เทียนหลงจะเดินทางไปหาปู่จางที่เมืองซุยหัวต้องมุ่งหน้าขึ้นเหนือ เดินทางผ่านถึง ห้าเมือง เมืองแรกที่ต้องผ่านคือเมืองเชียนเกาห่างไปถึง สามร้อยห้าสิบกิโลเมตร ตีความตามชื่อหมายถึงเมืองแห่งขุนเขา พึ่งออกจากเมืองสุ่ยเพียงสามสิบกิโลเมตรก็เริ่มเห็นแนวทิวเขาขวางหน้าแต่ไกล ทิวเขาสูงๆต่ำๆไม่มียอดเขาสูงเหมือนยอดอินทรีกำสรวลแต่ทิวเขาแน่นขนัดสลับซับซ้อนมองไปไม่มีจุดสิ้นสุด มาถึงที่นี่มีศาลาพักริมทางข้างศาลาเป็ร้านขายอาหารเล็กๆ เทียนหลงหยุดแวะพักกินอาหารสอบถามทางจากนี้ไปทางจะเริ่มขึ้นเขาวกวนผ่านป่าเขาดิบมีสัตว์วิเศษเดินผ่านระยะทางจากนี้ไปมีที่พักอีกสามแห่งก่อนถึงเมืองเชียนเกา ที่พักแรมจุดแรกห่างไป สี่สิบกิโลเมตรรถม้าใช้เวลาเดินทางถึง หนึ่งวันเต็ม พักเพียงครู่เดียวหลังตรวจดูสัมภาระ กระชับไม้พลองไม้สนที่ทำขึ้นมาใหม่เขาไม่ฟังคำทักเตือนของเถ้าแก่ร้านค้า ออกเดินทางทันที
เทียนหลงจากไปได้เพียง หนึ่งชั่วโมงเฉียนเป่าก็ตามมาถึงเขาเลียบเคียงสอบถามทางพูดคุยอยู่ครู่หนึ่ง ได้ความว่าอีกเพียง สามสิบนาทีจะมีรถม้าจากเมืองสุ่ยผ่านจุดนี้ส่วนใหญ่บนรถจะมีที่ว่างเสมอไม่เคยเต็ม เถ้าแก่แนะนำให้เขาใช้บริการรถม้าแต่เขาปฏิเสธเถ้าแก่ส่ายหัวพร้อมพูด “เดินทางด้วยเท้าผ่านทางนี้ไม่ใคร่ปลอดภัยนักวันนี้เ้าเป็คนที่สองแล้ว ที่ยืนกรานจะเดินทางด้วยเท้า เหมือนเด็กน้อยคนนั้นถึงแม้มันจะบอกว่ามีอาชีพเป็พรานไม่กลัวสัตว์ร้ายก็เถอะ เดินทางทั้งเหน็ดเหนื่อยทั้งอันตรายหากไปไม่ถึงจุดพัก ก็ต้องค้างกลางป่าทางเส้นนี้ยามค่ำคืนสัตว์ร้ายชุกชุมนัก”เฉียนเป่า ได้ข่าวเทียนหลง สอบถามเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยคำนวนว่าออกตามทันที ห้วค่ำนี้น่าจะตามเทียนหลงได้ทัน ก็เร่งรีบออกตามทันที
เย็นนั้นเทียนหลงเดินทางมาถึงช่องเขาสูงแห่งหนึ่ง มีป้ายปักว่า หุบเขา สามมรณะ เส้นทาง่นี้อันตรายหวาดเสียวเป็ที่สุดเป็ช่องเขาสูงขนาบสองข้างทาง ด้านขวาเป็เชิงผาสูงชันมองขึ้นไปเห็นเพียงร่องท้องฟ้าเรียวอยู่้าบางตอนมีต้นไม้ขึ้นประปราย ด้านซ้ายกลับเป็ร่องเหวลึกดิ่งชัน มองลงไปก้นเหว มีโตรกธารน้ำไหลเชี่ยวตีเกลียวกระแทกโขดหินผนังผา ส่งเสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั้งหุบเขา ไหลกรากเชี่ยวลัดเลาะหายไปตามร่องเหวได้ยินเสียงสนั่นหวั่นไหวแว่วมาแต่ไกล คาดว่าเป็น้ำตกใหญ่อยู่อีกไม่ไกลมาก ลมจากก้นหุบเขากรรโชกหวนพัดขึ้นมาอย่างรุนแรงยามกระทบตัวเหมือนมันจะดูดทุกสิ่งให้ปลิวกระเด็นไปตามแรงลม ม้วนไปกระแทกผนังผา แล้วดูดลงไปก้นเหวเป็สถานที่มีอันตรายตามธรรมชาติ คล้ายเดินเข้าใกล้มือแห่งความตาย ที่จะคอยฉุดนักเดินทางให้ตกลงไปได้ตลอดเวลา
