ขณะเดียวกันกฤษฎิ์ที่เดินออกมารับสายอยู่หน้าบ้านแฝดก็เพิ่งวางสายลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เป็จังหวะเดียวกับที่จินเดินตามออกมาพอดี
“เต๋าว่ายังไงบ้าง?” จินถามขึ้น
กฤษฎิ์มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “จริงอย่างที่นายว่าเลยจิน! เต๋าไปเจอแฟ้มคดีคนหายตั้ง 500 กว่าคดีที่ยังปิดไม่ได้ แถมไม่มีชื่ออยู่ในระบบเลยสักคดีเดียว ที่น่าขนลุกคือมันหายกันมาต่อเนื่องั้แ่ปี 2410 จนถึงตอนนี้เลยนะ”
“ชัดเลยว่าหมู่บ้านนี้ต้องมีอิทธิพลมืดคอยบงการอยู่จริงๆ” จินพึมพำเสียงเรียบ “เพราะตามหลักแล้ว ต่อให้เป็คดีที่มืดแปดด้านแค่ไหน มันก็ต้องถูกบันทึกไว้ในสารบบ เผื่อวันข้างหน้าจะมีหน่วยสืบสวนอื่นมารับ่ต่อจนจบ แต่นี่กลับปล่อยให้หายไปเฉยๆ เหมือนตั้งใจจะลบตัวตนคนหายออกไปจากโลกนี้เลย”
“นั่นสิ” กฤษฎิ์เห็นพ้อง
ทั้งคู่พูดคุยกันพลางเดินลงเขามาเรื่อยๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเ้าเดิมเมื่อเช้า จินหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มว่าให้ไปเจอกันที่ร้านได้เลย เมื่อกฤษฎิ์เห็นว่าจินแจ้งเพื่อนเรียบร้อยแล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเปิดประเด็นต่อทันที
“แล้วตำรวจที่ประจำการอยู่ที่นี่มีใครบ้าง” จินโพล่งถามต่อ
กฤษฎิ์ส่งมือถือที่โชว์รูปบอร์ดหน้าสถานีซึ่งเต๋าแอบถ่ายมา พลางอธิบายประวัติที่สืบมาได้ให้ฟัง “คนแรกคือ ‘ร.ต.อ. วีรยุทธ’ หรือชาวบ้านมักเรียกว่า ‘ผู้กองยุทธ’ อายุ 42 ปี หัวหน้าหน่วยที่นี่ แกเป็คนอำเภอเมืองจังหวัดนี้นี่แหละ ย้ายมาไม่ถึงสิบปีแต่ชาวบ้านเกรงใจมาก เพราะบุคลิกภายนอกดูใจดีแต่จริงๆ คือเด็ดขาดเอาเื่ ปกติแกชอบใส่ชุดครึ่งท่อนนั่งจิบกาแฟอยู่หน้าโรงพัก คอยไกล่เกลี่ยเื่ทะเลาะวิวาทหรือปัญหาที่ดินให้ชาวบ้านจบลงด้วยการคุยกัน จะได้ไม่ต้องแจ้งความให้เป็เื่ใหญ่”
กฤษฎิ์ใช้นิ้วเลื่อนรูปถัดไป “ส่วนนั่น ‘ด.ต. สมศักดิ์’ เรียกสั้นๆ ว่า ‘ดาบศักดิ์’ อายุ 53 แล้ว รายนี้มีพละกำลังแฝงเยอะสุดในสถานีเลยล่ะ เดิมทีเป็คนกรุงเทพฯ แต่มาได้เมียอยู่บ้านดอนแก้วหมู่บ้านข้างๆ นี่เอง จนตอนนี้กลายเป็เขยสายแข็งที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของตำบลไปแล้ว ดาบศักดิ์จะไม่ชอบพกปืนแต่จะสะพายย่ามทอพื้นเมืองติดตัวตลอด ความลับกับสายข่าวในพื้นที่อยู่ในมือแกหมดแหละ”
“แล้วคนล่ำๆ นั่นล่ะ” จินถาม
