ตอนที่ 4 — “โลหิตย้อมตระกูลหลี่”
เมืองชายแดน "ป้อมปราการหินผา" ยามพลบค่ำ บรรยากาศที่เคยคึกคักไปด้วยพ่อค้าวาณิช บัดนี้กลับเงียบเชียบจนน่าขนลุก โดยเฉพาะบริเวณคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง
ประตูไม้สักขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์ถูกพังจนแหลกละเอียด ร่างของคนรับใช้และยามรักษาการณ์นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่หน้าลานบ้าน เืไหลนองไปตามร่องหิน ปะปนกับน้ำฝนที่เพิ่งเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
ภายในห้องโถงใหญ่ หลี่เทียน ผู้นำตระกูลและบิดาของอี้ิ กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ใบหน้าบวมปูดและมีเืไหลจากมุมปาก แขนขวาของเขาห้อยตกลงข้างลำตัวในสภาพบิดเบี้ยวผิดรูปจากการถูกหักกระดูก ข้างกายเขาคือ ฮูหยินหลี่ ผู้เป็ภรรยา นางกอดสามีไว้แน่น น้ำตานองหน้า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เบื้องหน้าของพวกเขามีชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีฟ้าเข้มของสำนักเมฆครามยืนล้อมอยู่กว่าสิบคน ผู้ที่เป็หัวหน้า นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธานที่หลี่เทียนเคยนั่ง เขาคือ “จ้าวเฟิง” ผู้คุมกฎฝ่ายนอกของสำนัก ระดับพลังรวบรวมปราณขั้น 8
“ข้าจะถามเป็ครั้งสุดท้าย...” จ้าวเฟิงเอ่ยเสียงเนิบนาบ พลางใช้ผ้าเช็ดคราบเืออกจากกระบี่ “ลูกชายตัวดีของเ้า... หลี่อี้ิ มันเอา ‘ของสิ่งนั้น’ ไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
หลี่เทียนกัดฟันเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเคียดแค้น “ข้าบอกไปเป็ร้อยครั้งแล้ว... ลูกข้าไม่มีทางขโมยของใคร! เขาเป็เด็กดี... พวกเ้าต่างหากที่ใส่ร้ายเขา!”
เพียะ! จ้าวเฟิงตวัดหลังมือตบหน้าหลี่เทียนฉาดใหญ่ จนร่างชายวัยกลางคนล้มกลิ้งไปกับพื้น “ท่านพี่!” ฮูหยินหลี่กรีดร้อง พยายามเอาตัวเข้าบัง
“ปากแข็งนักนะ...” จ้าวเฟิงลุกขึ้นยืน แววตาอำมหิตฉายชัด “ข้าให้โอกาสเ้าแล้ว แต่เ้าไม่รับ... งั้นก็อย่าโทษข้าที่โหดร้าย” มันหันไปสั่งลูกศิษย์สมุน “ลากตัวนังแก่หลี่ออกมา... ตัดนิ้วมือนางทีละนิ้ว จนกว่าตาแก่นี่จะยอมคายความลับ!”
“ขอรับ!” ศิษย์สองคนแสยะยิ้ม เดินปรี่เข้าไปกระชากผมฮูหยินหลี่ “อย่า! อย่าทำเมียข้า! ข้าไม่รู้จริงๆ ฮือๆๆ...” หลี่เทียนร้องไห้โฮ พยายามตะเกียกตะกายไปช่วย แต่ก็ถูกศิษย์อีกคนกระทืบเข้าที่กลางหลังจนกระอักเื
“ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยเ้าหรอก...” จ้าวเฟิงหัวเราะร่า “เมืองชายแดนกระจอกๆ นี่ ใครจะกล้ามีเื่กับสำนักเมฆคราม?”
ศิษย์คนหนึ่งชักมีดสั้นออกมา จ่อไปที่นิ้วมือของฮูหยินหลี่ที่กำลังสั่นระริก “เริ่มจากนิ้วก้อยก่อนแล้วกัน...”
ฉึก!!
เสียงโลหะตัดผ่านเนื้อดังขึ้นอย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่เสียงนิ้วของฮูหยินหลี่ที่ขาด... แต่เป็ “ศีรษะ” ของศิษย์คนนั้นที่ถือมีด!
