ดนัยกวาดตามองหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาอดชื่นชมในความสามารถไม่ได้ยิ่งเห็นเขานั่งเคียงบุตรสาวยิ่งทำเอาหัวใจคนเป็พ่อพองโต คบหากันมาก็หลายปี เขาอยากให้ดาวรีย์เป็ฝั่งเป็ฝาเสียทีถ้าได้แต่งกันผู้ชายเพียบพร้อมเช่นทินภัทร ยิ่งส่งเสริมกันมากขึ้นไปอีก
“คุณพ่อตามทินมาทำไมเหรอคะ” หญิงสาวถามแล้วสบตาบิดาเพื่อฟังคำตอบ
“พ่อมีธุระอยากจะคุยกับทินหน่อยน่ะ”
“เื่อะไรเหรอคะ” คนเป็ลูกยังคงซักไซ้
ดนัยยิ้มอ่อนโยน แล้วหันมองว่าที่ลูกเขย
“กับยัยดาว คบหากันมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ”
“เกือบห้าปีแล้วครับ” ทินภัทรตอบตามตรง
“แล้ว.. มีแพลนจะขอลูกสาวอาบ้างไหม”ดนัยถามแล้วจ้องมอง สีหน้าจริงจัง คนถูกถามแววตาเรียบนิ่ง ภาพใครบางคนผุดขึ้นมามันไม่มีทางเป็ไปได้เลย
“มีครับ” เขาตอบแล้วเหลือบมอง“ผมขอหลายครั้งแล้ว แต่ดาวยังไม่ตอบตกลงเลยครับ”
คนเป็พ่อหันมองลูกสาวเลิ่กคิ้วสูงด้วยความสงสัย
“อยากขึ้นคานเหรอยัยดาว เพอร์เฟคขนาดทินลูกยังไม่เอาอีก”
หญิงสาวหัวเราะแ่ “แหมพ่อคะใครจะอยากโสด ดาวแค่อยากทำงานอีกสักพักน่ะค่ะ”
“ทำอย่างกับทินจะเลี้ยงลูกไม่ได้”
“ตอนนี้ดาวยังสวยอยู่นี่คะต่อไปแต่งงานก็ต้องมีลูก ให้ดาวไปเดินแบบจะมีใครดู จริงไหมคะ”
“ไม่มีใครดูดาวก็ไปทำงานกับทินสิเราน่ะเป็ผู้บริหารเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
ทินภัทรอมยิ้มเหมือนเห็นผู้มีพระคุณคุยกับบุตรสาวด้วยความเอ็นดู ทำให้นึกถึงเื่ในอดีต่เวลาที่มีพ่ออยู่ มันมีความสุขมากเหลือเกิน ข้างบ้านเป็เพื่อนสนิทกันคอยไปมาหาสู่จนเกิดเป็ความรักความผูกผัน จนหัวใจเขาคิดเกินเลยไปไกลตอนนี้มันกู่ไม่กลับ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากเก็บความเ็ปไว้แล้วก้าวต่อ
คนสวยเบ้ปากทันที “ดาวไม่อยากทำงานบริหารนี่คะพ่อดาวชอบทำงานบันเทิงมากกว่า”
คนเป็พ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วมองไปยังชายที่หมายปอง เห็นส่งรอยยิ้มกลับมาทำเอาชายกลางคนเบาใจเพราะจากสีหน้าแววตา ทินภัทรคงไม่มีทางปันใจให้ใครแน่
“ทินว่ายังไงดี”เขาเอ่ยถามว่าที่ลูกเขยบ้าง
คนถูกถามเหลือบมอง แล้วยิ้มอ่อนโยน
“แต่งงานกันไหมครับดาว ผมไม่อยากรอแล้วคุณพ่อเร่งขนาดนี้คุณยังใจร้ายอยู่อีกเหรอ” เขาถามเสียงทุ้มแ่ดวงตาทอประกายทอดมอง
คนถูกขอแต่งงานชะงักดวงตาเบิกกว้างผิวแก้มเริ่มแดง ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้มาก่อน ปกติเธอมักล้อเล่นกับทินเสมอ เกี่ยวกับเื่แต่งงานแต่คราวนี้ดูเหมือนเขากำลังจริงจังกับมัน
“แน่ใจแล้วเหรอคะทิน”เธอไม่รู้ว่าควรตอบตกลงดีไหม เพราะบางครั้งรู้สึกได้ว่าทินมีอะไรบางอย่างในใจซึ่งมันเป็เหมือนกำแพงสูงตระหง่านที่ตนไม่สามารถปีนข้ามไปได้
