ในห้องครัวมีเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาเป็ระยะๆ หลี่หลิวทำเมนูง่ายๆสามสี่อย่างและกับแกล้มอีกสองสามอย่าง ในห้องครัวมีผู้ช่วยอย่างหวังลู่และสืออิงคอยหยิบจับสิ่งของให้ตามที่นาง้าจนนางทำอาหารเกือบเสร็จ
"หลี่หลิวแม่ใหญ่ว่าเ้าควรมีผู้ช่วยนะ อย่างพ่อควรที่บ้านของเราเขาจะเป็มือเป็เท้าให้เ้าได้อย่างดีเลยล่ะ ต่อไปหากเ้าไปไหนมาไหนก็จะสะดวกสบายเ้าคิดเห็นเช่นไร"
สืออิงมองร่างน้อยๆจับกระทะควงตะหลิวอย่างมั่นคงพร้อมรอยยิ้ม ในเมื่อนางมาเป็คู่หมายของบุตรชายตนแล้วก็อยากให้นางได้พักผ่อนมากกว่านี้ ดูจากมือน้อยๆที่ควรนุ่มนิ่มกับสากเหมือนผ่านสมรภูมิรบมาอย่างยากลำบาก นางก็อดห่วงใยและเอ็นดูนางไม่ได้
"หากท่านว่าเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ"
หลี่หลิวตอบรับไป ในภายหน้าร้านนั่งกินจะใหญ่ขึ้นมากหากได้พ่อครัวที่คล่องตัวและรู้งานมาช่วยก็จะดีไม่น้อย ส่วนข้าแค่ให้ท่านแม่คอยคุมงานให้ก็ได้แล้ว
"เช่นนั้นก็ดีต่อไปเ้าจะได้ไม่ต้องทำงานจนเหน็ดเหนื่อยอีก ข้าล่ะกังวนว่าเ้าจะทำแต่งานจนลืมชีวิตวัยล่ะอ่อนว่าต้องใช้ให้คุ้มเพียงใด"
สืออิงหันไปยิ้มแย้มกับหวังลู่ก่อนจะพากันเอาอาหารออกไปวางที่โต๊ะ ที่มีสือหาน สือไท่และครอบครัวหลี่นั่งอยู่ เว่ยหนิงและจางปิงรีบเดินเข้าครัวเมื่อรู้ว่าอาหารเสร็จแล้วพวกเขาคอยช่วยยกถ้วยจานด้วยความขมักเขม้น
สือหานให้เว่ยหนิงไปหยิบสุราขวดหยกสีเขียวมรกตออกมา และดื่มฉลองกับหลี่หงที่ในที่สุดก็ได้เป็ดองกันเสียที
"สุรานี่ข้าเก็บไว้นานบ่มมาอย่างดีเชียวล่ะ มาๆข้ารินให้ท่าน"
สือหานรินสุราให้หลี่หง ก่อนจะรินใส่แก้วตนเองสองคนยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกัน ความร้อนผ่าวของเหล้า ไหลลงคอไปจนถึงท้องน้อยทำให้ต้องรีบกินหอยทรงเื่ตามลงไป
"อ่าส์... มันเข้ากับสุรานี้ของข้ายิ่งนัก"
สือหานกล่าวออกมาด้วยใบหน้าพอใจ อาหารที่แม่นางน้อยทำออกมาสองอย่างล้วนเป็กับแกล้มได้เป็อย่างดี สือไท่ก็รินสุราใส่แก้วตนครึ่งแก้วแล้วชิมรสชาติอย่างพอใจ เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อรู้ว่าต่อไปตนจะได้เป็เขยบ้านนี้อย่างแน่นอน
เมื่อคราวก่อนเขาไปร่ำสุรากับเพื่อนจึงได้รู้แล้วว่าตนนั้นคออ่อนเพียงไหนจึงได้แค่ดื่มทีล่ะนิดอย่างสำรวม กลัวว่าหากตนเมามายคงแสดงภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไปเป็แน่ ครั้งนั้นข้านอนหลับกลางพื้นหญ้าช่างน่าสังเวชยิ่งนักครั้งนี้ข้าต้องดื่มแต่พอดี สือไท่เห็นหลี่หลิวเดินออกมาจากครัวเขากำลังจะเรียกนางมานั่งข้างๆแต่ก็ถูกหลี่จงเรียกตัดหน้าไปก่อนจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้นางแทน
"มานั่งๆ"
หลี่จงดึงแขนน้องรองให้นั่งลงข้างตนแล้วให้หลี่เฉินไปนั่งข้างๆสือไท่แทน หลี่หลิวยิ้มบางแล้วนั่งลงและเริ่มกินข้าวเย็นช้าๆจนนางอิ่มจึงลุกขึ้นเดินไปดื่มน้ำ สือไท่ได้โอกาสก็เดินตามแม่นางของเขาไปโดยทันที
"หึ!"
