ทั้งสองทำการจัดเก็บขวดยาไว้ในตู้เซฟก่อนจะขึ้นไปยังห้องพัก ขณะที่เบรนกำลังจะปิดประตูมีนาก็สอดเท้าเข้ามาขวางไว้
“ไปนอนได้แล้วมีนา” เบรนทำท่าเหมือนกับผู้ใหญ่กำลังดุด่าเด็กน้อย เห็นดังนั้นมีนาก็มีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เธอขับปากเอื้อนเอ่ยคำออกมา
“ฉันไม่ได้เจอเธอมาหลายเดือนเลยนะ ขอนอนด้วยหน่อย นะ นะ นะ ตอนทำภารกิจของสมาคมนักล่า ก็เอาแต่นอนในเต็นท์ แข้งแข็ง “ปากไม่ได้พูดอย่างเดียว มือของเธอเธอคว้าแขนของเบรนเข้ามากอดทำการออเซาะออซ้อคลอเคลียหนุ่มผมแดงจนเกิดอาการกระอักกระอ่วน
“ก็ได้ ก็ได้ นอนเฉยๆ นะอย่าทำอะไรแปลกๆ ไม่งั้นเธอได้ไปนอนข้างนอกแน่ “มีนาพยักหน้าหงึกๆ เป็การรับคำก่อนจะใช้ริมฝีปากขบติ่งหู ทำให้เบรนตัวสั่นไม่น้อย และเธอหัวเราะคิ๊กคั๊กอย่างชอบใจ ทั้งคู่ค่อยๆ ล้มตัวนอนอย่างอ่อนล้า เพราะวันนี้ถือเป็งานหนักชิ้นหนึ่งในรอบหลายปีเลยทีเดียว
รุ่งขึ้นเบรนก็เดินไปเคาะห้องของกอนเพื่อเรียกกอนลงมากินข้าว แต่เมื่อคืนหลังจากที่หลับไปได้ไม่นานกอนก็ตื่นขึ้นมาเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรฆ่าเวลาก็เลยฝึกโคจรธาตุดินและไฟ จนพลังธาตุิญญาหมดแล้วดูดซับกลับมาใหม่เพื่อเพิ่มระดับพลังธาตุิญญา เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกของเบรน เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินลงไปทานข้าว
“ไม่ได้กินของอร่อยๆ มาตั้งนานแล้ว ขอกินแบบไม่เกรงใจละนะ” กอนพ่นลมพร้อมระบายความอัดอั้นในใจออกมา ก่อนจะสวาปามไปน้ำตาไหลไป ทำให้ทั้งเบรนและมีนาต่างเลิกคิ้วสงสัยพร้อมกันและยังใกับท่าทีของกอน จนเมื่อกินกันเสร็จแล้ว มีนาจึงเอ่ยปากถาม
“กอน กอน กอน!!!!” กว่ากอนจะสนใจก็ทำเอามีนาะโเสียงดังจนเบรนแทบจะตกเก้าอี้
“ห่ะ หา ว่าไงนะ”
เพราะมัวแต่คิดถึงวันวานของอาหารและเ้าปลาตัวน้อยที่เขาเลี้ยงดูอย่างถะนุถนอมก็อดคิดถึงหุบเหวนั้นไม่ได้
“ที่ว่าไม่ได้กินของอร่อยมาตั้งนานนะหมายความว่าไง แล้วทำไมกินไปร้องไห้ไป” หญิงสาวยิงคำถามใส่กอนเป็ชุดๆ แทบจะไม่ได้เว้นจังหวะหายใจเลยด้วยซ้ำ แต่เหมือนกับว่าเขาพึ่งนึกอะไรออกจึงเอ่ยถามมีนาก่อน
“เดี๋ยวก่อนนะนะ วันนี้วันที่เท่าไหร่ ปีไหน “กอนแหกปากถามจนทั้งคู่ใ เพราะเขาลืมถามเื่นี้กับผู้คนในเมืองั้แ่เข้ามาในเมืองนี้แล้ว
“วันนี้วันที่ 16 ฤดูใบไม้ร่วงเดือนที่ 2”