เขาระบายยิ้ม “แน่ใจสิครับ ถ้าผมไม่อยากแต่งผมไม่ขอคุณหรอกนะดาว” ดาวรีย์ช่วยเหลือเขามามากเหลือเกิน มากจนไม่อาจมองใครได้อีกเขาแน่ใจว่าอนาคตข้างหน้าเธอคงเป็แม่ที่ดีของลูกได้ เพราะสำหรับคนในหัวใจมันไม่มีทางเป็ไปได้อีกแล้ว
ดาวรีย์ยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆพยักหน้าแล้วเหลือบมองบิดาสีหน้าแช่มชื่น ดนัยเลยแสร้งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เฮ้อ..ค่อยยังชั่วนึกว่าลูกอาจะหาสามีไม่ได้ต้องอยู่บนคานแล้ว”
“โถ่ พ่อคะ!”คนเป็ลูกร้องเสียงหลงหน้างอ
ทินภัทรหันมองว่าที่พ่อตาแล้วหัวเราะออกมาแม้ภายในอกจะปวดร้าวมากเพียงใดก็ตาม
ภาวิทย์ยืนนอบน้อมอยู่ตรงหน้าเ้านายทินภัทรมองกระดาษตรงหน้าที่จดรายการและใบเสร็จค่าขนมทั้งหมดเขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ขบกรามจนเป็สันนูน ต่อให้อยากหายแค้นมันก็ทำไม่ได้เมื่อภาพพ่อถูกเ้าหน้าที่นำตัวออกมาจากรถด้วยร่างชุ่มโชกไปด้วยเือีกคนถูกลากออกมากระชากปืนออกจากมือ ดวงตาเรียวคมวาววับ สีหน้าสำนึกผิดกรีดร้องเรียกชื่อพ่อมันดังก้องณัฐกรช่างเสแสร้งทำเหมือนพลั้งมือลงไปสุดท้ายแค่ติดคุกสี่ปีก็ออกมาใช้ชีวิตมีความสุขกับครอบครัวได้หน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อกฎหมายใช้ไม่ได้ มันก็ต้องกฎหมู่นี่ล่ะเขาไม่มีทางปล่อยให้คนชั่วเช่นมันลอยนวลมีความสุขได้หรอกทุกอย่างในชีวิตของมันต้องพังลงด้วยมือเขาเอง
“หมดไปเท่าไหร่เหรอ ค่าขนม”
“ก็เกือบแสนแล้วล่ะครับ”ภาวิทย์ตอบเสียงแ่ เพราะเห็นสีหน้าเ้านายแล้วอดกังวลไม่ได้
“สั่งอีกสักสองวันก็แล้วกัน”
“ได้ครับ”เขารับคำแล้วรีบเดินออกนอกห้องไป
เสียงประตูห้องทำงานเปิดออกร่างบางก้าวเข้ามาแล้วยิ้มกว้าง นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าว่าที่เ้าบ่าวของตนทินภัทรยิ้มให้ แล้วผสานมือไว้ด้านหน้า
“มาเช้าจังเลยนะครับ” ชายหนุ่มแกล้งแซว
คนถูกแซวชะงัก ผิวแก้มเริ่มแดงก็มันตื่นเต้นจนนอนแทบไม่หลับ
“วันนี้ไม่มีงานนี่คะ ดาวเลยว่าง”
เขาหัวเราะในลำคอ “ครับ รอผมสักครู่นะเดี๋ยวผมเคลียร์งานแป๊บนึง”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำ
ดาวรีย์ทอดสายตามองว่าที่เ้าบ่าวกำลังทำงานหัวใจมันพองโตขึ้นมา เหมือนฝันจริงๆ ที่ทินยอมขอเธอแต่งงาน ทั้งๆที่เขามีหญิงสาวมากหน้าหลายตามาให้เลือกสรร แต่สุดท้ายทินก็เลือกเธอ
ราวชั่วโมงต่อมาทินภัทรวางมือจากงานแล้วลุกยืน เดินมาหาว่าที่เ้าสาว ยื่นมือมาให้เธอจับไว้สองร่างเดินเคียงข้างกันลงลิฟต์ ท่ามกลางสายตาของพนักงาน อดอิจฉาคู่นี้ไม่ได้ดาวรีย์เปิดประตูรถแล้วหย่อนกายตรงเบาะหน้าเคียงคู่ เขาเคลื่อนรถออกจากบริษัท แล้วตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุงอีกคนอมยิ้มตลอดเส้นทาง ยี่สิบนาทีต่อมาถึงลานจอดรถ ดาวรีย์เปิดประตูลงและยืนรอเมื่อทินภัทรก้าวมาเดินเคียงเลยพากันขึ้นชั้นบน มาหยุดตรงร้านเครื่องประดับชื่อดัง
