เหมยซีนอนไม่หลับท้ังคืน คอยแต่คิดสิ่งที่เจ้าของร่างได้กล่าวไว้ คืนพระจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุด เหมยซียังคงกังวลใจไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ต้องเสียใจทั้งสองทาง
ครอบครัวเพื่อนพี่น้องและคนรัก ก่อนที่จะถึงวันนั้นเหมยซีต้องอยู่กับเพื่อนและครอบครัวให้มากที่สุด
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เหมยซีก็ได้เข้ามาชวนมารดาของตนคุย
" แม่คะถ้าหากหนูไม่อยู่ แม่จะทำอย่างไร " เหมยซีถามมารดาด้วยสีหน้าอันแน่วแน่ นายหญิงของบ้านมองบุตรสาวที่เลี้ยงมาอย่างกับไข่ในหิน และรู้นิสัยให้ด้านความเด็ดเดียวเป็นอย่างดี
" เหมยซีลูกรักของแม่ หากไม่มีลูกแล้วแม่คงเสียใจ แต่ถ้าหากรู้ว่าสิ่งที่ลูกเลือกนั้นจะทำให้ลูกของแม่มีความสุขแม่คนนี้ก็ยินดี แม้ตัวจะอยู่ไกลกัน แต่หัวใจของเราแม่ลูกอยู่ใกล้กันเสมอไม่ว่าภพใด" นางจับมือลูกสาวไว้แน่นที่ขณะเหมยซีกำลังจะร้องไห้ พรางลูบหน้าบุตรสาวเบาๆอย่างหวงแหน
" แม่ทราบเรื่องทั้งหมดแล้วหรือค่ะ " เหมยซีเอ๋ยถามมารดาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีเพียงตนและเพื่อนสนิทที่รู้เท่านั้น
" แม่เป็นคนให้กำเนิดลูกและเลี้ยงดูลูกมา ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าลูกสาวของแม่ไม่มีความสุข ใบหน้าที่ยิ้มกับดวงตาที่แสนเศร้านั้นแม่ดูออก และแม่ก็บังเอิญได้ยินบทสนทนาของลูกกับหยางหยุนเข้า แม่ยอมรับว่าตกใจและต้องการที่จะทำให้ลูกลืมสิ่งที่ผ่านมาและใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ แต่แล้วแม่ก็เปลี่ยนใจ ชีวิตของลูกจงลิขิตเอาเองเถอะนะ แม่อยู่ทางนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้ลูกแข็งแรงและมีความสุขในสิ่งที่ลูกได้เลือก" พอมารดาพูดจบเหมยซีก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ สองแม่ลูกโอบกอดกันและกันต่างก็ร้องไห้ออกมาทั้งคู่
" แม่ค่ะหากลูกตัดสินใจที่จะกลับไปหาคนที่ลูกรักก็เปรียบเสมือนลูกได้ทิ้งร่างที่ไร้วิญญาณไว้ ลูกกลัวแม่เสียใจจนล้มป่วย แต่ลูกสามารถยืนยันกับแม่ได้ว่าคนรักของลูกนั้นดูแลลูกเป็นอย่างดีไม่น้อยไปกว่าที่แม่และคนอื่นๆมอบให้ หากลูกไม่กลับไปเขาคนน้ันคงตรอมใจและตัวลูกเองก็เช่นกัน" เหมยซีพูดไปร้องไห้ไป
มารดาของเหมยซีได้กุมมือของบุตรสาวไว้แน่น "จงเลือกสิ่งที่ทำให้ลูกมีความสุขและไม่เสียดายภายหลัง ชีวิตลูกเป็นของลูก หากลูกตัดสินใจที่จะไป แม่จะส่งลูกไปด้วยรอยยิ้มและสัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดี ลูกไม่ต้องเป็นห่วง" เหมยซีกอดมารดาของตนแน้น
"แม่ค่ะลูกตัดสินใจได้แล้ว ลูกขอบคุณแม่ที่ให้กำเนิด เลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี ร่วมถึงคุณพ่อและพี่ๆที่ดูแลลูกอย่างกับไข่ในหิน ลูกขอสัญญาว่าหากลูกไปแล้ว จะใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นอย่างมีความสุข แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ" มารดาพยักหน้าและเชื่อใจว่าบุตรสาวของตนต้องมีความสุขกับคนที่รักอย่างแน่นอน