“คนนั้น ‘จ.ส.ต. มานะ’ อายุ 34 มาจากอำเภอเขตูเาในจังหวัดนี้นี่แหละ เป็หน่วยเคลื่อนที่เร็วประจำโรงพัก แกบ้าพลังแล้วก็จริงจังกับการทำงานมากนะ ไม่ว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์วิบากออกตรวจตามไร่นา หรือเข้าชาร์จวงไพ่กับพวกวัยรุ่นสร้างตัวที่ชอบสร้างความเดือดร้อน จ่านะจัดการเรียบ”
ระหว่างที่จินกำลังกวาดสายตาดูรูปตำรวจในมือถือของกฤษฎิ์ สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เดินผ่านพวกเขาไป ผิวพรรณดูเข้มจากการกรำแดด เขาสวมใส่เสื้อยืดสีดำที่ดูคล่องตัวและกางเกงทะมัดทะแมง เขาก้าวเท้าลงเขาไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งหน้าตรงไปยังร้านอาหารด้านล่างเช่นเดียวกับจินและกฤษฎิ์
กฤษฎิ์เลื่อนมาถึงรูปสุดท้าย “คนสุดท้ายก็น้องเล็ก ‘ส.ต.ต. ธนิน’ หรือ ‘หมู่ตั้ม’ อายุ 22 เอง เพิ่งจบมาบรรจุ รายนี้ลูกหลานบ้านสบหมอกของแท้เลย เป็ลูกชายร้านของฝากในตลาดสบหมอก น่าจะเป็ร้านเดียวกับที่พวกนายไปกันมานั่นแหละ หมู่ตั้มเป็คนเดียวที่คล่องเื่คอมฯ กับโซเชียล งานเอกสารทั้งโรงพักเลยมากองอยู่ที่มันคนเดียว แถมหน้าที่สำคัญคือมักจะโดนรุ่นพี่ใช้ไปซื้อลาบคั่วที่ตลาดมาเป็มื้อเย็นอยู่บ่อยๆ”
จินมองรูปเ่าั้ด้วยสายตาพิจารณาสักพัก กฤษฎิ์จึงโพล่งขึ้นมาว่า “เป็ไปได้ไหมที่ตำรวจพวกนี้จะร่วมมือกับแก๊งลักพาตัวในหมู่บ้าน”
“ก็มีความเป็ไปได้นะ” จินตอบสั้นๆ
“แล้วตอนนี้นายเล็งใครไว้ในใจรึยัง” กฤษฎิ์ถามพร้อมสบตาจิน แต่จินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ยังไม่มี”
“คดีเ่าั้ หมู่ตั้มเป็คนลงบันทึกคดีใช่ไหม?” จินถามย้ำ
“ใช่” กฤษฎิ์ตอบสั้น
“แล้วแฟ้มคดีล่าสุดที่ยังไม่ได้ลงระบบ มีการเซ็นรับรองไปรึยัง?” จินถามเพิ่ม
“ยังไม่มีนะ...” กฤษฎิ์ส่ายหน้า “...ส่วนคดีเก่าๆ ก่อนที่ผู้กองยุทธจะมารับตำแหน่ง มีเซ็นรับรองบ้างไม่มีบ้าง แต่ทั้งหมดนั่นไม่เคยถูกลงระบบมาเป็ร้อยปีแล้วจริงๆ เราเลยสั่งให้ทีมสืบประวัติตำรวจพวกนี้แบบละเอียดไปแล้วล่ะ”
จินพยักหน้าพลางใช้ความคิด ข้อมูลที่มีมันยังไม่เพียงพอที่จะสรุปอะไรได้ เขาจึงบอกให้กฤษฎิ์กำชับเต๋าให้ดูรายละเอียดเชิงลึกของคดีเ่าั้อีกที กฤษฎิ์พยักหน้าตอบรับเบาๆ พร้อมส่งข้อความสั่งงานเต๋า
จู่ๆ กฤษฎิ์ก็หันมามองเพื่อนแล้วยิ้ม “จริงๆ เราว่านายดูมีความสุขกับการได้เป็สายสืบนะ”
จินชะงักไปเล็กน้อย “อย่างงั้นเหรอ?”
