“ก็ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน” มนทกานติไม่ได้คิดไปเองหรอก2-3 วันมานี้ เธอยังไม่ได้พบหน้าแฟนหนุ่มเลยไอ้ที่เจอกันล่าสุดคือวันแรกที่น้องสาวของเธอต้องไปทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของเขาปพนมีเวลาไปรับ-ส่งนิศานาถผู้เป็น้องสาวทุกเช้า-เย็น แต่กลับไม่มีเวลาให้เธอเลย
มันน่าโมโหจริงๆ
“พี่มนขา เตรียมพร้อมหรือยังคะสำหรับเย็นนี้ จุ๊บแจงน่ะอยากเห็นแฟนสุดหล่อของพี่มนแล้วแฟนพี่มนเป็ดาราหรือเป็เทพบุตรกันแน่คะพี่” เเววตาผู้พูดราวกำลังเพ้อฝัน
“ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ถ้าเกิดน้อยหน่าของถ่ายรูปคู่กับคุณปพนหน่อยจะได้มั้ยคะน้อยหน่าจะเอาไปอวดเพื่อนๆค่ะ” สองสาวโสดเพื่อนรักดูจะตื่นเต้นกับงานเลี้ยงบริษัทวันนี้เป็พิเศษผลประกอบการที่ดีเกินคาด บอสใหญ่จึงตอบแทนด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลอง ณ โรงแรมสุดหรู งานนี้บอสอนุญาตให้พนักงานทุกคนพาคนในครอบครัวมาร่วมสนุกได้และคู่ที่ฮอตสุด เด่นสุด เป็ที่จับตามองของทุกคนคงหนีไม่พ้นคู่ของเลขาคนสวยของบอสที่จะออกงานเคียงคู่กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงสามีแห่งชาติของสาวๆทั้งประเทศเป็ครั้งเเรก
“เย็นนี้ปพนเขาไม่ว่างเเล้วจ๊ะ มาร่วมงานไม่ได้น่ะ พี่ต้องขอโทษพวกเราด้วย”มนทกานติยิ้มแย้ม ก่อนลุกไปเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงบ้างเมื่อเลขาคนเก่งปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานใบหน้าสดสวยเเต้มรอยยิ้มค่อยๆอันตธานหายไปอย่างรวดเร็ว
หล่อนต้องมาเสียหน้าผิดหวังรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนคนเกือบค่อนประเทศรู้จักเธอในฐานะคู่หมั้นของไฮโซรูปหล่อชื่อดังแต่ในงานเลี้ยงที่มีคนนับพัน เธอต้องฉายเดี่ยวตามลำพังอย่างนี้นะเหรอ
“ปพนนะปพน เดี๋ยวจะปล่อยให้ง้อให้เข็ดเลย”
“น้ำมะตูมเ้า” แสงแดดยามบ่ายร้อนระอุวันนี้แปลกตรงที่ลมไม่ค่อยพัดผ่าน พนักงานสาวจำต้องเหนื่อยเพิ่มคอยบริการน้ำดื่มเย็นๆ ให้เหล่าคนงานและผู้รับเหมาหลายรอบ
“ขอบใจจ๊ะ” ภิเสือรับน้ำหวานมาดื่มอย่างสดชื่นส่วนใบหน้าหวานๆของน้องสาวตรงหน้านำพาความชื่นฉ่ำมาสู่หัวใจเจอเเบบนี้หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง
“อุ้ย!”
