“เซียวเหยา เ้า…ทำได้ยังไงกัน? ผ่านไปแค่คืนเดียว เ้าถึงกับเลื่อนระดับขั้นมาเป็ระดับหกแล้ว เป็ไปได้ยังไงกัน!”
“เ้าเดินพลังลมปราณสิบกว่าวัน ขึ้นมาถึงระดับหกแล้ว จะให้ใครเห็นพลังของเ้าไม่ได้ ลูกศิษย์เรียนอยู่ที่หอสูง ตอนนี้สูงสุดอยู่แค่ระดับ สามเท่านั้น”
“ข้าถึงระดับหกแล้ว ตอนนี้ข้าสามารถทำสิ่งใดได้บ้างเ้าค่ะ ท่านอาจารย์ ข้าแค่อยากรู้เท่านั้น”
“พลังของเ้าเพิ่มขึ้น สิ่งที่เ้าเคยทำได้ก็เพิ่มตาม แต่…ว่าเ้า อย่าเพิ่งใช้มันเด็ดขาด จงปกปิดตัวตนของเ้าไว้ก่อน เ้าอาจจะถูกมอง เป็ตัวอันตรายต่อแดนเซียนแห่งนี้”
“ข้าไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครสักหน่อย ทำไมถึงกลายเป็ตัวอันตราย ไปได้ล่ะเ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ!”
“อาจารย์คิดว่า สิ่งไหนที่ดีที่สุด มีแต่คนอยากได้มา แต่ถ้าไม่ได้มา ก็ไม่อยากให้ผู้อื่นได้ไป สิ่งนั้นควรถูกทำลายทิ้ง!”
“มีแบบนี้ด้วยหรือเ้าคะ เห็นใครเก่งเกินหน้าไม่ได้ ที่นี่ยังเป็แดนเซียนอยู่ไหม ทำไมถึงไม่แตกต่างจากโลกมนุษย์เลยล่ะ”
“เหมือนอย่างที่อาจารย์เคยบอกเ้า ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ จะมีแตกต่างก็คือที่นี่มีพลังปราณ ทำให้ผู้คนมีพลังความสามารถ มากกว่ามนุษย์ และอายุที่ยืนยาวกว่าเท่านั้น”
“ไม่ได้เป็ดินแดนอันสูงส่งหรือเ้าคะ ข้าเข้าใจว่าดินแดนเซียน คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีพลังปราณ ใครมาอยู่ก็มีแต่บำเพ็ญเพียร สร้างบารมีเพิ่ม และมีแต่เซียนที่จิตใจดี”
“ที่นี่เป็แดนเซียน เป็ที่อยู่ของอาศัย ตัวตนที่สูงกว่ามนุษย์เท่านั้น ยังมีกิเลสตัณหาอยู่ในดวงจิต อย่าว่าแต่แดนเซียนเลย แม้แต่แดนเทพก็ยังมี ตราบใดที่ไม่นิพพาน ยังไม่หลุดพ้น ต่อไปเ้าจะเข้าใจเอง”
“ตอนนี้อาจารย์ต้องหาอะไร มาปกปิดพลังของเ้า ก่อนอาจารย์พวกนั้น จะมาพบเห็นเสียก่อน อืม! เป็สิ่งใดดีนะ ที่จะหามาได้ตอนนี้”
“เอาแบบนี้ วันนี้เ้าไม่ต้องเรียนการต่อสู้ แต่ให้เรียนอักขระเวท ที่ใช้ปกปิดพลังที่เ้ามี เตรียมตัวได้ มันไม่ง่ายเหมือนการต่อสู้ เ้าต้องเรียนให้ได้ภายในวันนี้ ยิ่งไวยิ่งดี”
วันนั้นทั้งวัน เซียวเหยาเรียนอักขระเวทจนถึงบ่าย สามารถปิดบังพลังชั่วคราวได้เท่านั้น ที่เหลือต้องฝึกฝนต่อไป
“เ้าต้องขยัน ตอนนี้ได้แค่ป้องกันชั่วคราว ต้องมีความชำนาญกว่านี้ ถึงจะปิดบังได้ อาจารย์ใหญ่นั้นพลังสูง อาจารย์กลัวว่าพวกเขาจะมองออก”
“ข้าจะตั้งใจฝึกฝนท่านอาจารย์ แม้ยามค่ำคืน ข้าก็จะฝึกให้สำเร็จให้ได้เ้าค่ะ”เซียวเหยาตั้งใจเรียนวิชาอักขระเวทต่อ จนกระทั่งอาจารย์กลับ
“ผิงผิงไปตรงที่เรา เก็บสมุนไพรมีแสงเถอะ ตรงนั้นพลังเข้มข้นกว่าที่นี่หลายเท่านัก ไม่แน่ว่าข้าจะเรียนอักขระเวท ได้เร็วกว่าที่นี่”