เมื่อได้ยินคำตอบจากเบรนเขาก็คำนวณในใจเล็กน้อย เวลาที่เขานับได้ตอนออกมาจากถ้ำสู่หุบเหวเขาได้ขีดเอาไว้ที่ผนังก็ผ่านมาแล้วสองปี แสดงว่าเขาสลบและอยู่ในถ้ำที่มีผลึกแสงถึงสองเดือน มิน่าละตอนนั้นร่างกายถึงไม่มีเรียวแรงอะไรเลย กอนนึกถึงวันเก่าๆ โดยลืมไปว่ามีนาถามเขาอยู่
“ถึงไหนแล้วนะ เออคือ... พอดีฝึกวิชาอยู่ในเขตฝึกของอาจารย์สองปีนะ เลยได้กินแต่เนื้อตากแห้ง ขนมปัง แล้วก็ปลาตากแห้งบ้างปลาสดๆ ย่างบ้าง แล้วก็มีผลไม้ให้กินบ้างนิดหน่อย” เขาให้คำตอบทั้งจริงบ้างเท็จบ้าง แต่อย่างน้อยเื่ฝึกวิชาแล้วก็เื่อาหารเป็เื่จริง
ส่วนเื่หุบเหวนั้นก็น่าจะนับเป็เขตฝึกฝนแทนได้ เขาไม่อยากบอกใครเื่หลุมศพของอาจารย์เขา เพราะเขายังไม่แน่ใจว่ายังมีคนคิดตามล่าตราที่อาจารย์เก็บติดตัวไว้หรือไม่
ทั้งเบรนและมีนาต่างก็แปลกใจไม่น้อย ทั้งที่กอนเอาแต่ฝึกแต่กลับมีฝีมือเหนือกว่ามีนาที่เป็นักล่ายศเงินระดับต้นและมีประสบการณ์ต่อสู้จริงมามากพอสมควร แถมอายุของกอนก็ไม่ได้ห่างจากพวกเขามากซักเท่าไหร่ แสดงว่าอาจารย์ของเขาต้องเป็ยอดมีฝีมือแน่นอน ถึงฝึกสัตว์ประหลาดตัวนี้ออกมาได้
ความจริงแล้วที่กอนมีฝีมือขนาดนี้ก็เป็เพราะความทรงจำและประสบการณ์จากชาติก่อนอีกทั้งยังมีศาสตร์หลายๆ อย่างที่เขาเรียนมาในชาติก่อนแม้กระทั่งวิชาต่อสู้เขาเองก็เรียนมาไม่น้อย ทำให้ชาตินี้เมื่อได้เรียนวิชามวยไร้สิ้นสุดกับท่าเท้าก้าวชมจันทร์ ทำการประยุกต์วิชาทั้งสองรวมกับวิชาต่างๆ กับประสบการณ์ต่อสู้จริงของชาติก่อน จึงสรรสร้างให้ฝีมือเขามีมากขนาดนี้ หากมีเวลามากกว่านี้และด้วยวิธีการฝึกของเขา อีกไมนานเขาก็จะสามารถก้าวไปจุดเดิมของชาติที่แล้วได้แน่นอน
หลังจากได้ยินคำตอบจากกอนมีนาจึงเอ่ยปากชวนกอนเข้าสมาคมทันที
“นี่ๆ กอน มาเข้าสมาคมนักล่าไหม ระดับนายฉันว่าคงเป็นักล่าระดับทองได้ไม่ยาก” ได้ยินมีนาชวนแบบนี้กอนก็แทบไม่ต้องคิดคำตอบเลย
“ฉันยังมีธุระอยากทำอยู่นะ อีกอย่างฉันไม่อยากมีข้อผูกมัดอย่างสมาคมต่างๆ ด้วย “เมื่อได้ฟังคำตอบจากกอน มีนาก็ยังไม่ยอมแพ้เธอจึงเสนอเงื่อนไขต่อไปทันที