หลี่จงสบถออกมาในลำคอเบาๆ แต่ท่านแม่ได้ยินเข้าจึงขาเขาเบาๆไปทีนึง
"ดูเ้าลูกชายข้าสิ พอได้คู่หมั้นก็ไม่สนใจพ่อเช่นข้าอีกแล้วฮ่าๆๆ"
สือหานมองตามบุตรชายที่ลุกขึ้นเดินตามคู่หมั้นไปด้วยความกระตือรือร้นแล้วหัวเราะเสียงดัง
"ฮ่าๆๆๆ"
หลี่หงไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไร และเริ่มมึนเมาแล้วจึงได้แต่หัวเราะดังๆตามเขา
"ท่านพี่พอเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวก็ลุกกลับไม่ไหว ไว้คราวหน้าค่อยมาดื่มกันใหม่เถอะนะ พรุ่งนี้บ้านหลี่ต้องทำการทำงาน หากเราอยู่นานจะรบกวนเวลาพักผ่อนพวกเขานะเ้าคะ"
สืออิงรีบทักท้วงเมื่อเห็นว่าสามีของนางเริ่มจะติดลม
"ใช่ๆ วั้นข้ากลับก่อนนะ ไว้คราวหน้าข้าจะมาดื่มด่ำบรรยากาศนอกเมืองกับท่านใหม่"
"ได้เสมอๆ"
หลี่หงตอบไปด้วยใบหน้าแดงก่ำซึ่งต่างจากสือหานที่ยังคงมีความสุขุมอยู่คงเดิม
"เว่ยหนิงไปตามนายน้อยเ้าได้แล้ว"
สืออิงเห็นหลี่หลิวนั่งหาววอดๆและมีบุตรชายนั่งยิ้มโง่ๆอยู่ข้าง จึงบอกผู้ติดตามของเขาให้ไปเรียกนายน้อยกลับบ้าน
"งั้นข้ากับครอบครัวขอลานะเ้าค่ะ ไว้ครั้งหน้าหากข้าได้บ้านตามที่ท่าน้าแล้วจะมารับพวกท่านไปเยี่ยมชมดู"
"ข้าตอบขอบคุณท่านมากจริงๆ"
หวังลู่กล่าวขอบคุณ ผู้เป็แม่ทั้งสองคนจับมือกันอย่างสนิทสนม
"ท่านแม่ ท่านพ่อข้าลานะขอรับ"
หลังจากบอกลาหลี่หลิวเสร็จเขาก็เดินมาลาครอบครัวคู่หมั้นด้วยความสนิทสนม
หลี่หลิวก้มหัวน้อยเอ่ยส่งครอบครัวสือด้วยรอยยิ้ม เมื่อรถม้าครอบครัวสือออกไปหลี่จงต้องกุมขมับทำไมข้าต้องมาตามเก็บข้าวของพวกนี้ทั้งที่ข้าควรจะได้เข้านอนแล้วแท้ๆ
"รีบเก็บถ้วยชามเถอะเ้าค่ะ ท่านแม่พาท่านพ่อไปนอนเถอะเ้าค่ะทางนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะจัดการเอง"
หลี่หลิวบอกชายสามที่ทำหน้ามุ่ยให้รีบเก็บกวาด และบอกให้ท่านแม่ไปส่งท่านพ่อที่เริ่มเมาจนเพ้อยิ้มอยู่คนเดียว พอเก็บกวาดเช็ดถูล้างจานจนเสร็จชายสามก็แบกเ้าเล็กที่หลับแล้วขึ้นหลังเดินตะกุกตะกักขึ้นบันไดไป หลี่หลิวเดินไปปิดประตูรั้วหน้าบ้านก่อนจะลงกรบานประตูและหน้าต่างแล้วตามขึ้นบ้านไปนอน