“สวมไว้ แดดร้อนน่ะคำเอื้อย”
“แล้วพี่เสือล่ะเ้า” เขาเอาหมวกของเขามาสวมให้เธอแบบนี้แล้วตนเองที่ยืนตอกตะปูอยู่บนนั่งร้านจะทำอย่างไร
“ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวก็เย็นแล้ว เรานั่นแหละใส่เอาไว้โดนแดดเยอะเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี" เขาห่วงเธอเสมอ
“ขอบคุณเ้าพี่เสือ” สาวน้อยมอบรอยยิ้มเป็การขอบคุณก่อนเธอจะเดินถือถาดน้ำมะตูมเย็นๆ บริการคนงานด้านในต่อ
โป๊ะ!เกิดเสียงดังเเปลกๆ
“คำเอื้อยระวังงงงงงง” ก้อนอิฐที่วางเรียงเป็ชั้นๆรอการก่อฉาบหลายก้อนพังครืนน่ากลัว คนงาน 2 คนและหญิงสาวหนึ่งเดียวอยู่ในรัศมีอันตราย
ภิเสือกระโจนลงจากนั่งร้านอย่างไม่คิดชีวิตเขาเจ็บยังดีกว่าเห็นเธอต้องเจ็บตัว
ปึกปึกปึกปึกก้อนอิฐตกกระจายระเนระนาด
“โอ้ยยยยย/โอ้วยยยย/เฮ้ยยยยย” เสียงประสานร้องเ็ปครวญคราง
“เป็ไงบ้างว่ะพวกเรา เอ้า มาช่วยกันหน่อยเร็ว” ศุภโชคหรือคุณโชคผู้คุมการก่อสร้างทั้งหมดรีบเข้ามาจัดการเหตุการณ์ตรงหน้าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
แม้จะไร้เงาคู่ควงในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทแต่เลขาคนสวยอย่างมนทกานติก็มีบอสสุดหล่อเอาอกเอาใจไม่ห่างกาย
“ผมว่ามนดื่มเยอะไปแล้วนะครับ” จิณวัตรเตือนด้วยความเป็ห่วงแต่ถึงสาวมั่นจะเมามายมากเพียงใด หญิงสาวก็หายห่วงได้เพราะเขาจะรับหน้าที่ดูแลและพานางฟ้ากลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
“ค่ะ มนก็รู้สึกปวดหัวแล้ว” เธอโครงศีรษะไปมางานเลี้ยงเองก็ดำเนินมาถึง่ท้ายๆกิจกรรมที่เหลือตอนนี้คือนักร้องชื่อดังระดับประเทศ มาร้องเต้น โยกย้ายเอนเตอร์เทนอยู่บนเวที พวกพนักงานขาแดนซ์ ขาโยกทั้งหลายไปยืนออส่งเสียงโหวกแหกสนุกสนามเต็มที่
“ถ้าอย่างนั้น มนจะกลับเลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“มนกลับแท็กซี่เองได้ค่ะบอส” เลขาสาวเอื้อนเอ่ย
“ไม่ได้ ผมเป็ห่วงครับ ดึกแล้วจะกลับแท็กซี่ได้อย่างไง” เ้าหล่อนไม่รู้ตัวบ้างหรือ ว่าเธอนั้นงดงามราวเทพธิดา เ้าหญิงในปราสาทส่วนการแต่งกายในคืนนี้ก็เซ็กซี่บาดใจ หนุ่มๆหลายคนมองเหลียวหลัง
จิณวัตรไม่ชอบที่พนักงานหลายคนมองเธอแบบนั้น...เเต่เขาเองใช่จะมีสิทธิ์ไปห้ามเธอได้
“ผมฝากดูที่นี่ด้วยนะครับ ขอตัวไปส่งคุณเลขาก่อน” ท่านประธานหนุ่มเอ่ยกำชับหัวหน้าแผนกอีกคนจากนั้นเขาช่วยประคองสาวสวยออกจากห้องจัดเลี้ยง ครืน ครืน ครืนเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์ดังอยู่เรื่อยๆ ตลอด่เวลาของงานเลี้ยง แต่จิณวัตรไม่ใคร่จะใส่ใจเท่าไหร่ชื่อของสายเรียกเข้าที่ปรากฏบนหน้าจอ ไม่ใช่สายสำคัญสำหรับเขาเลย
คำเอื้อย
มนทกานติผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาตอนนี้ต่างหากที่สำคัญกว่าใครทั้งนั้นเธอคือหมายเลขหนึ่งและยังคงเป็หนึ่งเดียวในหัวใจ