“สมาคมนะให้อิสระกับนักล่าแน่นอน ไม่จำเป็ต้องทำตามคำสั่งของสมาคมทุกคำสั่งหรอก เพราะเราสามารถรับภารกิจไปทำเองคนเดียวก็ได้เป็กลุ่มก็ได้ ยกเว้นว่าหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินทางสมมาคมจะขอความร่วมมือ แต่ก็มีรางวัลให้สมน้ำสมเนื้อนะ อีกอย่างถ้าเป็นักล่าของสมาคม ยิ่งยศสูงก็ยิ่งหาข่าวสารที่คนทั่วไปไม่สามารถหาได้อีกเยอะเลยนะมี สิทธิต่างๆ มากมาย เวลาเข้าเมืองก็แค่แสดงตราประจำตัวนักล่าออกมาก็เท่านั้น” เธอสาธยายจนน้ำลายฟูมปากไม่เว้นจังหวะให้กอนได้ถาม หวังว่าจะให้กอนเป็นักล่าให้ได้ เธอถึงกับแฉความลับต่างๆ ของเบรนที่เป็นักล่ายศทองแดง ให้กอนได้ฟังด้วย
“อืม..... ขอคิดดูก่อนละกัน” เขาครางอกมายาวๆ ก่อนจะตอบกลับไปเนื่องจากข้อมูลที่มีนาพูดมามันก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะสมาคมนักล่ามีอยู่ทุกที่ทุกทวีป เขาเว้น่คิดนานไปหน่อย จนคราวนี้เป็ทีของเบรนถามเขาบ้าง
“ฉันถามหน่อยได้ไหม ร้านใหญ่ๆ หลายร้านในเมืองนี้ก็มีเยอะแยะ ทำไมถึงเลือกร้านฉันละ” กอนมองหน้าของเบรนพลางตอบกลับไปทันที
“ร้านใหญ่มันจะกดเอากำไรของฉันเยอะไป เพราะมันคิดถึงแต่กำไร หากมันรู้สูตรยาหรือวิธีหลอมก็อาจจะเตะฉันออกเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นจึงเลือกร้านนายไง เก่าๆ ซ่อมซ่อดีและอีกอย่าง ฉันชอบเริ่มจากอะไรเล็กๆ เสมอ “กอนพูดถึงตรงนี้เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก
“อ๋อ ยังไม่ได้ตกลงเื่กำไรเลยนี่นา เอาอย่างนี้นายเป็คนหาวัตถุดิบและออกค่าใช้จ่ายให้รวมทั้งต้องขายเองอีก นายเอาไป60ก็แล้วกันส่วนฉันขอ40ก็พอ” เบรนฟังคำตอบอย่างจดจ่อ แต่ก็แทบตกเก้าอี้เมื่อกอนสาธยายเกี่ยวกับร้านของเขา ถึงมันจะเก่าแต่นี่ก็เป็สิ่งที่พ่อแม่ของเขาเหลือไว้ให้ และเขาก็ไม่ได้โกรธอะไรเนื่องจากส่วนแบ่งที่กอนบอกออกมาทำให้ความหวังของเขาและพ่อจะกลับมาอีกครั้ง เขาจึงยื่นมือไปจับมือของกอน
“ตกลง...... ว่าแต่นายจะขายมันยังไงละ จะวางราคาขายเท่าไหร่”
“เื่นี้นายจัดการได้เลย ยังไงราคามันต้องสูงมากกว่ายาปกติทั่วไปอยู่แล้วละ” กอนตอบกลับไปโดยไม่สนใจว่าเบรนจะทำอย่างไรกับยาพวกนี้ เขาแสดงความเชื่อใจออกมาตรงๆ ให้เบรนได้รับรู้เอาไว้ ถือเป็การซื้อใจกันสำหรับการร่วมทุนทางธุรกิจและเป็การผูกมิตรหาเพื่อนไปในตัว
อันที่จริงเขายังมียาอีกหลายอย่างและก็เป็ยาชั้นดีด้วยแต่เขายังไม่อยากเอามันมาขายเพราะวันหน้า มันอาจจะกลับมาเล่นงานเขาก็ได้ เขาจึงทำแต่ประเภทที่มีขายในตลาดแล้วผลิตออกมาให้ประสิทธิภาพมันมากกว่าเท่านั้น
