ก๊อกๆ…
เสียงเคาะประตูดังซ้ำๆ ชวนรบเร้าให้ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าไปเปิดมันเื้ันั้นปรากฏร่างคนตัวสูง ในชุดยูนิฟอร์มป้องกันสีเขียวสะท้อนแสงศีรษะของเขาสวมหมวกป้องกันเชื้อโรค
"มีของมาส่งห้อง 1408 ครับ คุณได้สั่งไว้มั้ยผมหวังว่าจะไม่โดนพวกพิเรนทร์โทรสั่งกวนๆ" เขากล่าว
"เอ่อใช่ครับผมสั่งเอง ชุดจัดเต็มมาซะขนาดนี้ ผมนึกว่าหน่วยฆ่าเชื้อแวะมาพ้นยา"
"ไม่ได้หรอกครับวันๆหนึ่งผมต้องไปหลายที่ต้องเซฟไว้ก่อนเห็นว่าเชื้อเริ่มมีการกลายพันธุ์แล้วด้วย" คนสางของกล่าวพร้อมยื่นห่อพัสดุให้ "แนะนำให้พ้นสารฆ่าเชื้อก่อนแกะห่อนะครับ"
"อ่อครับ ที่จริงมาอย่านี้มันก็ไม่ต่างกันเท่าไรนะเผลอๆติดเชื้อไปแล้วมั้งตอนนี้มันน่าจะมีสร้างโดมครอบบ้านไม่ก็มีห้องพ้นยาก่อนเข้าห้องพักอะไรอย่างนี้เนอะครับว่ามั้ย"
"ก็คงอีกไม่กี่ปีการพัฒนาต้องทั่วถึงแน่นอนดูอย่างหมู่บ้านละอองมณีสิหมู่บ้านข้าราชการเริ่มมีการสร้างทำโดมครอบบ้านอย่างคุณว่าแล้วนะ"คนส่งของหยิบป้ายบาร์โค้ดที่ห้อยคออยู่ให้ชายหนุ่ม
"ใช่ถ้าตอนนั้นรัฐเอาเงินแจกมาพัฒนาความเป็อยู่เราป่านนี้หมู่บ้านละอองมณีคงมีให้คนทำงานอย่างเราๆอยู่"ชายหนุ่มหยิบมือถือสแกนบาร์ดโค้ดจ่ายพร้อมเพย์" เรียบร้อยแล้วครับ"
"ขอบคุณที่เรียกใช้บริการครับ"
"ค้าบขอบคุณคร้าบ"
แม้ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอ แต่ก็ต้องกล่าวลาพลันแยกจากอีกคนต้องไปทำหน้าที่แฟนที่ดี อีกคนต้องไปทำงานส่งของเลี้ยงชีพในยุคที่เชื้อโรคกระจายอยู่ภายนอกเต็มไปหมดงานพวกเขา คือการเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนอื่นไปในตัว
“หมึกมาแล้วที่ร้ากกก...นี้ๆ...มาดูๆ”
ดูเหมือนสังคมโซเซียลมันจะน่าสนใจกว่านั้งดูคนเป็แฟนทำอาหารให้ รอยยิ้มที่คาดหวังว่าจะได้เห็นแฟนหนุ่มรู้สึกห่อเหี่ยวก้มหน้าแกะพัสดุโดยไม่ทำตามคำแนะนำของคนส่งพัสดุกว่าจะรู้ตัววัตถุดิบต่างๆก็ถูกจัดเตรียมบนโต๊ะครัวจนพร้อม
“ที่รักไม่ต้องช่วยเค้านะนอนอยู่นั้นแหละ นอนเฉยๆเดะมันเมื่อย”
“เตงประชดเค้าเหรอ”
“ป่าวเค้าหวังดี อีกอย่างเตงจะได้บ่นได้เวลามันไม่อร่อยโทษว่าเค้าทำเตงชอบว่าเค้าอยู่แล้วนิอะไรไม่ดี”
