"เอ๊ะ!"
ฉินจงชักจะสงสัยแล้วสิว่าซุนเสี่ยวเหยียนเตรียมของดีอะไรไว้ให้ สำหรับเื่เสบียง ตอนนี้เขายังหัวเดียวกระเทียมลีบ เลยไม่ได้รู้สึกขัดสนอะไรนัก
รอเพียงอึดใจเดียว แสงสลัวก็สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนที่ถุงกระสอบใบเขื่องจะโผล่พรวดขึ้นมาบนพื้นตรงหน้าเขา
"หือ?"
ทันทีที่หิ้วถุงขึ้นมา ฉินจงก็ััได้ถึงน้ำหนักที่ไม่ธรรมดา พอเปิดปากถุงออกดู เขาก็พบว่าข้างในมีหน้าไม้สั้นซุกซ่อนอยู่ถึงสี่คัน โครงโลหะสีดำสนิทดูดุดันและไม่สะท้อนแสง มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา
ั์ตาของฉินจงทอประกายวาววับขึ้นมาทันที เขาถูกใจหน้าไม้สั้นคันหนึ่งเป็พิเศษ จึงหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ฝ่ามือลูบไล้ไปตามโครงโลหะที่เย็นเยียบ ความยินดีเอ่อล้นขึ้นมาในอกอย่างปิดไม่มิด
นี่มันของดีชัด ๆ! แม้พลังทำลายอาจจะสู้ปืนไม่ได้ แต่ข้อดีระดับเทพของมันคือความเงียบ ไม่เหมือนปืนที่เสียงดังลั่นจนพาลจะเรียกฝูงซอมบี้ให้แห่กันมา
เสียดายก็แต่ถ้ามีกล้องเล็งติดมาให้ด้วยคงจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว เพราะยังไงซะเขาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธพวกนี้
"เป็ยังไงบ้างฉินจง? นี่ฉันยอมทุ่มเงินก้อนโตไปเหมามาจากนักสะสมเลยนะ"
"เยี่ยมมาก ขอบคุณมากคุณซุน... อ้อ ไม่สิ เสี่ยวเหยียน ลำบากเธอแล้วจริง ๆ!"
วินาทีนี้ฉินจงไม่คิดจะตระหนี่คำขอบคุณเลยสักนิด เพราะหน้าไม้สั้นพวกนี้ช่วยต่อชีวิตให้เขาได้มากจริง ๆ
"อ้อ จริงด้วย ยังมีของพวกนี้อีกนะ เป็เสบียงที่พอให้คนคนหนึ่งกินอิ่มไปได้ตั้งสิบวันเลยนะ"
สิ้นเสียงของซุนเสี่ยวเหยียน กระเป๋าเป้สีดำหลายใบก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าฉินจง พร้อมกับแสงสลัวที่สว่างวาบผ่านหน้าจอโทรศัพท์
ฉินจงรูดซิปเปิดเป้ใบหนึ่งออกดู ก็พบว่าข้างในอัดแน่นไปด้วยอาหารให้พลังงานสูง ส่วนเป้ใบอื่น ๆ ก็ใส่ของมาคล้ายคลึงกัน แต่ที่เด็ดสุดคือในเป้ใบหนึ่ง เขากลับเห็นเหล้าเหมาไถนอนแอ้งแม้งอยู่หลายขวด
พอเห็นเหล้าเหมาไถ รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าฉินจงทันที เขารีบคว้ามาเปิดขวดแล้วกระดกซดอึก ๆ อย่างไม่แคร์ว่าจะต้องรินใส่แก้ว
รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอไหลวาบลงสู่กระเพาะอาหาร กลิ่นหอมฟุ้งของสุราที่โหยหามานานช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าทั่วร่างให้มลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง หลังจากซดไปหลายอึก เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องขอบคุณซุนเสี่ยวเหยียน
ทว่าพอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าสายถูกตัดไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาเดาะลิ้นเบา ๆ ในลำคอ สงสัยคงต้องติดคำขอบคุณไว้รอบหน้าซะแล้วสิ
วินาทีต่อมา มือซ้ายควงขวดเหล้า มือขวากระชับหน้าไม้สั้น ฉินจงเดินอาด ๆ ออกมาจากร้านเป็ดย่าง เขาตั้งใจจะหาหนูทดลองสักสองถึงสามตัว เพื่อทดสอบดูว่าอาวุธชิ้นใหม่นี้จะมีพลังทำลายสะใจแค่ไหน
จังหวะที่กำลังกวาดสายตาหาเหยื่อ เขาก็เหลือบไปเห็นซอมบี้สองตัวกำลังเดินโซซัดโซเซอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้านหน้าพอดี
แกร็ก!
