เด็กหนุ่มรีบตั้งตัวก่อนจะขอให้พี่นางฟ้าของมันลุกขึ้น จากนั้นจึงพาไปนั่งที่โต๊ะ พลันกล่าว “ พี่นางฟ้า ข้าต่ำต้อยไม่คู่ควรให้ท่านต้องมาร้องขอเช่นนี้ เื่ราวของท่าน ฮ่าวเทียนไม่อาจช่วยเหลือได้จริงๆ... ”
นางกำมือแน่นหลับตาลงก่อนจะเอ่ยปาก “ เช่นนั้นข้าจะไม่คิดทักท้วงอันใดอีก คิดเสียว่าเื่วันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ฮ่าวเทียน เ้ารักษาตัวด้วย ”
มองดูสีหน้าผิดหวังของนางฮ่าวเทียนไม่อาจทำใจสงบได้แม้แต่น้อย หากแต่คำมั่นที่ให้ไว้กับอาจารย์ก็ไม่อาจละเมิดเช่นกัน ทั้งวังหลวงเป็สถานที่เช่นไร หากเข้าไปพัวพันมีสิบชีวิตคงไม่พอ ยามนี้ทั้งสองพูดคุยกันถึงเื่ราวต่างๆนาๆราวกับสหายที่ไม่พบเจอกันนานปี ก่อนนางจะกล่าวลาฮ่าวเทียน
“ ฮ่าวเทียน นี่ก็ดึกมากแล้ว เ้ารีบกลับไปเถอะ ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะมอบหนังสือเล่มหนึ่งแก่เด็กหนุ่ม ฮ่าวเทียนรับไว้ด้วยความงุนงงพลันกล่าว
“ พี่นางฟ้า หนังสือเล่มนี้คือ...? ” นางตอบกลับทันที “ คัมภีร์า : เทวะประสานปราณ เป็หนึ่งในสมบัติตกทอดจากอดีตกาลของราชวงศ์ กล่าวถึงการหลอมรวมสรรพธาตุ หนังสือเก่าเล่มนี้ไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจได้ หากเป็เ้าที่คุมปราณต่างลักษณ์ได้ คงมีประโยชน์กว่าเก็บไว้ให้ฝุ่นเกาะ ”
ฮ่าวเทียนส่งคืนด้วยไม่อาจรับสมบัติตกทอดเช่นนี้ได้ นางไม่เพียงไม่รับกลับยังส่งสีหน้าไม่สู้ดีกลับมา ทำให้ฮ่าวเทียนจำใจต้องเก็บมันไว้ ก่อนทั้งสองจะไม่พูดคำใด ฮ่าวเทียนจึงขอตัวกลับสำนัก แต่ขณะที่กำลังเดินออกจากศาลานางพลันกล่าวขึ้น “ ฮ่าวเทียน เื่เมื่อครู่ ข้ากล่าวความจริงต่อเ้านะ... ” ได้ยินเสียงตามหลังมาดังนั้นฮ่าวเทียนล้มคว่ำลงไปอีกคราจริงๆ ทำเอานางหัวเราะเบา ด้วยความเขินอายเด็กหนุ่มรีบทะยานจากไป นางมองตามแผ่นหลังนั้นอย่างหดหู่ก่อนจะสะบัดกายกลับไป พลันได้ยินเสียง
“ องค์หญิง กระหม่อมเห็นว่าเขาไม่อาจรับคำท่านได้ เมื่อเป็เช่นนี้.... ” เสียงทหารเฒ่าคู่กายนางดังขึ้น นางตอบกลับไป “ เขาจะช่วยข้าแน่ มีเหตุผลมากกว่าหนึ่งที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ ” นางเหม่อมองไปยังแสงจันทร์ที่กำลังถูกเมฆเข้าบดบัง จึงเดินออกจากศาลา...