เซียวเหยายืนพิจารณาทางเข้า “หรือว่าเราจะมาสร้างกระท่อมไว้ที่นี่ อาจารย์ยังไปที่นั่นตอนเช้าเลย เราแค่ไปให้ถึงก่อนอาจารย์เท่านั้น ถ้าวันไหนไปถึงหลังอาจารย์ ก็แค่บอกว่าเราตื่นเช้า ออกมาเดินเล่นในป่า เอาแบบนี้แหละ”
“ผิงผิงเ้าก็พอมีพลังแล้ว มาช่วยข้าสร้าง กระท่อมหลังน้อยกันเถอะ ให้มีแต่ที่นั่งโคจรพลังก็พอ”
“สร้างไว้สำหรับตอนกลางคืน นั่งโคจรพลัง ถ้าอย่างนั้นเ้าหานั่งโคจรพลังเถอะ ข้าจะสร้างให้เ้าเอง วันนี้มีแสงสว่างจากดวงจันทร์”เซียวเหยารีบหาที่นั่ง เป็ใต้ต้นไม้ใหญ่ นางโคจรพลังจนถึงยามดึก
‘เอ๊ะ! ยังไม่ได้บอกผิงผิงเลย ว่าให้สร้างกระท่อมตรงไหน ต้องเรียนอักขระเวทต่อ ไม่เป็ไรสร้างตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นแหละ ในป่านี้มีพลังเท่ากันหมด’
“เซียวเหยา ข้าสร้างที่พักให้เ้าเรียบร้อยแล้ว มาดูได้”นกน้อยบินมาบอก ในขณะที่นางกำลัง เรียนใช้อักขระเวท อย่างใจจดใจจ่อ มันใกล้จะสำเร็จแล้ว
“ข้าขอฝึกต่ออีกสักครู่เดี๋ยวจะตามไปดู” ผิงผิงได้ยินแบบนั้น มันจึงกลับไปเสริมความแข็งแรง ให้กับกระท่อม
เหลือเวลาอีก สองชั่วยามจะสว่างแล้ว เซียวเหยาก็สามารถใช้อักขระเวทปิดบัง พลังของนางได้สำเร็จ
“ผิงผิงข้าทำสำเร็จแล้ว! เ้าอยู่ไหน ข้าจะตามไปดูกระท่อมที่เ้าสร้าง ก่อนจะกลับไปที่กระท่อมท้ายสำนัก”
“เ้าตามมาตรงนี้ มาต้นไม้ที่สูงที่สุด ข้าสร้างกระท่อมไว้ที่นี่”
เซียวเหยาะโลอยตัว มาที่ต้นไม้ใหญ่ แต่หากระท่อมไม่เจอ
“ต้นนี้ก็ใหญ่สุดแล้วนี่นา ผิงผิงกระท่อมที่เ้าสร้างอยู่ไหน ทำไมข้ามองไม่เห็น หรือว่ามีต้นไหนใหญ่กว่าต้นนี้อีก”
“ข้าอยู่ข้างบนนี้ เ้าขึ้นมาดู!”
“ห้ะ! สร้างกระท่อมไว้บนต้นไม้ ได้ยังไงกัน”ถึงจะพูดแบบนั้น นางก็รีบทะยานตัวขึ้นไปบนต้นไม้
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือ มันคล้ายรังนกขนาดใหญ่ ยัดอยู่ตรงกลางกิ่งไม้ใหญ่ ที่ยื่นออกเป็สี่กิ่ง ดูเหมือนยึดรังนกไว้ให้แข็งแรง ไม่ร่วงลงมายามโดนฝนและลม เหมือนมีปราการโอบล้อมไว้
“ถึงจะดูไม่เหมือนชาวบ้าน แต่ก็น่าอยู่เหมือนกันไม่เลวเลย ข้างนอกดูเหมือนแคบ แต่ข้างในกว้าง นั่งนอนได้สบาย เ้าเก่งมากผิงผิงที่คิดได้แบบนี้ เส้นหญ้าเส้นเล็กเหมือนใยไหมพวกนี้ก็นุ่ม”
เซียวเหยาขึ้นไปนอนเล่นกลิ้งไปมา ทดสอบความแข็งแรงของเส้นหญ้า ที่ประสานกันอย่างลงตัวและเหนียวแน่น
“นุ่มสบายจริงๆ ไม่ต้องใช้อะไรมาปูยังนอนได้เลย เราจะใช้ที่นี่เป็ที่พักนั่งรับพลังปราณที่เข้มข้นกัน แต่ตอนนี้เราต้องรีบกลับก่อนใกล้จะสว่างแล้ว” นางลุกขึ้นนำไม้เท้ากายสิทธิ์ ออกมาขี่กับที่พัก
“เซียวเหยา เ้าเรียนสำเร็จแล้วหรือ ถ้าไม่เพ่งมองก็จะไม่เห็น เ้าเก่งมากใช้เวลาเพียงไม่นาน เ้าก็เรียนอักขระเวทได้ระดับหนึ่งแล้ว”