แต่ก็นะ นี่เพิ่งเป็การจับหน้าไม้สั้นครั้งแรก การกะระยะก็เลยยังเพี้ยนอยู่ ลูกดอกดอกแรกจึงพุ่งถากหัวเป้าหมายลอยโด่งไปไกลลิบ ซอมบี้ที่ถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวหันขวับมามองอย่างงุนงง มันส่งเสียงขู่คำรามสองสามที พอไม่เห็นใครก็เลยเดินโซเซจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉินจงเห็นแบบนั้นก็ค่อย ๆ ย่องคืบหน้าไปอีกสองสามเมตร เขาหลบฉากอยู่หลังชั้นวางของ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตั้งสมาธิเล็งเป้าใหม่อีกครั้ง
แกร็ก!
รอบนี้ไม่มีคำว่าพลาด! ลูกเหล็กพุ่งเจาะกลางกบาลซอมบี้อย่างแม่นยำราวจับวาง เพื่อนซอมบี้อีกตัวเห็นสหายล้มตึงลงไปกองกับพื้นก็ชะงักกึก ด้วยระดับสติปัญญาอันน้อยนิด มันไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น เลยได้แต่ยืนบื้อเป็เป้านิ่งชั้นดีให้เขายิงใส่
ฉินจงกลั้นหายใจ ลั่นไกส่งลูกเหล็กนัดต่อไปปลิดชีพศพเดินได้ตัวนั้นทันที ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกพึงพอใจกับอาวุธสังหารชิ้นนี้มาก ถึงพลังทำลายจะไม่รุนแรงเท่าปืน แต่สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ มันใช้งานได้จริงและเวิร์กกว่าปืนเป็ไหน ๆ
ในกระสอบที่ซุนเสี่ยวเหยียนส่งมา ยังมีหน้าไม้สั้นสำรองอีกสามคัน พร้อมกับลูกเหล็กอีกหกขวด และลูกดอกอีกเป็กระบุง เสบียงะุจัดเต็มขนาดนี้ คงเพียงพอให้เขาใช้งานไปได้อีกพักใหญ่
...
ฉินจงครุ่นคิดดูแล้ว แผนบุกสวนสัตว์ยังไม่ต้องรีบร้อน เขาตัดสินใจจะใช้พวกซอมบี้ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็เป้าซ้อมยิงหน้าไม้สั้นให้ชินมือก่อน แถมยังได้ถือโอกาสทวงคืนพื้นที่ห้างทั้งตึกจากเงื้อมมือพวกผีดิบไปในตัวด้วย
ถึงใจจริงเขาอยากจะพุ่งหลาวไปสวนสัตว์ใจจะขาด แต่ขืนผลีผลามไปตอนนี้ก็มีแต่รนหาที่ตาย เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนออกสตาร์ต ไม่งั้นเส้นทางไปสวนสัตว์คงได้กลายเป็ทัวร์เที่ยวเดียวกลับบ้านเก่าแหง ๆ
หลังจากซ้อมยิงจนหนำใจ ฉินจงก็กลับมาล้มตัวลงนอนที่ร้านเป็ดย่าง เขาจัดการล็อกประตูลงกลอนอย่างแ่า และด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังสูบฉีดอยู่ในสายเื ไม่นานเขาก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินจงเปิดปลากระป๋องสองสามกระป๋องมายัดลงท้องพอให้มีแรง เขาคว้าขวดลูกเหล็กสามขวดโยนใส่เป้ จากนั้นก็จัดการซ่อนหน้าไม้สั้นที่เหลืออีกสามคันพร้อมกับเสบียงอื่น ๆ ไว้ในซอกหลืบของร้านเป็ดย่างอย่างมิดชิด
ชายหนุ่มเหน็บดาบเหมียวเตาคู่ใจไว้ข้างเอว ก้าวฉับ ๆ ออกจากร้านเป็ดย่างเพื่อลุยภารกิจกวาดล้างห้างสรรพสินค้าที่ยังค้างคาอยู่จากเมื่อวานต่อ
เมื่อวานทั้งวันเขาเคลียร์พื้นที่ดาดฟ้าฝั่งทิศใต้ไปจนหมดจดแล้ว ตอนนี้พอมีของเล่นใหม่อย่างหน้าไม้สั้นอยู่ในมือ เขามั่นใจว่าจะสามารถยึดพื้นที่ดาดฟ้าฝั่งตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศเหนือคืนมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เวลาล่วงเลยไปครึ่งค่อนวัน หลังจากฟาดฟันจนดาดฟ้าสะอาดเอี่ยมอ่อง ฉินจงก็เริ่มมหกรรมเคลียร์ตึกจากชั้นบนลงล่าง ไม่นานซอมบี้บนชั้นแปดและชั้นเจ็ดก็ถูกเก็บเรียบจนหมดสิ้น ทว่ายิ่งมุดลงไปชั้นล่าง ๆ จำนวนผีดิบก็ยิ่งอัดแน่นเป็ปลากระป๋อง และความตึงเครียดก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็เงาตามตัว