พนักงานออกมาต้อนรับคนทั้งคู่แล้วยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณทินภัทร”พนักงานสาวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ที่ผมสั่งไว้ได้หรือยังครับ”
“สักครู่นะคะ”พนักงานตอบรับแล้วยิ้มกว้าง ก่อนเดินหายไปด้านหลัง
กล่องเครื่องประดับถูกวางตรงหน้าดาวรีย์เหลือบมองเขา ทินภัทรเปิดออกมองดูแหวนทองคำขาวประดับด้วยเพชรตรงกลางขนาดพอเหมาะ ชายหนุ่มอมยิ้มเหลือบมองไปยังว่าที่เ้าสาว
“สั่งทำไว้แล้วเหรอคะ?”หญิงสาวถามสีหน้ามึนงง
เขาส่ายหน้า“อันนี้ผมทำเอาไว้หมั้นดาวก่อน ผมกลัวคุณดาวโดนคนอื่นฉกไปก่อน” พูดจบเขาหัวเราะคนฟังเลยตีเบาๆ ที่ต้นแขน
“ไม่ต้องมาแหย่ดาวเลยค่ะใครกันแน่จะโดนฉกไปกันคะ”
ทินภัทรรั้งมือบางเอาไว้เ้าของมือชะงักแก้มแดงปลั่ง ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อลดทอนอาการขัดเขิน
“ผมลองสวมเลยแล้วกันครับ”
แหวนถูกสวมเข้านิ้วนาง มันพอดีหญิงสาวช้อนสายตามองน้ำตาคลอ
“ขอบคุณนะคะ”
“ตอนนี้คุณดาวเป็ของผมแล้วนะครับ”เขาบอกแล้วยิ้มกว้าง ยิ่งทำให้หญิงสาวขัดเขินจนแทบไม่อยากอยู่ตรงนี้เพราะอายสายตาหลายคู่
พนักงานยิ้มให้กับภาพลูกค้าแล้วจัดการนำแหวนออกมาวางต่อเพื่อให้เลือกสรร
“นี่คือแหวนแต่งงานที่นิยมกันค่ะ”
เธอหันมองเขา “แหวนแต่งงานเหรอคะ?”
“ใช่ครับ เพราะที่ผมสวมเป็แค่แหวนหมั้น”
“มันสิ้นเปลืองนะคะดาวใช้แหวนวงนี้ก็ได้”
คิ้วเข้มขมวด “เลือกเลยครับ”
คนตัวเล็กไม่อยากขัดใจเลยทำตามความ้าปรึกษาเลือกสรรกันสักพักได้แหวนถูกใจ สั่งช่างทำเพื่อมารอรับในอาทิตย์ถัดไปจบการเลือกทินภัทรจูงมือว่าที่เ้าสาวออกมานอกร้าน เพื่อหาอาหารรับประทานต่อ
นวฤทธิ์จอดรถแล้วก้าวตามพี่สาวเพื่อมารับวัตถุดิบทำขนมซึ่งสั่งร้านเ้าประจำสองร่างเดินเคียงกันมาจนถึงทางเข้าจังหวะนั้นสองร่างชนกันอย่างกะทันหันเพราะไม่ทันมองเนตรอัปสรเซจนแทบล้มดีถูกน้องชายประคองไว้ส่วนอีกคนถูกคนเดินเคียงโอบไหล่ไม่ให้ล้มลง
นวฤทธิ์จ้องมองชายซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าแววตาหม่นลง รีบพยุงพี่สาวให้ทรงตัว เขาอยากออกไปจากตรงนี้ดาวรีย์มองสีหน้าแววตาว่าที่เ้าบ่าวแล้วกลืนน้ำลายลงคอ ทินภัทรแปลกไปกว่าทุกวันเธอเคยเห็นสีหน้าแบบนี้มาก่อน เนตรอัปสรมองคนถูกชนแล้วยกมือไหว้ทันที
“ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”เธอบอกรัว สีหน้าเครียด
ดาวรีย์รีบโบกมือ “ไม่เป็ไรค่ะ”
“พี่เนตรเรารีบไปกันเถอะ!” นวฤทธิ์เร่งทว่ามันสายไปเมื่อสายตาพี่สาวกำลังจ้องมองอีกฝ่าย
ดวงตาสองคู่สบกันต่างรู้ดีภายในจิตใจนั้นยังหลงเหลือความรู้สึกให้กันและกันอยู่เนตรอัปสรมองไปยังมือหนาซึ่งกำลังโอบไหล่ของผู้หญิงหน้าตาสะสวย รูปร่างสมส่วนผิวขาว ไม่มีตรงไหนที่คนอย่างเธอสู้ได้เลย
คนตัวใหญ่กระตุกยิ้มมุมปากดาวรีย์มองคนชนแล้วขมวดคิ้ว หรือว่า....