ผ่านไปสองสัปดาห์ทุกอย่างก็ยังคงเป็เช่นเดิม จะมีเพิ่มเติมมาก็คือพ่อครัวอีกสี่ห้าคนมายึดอำนาจห้องครัวไปแล้ว หลี่หลิวสอนวิธีและขั้นตอนในการทำอาหารไปจนหมดก็ได้คอยเดินดูสวนและนั่งเล่นกับเสี่ยวเฮยและเสี่ยวหวง
"พื้นที่หลังบ้านก็มากกว่าสามไร่ หากจะทำร้านนั่งกินสามชั้นกว้างๆก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่ออยู่นอกเมืองแบบนี้ พวกยุงและแมลงอาจจะต้องมาตามแสงไฟในตอนกลางคืนอย่างแน่นอน"
ถ้าจะทำเป็ปูนทั้งสามชั้นก็ไม่น่าจะทำได้เพราะด้วยยุคสมัยที่ล้าหลัง คงทำได้แค่พื้นปูนชั้นล่างเพียงชั้นเดียวเท่านั้น หลี่หลิวที่ว่างจัดก็ก็เริ่มคิดแล้วว่าจะสร้างตึกสูงเป็ร้านอาหารแบบไหนและหาจุดเด่นชั้นบนเพื่อที่จะชมแสงดาวยามค่ำคืนเช่นไร
"เ้ามานั่งพิงอะไรอยู่ตรงนี้"
ชายสามเดินมาที่สวนผักเห็นชายกระโปรงสีขาวเหลืองโผล่มาจึงเดินมาดูนางเสียหน่อย
"ข้ากำลังวาดฝันว่าที่แปลงที่ว่างอยู่จะสร้างเป็ร้านอาหารตรงไหนดี"
หลี่หลิวใช้ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทั้งสองข้างประกบกันแล้วกำมือที่เหลือลงก่อนจะยื่นแขนออกไปแล้วเล็งดูตำแหน่งที่นาง้า
"เ้าทำอันใด"
"ข้าจะดูว่าตรงนี้จะเหมาะสมไหม"
"เ้าจะใช้สายตาวัดเช่นนั้นได้อย่างไร เ้าควรหาช่างที่รับงานสร้างโรงเตี๊ยมแล้วมาคุยกันเื่แบบร้านที่เ้า้าถึงจะได้"
"ยังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกนะ ข้าต้องเก็บเงินให้ได้ก้อนใหญ่และต้องมีเงินสำรองมากพอถึงจะทำได้"
"ก็จริงทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินลงทุนทั้งนั้น"
หลี่จงนั่งลงข้างๆน้องสาวแล้วมองนางที่เริ่มรู้จักหาซื้อเสื้อผ้าที่เข้ากับคนในเมืองมาใส่
เมื่อวานนางก็พาข้ากับน้องเล็กไปเลือกเสื้อผ้าและผ้าคลุมเอาไว้ใส่หน้าหนาวที่จะมาถึงพร้อมชุดท่านพ่อท่านแม่ แถมยังซื้อเตาอุ่นมาเก็บไว้ให้แต่ล่ะห้องอีกทั้งชุดผ้าห่มที่อบอุ่นพวกนั้นอีก ก่อนกลับนางยังแวะไปถามไถ่สถาบันการศึกษาในตัวเมืองว่าเปิดรับนักเรียนเพิ่มหรือไม่ ปรากฎว่าต้องรอฤดูใบไม้ผลิเขาถึงจะเปิดรับที่อีกที