หุบเขาสามมรณะนี้มีชื่อมาจาก เหวมรณะ แอ่งน้ำวนและ น้ำตกมรณะ หากพลาดพลั้งตกเหวไปกระแทกพื้น ร่างกายแหลกเหลวตายสถานเดียวแต่หากโชคดีไม่ตาย ตกลงไปในสายน้ำ ก็โดนวังน้ำวนใต้สายธารเชี่ยว ดูดกักไว้ใต้สายน้ำโอกาสรอดมีเพียงน้อยนิดแต่หากรอดไปได้ก็เจอน้ำตกสูง สองร้อยเมตรเบื้องหน้า นอกจากตกลงไปกระแทกโขคหินเบื้องล่างยังมีแอ่งน้ำวนขนาดมหึมาคอยดูดทุกสิ่งที่ตกลงไป เรียกว่ามีด่านความตายถึงสามรูปแบบคอยสังหารผู้เคราะห์ร้าย
ฟ้าใกล้มืดค่ำเทียนหลงดูสภาพแวดล้อมตั้งใจว่าพ้นจากหุบเขาอันตรายนี้ จะหยุดหาที่พักบนต้นไม้ใหญ่เขาไม่ชอบหุบเขานี้สักเท่าไหร่ สภาพวิวทิวทัศน์อันคลุ้มคลั่ง ทำให้จิตใจไม่สงบเหมือนมีอันตรายล้อมรอบตลอดเวลาอีกเพียง หนึ่งร้อยเมตรจะพ้นช่องเขาได้ยินเสียงดังขวับๆ เขาถูกจู่โจมจากด้านหลังถึงแม้เสียงลมกับน้ำจะดังกลบทุกเสียง แต่เทียนหลงยังรู้สีกได้ เขาขยับตัวหลบสิ่งที่จู่โจมยังไม่ทันหลบการจู่โจมระลอกแรกได้หมด การจู่โจมระลอกที่สองก็มาถึงคราวนี้เทียนหลงใช้พลองไม้สนในมือ สะบัดปัดวัตถุลึกลับทั้งสามชิ้นไป เสียงสะท้าน “ป๋องๆๆๆ” พอเห็นชัดตาเป็ก้อนหินขนาดกลางสามก้อนระลอกแรกก็คงเป็ก้อนหินเหมือนกัน
พลองพึ่งกระแทกปัดก้อนหินก็มีเสียงกรีดอากาศสามเสียงบาดแก้วหู หางตาเห็นเป็มีดสั้น สามเล่มพุ่งตรงมาเทียนหลงยกไม้พลองปัดมีดบินไปได้ สองอัน แล้วขวางไม้พลองกันส่วนหน้าอกมีดพึ่งปักบนไม้พลอง “ฉึก” ก็มีเสียงดัง “ตูม”พร้อมแรงกระแทกมหาศาลกระแทกมาที่กลางหลัง เทียนหลงกระเด็นไป สองเมตรกระอักโลหิตออกมาทันที ยังไม่ทันทรงตัว ได้ยินเสียงแหวกอากาศเข้ามาเขากลิ้งหลบ เสียงดัง“ตูม” คราวนี้เห็นถนัดตาหินข้างกายเมื่อครู่แตกกระจายสะเก็ดไฟปลิวกระจาย หัวค้อนคาอยู่บนก้อนหิน แล้วมันถูกดึงถอยกลับไปหมุนกลางอากาศรอบใหญ่เสียงดัง “หวืด” พุ่งมาหาเขาพร้อมแรงกดดันมหาศาลเขาขวางไม้พลองกันหัวค้อน แต่ร่างกายกระเด็นปลิวไปจากแรงกระแทก กระอักเืออกมาอีกครั้งได้รับาเ็บอบช้ำทันที การจู่โจมต่อเนื่องดุจพายุกระหน่ำก็หยุดลง เห็นเป็เฉียนเป่ากุมค้อนดาวตกไว้ในมือยืนห่างไปสามเมตร
เฉียนเป่า “เป็ไงละไอ้เด็กเปรตรสชาติค้อนดาวตกของข้า” “จงนำยาขจัดพิษออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
เทียนหลง งงงันวูบ“ยาขจัดพิษ อะไร”