ตู๊ด ตู๊ดตู๊ด เขาไม่รับสายอีกเเล้ว! คำเอื้อยพับเก็บโทรศัพท์เครื่องเก่าไว้ในลิ้นชักใกล้เตียงผู้ป่วยมือข้างขวายกเเตะหน้าผากที่มีผ้าพันเเผลโดยรอบ ฤทธิ์ยาก่อนนอน บวกกับอาการเจ็บตรงศีรษะทำให้ร่างกายบอบบางฝืนต่อไม่ไหวดวงตาคู่น้อยค่อยๆหลับลง
"ถ้าเธอมีปัญหาอะไรหรือจะรายงานการทำงานก็โทรมาหาฉันได้โดยตรงเลยนะคำเอื้อย"
"โทรหานายจิณเหรอเ้า" ตอนนั้นหัวใจดวงน้อยพองโต
"ใช่ โทรมาน่ะ โทรหาฉันได้ตลอด 24 ชั่วโมง"
คำพูดเ่าั้มันหวานหูไพเราะสวยหรู แต่ในความเป็จริงทุกคำคือการหลอกลวงทั้งสิ้นบนเตียงหนึ่งในห้องผู้ป่วยรวมหญิง คำเอื้อยงต้องหลับไปพร้อมกับม่านน้ำตา
ตู๊ด ตู๊ดตู๊ด
“โทรมาตั้งหลายสาย เเต่พอโทรกลับไปทำไมไม่รับน่ะ” กว่าท่านประธานหนุ่มจะพาเลขาสาวสวยไปส่งที่บ้านจากนั้นใช้เวลาเดินทางกลับบ้านของตน ชำระล้างร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวันเป็เวลาเที่ยงคืนครึ่งจิณวัตรกดโทรออกไปยังหมายเลขที่ไม่ได้รับ 5 สาย ผลปรากฏว่าโทรไม่ติดเสียแล้ว
“ช่างเถอะ” ไว้ค่อยโทรไปใหม่พรุ่งนี้ก็แล้วกันท่านประธานหนุ่มทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่มกว้าง ตลอดทั้งวันของวันนี้เขามีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดมนทกานติ...ทั้งๆที่ก่อนหน้าเขารู้สึกหงุดหงิดเพราะคิดว่าหญิงสาวจะควงคู่หมั้นคู่หมายมาร่วมงานเหมือนกับพนักงานคนอื่น
แต่ผลปรากฏว่านายปพนอะไรนั้นไม่มาไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม เมื่อไร้เงาของปพน มันคือโอกาสของเขา จิณวัตรยิ้มได้ไม่มีหุบและคิดว่าค่ำคืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดีด้วยเช่นกัน
กริ่ง กริ่งกริ่ง
“ครับมน” บนโต๊ะรับประทานอาหารเช้านี้เสียงเครื่องมือสื่อสารที่ดังขึ้นสายแรกของวันทำให้บอสใหญ่ยิ้มออก
“มนจะโทรมาขอบคุณเื่เมื่อคืนค่ะบอส ขอบคุณที่มาส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย”
“ผมยินดีมากครับ ว่าแต่ตอนนี้มนยัง...”
ปัง “*&*/#&^(%&@(W”
จิณวัตรละคำพูดเอาไว้แค่นั้นเขาเพียง้าสอบถามถึงอาการแฮงค์เช้านี้ว่าเธอเป็อย่างไรบ้างแต่ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วล่ะว่ามนทกานติไม่ได้เป็อะไรหรอกเสียงผู้ชายที่แทรกเข้ามาในสาย คำพูดที่พวกเขาคุยกัน จิณวัตรได้ยินชัดถ้อยชัดคำ
เธอ...อยู่กับคนของเธอคนนอกหัวใจเช่นเขาย่อมไม่มีสิทธิ์
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวทำธุระต่อนะครับ” จำยอมต้องถอนออกมา
“ค่ะ ขอบคุณบอสอีกครั้งนะคะ” สายถูกวางลงหัวใจพองโตของท่านประธานหนุ่มเหี่ยวเฉา ข้าวต้มปลาที่หอมอร่อย อาหารโปรดถูกผลักห่างจากตัว
เขาฝืนกลืนมันไม่ลงแล้วล่ะ