หลี่หลิวนางจึงให้ข้ากรอกใบสมัครทิ้งไว้ก่อน ตอนนี้เป็ฤดูเป็ฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็่เก็บเกี่ยวนั่นก็คือเดือนกันยายนถึงตุลาคมซึ่งมีอุณหภูมิสิบถึงยี่สิบสององศา ผ่านฤดูนี้ไปก็จะเข้าฤดูหนาวซึ่งอากาศจะต่ำกว่าสิบองศาลงไป พอผ่านฤดูหนาวถึงจะเป็ฤดูใบไม้ผลิที่ข้าจะสามารถไปร่ำเรียนได้
"แล้วท่านออกมาทำไมหรือ ไหนท่านว่าจะช่วยพี่ป๋ายรุ่ยฉีรับแขก"
"แค่ท่านพ่อกับป๋ายรุ่ยฉีก็มากพอแล้ว อันที่จริงมีแค่พี่ป๋ายก็เพียงพอแล้วเสียด้วยซ้ำ"
หลี่จงบอกน้องสาวตามที่เขาเห็นมา
"เ้าเล็กจะกลับตอนไหนรึเ้าคะ"
หลี่หลิวถามหาเ้าเล็กที่ไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองกับสือไท่ ั้แ่ที่ทำการหมั้นหมายกับสือไท่เ้าเล็กก็ติดหนึบสือไท่ยิ่งกว่ากาวเสียอีก พอสือไท่ว่างจากการเล่าเรียนก็มักแวะมาชวนเ้าเล็กไปเที่ยวเล่นเสมอนับได้ว่าพวกเขาเข้าขากันอย่างดี และเ้าเล็กก็ดูเหมือนว่าจะชอบใจมากเลยทีเดียว
"เ้าจะถามไปทำไมเดี๋ยวก่อนเที่ยงนี้คงกลับมาอีกตามเคยนั่นแหละ"
ถึงเ้าเล็กจะไปเดินซื้อขนมในเมืองและของกินกับสือไท่อยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมากินข้าวที่บ้านเช่นเดิม เ้าเล็กบอกว่าถึงขนมในเมืองจะอร่อยแต่สู้อาหารที่ร้านเราไม่ได้จึงพาสือไท่กลับมากินข้าวเที่ยง และก็เป็เช่นนี้มาสองครั้งแล้ว
"อากาศจะดีเช่นนี้ไปอีกนานไหมเ้าคะ"
หลี่หลิวนั่งตากแตก่เกือบสิบโมงที่อุ่นๆอย่างพอใจ
"เดือนหน้าชาวบ้านก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตกันแล้ว ตอนนี้ท้องทุ่งที่เขียวขจีเริ่มมีสีเหลืองทองเป็บางแห่งแล้วน้ำในนาคงลดลงไม่น้อยแล้วล่ะ"
"น้ำลดหรือเ้าคะ ท่านว่าพวกหอยปูจะยังมีหลงเหลืออยู่ไหมเ้าคะ"
"พี่ไม่รู้หรอกว่าพวกหอยจะยังมีอยู่ไหมบางทีพวกมันอาจขุดรูหลบลงใต้ดินไปแล้ว แต่ปูกับกับตัวแดงๆที่มีก้ามอาจจะยังมีอยู่"
"ตัวแดงๆที่มีก้ามรึ"
หลี่หลิวตาโตถามพี่ชายอย่างด้วยความดีใจ หากเป็กุ้งเครฟิชหรือกุ้งัแม่น้ำจืดคงจะได้กินเมนูผัดหมาล่าเป็แน่