ศีรษะมนุษย์ลอยละลิ่วกลางอากาศพร้อมเืพุ่งเป็น้ำพุ ก่อนจะตกกลิ้งลงแทบเท้าจ้าวเฟิง ดวงตายังคงเบิกโพลงด้วยความงุนงง
ความเงียบเข้าครอบงำห้องโถงในพริบตา “เกิด... อะไรขึ้น?” จ้าวเฟิงผงะถอยหลัง ชักกระบี่ออกมาทันที
“ใคร! ใครมันกล้าลอบกัดข้า!” มันะโก้อง มองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
ตึก... ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากหน้าประตูทางเข้า เงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนและฟ้าแลบ เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารที่เข้มข้นจนหายใจไม่ออก ในมือขวา... ลากดาบยาวเปื้อนเืขูดไปกับพื้นหิน จนเกิดประกายไฟแลบ
“อี้... อี้ิ... ลูกพ่อ?” หลี่เทียนมองผ่านม่านน้ำตาด้วยความไม่อยากเชื่อ
หลี่อี้ิเดินเข้ามาในห้องโถง สายตาของเขากวาดมองสภาพของพ่อและแม่ เมื่อเห็นแขนที่หักของพ่อ และใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของแม่... เส้นสติเส้นสุดท้ายของเขาก็ขาดผึง
“พวกเ้า... ต้องตาย... ทั้งหมด!” เสียงคำรามต่ำดังออกมาจากลำคอ ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ แต่เหมือนเสียงสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรงขัง
“หลี่อี้ิ!” จ้าวเฟิงจำหน้าได้ทันที “ฮ่าๆๆ! เ้าโง่รนหาที่ตายเองแท้ๆ! ข้ากำลังตามหาเ้าอยู่พอดี... ทุกคน รุมฆ่ามัน!”
ศิษย์สำนักเมฆคราม 8 คนที่เหลือพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน “ฆ่ามัน! เอาหัวมันไปแลกรางวัล!”
อี้ิไม่ขยับหนี ดวงตาของเขาสว่างวาบด้วยแสงสีแดง 【ทักษะ: ย่างก้าวเงาโลหิต – ทำงาน】
ฟุ่บ! ร่างของอี้ิหายไปจากสายตาของทุกคน เหลือทิ้งไว้เพียงเงาสีแดงจางๆ
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! เสียงดาบตัดเนื้อดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งซ้อน ศิษย์สามคนแรกที่วิ่งเข้ามา หยุดชะงักกลางทาง... ก่อนที่ร่างจะขาดครึ่งท่อน! ไส้ไหลกองกับพื้น
“ระ... เร็วมาก!” จ้าวเฟิงตาค้าง “นี่มันวิชาอะไรกัน!”
อี้ิปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อม ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันตั้งตัว ดาบเที่ยงธรรมในมือ (หลิงเช่อ) สั่นระริกราวกับกำลังร้องเพลงแห่งความตาย “ตายซะ!”
เขาหมุนตัวตวัดดาบเป็วงกลม คลื่นปราณสีแดงพุ่งออกมารอบทิศทาง ตูม! ศิษย์ที่เหลืออีก 5 คน กระเด็นไปคนละทิศละทาง บางคนแขนขาด บางคนอกยุบ กระอักเืตายคาที่
เพียงชั่วพริบตา... ห้องโถงตระกูลหลี่ กลายเป็โรงฆ่าสัตว์ เหลือเพียง จ้าวเฟิง คนเดียวที่ยังยืนอยู่... แต่ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทา
“ปะ... เป็ไปไม่ได้...” จ้าวเฟิงหน้าซีดเผือด “เ้ามันแค่ขยะขั้นรวบรวมปราณขั้น 5... ทำไมถึงมีพลังขนาดนี้! นี่มันระดับขั้น 9... ไม่สิ รุนแรงกว่านั้น!”
อี้ิก้าวเดินเข้าหาอย่างช้าๆ เืของศัตรูหยดลงจากปลายดาบ “เ้าถามหาของสิ่งนั้นไม่ใช่หรือ?” เขาแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัวกว่าปีศาจ “ข้าเอามันมาให้เ้าดูแล้วนี่ไง... ความตายของพวกเ้า”
“อย่า... อย่าเข้ามา!” จ้าวเฟิงถอยกรูด “ข้าเป็ผู้คุมกฎฝ่ายนอก! ถ้าเ้าฆ่าข้า สำนักเมฆครามจะไม่ปล่อยตระกูลเ้าไว้แน่!”