“อีกไม่กี่วันจะมีการส่งลูกศิษย์ไปทำภารกิจ วันนี้อาจารย์จะพาเ้าไปแนะนำตัว กับอาจารย์พวกนั้น ถ้าพวกเขาถามว่าเ้าเป็ใครมาจากไหนก็แค่บอกไปว่า จำไม่ได้”
“เพราะอาจารย์บอกพวกเขาไปว่า เ้าเป็เด็กกำพร้าอยู่กลางป่าคนเดียว อาจารย์จึงพาเ้ามาอยู่ที่นี่ด้วย เ้าเข้าใจหรือไม่ ว่าต้องพูดตามนี้”
“มันก็เป็เื่จริงนี่เ้าคะ ข้าเป็เด็กกำพร้า ท่านอาจารย์เจอข้ากลางป่า และรับข้าเป็ลูกศิษย์ ข้าจะพูดไปตามนี้เ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นตามอาจารย์มา ส่วนไม้กายสิทธิ์ก็เก็บไว้ให้ดี อย่าเพิ่งเอามาใช้ให้ใครเห็น”
เซียวเหยา ขี่ก้อนเมฆไปพร้อมกับอาจารย์ ไปยังหอสูงที่มีอาจารย์ผู้เฒ่า นั่งจิบน้ำชากันรออยู่ เซียวเหยาเข้าไปคารวะอาจารย์ ทั้งสองอายุที่มากแล้ว จนผมและหนวดเคราขาวไปทั้งตัว
“นี่คือท่านาุโเจี้ยนกั๋ว ตอนนี้เป็อาจารย์ใหญ่ของที่นี่ สอนด้านค่ายกลและอักขระ แล้วแต่อารมณ์ท่านว่าจะสอนหรือไม่”
“ส่วนท่านนี้ก็คือเฟยฉี เป็ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ สอนอักขระ เหมือนกันแล้วแต่อารมณ์ ว่าจะถูกใจกับลูกศิษย์คนไหน แล้วสอนเป็พิเศษ”
“ข้าขอคารวะ ท่านอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์รองเ้าค่ะ”
‘ถ้าไปอยู่ท่ามกลางหิมะ คงเห็นแต่ลูกตา ผมขาวหนวดเคราคิ้ว ชุดเป็สีขาวหมด’นางแอบคิดในใจ
“เซียวเหยายืนนิ่งทำไมล่ะ แนะนำตัวเองให้อาจารย์ได้รู้จักหน่อย”
“เด็กไม่มีใครอบรมสั่งสอน มาจากป่าก็แบบนี้แหละ ข้าไม่ถือหรอก ต่อไปเ้าก็ให้ลูกศิษย์ มาร่ำเรียนที่นี่ก็ได้ จะได้มีเพื่อน ดูผู้อื่นเป็ตัวอย่าง จะได้รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร!”
“ข้าเซียวเหยา จำความได้ก็อยู่ในป่าแล้ว”การแนะนำตัวที่สั้น ของเซียวเหยา ทำให้ทั้งสองคนพูดไม่ออก
“เ้าสั่งสอนลูกศิษย์ยังไง เป็แบบนี้จะให้เขาไปทำภารกิจได้รึ ให้มาเรียนกับลูกศิษย์ผู้อื่นก็คงจะยาก ดูจากนิสัยแล้ว อีกอย่างหนึ่งคงจะเรียนไม่ทันแล้ว”อาจารย์ใหญ่พูดขึ้น
“เ้าจะให้เด็กคนนี้ไปก็ได้ แต่ไม่ให้ไปในนามของสำนักเหยี่ยวฟ้า เดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงหมด”
“ถ้าอาจารย์ใหญ่ไม่ให้นางไปในนามของสำนัก แล้วจะให้ไปในนามของอะไรเล่า ข้าเองก็มาอาศัยรั้วของที่นี่ อยู่ชั่วคราวเท่านั้น”
“ก็ในนามเด็กรับใช้ของสำนักยังไงล่ะ เ้าเองก็ไม่ได้เป็อาจารย์ของที่นี่ แค่มาอาศัยอยู่ชั่วคราวเท่านั้น จะทำให้ชื่อเสียงของสำนัก ที่มีมายาวนาน เสียหายไม่ได้เด็ดขาด”
“อาจารย์เ้าคะ ข้าไม่ได้เป็ลูกศิษย์ของที่นี่ ก็ไม่จำเป็ต้องไปทำภารกิจให้เสียเวลา แล้วไปทำภารกิจเพื่อสิ่งใด”เซียวเหยากระซิบถาม
“ตามหาเห็ดหลินจือเจ็ดสีหมื่นปี ที่สามารถช่วยเพิ่มพลังปราณได้ หลายระดับขั้น ไม่พอยังช่วยฟื้นคืนชีพ ให้คนที่เสียชีวิตไปไม่เกินหนึ่งวันได้”เหวินฟู่บอกกับลูกศิษย์ เสียงเบา