“ก็แหงดิ ตอนนี้นายดูเหมือนจะลืมเื่รินกับเื่ที่ต้องลาออกไปจนหมดแล้วนะเนี่ย...” กฤษฎิ์ชะงัก เพราะเหมือนเขาจะเผลอพูดชื่อของคนที่ไม่ควรพูดเข้าให้แล้ว
จินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “คงงั้นมั้ง เพราะมีหลายเื่ให้คิดน่ะ”
“เห็นนายหายดีเราก็สบายใจละ” กฤษฎิ์พูดทิ้งท้าย
จินหยุดคิดเื่คดีไปชั่วขณะ มโนภาพในหัวของเขาขยับเขยื้อนอย่างบ้าคลั่ง ภาพแฟ้มคดีห้าร้อยกว่าคดีที่ยังปิดไม่ได้และยังไม่มีการลงระบบซ้อนทับเข้ากับความทรงจำอันมืดมิดในอดีตจนเขาต้องพยายามควบคุมจังหวะหายใจให้คงที่ เขาพยายามดึงสติกลับมาเมื่อนึกได้ว่าจุดประสงค์ที่เพื่อนๆ พาเขามาที่นี่ ก็เพื่อฉลองวันเกิดและอยากให้เขาคลายความเศร้าจากการสูญเสียของเธอคนนั้น
เขายังจำความรู้สึกตอนที่จรดปากกาเซ็นใบลาออกได้ดี มันไม่ใช่แค่การสละตำแหน่ง แต่มันคือการทิ้งประสบการณ์ 4 ปีที่เขาสร้างร่วมกับกฤษฎิ์มาอย่างยากลำบาก นับั้แ่ ‘คดีคฤหาสน์นาฬิกา’ ที่แจ้งเกิดพวกเขาในฐานะคู่หูอัจฉริยะ จินใช้ระบบ Mind Palace ภายในสมองของเขาแกะรอยกลไกสังหารจากเสียงเข็มนาฬิกาที่เหลื่อมล้ำเพียงเสี้ยววินาที จนกลายเป็ดาวเด่นที่กรมตำรวจฝากความหวังไว้ แต่ยิ่งพวกเขาฉายแสงท่ามกลางความยุติธรรมมากเท่าไหร่ เงามืดที่คอยจับจ้องอยู่เื้ัก็ยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
จนกระทั่งมาถึงคดีล่าสุดที่เดิมพันด้วยชีวิต มันคือการเผชิญหน้ากับ ‘องค์กรนักฆ่าอิสระ’ ระดับชาติที่มีเครือข่ายโยงใยไปถึงผู้มีอิทธิพลระดับสูง และที่เลวร้ายที่สุดคือมันฝังรากลึกอยู่ในกลุ่มนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จินเคยเคารพรัก เมื่อเขาเริ่มขุดลึกจนเกือบถึงตัวบงการ คำสั่งจากเบื้องบนก็ถูกส่งลงมาด้วยความเงียบเชียบแต่เด็ดขาด “ให้หยุดสืบและทำลายสำนวนทิ้งเสีย”
แต่คนอย่างจินเลือกที่จะท้าทายอำนาจมืด เขาแอบสืบสวนต่ออย่างลับๆ แม้จะถูกสั่งพักงานจนถูกสั่งย้ายด่วนเพื่อตัดตอน ความอยุติธรรมที่กัดกินระบบจนเน่าเฟะทำให้จินตัดสินใจโยนตราโล่ทิ้งเพื่อรักษาอุดมการณ์ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาต้องทิ้งอาชีพนี้ไป... าแที่แท้จริงซึ่งทำให้เขาลืมไม่ได้ คือเหตุการณ์ใน ‘คดีก่อนสุดท้าย’ ที่ยังคงตามหลอกหลอนเขาในทุกมโนภาพ
ในตอนนั้น เหยื่อคือ ‘ริน’ พนักงานบัญชีสาวที่บังเอิญไปพบไฟล์ลับการจ่ายสินบนขององค์กรนักฆ่า จินมั่นใจในแผนการช่วยเหลือของตัวเองมาก เขาคำนวณความเป็ไปได้ถึง 128 รูปแบบ และเลือกสะพานลอยแห่งหนึ่งเป็จุดปิดล้อมเพื่อชิงตัวเธอออกมา จินมั่นใจในแผนการช่วยเหลือของตัวเองมาก เขาคำนวณเวลาและเส้นทางไว้อย่างไร้ที่ติ แต่เขากลับประเมินความอำมหิตของพวกมันต่ำไป ฆาตกรไม่ได้ใช้ปืนหรือะเิตามที่เขาคาดการณ์ แต่มันกลับใช้ ‘คลื่นความถี่สูง’ รบกวนประสาทส่วนกลางของรินในระยะไกล จนเธอเกิดอาการเวียนศีรษะกะทันหันและเซถลาไปพิงราวสะพานลอยที่ถูกคลายเกลียวไว้ล่วงหน้า
จินสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณด้านล่างของสะพานลอย แต่ทุกอย่างกลับสายเกินไป เสียงะโเรียกของเขาถูกกลบด้วยเสียงสายฝน ร่างของรินร่วงดิ่งลงสู่ถนนเบื้องล่าง ถึงจินจะช่วยคว้าตัวเธอออกมาจากทางรถบรรทุกได้ทันเวลา แต่แค่แรงกระแทกจากการร่วงหล่นลงสู่พื้นถนน ก็รุนแรงมากพอที่อวัยวะสำคัญของเธอจะพังทลายไปหมดแล้ว ในอ้อมกอดที่สั่นเทา รินพยายามเปล่งเสียงแ่เบาทั้งที่เืทะลักท่วมปาก แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวฝากฝังคำขอสุดท้ายไว้ว่า “ช่วย... พ่อหนู... ด้วย...”