การที่เราไปรักคนมีเ้าของมันโคตรทรมานรู้ดีว่ายังไงก็ไม่มีวันเป็ไปได้ ให้ไปแย่ง ไปบังคับฝืนใจใครก็ไม่เข้าท่าอีก
“เฮ้อ” ลมหายใจของท่านประธานหนุ่มถอนพรึด
กริ่ง กริ่งกริ่ง
“ครับ” จิณวัตรรู้สึกเบื่อหน่ายกับการรับโทรศัพท์ในวันหยุดแบบนี้ที่สุดแต่เพราะเห็นชื่อน้าจันทราปรากฏอยู่ เขาจำเป็ต้องรับ ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ไม่รู้ว่าไร่แสงฝางจะพัฒนาไปถึงไหน
“ว่าอะไรนะครับ?” หัวใจของจิณวัตรหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขณะกำลังก่อสร้าง
“แล้วมีใครเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
“ครับๆ เดี๋ยวผมจะรีบบินไปดู”
“ไม่เป็ไรครับน้าจันทร์ ผมสะดวกครับ” เพราะรายชื่อของคนเจ็บคือชื่อที่ไม่น่าจะได้ยินทำไมคำเอื้อยถึงกลายเป็หนึ่งในรายชื่อผู้ได้รับาเ็ครั้งนี้นะสมองอันว่าวุ่นตวัดไปถึงเื่ราวเมื่อค่ำคืน เธอพยายามส่งข่าวเื่นี้ให้เขาแล้วแต่เขากลับปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง เธอจะเจ็บมากน้อยแค่ไหนนะแล้วตอนนี้เธออยู่อย่างไร มีใครเฝ้า มีใครดูแลบ้างหรือเปล่า
“พี่ลำไย จัดเสื้อผ้าให้ผม 2-3 ชุดนะครับผมจะบินไปเชียงใหม่ภายใน 1 ชั่วโมงนี้” ออกคำสั่งเสร็จ จิณวัตรเองก็รีบจัดการจองตั๋วทันที
“คำเอื้อย...เธอต้องไม่เป็อะไรนะ”
่สายคนที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ รีบมุ่งหน้ามายังอาคารผู้ป่วยอีกหลัง
“อ้าว คำเอื้อย หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วเหรอลูก” นางจันทราหันมาสอบถามขณะที่นางต้องดูแลลูกชายไม่ห่างไปไหน
“เ้า คุณหมอเพิ่งอนุญาตเมื่อเช้า ไม่มีอะไรร้ายแรงแล้ว พี่เสือล่ะเ้าพี่เป็อย่างไรบ้าง” แขนที่เข้าเฝือก ถูกพาดกับราวตรงไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหน ทั้งหมดล้วนเกิดจากหล่อนแท้ๆ พี่เสือเข้ามาบังตัวเธอไว้ไม่ให้ก้อนอิฐจำนวนมากหล่นใส่เธอ
เขาจึงต้องมาเจ็บหนักอย่างนี้
“พี่ไม่เป็อะไรหรอก แค่เห็นเอื้อยปลอดภัยแบบนี้ก็ดีแล้ว” เขาเป็ผู้ชายร่างกายแข็งแรง นึกสภาพไม่ออกเลย ถ้าเขาไม่เข้าไปช่วยแล้วหญิงสาวแสนบอบบางตรงหน้าจะเป็อย่างไรบ้างหน่อ...ภิเสือรู้แค่ว่าหากเป็แบบนั้นจริง เขาคงไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ตลอดชีวิต
ผ้าก๊อตบนหน้าผากของหญิงสาวบ่งบอกถึงร่องรอยความเ็ปเธอเจ็บ ภิเสือกลับรู้สึกยิ่งเจ็บกว่า โชคดีแค่ไหนที่เข้าไปช่วยเธอไว้ได้ทัน
“ตาเสือนะเป็ผู้ชาย แค่นี้ยังห่างหัวใจอีกเยอะหนูคำเอื้อยไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้วลูก จะได้กลับไปพักผ่อนที่ไร่ตอนนี้ที่ไร่ก็ไม่มีใครดูแล ป้าเองก็ต้องมาอยู่ดูแลเ้าเสือที่โรงพยาบาลตลอดชักจะเป็ห่วงเหมือนกัน” นั่นก็ไร่ นี่ก็ลูก
“เ้า ป้าจันทร์ไม่ต้องห่วงเ้า เอื้อยจะดูแลทุกอย่างแทนเอง”