“พ่อออกจากคุกแล้วไม่ใช่เหรอ?”เสียงทุ้มถาม ดวงตาเยือกเย็น
คนถูกถามชะงักเล็กน้อย “คุณถามใคร?”นวฤทธิ์ย้อนสีหน้าไม่พอใจ
“ใครมีพ่อขี้คุกล่ะ”น้ำเสียงเย้ยหยันทำเอาคนฟังเดือด
“แล้วใครเลือกได้บ้างล่ะคะ”เนตรอัปสรย้อนด้วยความขุ่นเคือง
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ แววตาวาวโรจน์
“ใช่! ไม่มีใครเลือกได้แม้แต่คนอย่างฉันยังเลือกไม่ได้เลย อยากให้พ่อฉันรอดแล้วคนที่ตายคือพ่อของพวกเธอแต่มันเลือกไม่ได้ยังไงล่ะ ฉันถึงต้องทนทุกข์กันอยู่แบบนี้!”
“ไม่มีใครอยากให้เกิดผมเองก็ไม่ได้อยากให้เกิดเื่แบบนี้เลยพี่ทิน ทำไมพี่ถึงไม่ยอมอภัยให้พวกเรา!”
“ลองเป็พ่อฉันยิงพ่อพวกเธอบ้างไหมแล้วช่วยตอบมาว่าอภัยให้ได้หรือเปล่า!”
เนตรอัปสรน้ำตาคลอ กัดริมฝีปากแน่น เจ็บจนไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเมื่อคนที่เธอหลงรักกลายเป็ศัตรู
“ไม่มีใครอยากให้เกิดเื่แบบนี้เนตรไม่ได้หวังให้พี่ทินลืม แค่อยากให้พี่เห็นใจเพราะอดีตมันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้” หญิงสาวพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ
“ใช่! มันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แต่อนาคตเรากำหนดมันได้ จริงไหมเนตรอัปสร...”
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏออกมาทำเอาคนมองขนลุกชัน มือบางยกแตะแ่บริเวณหลังมือ ทินภัทรชะงักหันมองเห็นว่าที่เ้าสาวมองมาแววตาหม่น เขาไม่ควรทำตัวแย่ให้ดาวรีย์เห็นไปมากกว่านี้
“ไปกันเถอะครับคุณดาว”พูดจบเขาจับมือบางไว้แล้วรั้งให้เดินไปด้วยกัน
สองพี่น้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินเข้าด้านในความรู้สึกอึดอัดยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ตลอดเส้นทางมีเพียงความเงียบและสีหน้าเศร้าหมอง คงไม่มีวันที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกแล้ว
รถเคลื่อนออกจากลานจอดอย่างรวดเร็วสีหน้าคนขับไม่สู้ดีนัก มือบางยกแตะท่อนแขนแ่เบา แล้วทอดสายตามองด้วยความหนักใจทินภัทรเหลือบมา พยายามปรับสีหน้าอารมณ์ตนเองให้คงที่
“ผมขอโทษนะครับ” เขาบอก แล้วยิ้มบางๆ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงคุณเคยบอกดาวแล้ว”
ชายหนุ่มทอดสายตามองเส้นทางเหตุใดภาพใบหน้าของหญิงสาวอีกคนถึงได้ตราตรึงไม่ห่างหาย เขาเงียบไปนานจนคนนั่งข้างๆ เริ่มอึดอัด
“ทิน....สองคนนั้นคือลูกสาวของคนที่ยิงพ่อคุณเหรอคะ”
เขาหันมา สีหน้าเ็ป
“ใช่ครับ”
ริมฝีปากบางเม้มสนิทภาพของสองพี่น้องย้อนกลับมา ผู้หญิงคนนั้นเธอสวยมาก สวยจนน่าทำงานในวงการบันเทิงทำไมถึงรู้สึกอิจฉา ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าทินรังเกียจคนพวกนั้นมากแค่ไหน