ชายหนุ่มพูดพลางทำอาหารไปพลาง รินน้ำเปล่าใส่กระทะเหล็กตั้งไฟแรงๆเร่งให้เดือดทัน้าผักพริกจัดแจงหั่นกระเทียมหอมชีฝรั่ง ชั่วครู่น้ำที่ตั้งไฟไว้ก็เดือดพล่านระเหยเหือดจนกลิ่นไหม้โชย
“เตงกระทะไหม้หมดแล้วนะ ใครบอกตั้งไฟก่อนตัวเองยังหันกระเทียมไม่เสร็จเลยลีลาอยู่นั้น”
“ก็เพราะมัวแต่เถียงกะเธออยู่นะแหละไม่ช่วยแล้วยังจะบ่นนอนๆไปหันหน้าใส่จอนู้นไป”
“เตงไล่เค้าเหรอ” น้ำเสียงเ้าหล่อนขึงขังขึ้น
“หุ๊ว!!” ชายหนุ่มอุทานเสียงดัง
คำอุทานที่บ่อยครั้งเขาจะทำเมื่อหลายเื่ไม่เป็ดังใจ้ามันทำให้เขาหงุดหงิดกับพาลโทษทุกอย่างและเขาก็ไม่ชอบ่ที่ตนนั้นหงุดหงิด
"เอาอีกแล้วนะ!!"
"เอาอะไรอีก!?"
"ทำเสียงแบบนั้นใส่ เค้าไม่ชอบ"
แฟนหนุ่มยิ่งได้ยินคำว่าไม่ชอบก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเขาเดินเสียงดังลงน้ำหนักลงส้นเท้าทุกก้าวอย่างจงใจ พร้อมถือมีดกับกะละมังใส่หมึกออกไปล้างข้างนอกห้องตรงระเบียงเพื่อหลีกหนีเสียงพร่ำบ่นแหลมเล็กชวนหงุดหงิด
ตึ๊ง!!
ด้วยอารมณ์รบกวนจิตใจเขาเผลอปิดประตูบานเลื่อนรุนแรงแม้นั้นไม่ใช่ความตั้งใจจะประชดเ้าหล่อน แต่เขากลับรู้สึกดีเลยไม่ได้สนใจต่อหันมาเปิดก๊อกปล่อยให้น้ำไหลใส่จนท่วมกะละมังหมึก
"กลิ่นอะไร? " หญิงสาวเอ่ย "ตายละกระทะไหม้!!"
เธอลุกพรวดขึ้นไปดูที่บาร์ทำครัวปรากฏว่ากลิ่นไหม้ดังกล่าวมาจากกระทะที่แฟนของเธอตั้งไฟไว้แต่แรกเมื่อหญิงสาวเห็นความสะพร่ำเธอเลือกที่จะะโขึ้นหวังตำหนิแฟนหนุ่มโดยทันควัน
"นี้!! กระทะไหม้หมดแล้ว… "
"ไหม้ก็ปิดสิจะยืนหรือจะยืนด่าให้จบก่อน" แฟนหนุ่มตัดบด
"ไม่ปงไม่ปิดอะไรทั้งนั้น มาทำเองบอกไม่ฟังแต่แรก"
"โอ้ยย… ก็ยืนอยู่ตรงนั้นก็ปิดสิ จะให้ไปปิดให้รึไง? แค่นี้ทำไปก่อนไม่ได้เหรอ มือมันจะขาดมันจะตายมั้ยห่ะแค่นี้!! ก็เห็นๆอยู่ว่ากำลังล้างหมึก!! "
"เอ๊ะเตง!! พูดแบบนี้หมายความว่าไงเตงทำเสียงดังใส่เค้าแล้วนะ"
ฝ่ายหญิงเปิดประตูออกยืนมือเท้าสะเอวทำเสียงดังเล็กแหลมเป็นางร้ายเส้นเสียงแปดหลอดขณะที่ฝ่ายชายออกแรงมือถูกตัวหมึกแรงขึ้นน้ำก็ไหลเรื่อยๆจนนองเจิ่งเปียกแฉะไปทั่วพื้นระเบียง
"ก็เตงทำใส่เค้าก่อนเตงเริ่มก่อน.."