"ใช่แล้ว มันคล้ายปูแต่ก็คล้ายกุ้งที่เ้าเลี้ยงไว้ในมิติแต่มันตัวเล็กกว่ากุ้งของเ้ามาก"
"แล้วชาวบ้านไม่เก็บเอามาทำอาหารกินเลยรึเ้าคะ"
"มันกินได้ด้วยหรือ ข้าเห็นแต่พวกชาวบ้านพากันเก็บมันมาทำลายทิ้งข้างทางเพราะว่ามันทำลายต้นข้าว"
"พี่ใหญ่ท่านช่วยข้าที ช่วยประกาศออกไปว่าใครก็ตามที่เก็บพวกปูและเ้าตัวแดงๆมาให้ข้า ข้าจะจ่ายเป็เงินให้"
"นี่เ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม"
"โธ่ รีบไปเถอะน่า"
หลี่หลิวรีบเร่งรัดพี่ใหญ่ให้ไปบอกชาวบ้านเก็บปูและกุ้งมาขายให้นาง ของอร่อยเช่นปูนาและกุ้งเครฟิชมันต้องได้ราคาดีอย่างแน่นอน หลี่หลิวคิดแล้วก็ยิ้มหวานด้วยอารมณ์ดี ชาวบ้านยุคนี้ไม่รู้จักของอร่อยเลยจริงๆ ยังดีที่มีพวกเครื่องปรุงอยู่บ้างไม่เช่นนั้นคงต้องทำเครื่องปรุงขึ้นมาเองเสียด้วยซ้ำ
"หา!! ท่านพูดจริงหรือ"
ป๋ายรุ่ยฉีถามซ้ำเ้าใหญ่ที่สนิทสนมกับเขาอย่าง้าคำตอบอีกครั้ง หลี่จงก็ตอบพี่ป๋ายไปว่ามันคือเื่จริง ป๋ายรุ่ยฉีจึงฝากให้เขาดูแลแขกไปก่อนส่วนเขารีบไปแจ้งข่าวท่านพ่อของตนอีกที หากรู้ว่ามันขายได้ท่านพ่อคงดีใจมากๆแน่เพราะ่หลังมานี้ทั้งกุ้งทั้งปูท่านพ่อยังไม่ได้ไปกำจัดมันออกเลย
"ท่านจะไปไหนขอรับ ท่านจะไม่ไปบอกชาวบ้านก่อนหรือ"
ป๋ายรุ่ยฉีเห็นบิดารีบเอาตระกร้าขึ้นรถและเรียกท่านแม่จึงถามท่านพ่ออย่างสงสัย
"โถ! ข้าก็จะรีบไปเก็บก่อนพวกชาวบ้านหน่ะสิ ส่วนเ้าก็ไปบอกรองผู้นำชุมชนหานว่าข้าลงนาไปก่อนแล้ววานให้เขาไปบอกลูกบ้านด้วย ไปกันเถอะเมียข้า"
ป๋ายรุ่ยฉีมองท่านพ่อที่รีบเข็นรถลากออกไปแล้วก็ต้องส่ายหน้า พ่อข้าก็ร้อนเงินเช่นกันสินะเขายิ้มบางก่อนจะไปบอกลุงหานห้าวเฟิง
"ว่าไงนะ แล้วตาแก่นั่นให้ข้าไปบอกชาวบ้านส่วนเขาไปเก็บกุ้งปูแล้งงั้นรึ"
"ขอรับลุงหาน แต่ระหว่างทางข้าก็บอกชาวบ้านไปแล้วจำนวนนึง เหลือแต่ฝั่งนั้นที่อยู่ถัดบ้านท่านที่ข้ายังไม่ทันได้บอกไปงั้นข้าขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะขอรับ"
ป๋ายรุ่ยฉีบอกลุงหานเสร็จจึงขอตัวลา
หานห้าวเฟิงรีบบอกครอบครัวตนให้เตรียมของและออกไปเก็บกุ้งปูรอเขาก่อนที่นา ส่วนเขาก็รีบไปบอกชาวบ้านที่อยู่ถัดไปจากบ้านเขาอย่างเร่งรีบ
"ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยจะรับซื้อมากไหมพวกท่านก็เร่งมือหน่อยข้าขอตัวไปลงนาข้าวข้าก่อนนะ"
หานห้าวเฟิงบอกหลังสุดท้ายเสร็จก็รีบไปที่นาของตนด้วยความเร่งรีบ เขาก้าวขายาวๆแล้วมุ่งหน้าไปจนถึงท้องทุ่ง ระหว่างทางเห็นชาวบ้านพากันจับกุ้งปูใส่ตระกร้าและยกใส่รถลากไว้มากมายเขาจึงรีบไปช่วยครอบครัวเก็บเพื่อที่จะให้เสร็จและนำไปขายก่อนใคร
"นางจะเอาปูนาพวกนี้ไปทำอะไรกัน"
"ข้าจะไปรู้หรือ ขอแค่มันทำเงินได้ข้าก็ยินดีที่จะเก็บมันไปขาย ดูเถอะข้าพึ่งเก็บไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เองไม่รู้มันมาจากไหนกันเยอะแยะ"
พวกชาวบ้านพากันบ่นให้กับกุ้งปูที่ไม่มีวันหมดแต่ก็ก้มเก็บพวกมันเมื่อรู้ว่ามันทำเงินได้
"เยอะถึงเพียงนี้แม่นางน้อยจะรับซื้อมันทั้งหมดจริงหรือ"
กลุ่มชาวบ้านที่มีครอบครัวใหญ่ช่วยกันเก็บจนเต็มรถลากก็พากันเข็นเข้าในตัวหมู่บ้าน เห็นแต่ล่ะบ้านพากันก้มเก็บไปตามๆขอบเขตแดนของตนอย่างขมักเขม้น
"แค่นี้จะไปพอได้เช่นไร พวกเ้ารีบเอาไปขายเถอะจะได้รีบมาเก็บต่อ"
ป๋ายเคอที่ก้มๆเงยอยู่ข้างทางได้ยินพวกชาวบ้านคุยกันจึงะโบอกไป แม่นางน้อยคงได้เมนูอาหารใหม่เป็แน่และคาดว่าปูกุ้งพวกนี้คงไม่พอขายสำหรับนางจึงบอกให้พวกบ้านมั่นใจและรีบเก็บไปขาย
"ในเมื่อท่านผู้นำชุมชนกล่าวเช่นนี้แล้ว ข้าก็จะรีบไปรีบกลับ"
ครอบครัวมู่รีบเข็นรถลากคันเล็กเร็วขึ้นเพื่อทำเวลา หากนางรับซื้อมากจริงกุ้งปูเหล่านี้ก็เป็แหล่งทำเงินให้พวกเขาได้อย่างดี ครอบครัวมู่เก็บปูได้หนึ่งตระกร้าและกุ้งอีกครึ่งตระกร้าพวกเขาหาที่ปิดกันปูกุ้งไต่ออกและรีบเอาไปขายในบ้านสกุลหลี่
"มาแล้วรึเ้าคะ"
หลี่หลิวนอนเล่นอยู่บนบ้านได้ยินเสียงพี่ใหญ่ะโบอกว่ามีว่ามีคนเอากุ้งและปูนามาขาย หลี่หลิวเดินลงบันไดไปแล้วถามไถ่ผู้เป็พี่ แม่ครัวสามคนและคนของบ้านสือมองมาที่นางอย่างสงสัยว่านางจะเอาของพวกนั้นมาทำอันใด แต่หวังลู่นั่งเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่พึ่งได้มาก็พอรู้แล้วว่าลูกสาวของตนคงได้เมนูใหม่เพิ่มมาอีกแล้วเป็แน่