“ดีแล้วลูก” จันทราพยักหน้าพอใจก่อนสายตาของนางพลันเห็นใครบางคนเดินเข้ามาพร้อมกระเซ้าขนาดใหญ่
“นายจิณ มาถูกได้ยังไงคะ” จันทราลุกขึ้นมาต้อนรับ
“สวัสดีครับน้าจันทร์ พอดีผมเข้าไปตรวจในไร่ของเราครับคุณโชคแจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้ผมทราบแล้ว” คนงานของผู้รับเหมารายหนึ่งมีอาการเมามายขณะปฎิบัติหน้าที่ศุภโชคไล่ออกทันทีและจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของทุกคน พร้อมทั้งรับผิดชอบวัสดุข้าวของที่เสียหายด้วย จิณวัตรตกลงตามนั้นเพราะเื่แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก
“เป็ไงบ้างภิเสือ นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาส่งกระเซ้าให้มารดาของผู้ป่วยก่อนสอบถามอาการเบื้องต้น
“รู้สึกชาๆที่แขนครับนายจิณ ส่วนที่เหลือไม่เป็อะไร คุณหมอบอกว่าอีก 2วันก็กลับบ้านได้แล้วครับ” อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้ได้รับาเ็4 คน หนักสุดก็คือเขานี่แหละ แขนหักและฟกซ้ำรองลงมาก็คือคำเอื้อยที่ก้อนอิฐกระแทกศีรษะอย่างแรง ส่วนคนงานไร่อีก 2 คน แค่ฟกซ้ำทำแผลเสร็จ คุณหมอก็จ่ายยาให้กลับบ้านทันที
“ดีแล้วนะที่ไม่ได้เป็อะไรมาก ฉันอนุญาตให้นายพักฟื้นจนกว่าจะหายดีแล้วค่อยกลับไปทำงาน”
“ขอบคุณนายจิณแทนเ้าเสือมันด้วยนะคะ” จันทราซาบซึ้งในความมีน้ำใจ
“น้าจันทร์ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมอนุญาตให้น้าดูแลลูกตามสบายส่วนงานที่ไร่ไม่ต้องเป็ห่วง ใน่นี้ผมจะจัดการดูแลทุกอย่างเอง”
“ขอโทษด้วยนะครับนาย พวกผมทำให้นายต้องมาเหนื่อย ต้องมาลำบากแท้ๆ” ไม่ใช่จะไม่รู้เ้าของไร่แสงฝางคนปัจจุบันเป็ถึงเ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โตเขาเองมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมาย
“จะขอโทษทำไม เื่นี้มันเป็อุบัติเหตุนะ ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกหน้าที่ของนายคือพักผ่อนเยอะๆ จะได้หายเร็วๆ แล้วเราจะได้ไปลุยงานกันต่อ”
“ครับนาย” ครั้งแรกที่เจอเขาโคตรไม่ถูกหน้าผู้ชายคนนี้แต่พอได้รู้จักกัน ภิเสือยอมรับในความสามารถความเก่งกาจในการบริหารจัดการงานของผู้ชายคนนี้ นายจิณวัตรของเขาเก่งจนน่าทึ่งความเป็ผู้นำก็มีมากมายเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แค่เขาหรอก ทั้งแม่ของเขา คนงานคนอื่นๆต่างเคารพในตัวเ้าของไร่กันทั้งนั้น
จิณวัตรพูดคุยถามไถ่อาการประมาณ 20นาทีก็ขอตัวกลับไร่ รถเช่าจากสนามบินขับไปตามไหล่เขา ทางโค้งสูงชันมุ่งหน้าไร่แสงฝาง บ่อยครั้งที่เขาเหลือบสายตามองตุ๊กตาข้างรถผู้หญิงตัวเล็กที่มีผ้าก็อตติดตรงหน้าผาก ใบหน้าของหล่อนอิดโรยเ้าของไร่ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสภาพร่างกายของเธอคงอ่อนเพลียไม่น้อย