"เริ่มก่อนอะไรเค้าก็เสียงดังปกติของเค้าอยู่แล้วถ้าไม่ชอบแล้วมาเลือกเค้าทำไมอย่ามาพาลไปเรื่อยนะ!"
"เตงนั้นแหละไม่ชอบ เตงไม่เคยชอบเค้าทำอะไรตั้งหลายอย่างเตงก็ไม่เคยชอบเอาแต่บ่นว่าเค้าไม่ดีนั้นนี้น่าเบื่อ!!.."
"เค้ามันน่าเบื่อนักใช่มั้ยเตง… เตงเข้ามานี้เดี๋ยวนี้เลยนะ"หญิงสาวชี้นิ้วเชิงสั่งบังคับ
"อย่ามาชี้นิ้วใส่แบบนี้นะ!!"
"ทำไมที่เตงยังทำเสียงดังได้"
"หุ๊ว!!... เค้าทำเสียงละจะทำไม เตงทำเค้าหงุดหงิดละนะ"
"หงุดหงิดเป็คนเดียวเหรอ รู้งี่ไม่หลงมาอยู่กับมันแต่แรกซะหรอกถ้ามันเป็แบบนี้"
ฝ่ายชายไม่คาดคิดว่าจะได้ยินประโยคดังกล่าวจากปากแฟนสาวเขาขุดคุ้ยอดีตในวันที่เขาเองก็เป็ฝ่ายไม่ชอบใจจนเคยนึกว่าอยากจะพูดคำความหมายคล้ายกันแต่กลับเลือกที่จะไม่ทำมันเขารู้สึกว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยอดทนเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอเลยเหรอแต่นั้งคิดไปคิดมา ภาพอดีตดังกล่าวทำไมไม่เห็นมีทั้งๆที่รู้สึกเสียใจแต่กลับไม่รู้ทำไมเขาจำอดีตไม่ได้ว่าทั้งสองเคยทะเลาะกันครั้งแรกเมื่อไหร่แม้แต่ครั้งล่าสุดที่ซึ่ง มันควรถูกใช้เป็ข้ออ้างในกระบวนการคิดชุดนี้ มีเพียงภาพลางๆอันน่าสยดสยองนั้นไม่มี ไม่อะไรอีกเลย
"เตง!!" เธอเรียกเขา "เตงเม้ออะไรจะทำเป็ไม่ได้ยินไม่ฟังเค้าเลยใช่มั้ยเตงจะไม่ฟังคนอื่นเลยใช่มั้ย.."
ไม่รู้อะไรดนใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำเป็หูทวนลมสาวเ้าขี้บ่นหมายจะเดินเข้าไปด่าเขาใกล้ๆหูโทษฐานที่ว่าหล่อนนั้นทำเสียงดังแต่เลือกทำเหมือนไม่ได้ยินจะประชดทั้งทีมันต้องเอาให้สุด
ขณะก้าวเท้าเดินเพียงไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นเอง น้ำล้างหมึกที่นองพื้นอยู่ก็เป็เหตุหญิงสาวลื่นล้มหงายหลังจนศีรษะกระแทกกับพื้นเข้าอย่างจัง
ตึ๊งง!!
"โอ้ยยย!!"