เฉียนเป่า “บัดซบเ้าเป็คนใช้พิษยังมีหน้ามาถามว่าพิษอะไร พิษที่เ้าปล่อยใส่พวกคุณชายน้อยของข้าไงเล่า รีบนำยาขจัดออกมา”
เทียนหลง คิดเพียงเสี้ยวอึดใจก็เข้าใจแค่นหัวเราะขึ้นมา “ที่แท้ไอ้เด็กเปรตพวกนั้น ก็โดนพิษหยางนั้นเอง สมควรแล้ว..สมควร..ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว”
เฉียนเป่า “ยังไม่รีบเอาขจัดออกมาอีกถ้าเ้าไม่เอาออกมา ข้าจะทุบเ้าให้ร้องขอความตาย เฮอะๆเมื่อถึงเวลานั้น อย่าว่าแต่ยาขจัดพิษเลยิญญาของเ้าก็ต้องเป็ของข้า”
เทียนหลง ขยับตัวห่างจากริมผา“ฟังเสียงเ้า ไม่ว่าข้าให้ยาขจัดพิษหรือไม่เ้าก็ไม่ปล่อยข้าไป อย่าว่าแต่ข้าไม่มียาขจัดพิษใด บอกเ้าเอาบุญข้าไม่เคยใช้พิษใดๆ การที่นายเ้าโดนพิษ มันเป็การแส่หาเื่ของพวกมันเองแต่ถ้าอยาได้ชีวิตข้าก็เข้ามา” ยังพูดไม่เสร็จเทียนหลงก็ปราดเข้าประชิดตัวเฉียนเป่าควงพลองปานพายุบิดผันแทงปาดฟาดใส่
อาวุธของเฉียนเป่าเป็ค้อนดาวตกเป็อาวุธโจมตีระยะกลาง ต้องมีระยะห่างถึงจะใช้โจมตีได้ เทียนหลงมองเห็นจุดนี้จึงเข้าประชิดตัวส่วนพลองของเทียนหลงถึงแม้ยาวถึงเมตรครึ่ง แต่เพลงพลองที่ใช้สองมือสลับการจู่โจมใช้กลางพลองเป็จุดศูนย์กลางไม่เพียงสามารถใช้ปลายพลองทั้งสองข้าง กราดฟาดกระแทกถึงกลับพลิกข้างแทงหน้ากลับหลังได้ตามใจชอบเฉียนเป่ารับมือเป็พัลวัน ค้อนดาวตกที่มีอนุภาพคลุมฟ้าในรัศมีสองเมตรกลายเป็เครื่องลากถ่วงเมื่อต่อสู้ระยะประชิดยิ่งเจอเทียนหลงที่ใช้วิชาตัวเบาขั้นพิสดาร เขาถูกโจมตีจนโงหัวไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิง
แต่..ด้วยระดับ ปราณิญญาระดับสามกับปราณธรรมชาติระดับแปด แตกต่างกันถึง สองขั้นปราณใหญ่ หรือ สิบห้าระดับย่อยเพียงครู่เดียวเฉียนเป่าก็เริ่มรับมือพลองเทียนหลงได้ง่ายขึ้นเรื่อยแรงกดดันจากพลังปราณที่แตกต่าง อาการาเ็ของเทียนหลงเมื่อครู่ เริ่มส่งผลในการต่อสู้เทียนหลงเองก็รู้สึกได้ “ท่าจะไม่ดีแล้ว คงต้องหนีก่อน”
เทียนหลงถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนที่เฉียนเป่าจะไหวตัวทัน เขาระดมแทงไปแปดพลอง แล้วใช้ปราณัพสุธาผนึกสนามแรงโน้มถ่วงเต็มกำลังเฉียนเป่าเห็นเทียนหลงขยับตัวออก คิดว่าเป็โอกาสขยับมือหมายจะใช้ค้อนดาวตกโจมตีทันใดนั้นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในโลกหนักอึ้งขึ้นกะทันหันทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาหนักอึ้งเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าก่อนที่เขาจะเร่งพลังยุทธ์ขึ้นต่อต้านร่างเขาก็เสียหลักคุกเข่าลงเทียนหลงฟาดพลองลงมาเป้าหมายคือศีรษะเฉียนเป่า