"ข้าให้ปูตระกร้าขนาดกลางเช่นนี้ยี่สิบอีแปะ ส่วนกุ้งนี่ตระกร้าเล็กได้มาครึ่งข้าสิบอีแปะท่านตกลงหรือหรือไม่"
หลี่หลิวมองปูขนาดเท่ากำปั้นของนางแล้วทำท่าคิดหนักใจว่าราคานี้จะเหมาะสมหรือไม่
"ข้ายอมรับๆราคานี้ข้ารับได้"
มู่เหย่วหนิงที่เดินมากับบุตรชายรีบตอบรับราคาที่นางเสนอมาโดยทันที แค่เก็บปูนากับกุ้งที่ต้องเก็บมาทำลายทิ้งมาขายก็ได้เงินตั้งหลายอีแปะมีหรือนางจะไม่ยินยอม
"จริงหรือเ้าคะ ขอบคุณท่านป้ามู่มากนะเ้าคะ งั้นข้าวานท่านไปบอกชาวบ้านด้วยนะเ้า ว่าข้ารับซื้อจำนวนมากมีเท่าไหร่ข้ารับหมดแต่ปูต้องคัดสรรเอาตัวใหญ่ๆนะเ้าคะส่วนตัวเล็กต้องรอมันโตก่อน ส่วนกุ้งสีแดงนี่ข้ารับมันทั้งหมดเลยเ้าค่ะ"
หลี่หลิวแสดงสีหน้าดีใจตื้นตันที่นางนำมาขายให้และมอบเงินให้นางไป ก่อนที่นางจะเรียกให้ท่านพ่อเปลี่ยนตะกร้าให้กับพวกเขา
"แล้วมาขายอีกนะเ้าคะ"
เสียงเล็กๆใสๆ ร้องะโตามหลังสองแม่ลูกมู่ไป
"พี่ใหญ่"
นางลากเสียงยาวจนชายสามขนลุก หากนางใช้เสียงที่สองกับข้าเมื่อใดข้าแทบอยากจะมุดดินหนีไปให้ไกลแต่ก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มเจื่อนๆแล้วตกปากรับคำไปเท่านั้น
"ว่ามาเถอะ ไม่ต้องทำเสียงอ้อนข้าหรอกข้าขนลุก"
หลี่จงพูดไปตามความคิดของตน หลี่หลิวได้แต่มองบน หึ! เขารู้ทันข้าแบบนี้จะไปสนุกอะไรเล่า
นางจึงบอกให้เขาไปตามสือไท่แล้วขอให้เขานำคนมาสักสิบคนขอเป็ชายที่บึกบึน หลี่จงคำรับแล้วเดินออกจากบ้านมาพร้อมกับจูงเสี่ยวเฮยแล้วปาดเหงื่อ
"เขาไปไหนก็ไม่รู้แต่ใช้ให้ข้าไปตามหาเขาเนี่ยนะ"
เมื่อออกมาหน้าบ้านเสี่ยวเฮยคุกเข่าลงอย่างรู้ใจ หลี่จงที่ตัวสูงร้อยห้าสิบปีนขึ้นหลังเสี่วเฮย พอเขานั่งดีแล้วก็บอกเสี่ยวเฮยลุกขึ้น เสี่ยวเฮยค่อยๆลุกขึ้นช้าๆก่อนจะเดินเหยาะๆแล้วเริ่มวิ่งออกไป
"เสี่ยวเฮยเ้าว่าเ้าเล็กจะไปเล่นอยู่ที่ใดกับสือไท่กัน"
