“อ๊า” หลิวจื้อร้องอย่างเ็ป ฝุ่นจากแรงอัดะเิจากกองดินรอบๆตัวฟุ้งกระจาย เขาค่อยๆลืมตาด้วยความยากลำบาก ก่อนที่จะค่อยๆลืมตามาพบกับความมืด
เสียงสัตว์ป่าร้องใและวิ่งหนีไปไกลยังป่าทึบระแวกนั้นยังก้องในหู
ที่นี่ไม่ใช่ห้องทดลองวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่เขาเพิ่งนั่งในเครื่องย้อนกาลเวลาแน่ๆ
น่าจะเป็ป่าที่ไหนสักแห่งในยุคสมัยหนึ่งที่เครื่องย้อนกาลเวลาส่งเขามา
เมื่อครู่ ตาแก่เฉินจิ้ง หัวหน้าฝ่ายแผนกทดลองข้ามเวลาในปี ค.ศ.2050 ในนครปักกิ่งหลอกให้เขาที่เป็นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของแผนกและยังเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าไปในเครื่องข้ามกาลเวลา แล้วกดปุ่มส่งเขามาที่นี่ เพื่อทำการทดลองการข้ามเวลาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เนื่องจากไม่มีใครกล้าเสี่ยง
หลิวจื้อค่อยๆลุกขึ้นแล้วสังเกตไปรอบๆ แต่ก็มองอันใดได้ไม่ชัด เขารีบคลำที่ข้อมือตัวเอง
“โชคดีจริงๆที่ยังมีนาฬิกา “ซวนอู่” มาด้วย”
เขาหมายถึงนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ฝังระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เขาใช้มาตลอด
หลิวจื้อรีบกดปุ่มบนซวนอู่เพื่อเปิดไฟฉาย พร้อมๆกับแกว่งนาฬิกาไปรอบทิศที่เผยให้เห็นเพียงกองดินรอบตัวที่แวดล้อมไปด้วยป่าทึบ ไม่มีร่องรอยของมนุษย์ใดๆ
"บัดซบ” เขาสบถออกมา “ซวนอู่ ตอนนี้ข้าอยู่ที่ใด ในยุคสมัยไหน ใช่โลกเดียวกันกับที่ข้าจากมาหรือไม่ จงส่งเสียงตอบข้ามา”
“ท่านกำลังอยู่ที่ เมืองหลวงฉางอัน ในรัชสมัยราชวงศ์ถัง ประมาณปี ค.ศ.700 โลกนี้เป็โลกเดียวกันกับโลกที่ท่านจากมา”
“ซวนอู่ มีวิธีกลับไปที่เดิมในโลกของข้าหรือไม่” เขาถามด้วยเสียงเดือดดาล
“ไม่มี ผมไม่มีศักยภาพมากพอจะส่งท่านกลับไป ต้องรอโลกนั้นสั่งการให้ท่านกลับไป”
“ไอ้แก่เฉินจิ้ง! รอให้ข้าได้กลับไปก่อน ข้าสาบานว่าจะจัดการแกให้ไม่ได้ตายดีแน่! ย้ากกกส์”หลิวจื้อะโร้องออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนจะทำท่าฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้และรีบก้มหน้าถามซวนอู่
“ซวนอู่ หาวิธีติดต่อกับเฉินจิ้งได้หรือไม่ ช่วยติดต่อให้ข้าด้วย ข้าจะพูดกับมัน”
“ขออภัย นี่เกินศักยภาพของข้า ข้าทำไม่ได้ ต้องรอให้ฝ่ายนั้นติดต่อมาก่อนเท่านั้น”
“หมายความว่า แรงส่งสัญญาณเ้าไม่พอ ต้องคอยรับอย่างเดียวน่ะรึ”
“ใช่แล้วครับ”
ฟังแล้ว หลิวจื้อคอตกอย่างอ่อนใจ ก่อนจะค่อยๆหันไปสำรวจรอบๆอย่างใกล้ชิด ด้วยแสงไฟจากซวนอู่
มืดมาก ไม่เห็นอะไร เราคงหลงเข้ามาในป่าสักแห่ง