หลังจากเคลียร์ชั้นเจ็ดจนหมด วันนี้ฉินจงก็ก้าวเท้าลงมาเหยียบชั้นหกเสียที และทันทีที่โผล่พ้นบันไดลงมา เขาก็ต้องเบรกหัวทิ่ม เพราะโรงเรียนเทควันโดที่ตั้งเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้น อัดแน่นไปด้วยฝูงซอมบี้ที่กำลังเดินขวักไขว่ไปมา กะดูด้วยสายตาคร่าว ๆ ก็ปาเข้าไปเจ็ดสิบถึงแปดสิบตัวเห็นจะได้!
เดาได้ไม่ยากว่าในวันสิ้นโลก ลูกค้าบางส่วนคงจะหนีตายเข้าไปหลบภัยในนั้น แต่ดันมีคนเกิดการกลายพันธุ์เป็ซอมบี้อยู่ข้างในพอดี สภาพเลยจบเห่ โดนกวาดล้างตายยกรังกลายเป็บุฟเฟต์มื้อใหญ่ซะอย่างนั้น
ทันทีที่พวกซอมบี้ตาดีเห็นมนุษย์อย่างฉินจงเดินลงมาจากบันได พวกมันก็พากันเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่ตรงประตูอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นก็เกิดเสียงเพล้ง! กระจกบานั์สองบานทนแรงกระแทกไม่ไหวแตกกระจายไม่มีชิ้นดี ฝูงซอมบี้กระหายเืจึงทะลักพรวดออกมาดั่งเขื่อนแตกทันที
เจอเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่เข้าไป ฉินจงก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก เขาวิ่งหนีไปตามระเบียงทางเดินวงกลมของชั้นหกเพื่อพยายามทิ้งระยะห่างจากฝูงผีดิบที่วิ่งไล่กวดมาติด ๆ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉินจงจับคู่ดาบเหมียวเตากับหน้าไม้สั้นไล่เชือดซอมบี้แทบจะทุกวัน ประสบการณ์จากสมรภูมิจริงช่วยขัดเกลาฝีมือเขาขึ้นมาก แม้ความแม่นยำในการยิงหน้าไม้สั้นจะยังไม่ถึงขั้นจับวางยิงร้อยเข้าเป้าร้อย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว การสาดลูกเหล็กออกไปสามนัด เขาสามารถปลิดชีพซอมบี้ได้ชัวร์ ๆ หนึ่งตัว คิดเป็อัตราความแม่นยำก็ราว ๆ สามสิบเปอร์เซ็นต์
ส่วนดาบเหมียวเตานั้น ยิ่งฟันบ่อยเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเข้ามือสุด ๆ ถึงแม้ฉินจงจะไม่มีทักษะวิชาดาบเทพ ๆ อะไรเลย แต่อาศัยแค่แรงหวดบวกกับการกวัดแกว่งดาบยาวเล่มนี้ มันก็สร้างพลังทำลายล้างที่น่าขนลุกได้ไม่น้อย เรียกได้ว่าถ้าต้องบวกกันตัวต่อตัว เขาสามารถสับซอมบี้ตายคาที่ได้อย่างสบาย ๆ
พอเห็นซอมบี้ยกโขยงวิ่งหน้าตั้งแห่กันออกมาแบบนี้ ฉินจงก็งัดกลยุทธ์ยิงไปรักษาระยะห่างไป เหมือนเวลาเล่นเกมออกมาใช้ทันที เขาวิ่งล่อฝูงซอมบี้ไปรอบ ๆ ทางเดิน สลับกับการหันขวับกลับมาสาดลูกเหล็กใส่พวกมันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง
ไม่นานนัก ลูกเหล็กมรณะของฉินจงก็สอยซอมบี้ร่วงไปทีละตัวสองตัว สเต็ปง่าย ๆ คือพอยิงสวนไปได้สองสามนัด เขาก็จะวิ่งสับขาหลอกทิ้งระยะห่างออกไปอีกระลอก ฝูงซอมบี้สุดโง่เง่าจึงโดนเขาปั่นหัวหลอกให้วิ่งตามต้อย ๆ อยู่ฝ่ายเดียว
แต่พูดก็พูดเถอะ ต่อให้สเต็ปนี้มันจะดูชิลแค่ไหน ทว่าการโดนฝูงผีดิบหน้าดำทะมึน ิัเหี่ยวย่นติดกระดูก โหนกแก้มปูดโปนและแก้มตอบลึกกว่าเจ็ดสิบถึงแปดสิบตัววิ่งไล่กวดชนิดกัดไม่ปล่อยแบบนี้ มันก็ทำเอาฉินจงเสียวสันหลังวาบจนขนลุกซู่ไปทั้งตัวอยู่ดี!