ขณะที่จินถูกจองจำอยู่กับความรู้สึกผิด กฤษฎิ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์นองเืคืนนั้นเช่นกันกลับมีมุมมองที่ต่างออกไป กฤษฎิ์คือคนที่วิ่งเข้าไปประคองทั้งจินและร่างของรินไว้ท่ามกลางแสงไฟไซเรน เขาเห็นทุกความตายและััได้ถึงความอำมหิตของศัตรูไม่ต่างจากจิน แต่กฤษฎิ์เลือกที่จะให้อภัยตนเองจากความสูญเสียของรินในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก เขาไม่ได้ลืม แต่เขามองว่ามันคือ ‘า’ ที่ย่อมมีความสูญเสียเกิดขึ้นได้เสมอ กฤษฎิ์สลัดความเศร้าทิ้งไปอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนมันเป็สัญชาตญาณการเอาตัวรอด เขาไม่ยอมให้ภาพความตายของรินมาเป็โซ่ตรวนที่ทำให้เขาเสียสมาธิในการล่า เพราะสำหรับกฤษฎิ์ การมีชีวิตอยู่เพื่อลากคอพวกมันมาลงนรกนั้นสำคัญกว่าการจมอยู่กับกองเืในอดีต
ความเย็นะเืของความตายที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้วในคืนนั้น ยังคงตามมาหลอกหลอนจินทุกครั้งที่ััสิ่งของ แววตาที่หม่นแสงลงของรินกลายเป็เครื่องเตือนใจถึงความพ่ายแพ้ที่เขาไม่อาจแก้ไขได้ จินจึงเปลี่ยนความเ็ปนั้นให้เป็แรงขับเคลื่อนที่บ้าคลั่ง ขณะที่กฤษฎิ์ทำหน้าที่เป็ ‘สติ’ ที่คอยดึงจินกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง กฤษฎิ์พยายามทำให้จินเห็นว่ารินคืออดีต แต่ศัตรูที่ยังมีลมหายใจอยู่คือปัจจุบัน
จินแสร้งยิ้มบางๆ ออกมาเพื่อให้เพื่อนสบายใจ “ขอบใจนะกฤษฎิ์ เราโอเคขึ้นเยอะแล้วล่ะ”
แต่ความจริงที่กฤษฎิ์ไม่มีวันรู้... คือตอนนี้ในหัวของจินไม่ได้มีภาพของรินหลงเหลืออยู่แล้ว กาลเวลาและเื่ราวที่หนักหนาสาหัสกว่านั้นได้ชะล้างความโศกเศร้าเื่เก่าไปจนหมดสิ้น จินในวันนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความแค้นในคดีอาชญากรรมธรรมดาอีกต่อไป แต่เขากลับมองเห็นภาพที่ใหญ่กว่าและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น
จุดประสงค์เดียวของเขาในตอนนี้ คือการเตรียมรับมือกับมหาาระหว่างเหล่าเทพ มนุษย์ ปีศาจ และสัตว์นรก ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
กฤษฎิ์แอบมองเพื่อนคู่หูพลางคิดในใจว่า เขาจะทวงความยุติธรรมเผื่อในส่วนของจินเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แม้จินจะยังก้าวข้ามภาพความตายนั้นไม่ได้ แต่เขาจะเป็คนแบกความแค้นนี้ไปข้างหน้าเอง เพื่อรอเวลาที่จะปิดบัญชีนี้ให้จบสิ้นลงเสียที