หลี่จงถามม้าอย่างขอความเห็นจากมัน เสี่ยวเฮยร้องฮี่ฮี่ และควบไปไม่เร็วนักเพราะกลัวพี่ชายของเ้านายจะตกม้าเอา เมื่อขี่ม้าเข้าเมืองไปแต่ไร้จุดหมายจึงหยุดม้าถามทางจากร้านซาลาเปาว่าร้านสมุนไพรสือคงไปทางไหน พ่อค้าทำหน้าไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ตอบไปว่าไปทางนั้น เข้าชี้ไปทางซ้ายมืออย่างลวกๆก่อนจะค่อยคลี่ยิ้มออกมาเมื่อหลี่จงสั่งซาลาเปาใส้เนื้อสามลูกจากเขา
"ขอบใจเ้ามากพ่อหนุ่มน้อยวันนี้ข้าขายได้ไม่ค่อยดีจึงอารมณ์หงุดหงิดไปบ้าง เ้าไปตามทางนี้แล้วมองทางขวามือไว้ผ่านร้านน้ำชาไปหน่อยก็ถึงแล้ว"
"ขอบคุณท่านลุงมากขอรับ"
หลี่จงที่ขึ้นนั่งบนม้าแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะไปตามทางที่ลุงร้านซาลาเปาบอก
"พี่ใหญ่"
เ้าเล็กได้ยินเสียงม้าที่คุ้นเคยก็เดินออกมาดูนอกร้านและเป็พี่ใหญ่ของเขาที่มาหาจริงๆ เขายิ้มตาหยีให้แล้วรอให้พี่ใหญ่ลงม้ามาแล้วเดินไปจับมือพี่ชาย
"เ้าอยู่นี่จริงๆด้วย"
เขาลูบคลำแก้มน้อยๆอย่างหมั่นเขี้ยว
"ท่านมาตามข้ากลับบ้านรึ"
หลี่เฉินถามผู้เป็พี่เขาจึงตอบไปว่าใช่แล้วก่อนจะถามหาสือไท่
"ทางนี้ขอรับ"
หลี่เฉินดึงมือพี่ชายหลังจากที่เขาผูกเสี่ยวเฮยเสร็จก็พาเขาไปที่ห้องน้ำชาด้านในเสมือนว่าที่นี่เป็ร้านของเขาเอง
"อ้าว หลี่จงมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ"
สืออิงที่มานั่งเล่นที่ร้านพอรู้ว่าหลี่เฉินมาเล่นด้วยนางก็หาขนมมากมายมาให้เขาได้ลองชิม และนั่งเล่นอยู่กับสือไท่เห็นหลี่จงมาจึงได้เอ่ยถาม
"ข้าได้รับคำขอของน้องสาวมาน่ะขอรับ นางให้มาบอกพี่สือไท่ว่านาง้าแรงงานชายร่างกายแข็งแรงกำยำสิบคนไปช่วยงานน่ะขอรับ"
หลี่จงถึงจะไม่ค่อยชอบสือไท่นัก แต่ก็ทำความเคารพสืออิงและตอบไปตามจริง
"ได้ๆเดี๋ยวป้าจะหาคนให้นะ เ้าก็มานั่งพักดื่มชาและขนมก่อนสิ"
สืออิงลุกขึ้นและผลักเขาให้ไปนั่งที่เก้าอี้รอก่อน
"ตามสบายนะ"
นางจับไหล่เ้าใหญ่ที่ยิ้มน้อยๆเหมือนไม่เต็มใจนั กแล้วเดินออกไป
เป็พี่ชายที่หวงน้องสาวจริงๆเลยนะ สืออิงพอรู้ว่าหลี่จงไม่ค่อยชอบเ้าลูกชายของตนจึงอยากให้พวกเขาสนิทกันขึ้นมาหน่อยจึงให้เขาได้นั่งข้างๆสือไท่ นางเดินออกไปหาหลงอ้ายเหล่ยผู้ดูแลร้านและบอกให้เขาไปหาคนที่ตรงตามหลี่หลิว้ามาให้หลี่จง