ฮ่าวเทียนมุ่งหน้ากลับมายังสำนัก ยามนี้ได้แต่คิดทบทวนเื่ราวต่างๆนาๆจนปวดหัว จึงรีบนอนลงสงบใจ ก่อนจะััได้ถึงเงาร่างหนึ่งด้านนอกประตู เป็เทียนอวิ๋นนั่นเอง เขาััได้ถึงการจากไปและกลับมาของเด็กหนุ่ม
“ ท่านอาจารย์ ท่านทราบเื่แล้วกระมัง ” เทียนอวิ๋นกล่าวตอบ “ เด็กน้อย เ้าตอบรับนางรึไม่ล่ะ ? ” ฮ่าวเทียนครุ่นคิดก่อนตอบกลับ “ ศิษย์ปฏิเสธนางขอรับ แม้บุญคุณใหญ่หลวงของนางต้องทดแทน แต่ด้วยกำลังของศิษย์ยามนี้ เพียงช่วยเหลือตนเองยังยากลำบาก ”
ได้ยินดังนั้นเทียนอวิ๋นหลับตาลงกล่าว “ เ้าเป็เด็กดีเชื่อฟังอาจารย์เสมอ ทว่าก็เพียงตอนนี้เท่านั้น จำคำอาจารย์ไว้ให้ดี วันใดเ้ามีกำลังมากพอจะเหยียบย่ำทุกสิ่งไว้ใต้ฝ่าเท้า คิดทำสิ่งใดย่อมง่ายดาย อนาคตเ้าราชวงศ์ต่ำต้อยนี่ก็ไม่คู่ควร ” ฮ่าวเทียนรับคำอาจารย์ทันที ก่อนเขาจะจากไป “ ท่านดีกับข้ามากจริงๆ... ”
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮ่าวเทียนไปยังตำหนักชั้นเรียนอัจฉริยะเพื่อเข้าร่วมชั้นเรียนตามปกติ อาจารย์ในคาบได้เห็นเด็กหนุ่มจึงงุนงง “ เอ้ะ ฮ่าวเทียน เ้ามาที่ชั้นเรียนทำไม ปีศาจน้อยเช่นเ้าอาจารย์ไม่มีสิ่งใดจะสอนหรอกนะ ? ” เหล่านักเรียนเช่นกัน สายตาที่มองเด็กหนุ่มยามนี้มีเพียงความนับถือชื่นชม เป็วัวควายให้ขี่พวกมันยังยินยอมไม่บิดพลิ้ว
ฮ่าวเทียนหันไปมามองหาเว่ยซินไม่เจอจึงกล่าวถามไป “ ท่านอาจารย์ศิษย์ไม่ได้มาชั้นเรียนเสียนานจึงมารำลึกความหลังบ้างขอรับ เอ้อ...เว่ยซิน ไม่ทราบนางไปไหนรึ ? ” อาจารย์คุมสอนกล่าวตอบ “ ได้ยินว่าวันนี้แม่ทัพหลินแวะมายังวังหลวงเพื่อทำธุระบางประการจึงแวะมาหานางด้วย เ้ามีอะไรรึ ? ” ฮ่าวเทียนตอบกลับอาจารย์ด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะสนุกไปกับชั้นเรียนที่มันจากมานาน
่บ่ายเด็กหนุ่มนั่งโคจรปราณฝึกจิตอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังชั้นเรียน ััที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าจึงค่อยๆลืมตา ทว่าไม่เห็นสิ่งใด เด็กหนุ่มลุกขึ้นด้วยสีหน้าขบคิดสงสัย ใช้ปราณแสง์เข้มข้นแหวกอากาศเหนือศรีษะไปไกล พลังที่ส่งออกไปกระทบกับเงาร่างหนึ่งจึงค่อยๆสลายไป จากนั้นจึงมองเห็นเว่ยซินและชายวัยกลางคนอีกผู้หนึ่ง สองมือไขว้หลังยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศราวกับดวงตะวันเฉิดฉาย เกราะสีเงินใหญ่โตปกคลุมแทบทั่วร่าง ผ้าคลุมสีขาวสะบัดพลิ้วไหว ฮ่าวเทียนเร่งคุกเข่าคำนับ
“ ผู้เยาว์ฮ่าวเทียน คารวะแม่ทัพหลิน ” เว่ยซินยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างกายเขา เสียงดังกังวาลหนึ่งดังขึ้น “ ฉลาดเป็กรด ไหวพริบเป็เลิศ ทายาทแห่งแสงที่โด่งดัง นับว่าไม่ผิดจากคำชื่นชมทั่วสารทิศ ” ฮ่าวเทียนงุนงงกับคำกล่าวนั้น ที่แท้มันโด่งดังถึงเพียงนั้นเชียว