เขายกแขนซ้ายขึ้นกันเสียงดัง “กร๊อบ..” แขนหักทันที เทียนหลงะโฟาดพลองที่สอง เหมือนฟ้าผ่าลงบนศีรษะเฉียนเป่าหน้ามืดทรุดลงไปทันที ขณะจะฟาดพลองที่สาม อาการาเ็ภายในเทียนหลงก็กำเริบเขารู้สึกหน้ามืดวูบ เืทะลักขึ้นมาถึงลำคอร่างซวนเซไปด้านข้างขณะเดียวกันรู้สึกถึงแรงต้านจากเฉียงเป่า สนามพลังแรงโน้มถ่วงเริ่มแตกกระจาย “แย่แล้ว ต้องรีบหนีก่อน” เทียนหลง ได้ทีพุ่งปราดหนีจากไปทันที
เฉียงเป่าคำรามก้อง ผนึกกำลังกระแทกแรงกดดันออกฝืนร่างยืนขึ้นทันทีเขาทั้งเดือดดาลทั้งเจ็บใจ นึกไม่ถึงว่าเทียนหลงจะทำให้เขาาเ็ได้ขนาดนี้แขนซ้ายหัก หัวแตกเือาบท่วมตัว ที่น่าแค้นคือตอนนี้เขาขยับตัวไม่ได้ผลจากพลองที่ตีกระหน่ำลงมาเมื่อครู่ถึงจะมีพลังปราณป้องกัน แต่ผลมันรุนแรงยิ่งนักท้ายสุดร่างเขาทรุดลง ต้องผนึกกำลังรักษาาเ็เบิ่งตาแทบฉีกขาดมองเทียนหลงวิ่งจากไป เพียงชั่วห้าอึดใจเฉียนเป่าก็ข่มอาการาเ็ลงได้ ไล่ล่าติดตามไปทันที
หนีพ้นจากช่องเขาแล้ว เทียนหลงไม่ไปตามทางหลวงอีกแต่มุ่งหน้าเข้าป่าลึกแต่ ยังคงตั้งทิศทางขึ้นเหนือ เพียงแต่เจอป่าไม้ตัดผ่านเจอเขาขึ้นเขา พริบตาเดียววิ่งตะบึงมาหลายกิโลเมตร ทิศทางนี้ยังคงเลียบลำธารสามมรณะขึ้นเหนือไปเขาต้องรีบหาที่ซ่อนตัวก่อนเฉียนเป่าจะตามมา ฟ้าเริ่มมืดค่ำต้องยืดระยะห่างให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
.......
วันที่เจ็ด หลังประกาศนำจับเทียนหลงรถม้าวิ่งเข้าเมืองมาในตอนเย็น ม้าเทียมรถท่าทางเหน็ดเหนื่อยหมดแรงพวกมันลากรถมาตลอดทั้งวัน ตัวรถม้าก็ไปด้วยฝุ่นละออง ใต้ท้องรถบางส่วนถึงกับเกาะไปด้วยดินโคลนมีฝนหลงฤดูตกในเทือกเขาก่อนเข้าเมืองสุ่ย ในที่สุดรถม้าก็หยุดลงที่หน้าร้านขนส่งนับเป็การสิ้นสุดการเดินทาง ผู้คนเร่งลงจากรถต่างคนต่างแยกย้ายไปยังจุดหมายคนสุดท้ายที่ลงมากลับเป็จางเหว่ย ยังไม่ทันเดินไป ซื่อตงถินเถ้าแก่ร้านขนส่งเห็นเขาแต่ไกลรีบร้องเรียก “จางเหว่ยๆ เ้ารอข้า..ก่อน”
ซื่อตงถิน วิ่งออกมาจากร้าน มองซ้ายมองขวารีบเดินมาฉุดมือจางเหว่ยเข้าร้าน
จางเหว่ย “ซื่อตงถินเ้าทำลับๆล่อๆทำอะไร ภรรยาน้อยของเ้า อยากได้สมุนไพรอะไรอีกรึ”
ซื่อตงถิน ชะโงกมองไปนอกร้าน “ไม่ใช่เื่เมียน้อยข้า แต่เป็เื่เทียนหลง” “ทำไม! เทียนหลงทำอะไร”
ซื่อตงถิน ชะโงกไปกระซิบข้างหูจางเหว่ยเพียงครู่เดียว จางเหว่ยก็เบิกตาโพลง พูดเสียงดัง “เ้าพูดว่าอะไรนะ ประกาศนำจับแล้วหลานข้าเป็อย่างไรอยู่ไหน”
