ตอนที่ 1 (6)
เสียงกริ่งดังติดต่อกัน เซี่ยเหยี่ยยังไม่ลืมเตะประตูด่ากราดคล้ายกลัวว่าคนข้างในจะไม่ได้ยิน “ออกมานะหานิซิว ไอ้สารเลว ออกมาเดี๋ยวนี้…” เซี่ยเหยี่ยก่นด่ายาวเหยียดจนแทบลืมหายใจ เสียงเพลงข้างในดังอย่างต่อเนื่อง ไม่มีผู้ใดออกมา เขาเหมือนคนบ้าที่กำลังเตะต่อยประตูหน้าบ้านคนอื่น พอเหนื่อยเซี่ยเหยี่ยก็ค้ำประตูค่อยๆ ทรุดนั่งลงไป เสียงด่าทอขาดเป็ห้วงๆ “คุณมีสิทธิ์อะไร มีสิทธิ์อะไรทำกับผมแบบนี้…ผม ผมทำอะไรผิดกันแน่…” เสียงเซี่ยเหยี่ยเบาลงเรื่อยๆ ภาพตรงหน้าดับไป เขาก็ยังคิดไม่ตกว่าอีกฝ่ายทำไปเพื่ออะไรกันแน่
ทำไมอยู่ๆ ถึงหมดรัก
ถึงจะหมดรัก ทำไมถึงทำแบบนี้กับเขา
ก่อนภาพตรงหน้าจะดับสนิท เขาเห็นประตูเปิดออกพร้อมกับขาคู่หนึ่งที่ก้าวออกมา
เขายื่นแขนจับขากางเกงอีกฝ่ายอย่างไม่มีสติ “ทำไมกัน…” เซี่ยเหยี่ยพึมพำถามก่อนหมดสติอย่างสิ้นเชิง “ทำไมถึงทำแบบนี้กับผม”
ทำไมถึงทำแบบนี้น่ะเหรอ หานิซิวมองเซี่ยเหยี่ยที่ทรุดเข่าอยู่ข้างเท้า เขาก็อยากถามประโยคนี้กลับเหมือนกัน
...
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน หานิซิวในวัยยี่สิบสี่ปี เพิ่งเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทได้เพียงปีกว่า ก็ติดสอยห้อยตามไปฝึกงานกับคุณพ่อที่เป็ประธานกรรมการบริษัทและอาสามที่เป็ผู้บริหารด้วยตำแหน่งรองผู้บริหาร ขณะที่เซี่ยเหยี่ยเพิ่งอายุครบยี่สิบเอ็ดปี เรียนอยู่ชั้นปีที่สี่
วันนั้นหานิซิวเพิ่งกลับจากสัมมนางานนอกพื้นที่ คนขับรถพาเขากลับบริษัท ระหว่างติดไฟแดงอยู่แยกก่อนถึงบริษัท เขาเห็นเซี่ยเหยี่ยเดินออกจากสถาบันการแพทย์สมทบภายใต้เครือเมฆากรุ๊ปข้างถนน สีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย เซี่ยเหยี่ยก้าวขึ้นแท็กซี่โดยไม่ทันเห็นรถของหานิซิว พอหานิซิวโทรหาเซี่ยเหยี่ยอีกฝ่ายกลับพูดด้วยเสียงเบาหวิวว่ากำลังหลับอยู่ที่บ้าน
หานิซิวกลับถึงบริษัท ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ ขณะอยู่ในห้องทำงานก็โทรหาหานอวิ๋นโจวซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไปด้วย หานอวิ๋นโจวคือลูกชายคุณปู่น้อยของหานิซิว ตามลำดับาุโแล้วหานิซิวควรจะเรียกเขาว่าคุณอาเสียด้วยซ้ำ แต่ความจริงอีกฝ่ายก็โตกว่าหานิซิวเพียงสี่ห้าปี เติบโตมาด้วยกันแถมยังทำงานอยู่ละแวกใกล้กัน จึงมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมาตลอด
“อา ช่วยสืบข้อมูลคนคนหนึ่งให้ผมที” หานิซิวที่เรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อมาตลอด พอเอ่ยปากขานเรียกว่าอา ทำเอาหานอวิ๋นโจวใไม่น้อย “โอ๊ย พูดจาดีๆ พอเรียกอาซะ ทำเอาขนลุกไปหมด” หานิซิวหัวเราะเสียงแห้งทีหนึ่ง นึกชั่งใจว่าควรจะพูดอย่างไรให้ดูเป็ธรรมชาติ “พอดีเพื่อนคนหนึ่งของผม ่นี้สภาพจิตใจไม่ค่อยดีเท่าไร ถามก็บอกว่าไม่เป็อะไร เมื่อกี้เห็นเขาเดินออกจากโรงพยาบาลเราพอดี เลยอยากให้ช่วยเช็กทีว่าเขาป่วยหรือเปล่า” ตามด้วยเลขประจำตัวเก้าหลักของเซี่ยเหยี่ย พักหนึ่งเสียงผ่อนคลายของหานอวิ๋นโจวก็ดังลอดมา “คนไข้ชื่อเซี่ยเหยี่ยใช่ไหม วางใจได้ เขาไม่เป็อะไร แค่ท้องน่ะ”
