่ที่สุดแล้วกระแทกใส่พวกมันจนร่วงหล่นลงมากองอยู่กับพื้นจนหมด
“ตอนนี้ละ!! เก็บพวกมันใส่ถุงให้หมด!!”
เด็กสาวทั้งห้าตกตะลึงไปชั่วครู่เพราะไม่คิดว่ากัสจะมีทักษะแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยที่สำคัญที่สุดคือพวกเธอนั้นแทบไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงคำรามนี้เลยซึ่งบอกให้รู้ว่ากัสไม่แค่ใช้งานได้แต่ยังชำนาญมากอีกด้วย
“ค่ะท่านกัส!!”
่เวลานั้นอิจิโกะสลับออกไปอยู่วงนอกอีกครั้งเธอรีบขานรับคำสั่งของกัสและบินตรงไปเก็บแมลงทั้งหมดที่ร่วงลงมาใส่ถุงอย่างเร่งรีบ
ส่วนเด็กสาวคนอื่นก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปทำการเฝ้าทางเข้าออก ไล่ล่าแมลงที่หลุดเข้ามาจากชั้นแรกได้พยายามกำจัดแมลงทั้งหมดให้มากที่สุด
กัสเองหลังจากใช้ทักษะราชสีห์คำรามออกไปเขาก็ใช้ทักษะที่สองออกมาทันที
ทักษะนี้คือทักษะส่วนตัวของเขาที่ได้จากการฝึกมาทั้งอาทิตย์
‘ราชสีห์ล่าเหยื่อ!!’
พลังของพรถูกกระตุ้นออกมาส่งผลให้หัวสิงโตที่มีขนาดพอๆกับหัวของกัสโผล่ออกมาถึง 5 หัวด้วยกันจากนั้นพวกมันก็เคลื่อนไหวไปมาราวกับมีชีวิตพุ่งตรงเข้าไล่ล่าแมลงที่เข้ามาในระยะ10 เมตรรอบตัวกัส