ร่างทั้งสองค่อยๆร่อนลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม แม่ทัพหลินจึงกล่าวออก “ ลุกขึ้น ... ข้ารู้มาตลอดว่าเ้าเป็สหายที่ดีของธิดาข้า นางเอาแต่พร่ำเพ้อเื่ของเ้าให้มารดานางฟัง วันนี้มีโอกาสข้าจึงอยากมาทักทาย ทายาทแห่งแสงคงมิรังเกียจสุนัขราชวงศ์เช่นข้า ? ”
ฮ่าวเทียนเร่งกล่าวตอบ “ ผู้เยาว์ต่ำต้อยบังอาจคบหาธิดาท่านเป็สหาย ทั้งท่านมิได้รังเกียจผู้เยาว์ นับว่าเป็บุญวาสนาต่อผู้เยาว์ขอรับ ” ใบหน้านิ่งเฉยดุดันของแม่ทัพหลินผ่อนคลายลง ก่อนจะผายมือวางหีบเล็กใบหนึ่งลงด้านหน้าเด็กหนุ่ม “ ข่าวว่าเ้าต้องจากไปฝึกฝนโลกภายนอกเป็ปี ยุทธภพมิได้สุขสบายเช่นที่นี่ เ้ารับไว้เถอะ ”
ฮ่าวเทียนรับไว้เมื่อเปิดออกพบเจอทองคำและเงินตราก้อนใหญ่ละลานตา ก่อนจะคุกเข่าขอบคุณแม่ทัพหลินเร่งกล่าว “ ถือซะว่าเป็รางวัลที่เ้าดูแลธิดาข้าตลอดมา หากโลกภายนอกสร้างปัญหาใดแก่เ้า จงไปเยี่ยมเยือนจวนแม่ทัพฝ่ายเหนือและแสดงตราประทับทองคำนั้น จะได้พบข้า ” โดยไม่สนใจคำตอบเด็กหนุ่ม แม่ทัพหลินร่ำลาธิดาของเขาและจากไปทันที
“ ฟู่...ข้าแทบหายใจไม่ออก เว่ยซิน บิดาเ้าน่ากลัวยิ่งกว่าเ้าตำหนักเทพยุทธ์เสียอีก ” เว่ยซินกล่าวตอบ “ ท่านพ่อเป็เช่นนั้นเพียงเปลือกนอก เ้าก็จำไว้เถอะภายภาคหน้าหากพบเจอ ห้ามขัดใจเขา ” ฮ่าวเทียนสับสนงุนงงกล่าวถาม “ แล้วข้าจะต้องเจอเขาไปทำไมล่ะ ? ” จากนั้นเด็กหนุ่มกอดคอเว่ยซินพากันไปเที่ยวเล่นตามเคย...
่เวลาที่สงบสุขนี้ทำให้บรรยากาศภายในสำนักศึกษาเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เว้นก็แต่สถานที่แห่งหนึ่ง ตำหนักเทพยุทธ์ด้านในสุด มู่ชิงเสวียนนั่งอยู่ในห้องของนาง นั่งกำหนดจิตสมาธิด้วยความเรียบนิ่ง ก่อนหญิงสาวผู้หนึ่งจะเข้ามาในห้องนี้ “ ชิงเสวียน ลูกแม่ เ้าถูกกักบริเวณที่นี่มาสองวันแล้ว เหตุใดจึงไม่รับปากบิดาของเ้าไปเสียที แม่แทบขาดใจตายจนต้องมายังที่นี่เ้ารู้รึไม่ ? ”
ชิงเสวียนลืมตาขึ้น “ ท่านแม่ ลูกอกตัญญูไม่อาจทำตามคำขอท่านพ่อ ยังทำให้ท่านเสียใจ เพียงแต่เื่ราวที่เกิดขึ้น ลูกไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ” หญิงสาววัยกลางคนค่อยๆนั่งลงกุมมือของนาง “ ลูกเสวียน เื่ราวอดีตชาติแม้ระลึกได้ก็ยังเป็เพียงอดีต ท่านพ่อของเ้าไม่พึงใจเลย แม่เองเห็นด้วย เหตุใดเ้าไม่ปล่อยวางลง ? ”
ชิงเสวียนมองตาของมารดานางอย่างลึกซึ้ง “ เมื่อระลึกขึ้นมาแล้ว ในใจลูกเต็มไปด้วยความรู้สึกถาโถมนั้น คราก่อนจากกันด้วยไม่ได้บอกกล่าว ยามนี้หวนมาพบเจอกัน ความคำนึงนั้น ลูกไม่อาจปัดผ่านไปได้ ฮ่าวน้อยยามนี้ยิ่งใหญ่จนผู้คนสรรเสริญ ลูกไม่อาจเข้าใจอคติที่ท่านพ่อมีต่อเขาได้ ”
นางฟังคำธิดาจึงถอนหายใจ “ ์ช่างกลั่นแกล้ง ครอบครัวเรามีอดีตเลวร้ายสุดประมาณกับปราณทมิฬ ทั้งเขายังเป็ศิษย์เทียนอวิ๋นอีก ลูกเสวียน แม่ทั้งเข้าใจเ้า และเข้าใจท่านพ่อของเ้า ...ตอบแม่ตามตรง เ้ารักเขาใช่รึไม่ ? ” ชิงเสวียนหวนคิดถึงเื่ราวที่ผ่านมาจึงกล่าวตอบ “ มิใช่ รัก ในแบบหนุ่มสาว เป็ รัก ที่ควรปกป้องดูแล ตอบแทนเขาที่ดูแลข้าตลอดมาในกาลก่อน... ท่านแม่ หากข้าจะมีน้องชายสักคนเป็เื่ผิดนักรึเ้าคะ ?”