“เธอสวยมากนะคะ เนตรอัปสร”
คนฟังชะงักหันมองว่าที่เ้าสาวกำลังพูดอะไร
“สวยแล้วยังไงเหรอครับ” เขาย้อนถามน้ำเสียงเ็า
“ก็เปล่าหรอกค่ะ แค่เสียดายเท่านั้นเอง”
เขาหัวเราะในลำคอ “อีกไม่นานคงได้ใช้ความสวยหากินแล้วล่ะครับ เพราะคงไม่เหลืออะไรไว้ให้ทำกินอีกแล้ว!”ดวงตาคนพูดวาววับ
ดาวรีย์กลืนน้ำลายลงคอทินภัทรเป็ผู้ชายอ่อนโยนแต่เขากลับยึดติดกับความแค้นในอดีตจนบางครั้งเธอรู้สึกกลัว และไม่ค่อยไว้ใจเขาหากภายหลังเขาคิดถึงแต่การแก้แค้นจนหลงลืมเธอ จะทำเช่นไร
“ไปหาอะไรทานดีกว่าไหมคะทินดาวหิวแล้วคะ”
เขาหันมามองแววตาอ่อนโยน แล้วยิ้มมุมปาก
“ขอโทษนะครับ ที่ทำให้คุณไม่ได้กินข้าวเดี๋ยวผมพาไปร้านอร่อยของเราดีกว่าครับ” เขาเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นเพื่อไปยังปลายทางทันที
ร่างบางยืนพิงหน้าต่างห้องนอน ดวงตาเหม่อลอยภาพวันนี้ทำเอาหัวใจร้าวราน ตลอดระยะเวลาเกือบห้าปี พี่ทินห่างหายไปเธอแทบไม่ได้ข่าวคราว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมเลือน วันนี้ได้พบกันอีกครั้งเขากลับมีหญิงสาวควงแขนเธอคนนั้นช่างเหมาะสม พี่ทินดูหล่อเหลากว่าเก่าก่อน
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูแ่เบาทำเ้าของห้องตื่นจากภวังค์เดินมาเปิดประตู เห็นบิดายืนอยู่ เธออ้าประตูให้กว้างขึ้นณัฐกรแทรกตัวเข้ามาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ มองลูกแววตาหม่น
“เป็อะไรหรือเปล่าเนตรสีหน้าลูกดูไม่ดีเลย” เสียงทุ้มถามด้วยความห่วงใย
หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธเธอไม่อยากให้พ่อต้องมารับรู้ เื่ในอดีตมันผิดพลาดไปแล้วเธอไม่สามารถทอดทิ้งผู้ให้กำเนิด ต่อให้พ่อทำผิดก็ตาม
“เปล่าค่ะไม่มีอะไร”
“พักผ่อนบ้างนะลูกพักหลังพ่อเห็นเนตรทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน”
เนตรอัปสรเม้มริมฝีปากน้ำตาตอนนี้แทบไม่มีอีกแล้ว เพราะเธอคร่ำครวญมากมายเหลือเกิน จนทำให้ครอบครัวแทบแตกสลายโชคดีที่หยัดยืนมาได้อีกครั้ง ทำงานหนักเธอ้าทำทุกอย่างเพื่อให้หลงลืมเื่ราวที่มันเ็ป แต่น่าแปลกทำไมมันยิ่งกลับจำทุกอย่างได้ชัดเจนขนาดนี้
“เนตรไม่เป็อะไรหรอกค่ะพ่อตอนนี้ยังไหวรีบเก็บเงินไว้มากๆ ดีกว่า” เธอตอบแล้วระบายยิ้ม
คนเป็พ่อนิ่งเงียบ รู้สึกหนักใจเขาเป็ภาระให้ลูกหรือเปล่า เนตรอัปสรกัดริมฝีปากแน่น คำถามที่เคยถามพ่อในอดีตเธออยากรู้มากเหลือเกินว่าพ่อทำแบบนั้นทำไม หากไม่เกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นครอบครัวเธอกับเขาคงยังสนิทสนมกันอยู่ และทุกอย่างมันคงดีกว่านี้
“พ่อคะ”