ระเบียงทางเดินวงกลมบนชั้นนี้ หนึ่งรอบมีความยาวตกราว ๆ สามร้อยเมตร พูดง่าย ๆ คือยาวแทบจะสูสีกับสนามฟุตบอลมาตรฐานเลยทีเดียว
ฉินจงสับขาหลอกไปพลาง เหลือบตามองฝูงผีดิบที่วิ่งไล่หลังมาไปพลาง เขากะคร่าว ๆ ในใจว่า อย่างมากสุดก็แค่วิ่งวนมาราธอนอีกสักรอบสองรอบ ซอมบี้พวกนี้ก็น่าจะโดนเขาเป่ากระหม่อมจนหมดเกลี้ยงแล้ว
พอคำนวณล่วงหน้าได้แบบนี้ แม้สัญชาตญาณเอาตัวรอดในใจฉินจงจะยังคงเปิดเรดาร์ระวังภัยขั้นสุด แต่เขาก็ไม่ได้ลนลานจนสติแตกแต่อย่างใด
อึดใจต่อมา ฉินจงก็วิ่งมาถึง่กึ่งกลางของระเบียงบนทางเดินวงกลม ระเบียงมุมนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก ตามแนวทางเดินมีโต๊ะกระจกตั้งวางทิ้งไว้อยู่แค่ไม่กี่ตัว ทว่าบนโต๊ะกระจกตัวหนึ่ง ดันมีชาแดงกระป๋องที่ยังไม่ได้เปิดสลักวางแอ้งแม้งอยู่ตั้งสองกระป๋อง! พอเห็น์รำไรอยู่ตรงหน้า ฉินจงก็รู้สึกคอแห้งผากเป็ผุยผงขึ้นมาทันที เขารีบฉวยกระป๋องชาแดงขึ้นมาดึงสลักเปิดทันที
ชายหนุ่มแหงนหน้ากระดกชาแดงรสหวานเจี๊ยบชื่นใจให้ไหลซ่านลงคอ ความรู้สึกหิวกระหายหายวับไปกับตาทันที เขาจัดหนักซดตามไปอีกสองอึกใหญ่รวดเดียวจนเกลี้ยงกระป๋อง ไม่เหลือให้หกสักหยด!
แต่ก็นั่นแหละ ในจังหวะที่ฉินจงหยุดเติมพลัง ฝูงซอมบี้ก็ฉวยโอกาสพุ่งทะยานบีบระยะเข้ามาใกล้จนห่างจากเขาแค่เจ็ดถึงแปดเมตรเท่านั้น ฉินจงไม่รอช้า ยกหน้าไม้สั้นขึ้นประทับบ่าเล็งเป้าอีกรอบ ในระยะเผาขนแค่นี้ ต่อให้พวกมันจะว่องไวแค่ไหน เขาก็มั่นใจว่ายิงเจาะกะโหลกเข้าเป้าได้ทุกนัดอย่างแน่นอน!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
สิ้นเสียงลูกเหล็กพุ่งทะยานออกไป ซอมบี้ผู้โชคร้ายอีกสองตัวก็ล้มคว่ำหน้าคะมำลงกับพื้น พวกที่เหลือยังคงดันทุรังรุกคืบเข้ามาอีกไม่กี่เมตร ในขณะที่ฉินจงกำลังโยกหลบคุมจังหวะล่อเป้าพวกมันอย่างใจเย็นราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้านนั้นเอง...
เหตุการณ์สุดเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดก็ดันทลายกำแพงความชิลของเขาลงจนได้!