ฝ่ายชายเห็นดังนั้นจึงรีบวางมีดในมือลงกับพื้นแล้วลุกพรวดขึ้นหมายจะเข้าไปดูแฟนสาวโดยไม่ระมัดระวัง ด้วยความสะพร่ำที่ไม่ปิดก๊อกน้ำปล่อยให้ไหลท่วมแฉะเต็มพื้นระเบียง
"เหว้อออ!!…"
เขาลื่นไปเตะกะละมังหมึกที่วางอยู่ใกล้ตัวจนเกิดเสียหลักล้มจะไปชนกับขอบระเบียงเหล็ก ด้วยความสูงของระเบียงต่ำเพียงเอวของชายหนุ่มประกอบกับเหงื่อไคลซึ่งไหลเยิ้มทั่วทั้งตัวมือและแขนอันมีแต่เมือกทะเลที่ติดมากับหมึกตลาดยังไงซะหัวข้อข่าวโซเซียลล่าสุดต้องหนีไม่พ้น 'ชาวเน็ตจวกยับพบร่างชายหนุ่มร่วงตกตึกดับอนาถขณะล้างหมึก'
จู่ๆก็มีมือใครบางคนคว้าแขนเขาไว้ เป็แฟนสาวของเขานั้นเอง เธอออกแรงสุดชีวิตใช้แรงเหวี่ยงจากการทุ่มน้ำหนักไปทั้งตัวเพื่อดึงคนรักกลับเข้ามาข้างในมันได้ผล?
ดั่งโชคชะตากลั่นแกล้งมือทั้งสองลื่นเมือกหลุดออกจากกันด้วยแรงเหวี่ยงทั้งตัวนั้นเองทั้งสองสบตากันไร้ซุ่มเสียง แฟนหนุ่มพยายามยั่งตัวไว้ไม่ให้ล้มเพื่อกลับไปคว้าตัวคนรักอนิจจาดูว่าเหมือนสิทธิพิเศษจะถูกใช้ได้เพียงแค่หนเดียวหญิงสาวหงายหลังร่างเธอร่วงล้นลงจากระเบียงตึกสูง เวลาเดียวกับที่ศีรษะกระแทกลงพื้นภาพสุดท้ายคงไม่อาจลืมเลื่อนได้ชั่วชีวิตคือ ตัวเขาไม่สามารถช่วยเหลือคนรักได้
"ทะ… ทะทำไม…ทำไมถึงไม่เป็กูวะ..."
สติเขาเริ่มเลื่อนลางแล้วภาพทุกอย่างก็วูบดับลง..
แคร๊ก.. แค๊ะๆ.. แคร๊กแก๊ก..
กลิ่นเหม็นไหม้กระทะลอยกระทบััจมูกชายหนุ่มปลุกให้เขาตื่นฟื้นขึ้นจากภวังค์
"ที่รักทำอะไรไหม้นะหน่ะ แล้วนี้เค้าฉีดราดที่นอนเหรอ?"
เขาเอ่ยทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่แต่พอขยับขาดูกลับรู้สึกเหมือนว่านอนอยู่ริมหาด แต่พื้นัันี้มันไม่ใช่ทรายเขาพยุงตัวเองลุกขึ้นนั้ง
"อู้ยยย.. อู้ยๆทำไมเจ็บหัวงี่วะเนี้ย" ชายหนุ่มลืมตาขึ้นพบกับความจริงที่ดันคิดไปเองว่าฝัน
"เห้ย!! " เขาอุทาน "ไม่ๆๆๆๆๆนะ มันไม่ใช่ฝันๆที่รัก!"
กระทะที่ไหม้น้ำที่เจิ้งนองเต็มพื้น หญิงสาวอันเป็ที่รักหายไป เหตุการณ์เ่าั้มันเกิดขึ้นจริงทุกๆอย่างคือความจริง แต่วิวที่ตาเห็นนี้ ท้องฟ้านอกระเบียงที่ชายหนุ่มเห็น..
"มันแตกร้าว…"
ใช่แล้วท้องฟ้าแตกร้าวคล้ายกระจกแก้ว ก้อนเมฆขาวแบ็คกราวสีฟ้ากะพริบรัวๆราวกับเป็หน้าจอทีวีหรือโทรศัพท์ที่หล่นกระแทกพื้นจนภาพรวนทว่าใหญ่กว่า
"อะไรวะเนี้ย!?"