“ซวนอู่ สแกนพื้นที่โดยรอบ และแสดงทางออกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเดินเท้าออกไป อย่างปลอดภัย ให้ปราศจากกับดักสัตว์และสัตว์ป่าต่างๆ” หลิวจื้อสั่งการ
เขามองคำตอบที่หน้าปัดนาฬิกาที่เรืองแสงสว่างพร้อมหมุนซูมขยายหน้าจอให้เห็นชัด แล้วค่อยๆ เดินตามทางที่ปรากฎในหน้าปัดไป
โชคยังดีที่เขาสวมเสื้อผ้าแบบทหารพลาง และรองเท้าบู้ททหารมาด้วยเนื่องจากหัวหน้าเฉินจิ้งบังคับให้เขาใส่มาพบที่ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ทำให้เขาทนอากาศหนาวในยามค่ำคืนได้
ป่านนี้ตาแก่เฉินจิ้งคงดื่มไวน์ฉลองที่ข้ามาที่นี่แล้วสินะ
เขาพอจะเดาสาเหตุที่หัวหน้าเลือกเขามาปฏิบัติภารกิจนี้ได้ คงเป็เพราะเขาเป็เด็กกำพร้า ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนที่จะห่วงว่าเขาหายไปไหน และหากไม่กลับไป ก็ไม่มีใครจะติดตามหาคนกำพร้าอย่างเขา
หลิวจื้อถูกเ้าหน้าที่ส่งเข้ามาอยู่ที่หน่วยวิทยาศาสต์อัจฉริยะนี้ ั้แ่อายุ 13 ปี หลังกำพร้าพ่อแม่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เขาได้รับการศึกษาที่ดีเยี่ยมจากรัฐบาลในโรงเรียนวิทยาศาสต์ที่ปิดเป็ความลับจากคนภายนอก โดนบังคับให้เรียนและทดลองวิทยาศาสตร์แต่เด็กๆ เพื่อให้เป็นักวิทยาศาสตร์และทำงานให้หน่วยราชการลับหลังจบการศึกษา
เขาเป็นักเรียน นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นที่สุดของรุ่นเดียวกันที่มีเพียงหยิบมือ และยังเก่งและเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเทคโนโลยีอัจฉริยะ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาษาต่างๆ อีกด้วย
ด้วยความสูงกว่า 1.8 เมตร หน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณดีแบบพิมพ์นิยม แต่งตัวหล่อเนี๊ยบ ไว้ผมยาวและมัดรวบไว้ข้างหลัง ยิ่งทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่คลั่งไคล้เขาและเต็มใจเรียกเขาว่าคุณชายหลิวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
โชคดีที่หล่อขนาดนี้ แต่ยังไม่มีคนรักที่จะเป็ห่วงหาถึงเขาในโลกโน้น เขารำพันในใจ
หลิวจื้อเดินออกมาจากป่าอย่างราบรื่น ไม่จบเจอสัตว์ป่าอันตรายใดๆ
จากพิกัดในแผนที่ในหน้าปัดซวนอู่ เขาจะถึงทางออกจากป่าแล้ว
เขาเหลียวมองเสื้อผ้าในยุคสมัยใหม่ของตนอย่างกังวล
หากใครพบเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ในยุคนี้ ต้องแตกตื่นใกันแน่ๆ
และหากมีคนหาว่าเขาเป็ตัวประหลาด ก็ไม่แน่ว่าจะโดนจับไปบูชายัญหรือไม่ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังป่าเถื่อน สงสัยอะไรก็ใส่ร้ายคนและจับบูชายัญหรือไม่
ไม่ได้การแล้วสิ!