ซื่อตงถิน “ไม่มีใครไม่รู้ว่าเื่อะไรประกาศนำจับนั่น ทำให้คนไม่น้อยตามล่าหาตัวเทียนหลงอย่างบ้าคลั่ง แต่หลังประกาศนำจับออกมาได้หนึ่งวัน ทางเมืองสุ่ย กลับประกาศว่าหากใครจับตัวเทียนหลงมาถือว่ามีความผิด พวกข้ายังสับสนอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นและจนบัดนี้ยังไม่มีใครพบเทียนหลง ที่แย่ที่สุดคือ สองสุนัขบัดซบบุกไปทำร้ายฟางโหวและฟางจื่อเผาบ้านพวกเขาสองสามีภรรยาเจ็บหนักไม่น้อย ยังดีที่ทหารรักษาเมืองไปช่วยออกมาจากกองไฟได้ข่าวนี้ข้าได้มาจากหลานข้าที่เป็ทหารในเมือง เจ็ดวันแล้วยังไม่มีใครเจอเทียนหลงเลยตัวเ้าก็ต้องระวังตัวหน่อย พวกตระกูลกู้หาเทียนหลงไม่พบ ไม่แน่อาจจะมาหาเื่เ้าก็ได้”กำลังจะอ้าปากพูดต่อ ตงชิงหาน พร้อมทหารติดตาม ก็เดินเข้ามาในร้านพอเห็นหน้าจางเหว่ยก็คาราวะบอกว่า เ้าเมืองเชิญพบ
ภายในที่วาการเมือง เฟิงซีหมินเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นตามที่พวกเขารวบรวมได้ ั้แ่การปะทะครั้งแรกที่แนวป่าสองสุนัขบุกทำร้ายเผาบ้านตระกูลฟาง การต่อสู้บนเรือในทะเลสาบ จนกระทั่งสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ถูกเทียนหลงฆ่าตายแล้วสรุป “ั้แ่เทียนหลง จมหายไปในทะเลสาบ ยังไม่มีใครพบร่องรอยนับได้เป็เวลา 6วันแล้ว ข่าวนี้ยังไม่มีใครเปิดเผยออกไป ไม่เช่นนั้นได้เกิดแตกตื่นกันแน่หลานเ้าเทียนหลง ถึงกับปลิดชีวิตสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ได้?ถ้าไม่มีพยานยืนยันหนักแน่น รวมถึงซากกระบองเขี้ยวจันทร์ แม้แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะเป็ไปได้” ได้ยินว่าเทียนหลงหายตัวไปในทะเลสาบ จางเหว่ยกลับรู้สึกเบาใจ หายที่ไหนไม่หายหายตัวในทะเลสาบนั้นเท่ากับักลับวังสมุทร ในทะเลสาบนับเป็บ้านที่สองของเทียนหลงรับประกันได้ว่าไม่มีใครทำอะไรเทียนหลงได้แน่นอน
จางเหว่ย “ตอนนี้สามีภรรยาตระกูลฟางอยู่ที่ใดพวกเขารับาเ็ขนาดไหน”
เฟิงซีหมิน “มันทั้งสองอยู่ในจวนข้า ฟางโหว สามารถเดินเหินได้าแสมานตัวแล้ว แต่ฟางจื่อหนักหนาสาหัสไม่น้อยนอกจากร่องรอยฟกช้ำ และบอบช้ำภายในเล็กน้อย ทีสาหัสก็คือแผลไฟลวกบนตัวโดยพาะบนใบหน้าดีที่ได้ท่านอาจารย์อู่ชุน รักษาาแให้”
จางเหว่ย “อู่ชุน...มือพิสดารอู่ชุน..มันมาทำอะไรที่เมืองสุ่ย... แต่ช่างเถอะ ฝ่ายเ้ามีใครพบเห็นเทียนหลงบ้าง”
เฟิงซีหมิน คิดในใจ ‘รู้จัก อาจารย์อู่ชินจริงๆด้วย’