ชายหนุ่มยังคงไม่เชื่อปักใจจึงหันไปดูเครื่องครัวที่กำลังถูกเปลวไฟลุกไหม้เผาสิ่งของอย่างช้าๆเผื่อยืนยันว่าคราวนี้ไม่ใช่ฝันไปอีก
"มันเกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมฟ้ามันเป็แบบนั้น… ที่รัก.. ที่รัก…"เขาเอ่ยหาหญิงสาวผู้เป็ดวงใจ
คราวนี้จะไม่มีการประมาทอีกแล้ว เขาพยุงร่างตนเองขึ้นคลานช้าๆสองมือค่อยๆกวาดตัวหมึกกับกะละมังออกเป็ทางและไม่ลืมปิดก๊อกน้ำ รอยแตกร้าวของท้องฟ้าเริ่มชัดขึ้นทีละนิดๆจนสุดระเบียงราวเหล็กนั้นได้ถูกใช้เป็สิ่งพยุงฉุดดึงตัวเขาจับมันแน่นให้มั่นใจว่าจะไม่หลุดเหมือนจับมือแฟน พื้นเบื้องล่างที่เขาเห็นมันควรจะสูงสินี้มันคอนโดชั้น 14 เชียวนะ แต่นี้มันสูงแค่ 8 เมตรเองมั้ง แถมต้นต่อของรอยร้าวดูเหมือนจะมาจากพื้นเบื้องล่างซึ่งถูกอะไรบางอย่างร่วงลงไปกระแทกอย่างแรง
"นั้นมันอะไรหน่ะ?"
วิวถนนรถราต่างๆไม่ใช่ในแบบที่ควรเป็พื้นข้างล่างไม่ต่างอะไรกับทิวทัศน์ของท้องฟ้าพอเขาเพ่งมองดูดีๆมีร่างหนึ่งซึ่งฝังจมอยู่ในซากพื้นแตกร้าวกระแสไฟฟ้าช็อตลัดวงจรทำให้ร่างนั้นลุกไหม้ไฟไม่ต่างกับกระทะเหล็กในครัว
"นั้นใช่… " ดวงหทัยร่วงหล่นและแตกร้าว"ทะ…ทะที่รัก..ที่รักเค้าขอโทษ..."
น้ำบ่อน้อยล้นปริ่มดวงตา ชายหนุ่มจับจ้องมองร่างแฟนสาวไม่ละวางิัค่อยๆไหม้อย่างช้าๆจนเผยให้เห็นกระดูกเงาวับสะท้อนแสงประดุจโลหะ
"กระดูกเหล็กเหรอ?"
ิัไหม้ไฟจนหมด นั้นไม่ใช่กระดูกของคน นั้นไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำนั้นคือ..
"หุ่นยนต์เหรอ!?"
แฟนหนุ่มไม่เชื่อสายตา เขาหยิบหมึกบนพื้นขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วโยนมันออกไปที่ตึกด้านข้างซึ่งตั้งอยู่ไกลตาสุดแรงแต่ยังไม่ทันถึงที่หมายซึ่งก็แน่หละ ระยะห่างขนาดนั้นจะไปถึงได้ยังไง ตัวหมึกนั้นคล้ายกระทบกับพื้นแข็งแล้วจึงร่วงหล่นลงไป ความสับสนงงงวยประดังสู่สมองอีกครั้งขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจะยืนเขาทรุดตัวลงนั้งกับพื้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อความจริงเลวร้ายยิ่งกว่าความฝัน
เขานั้งเหยียดขากุมขมับระหว่างกำลังรวบรวมสติที่พอมีหางตาดันไปสะดุดกับบางอย่างเขาไม่ทันได้รู้สึกเลยว่ามีอะไรฝังอยู่ในฝ่าเท้าเขาข้างหนึ่งมันดูเหมือนมีดอันเล็ก…
“ที่รัก...หยิบแก้วโค้กมาให้เค้าหน่อยสิ”
“โห้ว...สะดุดอารมณ์คนดูกำลังเข้าได้เข้าเข็มอ่ะ ที่รัก”
บนเตียงนอนปรากฏหนุ่มสาวสองคน กำลังนอนดูชายหนุ่มคนดังกล่าวผ่านจอทีวี
-END-