“ใช่ว่าใครจะหาเจอได้ง่ายๆ เพียงแต่สถานที่ให้มัน คัดตัวผู้ที่มีอายุขัยยังน้อย ไม่เกินยี่สิบปีเท่านั้น ที่สามารถเข้าไปได้ ไม่อย่างนั้นคงจะเจอมานานแล้ว ไม่ต้องส่งลูกศิษย์ออกไปทุกสิบปี”
“ไม่ใช่ว่าลูกศิษย์สำนักเราสำนักเดียว ยังมีลูกศิษย์สำนักหยกฟ้า ที่ส่งไปพร้อมกันอีก”เฟยฉีผู้ช่วยอาจารย์เป็ผู้อธิบาย ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“และนี่คือสาเหตุที่ให้เ้า ไปในนามของลูกศิษย์สำนักไม่ได้ เพราะเ้าไม่มีความรู้ความสามารถ ดูอายุก็ยังน้อยกว่าเด็กที่กำลังเล่าเรียนอยู่ตอนนี้ ให้ไปในนามของเด็กรับใช้ ของสำนักน่ะดีแล้ว”
“ถ้าข้าไปในนามของคนรับใช้ของสำนัก แล้วถ้าเกิดข้าเจอเห็ดหลินจือหมื่นปีเจ็ดสี ข้าก็ไม่ต้องมอบให้ทางสำนักใช่หรือไม่ เพราะข้าไม่ได้เป็ลูกศิษย์ของสำนักเหยี่ยวฟ้านี้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เ้าคิดว่ามันเจอได้ง่ายขนาดนั้นเลยรึ ก็ได้! ถ้าเ้าสามารถเจอและเก็บได้ เ้าไม่ต้องให้ทางสำนักก็ได้ ที่ข้าย่อมให้เ้าไปเปิดหูเปิดตา ก็เป็เพราะว่าอาจารย์ของเ้ามาขอร้อง ให้เ้าได้มีประสบการณ์ ในการไปทำภารกิจเท่านั้น”
“เ้ารู้หรือไม่ว่ากี่พันปีมาแล้ว ที่ภารกิจนี้ไม่เคยสำเร็จสักที มันคือการแข่งขันกันในการไปผจญภัย ของลูกศิษย์ต่างสำนักต่างหากเล่า”
“ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป ให้นางไปนั่งเรียนอยู่ห้องสุดท้าย เพื่อซึมซับความรู้ไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อย จบการพูดคุยแต่เพียงเท่านี้”อาจารย์ใหญ่พูด แล้วลุกขึ้นเดินจากไป ตามด้วยผู้ช่วยอาจารย์
“อาจารย์เ้าค่ะ ข้าเข้าไปในนามลูกศิษย์ของท่านไม่ได้หรือ ทำไมต้องไปในนามของคนรับใช้ด้วย แล้วคนรับใช้ของที่นี่ มันเป็แบบไหนกัน”เหวินฟู่มองหน้าลูกศิษย์
“เ้าทนเอาหน่อย อาจารย์กำลังเตรียมสถานที่ เพื่อให้เ้าได้ไปศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง ไม่ใช่ที่นี่แต่เป็สถานที่ดีกว่านี้ จะอดทนไปก่อน”
“แค่ข้าอยู่ที่แดนเซียนก็ดีแล้วเ้าค่ะ ถ้าเกิดสำนักนี้รังเกียจ ข้าเซียวเหยาไปหาที่อยู่ ให้ห่างจากสำนักก็ได้เ้าค่ะ!”
“เื่นั้นเอาไว้ก่อน เื่ไปทำภารกิจสำคัญกว่า ถ้าไม่ได้ไปในนามของสำนักเหยี่ยวฟ้าหรือหยกฟ้า จะเข้าไปไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่อาจารย์เอาเ้ามาไว้ที่นี่ ในนั้นไม่เพียงแต่จะมีสมุนไพรโบราณ ยังมีของวิเศษอย่างอื่นอีกมากมายอยู่ในนั้น”
“จริงหรือเ้าคะท่านอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นข้าจะอดทนไปนั่งเรียนอยู่ในห้อง รอวันที่จะได้ไปทำภารกิจ”เซียวเหยา กำลังฝันหวานถึงสมุนไพรล้ำค่า ที่จะเก็บมาขายให้กับสำนักใหญ่ๆ นางต้องมีศิลาิญญาหลั่งไหลเข้ามาอย่างแน่นอน