ตงชิงหาน“ข้าส่งหน่วยสอดแนม ไปสอดแนมที่บ้านท่านกับบ้านตระกูลฟางจนบัดนี้ยังไม่พบร่องรอยของเทียนหลง แต่ก็สมเหตุผลแล้ว หากหน่วยสอดแนมสามารถตรวจพบไอ้พวกละโมบสมบัติก็ต้องพบตัวเทียนหลงเช่นกัน ข้าไม่เข้าใจจริงๆท่านจางเหว่ยเทียนหลงหลุดรอดจากพวกมันได้อย่างไร โดยเฉพาะถึงกับหลบหนีจากมือเฉียนเป่าที่มีพลังปราณขั้นิญญาระดับสามได้”
จางเหว่ย ไม่ตอบคำถาม “ข้าต้องกลับไปบ้านเตรียมสมุนไพรมารักษา ฟางจื่อกับฟางโหวก่อน สำหรับเื่เทียนหลงข้ากลับไม่เป็ห่วงเท่าไร”
เฟิงซีหมิน “ให้ทหารอารักขาไปส่งดีกว่าไหมเพื่อตระกูลกู้ลงมือกับท่าน จนบัดนี้พวกมันยังขจัดพิษไม่ได้ได้แต่ใช้ยาที่อาจารย์อู่ชินปรุงให้ประคองอาการเอาไว้”
จางเหว่ยโบกมือ พูดเสียงเย็น “ไม่เป็ไรข้าพอดูแลตัวเองได้แล้วอีกอย่างเื่นี้ข้าไม่ไปคิดบัญชีกับพวกมันก็นับว่ามีเมตตาแล้ว แต่หากพวกมันยังไม่รู้สำนึกก็ให้พวกมันมาหาข้า ข้าจะได้จบปัญหาพวกนี้ซะ ข้าจะไปปรุงยากลับมารักษาฟางจื่อในวันพรุ่งนี้” พูดเสร็จจางเหว่ยก็ออกจากเมือง มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
จางเหว่ยมาถึงบ้านเป็เวลาโพล้เพล้แสงแดดสีส้มม่วงใกล้หมดไปแล้วตรวจสอบรอบบริเวณทางเข้าบ้าน ฮี่ม!..ถึงกับมีคนซุ่มซ่อนอยู่ไม่น้อยเขาเดินเข้าบ้านดูจากร่องรอยมีคนบุกรุกเข้ามาไม่น้อย สมุนไพรที่ตากและเก็บไว้ในบ้านสูญหายไปทั้งหมดเขาแค่นเสียง “นึกว่าจะขับพิษปลาไหลหิมะธนูเพลิง ได้ด้วยสมุนไพรพวกนั้นรึหึๆๆๆ” ข้าวของในบ้านกระจุยกระจาย หางตาเห็นลวดลายบางส่วนบนพื้นผิดสังเกตโบกมือครั้งเดียวก็ปัดเศษสิ่งของที่ปกคลุมอยู่กระจายออกเห็นข้อความที่เทียนหลงทิ้งไว้บนพื้นไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเทียนหลงคงทิ้งข้อความไว้ให้และอยู่ที่ไหน
พึ่งเดินออกมาจากบ้านจะลงทะเลสาบก็มีเสียงตวาดมาแต่ไกล “ไอ้สุนัขเฒ่าจางเหว่ยเ้าจะไปไหน บิดาเ้าอยู่ที่นี่จงเร่งนำยาขจัดพิษที่หลานสุนัขของเ้าแพร่ทำร้ายลูกข้ามาโดยไว ข้าจะให้ความสะดวกดายแก่เ้า” คนกลุ่มหนึ่งเดินมาบนทางเดินจากแนวป่า คนตวาดนำหน้าคือ กู้ฉินชุ่นข้างๆเขา กู้หวังตัน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด่าทอออกมา “ไอ้เฒ่าโสโครกกล้าดียังไงให้หลานมาทำร้ายลูกข้า วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนบิดาให้รู้ว่าบังอาจมาทำร้ายลูกข้าจะเป็อย่างไร”
เป็ไปตามที่เฟิงซีหมินคาดเดาพวกตระกูลกู้ควานหาตัวเทียนหลงไม่เจอ พากันยกขบวนมาทำร้ายข่มขู่จางเหว่ยคราวนี้เื่ใหญ่แล้ว นอกจากสองเ้าบ้าน ตระกูลกู้ ยังมีมือดีอีกสามสิบกว่าคนกระทั่งเฉียนเป่าถึงกับอยู่ในกลุ่มคนด้วย จางเหว่ย เคราะห์ร้ายเสียแล้ว..