ท้องอย่างนั้นหรือ ยิ่งกว่าฟ้าผ่ากลางหัวอีก นี่โอเมก้าของเขาท้องอย่างนั้นเหรอ
หานอวิ๋นโจวพูดต่อ “อ้อ เป็โอเมก้าวัยรุ่น จากประวัติคนไข้ระบุว่าเขามาหาหมอคนเดียวนะ ทำไมอัลฟ่าเขาไม่มาด้วยล่ะ โอเมก้าตั้งท้องลำบากมากเลยนะ แถมเขายังก็มีอาการแพ้ท้องระยะแรกแล้วด้วย”
“อาการอะไร” หานิซิวถามอย่างเหม่อลอย
“นอนไม่หลับ คลื่นไส้ น้ำหนักลด ไม่อยากอาหาร…” หานอวิ๋นโจวว่าตามประวัติคนไข้ “ความจริงก็ยังดี เป็อาการปกติ ไม่ต้องพึ่งยา ขอแค่อัลฟ่าเขาเอาใจใส่หน่อย อย่าให้เขาเหนื่อยเกินไป ปล่อยฟีโรโมนปลอบประโลมนิดๆ หน่อยๆ ก็ผ่าน่นี้ไปได้สบายๆ
“จริงสิ กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าสำคัญมากนะ นอกจากตัวโอเมก้าที่ชอบกลิ่นนี้เป็ทุนเดิมจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ที่สำคัญก็เพราะเด็กในท้อง เซลล์ต่อมเพศของทารกในครรภ์จะเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว มันจะไปกระตุ้นร่างกายของแม่ที่อุ้มท้อง นายก็รู้ว่าโอเมก้าที่ถูกผูกพันธะมาก่อนจะยอมรับแค่กลิ่นฟีโรโมนจากอัลฟ่าของตัวเอง ถ้ามีฮอร์โมนคนอื่นอยู่ในตัว ถึงจะเป็ฮอร์โมนแค่หน่อยเดียวของทารกที่ยังไม่ผ่านวัยเจริญพันธุ์ ก็ทำให้โอเมก้าที่ไวต่อกลิ่นรู้สึกไม่สบายตัวเอาได้ และอาการก็จะหนักขึ้นตามระยะเวลา ถ้าสาหัสฮอร์โมนภายในร่างคุณแม่ก็ผิดปกติ โอเมก้าจะไม่สบายเอามากๆ เกิดเป็โอเมก้าที่ร่างกายอ่อนแอหน่อยก็อาจถึงขั้นรักษาครรภ์ไว้ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นทางที่ดีอัลฟ่าควรอยู่เคียงข้างโอเมก้าตลอด่ตั้งท้อง” หานอวิ๋นโจวหมอผู้มีจิตเมตตา เขาประจำอยู่แผนกศึกษาการแบ่งเพศที่โรงพยาบาล เคยชินกับการให้ความรู้ผู้ปกครองทั้งหลายจนเริ่มเอ่ยเตือนคนตรงหน้ายาวเป็หางว่าว
หานิซิวพยักหน้ารับอย่างใจลอย เขาเคยได้ยินคุณแม่พูดว่าคุณพ่อจะรีบกลับบ้านทันทีหลังเลิกงานตลอด่ที่ท้องเขา หลายครั้งที่ต้องเดินทางไปสัมมนานอกสถานที่หลายวัน คุณพ่อหานกังวลใจแทบตาย ดีที่คุณแม่หานสุขภาพแข็งแรง กินดีนอนดีทุกวัน มีแม่บ้านหลายคนคอยดูแล ่เวลาที่ไม่มีอัลฟ่าคอยอยู่เคียงข้างแค่รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่ยังสามารถอดทนรอให้คุณพ่อกลับมาได้อย่างปลอดภัย
“เฮ้ ได้ยินหรือเปล่า นี่นายดีใจจนสติหายเลยเหรอ” หานอวิ๋นโจวไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากหานิซิวอยู่นานก็ถามอ้อมๆ “นี่ฉันจะมีเหลนแล้วใช่ไหม นายเป็อัลฟ่าของเขาคนนั้นสินะ ยินดีด้วยนะ จะได้เป็พ่อคนแล้ว พ่อแม่นายรู้เื่หรือยัง ว่าผู้สืบทอดประมุขตระกูลรุ่นที่เก้าของตระกูลหานเราใกล้จะมาแล้ว เฮ้อ นี่เื่ใหญ่เชียวนะ ต้องรีบจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด ฉันขอเป็เพื่อนเ้าบ่าวได้หรือเปล่า”
“ไม่ ไม่ใช่” หานิซิวเสียงแหบพร่า “ผมไม่ใช่พ่อเด็ก”
“ฮะ” หานอวิ๋นโจวยังไม่ทันอุทานสิ้นเสียงดี หานิซิวก็ชิงตัดสายไปก่อน