อี้ิหัวเราะเสียงเย็น “พวกมันไม่ปล่อยข้า... ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยพวกมันเหมือนกัน”
วูบ! อี้ิพุ่งเข้าประชิดตัว จ้าวเฟิงกัดฟันแทงกระบี่สวน “ตายซะเถอะ!” แต่อี้ิเพียงแค่เอียงคอหลบเล็กน้อย แล้วใช้มือซ้ายคว้าข้อมือของจ้าวเฟิงเอาไว้แน่น กร๊อบ! “อ๊ากกกก!” จ้าวเฟิงร้องลั่นเมื่อข้อมือถูกบีบจนแหลกละเอียด
อี้ิเตะตัดขาจนมันคุกเข่าลง แล้วใช้ดาบพาดที่ลำคอ เขาหันไปมองพ่อกับแม่ที่ยังตะลึงงัน “ท่านพ่อ... ท่านแม่... ลูกอกตัญญูมาช้าไป”
จากนั้นเขาหันกลับมามองจ้าวเฟิงด้วยสายตาที่ไร้ความปรานี “คนที่ทำร้ายพ่อข้า... ต้องชดใช้ด้วยแขน คนที่ขู่แม่ข้า... ต้องชดใช้ด้วยลิ้น และคนที่คิดทำลายตระกูลข้า... ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”
【คำเตือน: จิตสังหารพุ่งสูงเกินขีดจำกัด – ระบบเปิดใช้งานการ ‘กลืนกินิญญาเป็’】
อี้ิไม่รอช้า เขาลงมือทรมานจ้าวเฟิงตามคำพูดทีละอย่าง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่โหยหวนที่สุดในค่ำคืนนั้น ก่อนจะจบชีวิตมันด้วยการแทงดาบทะลุหัวใจ
ร่างของจ้าวเฟิงกระตุกเกร็ง ิญญาสีดำเข้มข้นถูกดูดออกจากร่างไหลเข้าสู่ดาบหลิงเช่อ
【สังหารผู้ฝึกตนขั้น 8: จ้าวเฟิง】 【ได้รับแต้มสังหาร 500 แต้ม】 【ภารกิจแรก ‘กำจัดเงาแห่งสำนักเมฆคราม’ : เสร็จสิ้น】 【รางวัล: ปลดผนึกหีบสังหาร ชั้นที่ 2 — “เกราะโลหิตเทวะ”】
อี้ิยืนอยู่ท่ามกลางกองศพ เขาหอบหายใจหนักหน่วง พลังด้านลบเริ่มครอบงำจิตใจจนเขาแทบคลั่ง แต่ััอบอุ่นจากอ้อมกอดหนึ่งดึงสติเขากลับมา
“อี้ิ... พอแล้วลูก... พอแล้ว” ฮูหยินหลี่กอดเอวลูกชายที่เปื้อนเืเอาไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น “แม่ปลอดภัยแล้ว... พ่อปลอดภัยแล้ว... กลับมาหาแม่เถอะ”
ดวงตาสีแดงฉานของอี้ิค่อยๆ จางลง กลับกลายเป็สีดำปกติ เขาทิ้งดาบลง แล้วทรุดตัวลงกอดตอบมารดา “ท่านแม่... ข้าขอโทษ...”
ทว่า... ความสงบสุขนี้คงอยู่ได้ไม่นาน เสียงเตือนของหลิงเช่อดังขึ้นในหัวอย่างเร่งด่วน 『อี้ิ! อย่าเพิ่งวางใจ... ในป้ายคำสั่งของเ้าคนชุดฟ้านั่น มีอาคมสื่อสารอยู่!』 『ตอนที่มันตาย... สัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งออกไปแล้ว... คนที่กำลังจะมา ไม่ใช่แค่ลูกกระจ๊อก แต่เป็ผู้าุโตัวจริง!』
อี้ิเงยหน้ามองท้องฟ้าทิศตะวันตก เมฆดำกลุ่มใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมา... พร้อมกับแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
ศึกที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น