“ซวนอู่ หาวิธีให้ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าสวมใส่เสื้อผ้าตามยุคสมัยนี้ เ้าสามารถย้ายสิ่งของจากโลกนั้นมาที่นี่และสวมใส่ให้ข้าได้หรือไม่”
“ซวนอู่ทำได้ ขอให้ท่านรอสักครู่”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ! ซวนอู่!” หลิวจื้อร้องตอบอย่างดีใจ
รอบตัวหลิวจื้อพลันเหมือนมีอากาศผ่านไปรอบตัว แรงลมทำให้เขาหลับตา เมื่อลืมตามา ก็พบว่า เขานุ่งห่มเสื้อผ้าในยุคนี้เรียบร้อยแล้ว ผมที่มัดรวบไว้ข้างหลัง ก็ยังมีผ้าพันผมไว้อย่างเรียบร้อย
"ฮ่าๆ ข้ากลายเป็คนโบราณแล้ว ต่อให้ต้องบุกน้ำลมไฟต่อไปในราชวงศ์ถัง ข้าก็ไม่กลัว หากมีซวนอู่อยู่ด้วย” หลิวจื้อว่าพลางคลำข้อมือที่สวมซวนอู่ไว้ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้
ไม่ได้การละ รูปลักษณ์นาฬิกาซวนอู่นี้แปลกแยกเกินไปในยุคนี้
“ซวนอู่ เ้าแปลงรูปลักษณ์ของเ้าให้เป็สิ่งของอื่นที่เหมาะสมในยุคนี้ได้หรือไม่ ให้การทำงานของเ้าคงเดิม”
“ซวนอู่ทำได้” จบคำ ซวนอู่ก็กลายเป็กำไลงูเขียวที่ข้อมือหลิวจื้อ
เป็กำไลงูสีเขียว ทำจากวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ทำดาบในยุคนี้ ดูเก่าหมองไม่มีราคา สามารถตบตาผู้คนและไม่ดึงความสนใจจากใคร
“ซวนอู่ ได้ยินข้าหรือไม่ ตอบด้วย” เขาลองถามอย่างร้อนใจ
“ซวนอู่ได้ยินท่านแล้วขอรับ มีอะไรให้ช่วยหรือไม่ครับ” ได้ยินซวนอู่ตอบกลับมาแล้ว หลิวจื้อพลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
“ซวนอู่ หากจะใช้งานเ้า ต้องทำอย่างไรบ้าง มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้าง” หลิวจื้อถาม
“ท่านยังสามารถสั่งการข้าได้ด้วยเสียงของท่านเช่นเดิม แต่หาก้าหลีกเลี่ยงการใช้เสียงก็สามารถกดที่ตาของงูนี้ ซวนอู่จะกลายรูปลักษณ์เป็แท็บเล็ตอัจฉริยะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ท่านสามารถพิมพ์สอบถามและโต้ตอบกับข้าได้ การกดที่ตายังเป็การยืนยันตัวตนของท่านด้วยลายนิ้วมือ ไม่มีใครสามารถใช้และสั่งการซวนอู่ได้ นอกจากท่านเท่านั้น” ซวนอู่อธิบายอย่างละเอียด
ยอดไปเลย
“ขอบใจมาก ซวนอู่ เ้ามันยอดอัจฉริยะ สมกับเป็ AI ปัญญาประดิษฐ์จริงๆ” หลิวจื้อไม่ลืมยกยอซวนอู่
เขาลองััตาของงูที่โปนโตออกมา ก็พบว่าเขาสามารถกดมันลงได้หลังกดเบาๆเพียงชั่วครู่
การยืนยันตัวตนของเขาผ่านแล้ว
กำไลงูเขียวในข้อมือเขาพลันหายไป ปรากฏเป็แท็บเล็ตที่มีรูปลักษณ์ไม่แปลกกแยกในยุคนี้ในมือเขา มองผิวเผินเหมือนกระดานชนวนที่ทำจากไม้ แต่จอแกนกลางยังคงเป็กระจกเช่นเดิม
หลิวจื้อลองสแกนลายนิ้วมือของเขาที่รอยเว้าเพื่อปลดล็อกหน้าจออีกครั้ง ฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆตลอดจนการแสดงผลบนหน้าจอก็ปรากฎ
“ข้ารอดตายแล้ว” หลิวจื้อมองหน้าจอพร้อมกับอุทานกับตัวเองเบาๆ