ชายหนุ่มผมแดงกำลังนั่งรออะไรบางอย่างอยู่บนโซฟา เขานั่งๆ นอนบนโซฟาบุกำมะหยี่สีแดง จนเวลาผ่านมาสองสามชั่วโมงแล้วั้แ่เข้ามาที่โรงประมูลแห่งนี้ การที่กอนบอกเขาว่าให้จัดการเองได้เลย เขาจึงเลือกโรงประมูลแห่งนี้ อันดับแรกคือสร้างชื่อให้กับสินค้า และเป็การลองราคาว่าสามารถทำราคาเพิ่มได้แค่ไหน และแน่นนอนว่าเขาจะขายมันทั้งหมดที่ได้นำมาด้วย
ปึ้ง!!!!
ประตูห้องถูกเปิดออกมาอย่างรุ่นแรง ถ้าจะพูดให้ถูกมันเหมือนมีคนมาถีบต่างหาก เบรนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนที่เข้ามา เธอมีผมสีบลอนยาวสลวย ปากของเธออวบอิ่มได้รูปใบหน้ารูปไข่และคิ้วเพรียวบาง ขับดันหน้าตาให้ดูงดงาม ทั่วทั้งตัวของเธอเหมือนเปล่งออร่าออกมา
“พ่อนะพ่อ อยากเป็คนเคาะประมูลแท้ๆ ดันให้มาห้องรับรองอะไรกิ๊กก๊อกแบบนี้” เธอบ่นออกมาโดยไม่ได้สนใจว่าคนที่นั่งอยู่บนโซฟาจะได้ยินเลยแม้แต่น้อย
และเสียงที่เข้าสู่หูของชายหนุ่มผมแดง ทำให้คิ้วของเขาก็สั่นกระตุกยิ๊กๆ ไอ้คำว่ากิ๊กก๊อกนี่คืออะไร ถึงแม้ว่าเขาจะเป็เ้าของร้านเก่าซ่อมซ่อก็ตามที แต่มันก็ต้องให้เกียรติกันบ้าง เธอพุ่งปนรี่เข้ามาหาเบรนแล้วเข้าเื่ทันที
“มีอะไรมาเสนอพูดมา ฉันไม่มีเวลา “เธอพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดราวกับว่าเบรนเคยไปตามตอแยมาก่อน
ชายหนุ่มผมแดงจึงหยิบยาของกอนออกมาหนึ่งขวดพลางวางมันลงบนโต๊ะ กอนบอกว่ามันชื่อว่า รีเซอร์แล๊กซ์ แต่เขาคิดว่ามันยาวไป และต้องหาคำพูดที่เมื่อฟังแล้วจะติดปากทันที จึงรวมๆ คำทั้งหมดเหลือแค่ รีซเท่านั้น
“นี่คือรีซยาฟื้นฟูาแและสามารถฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้พร้อมกัน” เมื่อได้ยินเบรนพูดเธอก็เบะปากทำท่าทางดูถูก พลางมองเบรนสลับกับยา เธอคิดในใจว่ายาคุณสมบัติผสานแบบนี้อัตราการฟื้นฟูต้องต่ำมากอย่างแน่นอน แล้วจะมาประมูลทำไม ยิ่งเห็นชุดที่ดูเก่าๆ ของเบรน เธอยิ่งทำสายตาดูถูกเข้าไปใหญ่
“น้ำยาผสานแบบนี้มากสุดคงได้อัตราฟื้นฟูแค่สี่เองละมั้ง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยการเหยียดหยามอย่างแรง โดยไม่ไว้หน้าให้กันแม้แต่น้อย
เบรนเห็นท่าทีแบบนี้เขาก็โมโห คนอะไรจะมีนิสัยได้ขนาดนี้ เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะพูดออกมาว่า “มันฟื้นฟูบาดแปลได้ 9 ใน 10 และฟื้นฟูพลังธาตุิญญาได้ 8 ใน 10”
ปั้ง!!!!