" แม่ค่ะวันที่ 20 เดือนหน้าเป็นวันที่พระจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุดและดวงจันทร์ใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปี ก็คือวันน้ัน วันที่ลูกจะกลับไปหาเขา พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว ลูกอยากให้พวกเราทุกคนเก็บความทรงจำที่ดีก่อนลูกจะไป
อยากให้ทุกวันมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และลูกอยากให้แม่คิดแค่ว่าลูกได้แต่งงานไปในที่ไกลแสนไกล ไม่ได้ตายจากไปไหนอยากให้ทุกคนคิดว่าลูกสุขสบายดี อย่าได้เป็นกังวลเลยนะคะสัญญาได้หรือไม่" เหมยซีรอฟังคำตอบจากมารดา ซึ่งเป็นคำถามที่ยากจะตอบ
"แม่สัญญาจ๊ะ แม่จะทำเสมือนว่าลูกแค่แต่งงานไปอยู่ต่างประเทศและสักวันพวกเราจะได้เจอกันอีกครั้ง " เหมยซียิ้มท้ังน้ำตาและกล่าวชวนมารดาเข้าไปพักผ่อนในบ้าน
หลังจากที่ได้จบบทสนทนากับมารดา เหมยซีก็ได้โทรศัพท์ไปหาหยางหยุนและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังพร้อมด้วยคำตอบว่านางเลือกทางไหน
"เหมยซีแกแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะกลับไปหาคนรักของแก ฉันเสียใจว่ะแต่ทำไงได้ฉันรักแกและเคารพการตัดสินใจของแก อย่างที่คุณแม่บอกว่าพวกเราที่นี้จะคิดแค่ว่าแกแต่งงานไปต่างประเทศเท่านั้น ถ้าเพื่อนมีความสุขฉันก็มีความสุข และฉันสัญญาว่าจะเข้ามาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆ แทนแกเองนะเพื่อนรัก แล้วนี้เราเหลือเวลาแค่ 20 วันเท่านั้นพวกเรามาวางแผนกันดีกว่าว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเพื่อเก็บความทรงจำอันมีค่าไว้ในหัวใจ" หยางหยุนและเหมยซีต่างปรึกษากันทางโทรศัพท์ถึงเรื่องที่จะทำก่อนที่เจ้าตัวจะไป
เหมยซีได้เข้านอนและหลับตานึกถึงใบหน้าของสามีสุดที่รัก
"อี้อ๋องเพคะหม่อนฉันตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปอยู่ที่นั้น จะต้องทรงรักษาพระวรกายให้แข็งแรงรอเหมยซีก่อนได้หรือไม่เพคะ"
ด้านอี้อ๋องที่บัดนี้ได้มาพำนักที่จวนพระชายาและเอางานทั้งหลายมาทำที่จวนพระชายา เพื่อที่จะอยู่กับนางตลอดเวลา อี้อ๋องเหมือนจะได้ยินเสียงของเหมยซีจึงได้รีบลุกไปดูนาง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้นขึ้นมา
"เหมยซีเมื่อกี้เจ้าเรียกข้า พูดกับข้าใช่หรือไม่ข้าไม่ได้หูแว่วต้องเป็นเจ้าแน่ๆ ไม่ต้องห่วงนะข้าจะดูแลตัวเองให้ดีพอเจ้าตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ดุข้าที่ไม่สนใจร่างกายตนเอง ข้าสัญญาจะไม่มีหญิงอื่นจะรอเพียงเจ้าเท่านั้นชายาที่รักของข้า"
อี้อ๋องจุมพิศที่มือของเหมยซี พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าจะคอยนาง จะมีนางแต่เพียงผู้เดียว