“เป็นยังไงบ้างทางนั้นว่ายังไง”
“มันสำเร็จ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแค่นี้จะสามารถดึงผู้สืบทอดหญิงคนนั้นออกมาได้ แบบนี้การเดินเกมที่ท่านวางเอาไว้ก็น่าจะรวดเร็วยิ่งขึ้น”
“มันคงราบรื่นกว่านี้ถ้าเธอไม่โผล่ออกมาก่อน คิดไว้แล้วว่าการกำจัดผู้กล้าไปแล้วจะหมดเสี้ยนหนามที่คอยขัดขวางไปซะอีกแต่ไม่ใช่...มันกลับดึงตัวใหญ่ที่เป็นถึงหญิงสาวมากความสามารถให้ออกมา”
“นั่นสิครับถ้าเป็นผู้ชายการกำจัดออกไปมันก็ง่าย...แต่ผู้หญิงนี่สิมันไม่ใช่อะไรที่จะทำก็ทำได้”
“อย่างไรก็ตามหักเหความสนใจของเมญ่า คินซ์ลี่ย์ออกไปเหมือนเดิมคราวนี้ทำให้เธอไม่มีโอกาสมากพอที่จะเข้ามาร่วมในเกมนี้ได้ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะด้านการใช้หัวคิดกับเธอได้หรอกคนที่เก่งในด้านกลยุทธ์ขั้นสูงสุดจนไม่มีใครเทียบได้อย่างเธอคนนั้นถ้าปล่อยเอาไว้มันก็จะเป็นเหมือนกับหอกที่จะพุ่งแทงพวกเราตอนไหนก็ได้”
“รับทราบครับ แล้วเรื่องนั้นท่านคิดว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน…”
“เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับคนคนนั้นแต่ยังไงก็ตามกันไว้ดีกว่าการจะกลับมาแก้ทีหลัง ส่งคนไปสืบด้วยว่าเคยมีการพบกันของเธอคนนั้นกับคนคนนั้นรึเปล่า”
“รับทราบครับ”
บทสนทนาปริศนาถูกบันทึกได้จากการสอดแนมของใครบางคนที่อยู่ห่างออกไปถึงสามกิโลเมตร
คนที่สอดแนมที่ว่านั้นก็คือ อเดไลน์ โอเลี่ยน ที่มาปรากฏตัวที่นี่เพราะได้รับข่าวสารจากหน่วยสืบลับของเธอที่ตามสืบจนเจอสถานที่แห่งนี้และได้มาซึ่งบทสนทนาที่เธอต้องการ
“แบบนี้ยุ่งยากแล้วสิ ถึงจะจับได้แค่เสียงก็เถอะอย่างน้อยก็รู้ว่าพวกมันกำลังจะวางแผนอะไรบางอย่าง ต้องรีบไปบอกโนอาห์ในเรื่องนี้แล้ว”
“แบบนี้คงแย่แน่ค่ะนายหญิงอเดไลน์การเข้าไปยุ่งกับเธอคนนั้นที่นายหญิงยังไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอเป็นอย่างดี ดิฉันคงปล่อยให้ท่านไปไม่ได้หรอก ครั้งก่อนก็เป็นท่านที่ดึงอีธาน ฟรานซิสออกไปจากการสนใจเพื่อหลีกเลี่ยงการพบกันที่ก่อให้เกิดอันตรายในภายภาคหน้าขืนนายหญิงเคลื่อนไหวไปมากกว่านี้ละก็...”
“เบลล่า ถ้าเธอเห็นโนอาห์แล้วได้พูดคุยหรือไม่ก็เห็นผ่านการกระทำของจริงสักครั้งเธอจะเข้าใจเองว่าทำไมฉันถึงสนใจโนอาห์ แน่นอนว่าตอนแรกก็คิดว่าจะใช้โนอาห์เป็นเครื่องมือในการโจมตีสองสามีภรรยาคู่นั้นแต่ฉันเปลี่ยนใจแล้วหลังจากที่ไปพบเจอกับเธอในตอนไปแสดงความยินดี”
“นายหญิงมันอันตรายเกินไปแล้วนะคะ ที่ท่านจะไปยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้าแบบนั้น”
“ไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอกนะเบลล่า...แต่เป็นเพื่อนของฉันต่างหาก”
เบลล่าตกตะลึงในท่าทีแข็งกร้าวของอเดไลน์ที่แสดงออกมา เพราะตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันมาเธอเป็นเพียงคนที่เข้าใจในตัวของอเดไลน์มากที่สุดในฐานะเพื่อน ผู้ติดตาม หรือแม้กระทั่งผู้ดูแลเธอคิดว่าในโลกนี้อเดไลน์ควรจะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับใครบนโลกใบนี้อีกแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ว่านายหญิงจะตัดสินใจแบบไหนดิฉันก็จะตามท่านไปยังจุดหมายปลายทางแห่งนั้น”
“ดีมาก ฉันหวังว่านั่นจะเป็นคำพูดในฐานะเพื่อนของฉันมากกว่าผู้ติดตามนะ”
คำพูดนั้นเองทำให้เบลล่าเผยรอยยิ้มออกมา
“ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งท่านก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ดิฉันไม่หาย ได้สิค่ะคำพูดนั้นเป็นคำพูดในฐานะเพื่อนของท่าน”
“ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกที่จะเชื่อเธอในวันนั้นมากกว่าการที่เชื่อในตัวของพี่สาว”
ใช่แล้วละถ้าหากอเดไลน์ไม่เชื่อในตัวของเบลล่าที่จะออกมาจากโซ่ตรวนของตระกูลโอเลี่ยนป่านนี้เธอคงแต่งงานออกไปอยู่ตระกูลไหนสักตระกูลหรือไม่ก็กลายเป็นพระชายาไปแล้วก็ได้ เนื่องด้วยคำพูดของเบลล่าที่อเดไลน์เลือกที่จะเชื่อมันก็เลยทำให้เธอมีวันนี้ได้และสามารถคุมอำนาจเหนือตระกูลของตนเองแม้แต่ตระกูลใหญ่มากมายรวมถึงราชวงศ์เองก็ด้วย
คำสั่งของอเดไลน์ถูกส่งออกไปจากการตัดสินใจของเธอ ยอดฝีมือที่มีความสามารถหลายคนได้ถูกส่งออกไปเพื่อไปช่วยเหลือทางด้านของโนอาห์ที่ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังกับดักที่สามารถเอาชีวิตของโนอาห์ไปอีกครั้งได้
..........
“มันแปลกมากทำไมเมืองที่ผ่านมาถึงไม่มีวี่แววของผู้คนเลย”
ไมอาที่สังเกตโดยรอบผ่านการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ปัจจุบันก็พูดขึ้น
“มันน่าแปลกจริงๆนายหญิงพวกเราว่ายกเลิกการเดินทางไปกันเถอะ ถึงแม้ว่าในภาพฉายจะไม่สามารถหลอกลวงได้แต่ดิฉันว่านี่ต้องเป็นกับดักที่อันตรายมากอย่างแน่นอน”
ส่วนซาเรียก็ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าออกมาเหมือนกับไมอาเธอได้พูดออกมาในทันที
“ไม่ได้ ฉันอุตส่าห์บอกกล่าวกับเมญ่าไปแล้วและที่มานี้ไม่ใช่เพราะอยากปกป้องหรือรักษาอะไรทั้งนั้นของแบบนั้นไม่มีค่าพอมากกว่าการใช้เวลาอยู่กับเมญ่าหรอก ที่มาที่นี่นั้นเป็นเพราะคำเชิญชวนต่างหาก”
ทุกคนแสดงสีหน้างุนงงออกมาแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกัน
“คำเชิญชวน?”
“ใช่แล้วคำเชิญชวนประมาณว่า “ถึงแม้ว่าแผนการของฉันที่จะครอบครองตระกูลเอาไว้จะล้มเหลวไป แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะกำจัดได้ง่ายดายขนาดนั้น ของจริงมันจะเริ่มต่อจากนี้หากเธอได้มาเห็นด้วยตาของตนเองก็จะเข้าใจเองแต่ถ้าไม่มาฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลคินซ์ลี่ย์อีกบ้าง” นั่นคือสิ่งที่สื่อจากภาพฉายที่ฉันตีความได้และดูเหมือนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังท่านลุงลีโอจะเป็นคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี”
“แบบนั้นยิ่งไม่น่ารับคำเชิญชวนแบบนั้นแล้วมาที่นี่”
“กลับกันต่างหากถ้ายิ่งไม่มาที่นี่เรื่องเลวร้ายมันจะมากกว่าการที่เมืองนั้นที่อยู่ในเขตปกครองจะแยกตัวออกไป มันจะกลายไปเป็นสงครามเลยยังไงละ”
“สงคราม!”
“จากที่ฉันศึกษาเกี่ยวกับที่นั่นมาเป็นเวลานาน ฐานอำนาจของที่นั่นไม่ได้กลายเป็นของตระกูลคินซ์ลี่ย์อีกต่อไปแต่กลายเป็นของใครบางคนมาโดยตลอดตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปแล้ว”
ใช่แล้วในตอนที่เธอยังเป็นผู้กล้าอยู่นั้นเธอได้เคยศึกษาเมืองแห่งนั้นที่เธอไม่ไปอีกเลยตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปเพราะไม่มีอะไรให้ผูกพันกับมันอีก
เมืองแห่งนั้นมันไม่ถือว่าเป็นเขตปกครองของตระกูลคินซ์ลี่ย์ในสายตาของเธออีกต่อไปตั้งแต่ตอนนั้นนั่นก็เพราะเรื่องราวที่แสดงออกมาหลังจากที่ท่านแม่จากไปก็คือความจริงที่ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่อย่างการให้ที่อยู่กับพวกปีศาจ...
. . .