เสียงประตูถูกปิดอย่างแรงและเขาก็เดินปออกจากที่นี่ทันที ถ้าที่นี่ไม่รับก็ไม่เป็ไร เขายังมีลานประมูลของพ่อค้าต่างเมืองที่มักเอาสินค้ามาประมูลเสมอ แม้จะไม่มีการรับรองความปลอดภัยให้ผู้ประมูลและผู้ส่งสินค้าเข้าประมูล และมันก็ไม่ต่างจากโรงประมูลมากเท่าไหร่ เพียงแค่ไม่มีพวกชนชั้นสูงหรือเหล่าคหบดีมาประมูลก็เท่านั้น แต่ก็พึ่งนึกได้ว่าลืมหยิบยามาด้วย ครั้นจะกลับไปเอาก็กะไรอยู่ จึงได้แต่เดินตัวปลิวไปลานประมูลแทน
หญิงสาวที่โดนเบรนตะคอกใส่เมื่อสักครู่ก็โมโหเล็กน้อย แต่ก็สงบลงเพราะเธอก็พึ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เธอมองไปยังขวดยาเบื้องหน้า แล้วหยิบไปให้ฝ่ายตรวจสอบดูทันที หากเป็อย่างที่ชายหนุ่มผมแดงพูดจริงๆ มันต้องเกิดความ โกลาหลขึ้นแน่นๆ เพราะแค่ยาฟื้นฟูระดับสูงก็ขายกันแพงระยับแล้ว แถมยาที่ว่ายังเป็ยาที่มีคุณสมบัติผสานอีกด้วย เมื่อตรวจสอบจนมั่นใจแล้วเธอก็แสดงอาการตกตะลึงออกมา จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากโรงประมูลทันที
นึกย้อนๆ ดูแล้วตัวเองไม่น่าไปทำท่าทางใส่แบบนั้นเลย ที่ทำไปก็เพราะโมโหและอารมณ์เสียที่ไม่ได้เป็คนเคาะประมูลสินค้ารายการพิเศษของเดือนเพื่อจะดูผู้ชาย เอ้ย ดูความคึกคักของผู้ร่วมการประมูลก็เท่านั้น
หากว่ายานี้ถูกนำไปประมูลที่ลานคาราวานพ่อค้าต่างเมือง พ่อของเธอคงดุเธอแน่ๆ ดีไม่ดีอาจไม่ให้เธอมาเคาะประมูลไปเป็เดือน ดังนั้นเธอมั่นใจว่าชายหนุ่มผมแดงนั้นต้องวิ่งไปยังลานประมูลแน่ๆ เธอจึงมุ่งหน้าไปที่นั่นและในที่สุดเธอก็เจอเขาเสียที
ชายผมแดงกำลังจะเข้าไปนั่งหน้าโต๊ะรับเื่ประมูล แต่จู่ๆ ก็มีสาวผมบลอนมาขวาง หน้าตาเธอดูคุ้นๆ เธอกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยหอบว่า
“ขอโทษนะคะที่แสดงกิริยาไปแบบนั้น เรายังคุยกันต่อได้ไหมคะ” เมื่อได้ยินดังนั้นเบรนก็แค่นเสียงออกมาทันที “เฮอะ ทีอย่างนี้อยากจะมาคุย” เขาไม่ชอบคนที่ดูถูกคนอื่นเป็อย่างมาก
“ขอโทษด้วยค่ะ พอดีฉันอารมณ์เสียไปหน่อยเลยมีท่าทีแบบนั้น”