นางได้เห็นสายตาท่าทีของนางจึงเข้าใจทันที “ ลูกเสวียน... เ้ายามนี้ 19 ปีแล้ว นับว่าเป็สาวเต็มตัว ชั่วชีวิตเ้าได้แต่ฝึกฝนวิชายุทธ์ตามเจตนารมย์ของบิดาเ้า ไม่เคยได้มีความรู้สึกนึกคิดเป็ของตัวเอง แม่หวังว่าเ้าจะทบทวนเื่ราวนี้อย่างดี และทำให้ความรู้สึกคลุมเครือนี้กระจ่างชัดในใจเ้าสักวัน แม่เชื่อใจลูกของแม่เสมอ... ” นางโอบกอดชิงเสวียนไว้ด้วยความเข้าใจ ทว่ายิ่งทำให้ชิงเสวียนสับสนในความหมายขึ้นไปอีก ด้านนอกประตูเ้าตำหนักเทพยุทธ์ยืนกำมือแน่นดุดันด้วยโทสะ...
ฮ่าวเทียนสงบใจฝึกยุทธ์ไม่ว่างเว้น แม้เว่ยซินจะตัวติดมันปานไหนก็ยังไม่ลดละการฝึกฝน จนถึงวันสุดท้ายที่มันจะได้อยู่ในสำนักแห่งนี้ จากนี้อีกปีไม่อาจหวนกลับมา “ พรุ่งนี้แล้วสินะ... ” ฮ่าวเทียนนอนลงบนเตียงในห้องพักก่อนจะปิดตาลง ทันใดนั้นเองร่างของมันถูกรัศมีกดดันสายหนึ่งแหวกผ่านมิติด้านหน้าดึงตัวมันไปด้านนอก ก่อนจะพบข่ายปราณขนาดใหญ่ครอบคลุมบริเวณนั้นไว้ ฮ่าวเทียนััได้ทันที
“ ท่านเ้าตำหนักเทพยุทธ์ มีอันใดจะชี้แนะศิษย์รึขอรับ ? ” ฮ่าวเทียนรีบถามด้วยความใ ร่างเงานั้นเริ่มปรากฏชัดเจนออกมากลางสวน ในมือถือกระบี่ยาวสีขาวนวลไว้ “ จงตอบข้ามาตามจริง ระหว่างเ้าและชิงเสวียน เ้าระลึกถึงอดีตได้เช่นนางรึไม่ ? ” ฮ่าวเทียนพยุงร่างขึ้นต้านแรงกดดันของอีกฝ่ายจึงกล่าวตอบ “ ท่านเ้าตำหนัก ศิษย์และพี่หญิงเป็พี่น้องที่ดีต่อกัน เื่ราวอื่นใดศิษย์ไม่... ”
ไม่ทันสิ้นคำฮ่าวเทียน เขาสะบัดกระบี่อย่างรวดเร็วรุนแรงจนเด็กหนุ่มกระเด็นไปชนข่ายปราณ คราบเืไหลออกจากมุมปาก พลันได้ยินเสียง “ สวะ! ถึงขั้นนี้ยังกล้ากล่าวว่าพี่น้องได้อีก เ้าดูถูกว่าข้าเป็คนโง่งมดูกลอุบายเ้าไม่ออกรึ!! ” ฮ่าวเทียนกำลังเ็ปพลันนึกถึงคำอาจารย์ของเขาขึ้นมา
“ …ฮ่าวเทียนจงจดจำไว้ อาจารย์หวังให้เ้าเข้มแข็งขึ้นในอนาคต จึงให้เ้ารับปากจะไม่เข้าไปพัวพันกับเื่ราวอันตรายตกตายไปเสีย แต่หากมีผู้ใดคิดกดขี่ข่มเหงกระทำอันตรายเ้าก่อน ก็จงทำลายมันให้ดับดิ้น อย่าให้เกียรติยศแห่งแสง์ต้องถูกล่วงเกิน... ”
นึกได้ดังนี้ฮ่าวเทียนลุกขึ้นยืน หัตถ์พิฆาตหกกงล้อปรากฏในมือเด็กหนุ่ม ปราณแสง์พวยพุ่งเข้าคลุมร่าง พื้นที่โดยรอบเริ่มพังทลายจากการเคลื่อนไหวของัประกายแสง “ ท่านเ้าตำหนัก ศิษย์และพี่หญิงคบหากันด้วยบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยล่วงเกินศีลธรรมอันใด แต่หากท่านไร้เหตุผล ปลดปล่อยจิตสังหารเช่นนี้ ศิษย์ก็ขอตกตายอย่างภาคภูมิ! ”
จบตอน