เขาหันมามองบุตรสาว
“ว่าไงเนตร”
“เนตรขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”น้ำเสียงจริงจังทำเอาคนเป็พ่ออึดอัดขึ้นมา
“จะถามเื่อะไรล่ะลูก”
เธอชั่งใจ เห็นสีหน้าพ่อไม่สบายใจไม่อยากถามแต่เธอเองอยากรู้ และไม่เข้าใจในหลายอย่าง
“เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนพ่อทำแบบนั้นทำไมคะ!” เธอโพลงออกมาในที่สุด
คนถูกถามนิ่งเงียบหลับตานึกภาพเพื่อนร่างอาบไปด้วยเื ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เขาไม่ทันตั้งรับ และกลายเป็ฆาตกร
“พ่อ...” เขาอึกอัก “พ่อไม่ได้ตั้งใจเนตรพ่อบอกเนตรได้แค่นี้ พ่อจำเป็ต้องรักษาสัญญากับคนตาย”
หญิงสาวชะงักสัญญากับคนตายหมายความว่ายังไง
“เนตรไม่เข้าใจ!”
“ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านพ้นไปไม่ได้เหรอลูกพ่อเองก็รับโทษทัณฑ์แล้ว พ่ออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่”
เธอเข้าใจความรู้สึกพ่อทว่าคนข้างหลังที่ไม่รู้เื่กับเหตุการณ์ในครั้งนั้น กลับต้องเ็ป ทรมานและสูญเสียสิ่งสำคัญ ความสัมพันธ์กลับกลายเป็ศัตรู และไม่อาจเยียวยารักษาได้
ณัฐกรลุกยืน แล้วยิ้มเศร้าเขาอยากบอกทุกอย่าง แต่สัจจะก็ต้องรักษา เมื่อคนตายร้องขอเขาจำเป็ต้องทำให้ให้เขาเป็คนผิดแค่คนเดียวก็เพียงพอแล้ว
“พ่อไปนอนก่อนนะลูก พักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้เราต้องทำขนมไปส่งอีก” เขาบอก แล้วเดินมาถึงประตูเปิดออกแล้วสาวเท้าจากไปเงียบๆ
กล่องขนมวางเรียบรายลูกค้าเริ่มเข้ามาในร้าน นาลินทำหน้าที่ต้อนรับแล้วจดออเดอร์ เค้กเธอทำไว้หมดแล้วตั้งใจให้น้องชายไปส่งเพียงคนเดียว ส่วนตัวเองต้องช่วยแม่ชงกาแฟให้ลูกค้านวฤทธิ์ขนขนมขึ้นรถ โดยมีบิดาคอยช่วยเหลือ
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท รองเท้าหนังแบรด์ดังเดินเข้ามานวฤทธิ์ชะงักจ้องมองชายคนนั้นแววตาแข็งขึ้น เนตรอัปสรเม้มริมฝีปากสีหน้าไม่พอใจส่วนชายอีกคนในร้านกำลังขมวดคิ้วจ้องมองใบหน้าคมเข้มไม่วางตา
“ทินงั้นเหรอ?” เสียงณัฐกรดังขึ้นก้าวเข้ามาราวกับละเมอ
เป้าหมายกลับชะงักดวงตาแข็งกร้าว เมื่ออดีตเพื่อนพ่อกำลังแสดงท่าทางเหมือนเป็ห่วงเป็ใย
“อย่าเข้ามา ไม่อยากให้แตะต้องตัวคนอย่างแกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับฉัน!” เขาตวาดลั่น จนณัฐกรสะดุ้งชะงัก สีหน้าเผือดลง
“ถ้าไม่อยากให้ยุ่งแล้วเข้ามาในร้านทำไมไม่ทราบถ้าคุณเกลียดพวกเรามากทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่!” เนตรอัปสรโต้กลับสีหน้าไม่พอใจเธออดทนมามากเกินพอแล้ว
เขาเอาลิ้นดุนแก้ม แววตาแข็งกร้าวปากสีชมพูระเรื่อนั้นช่างเจรจาเหลือเกินนะ ถ้าหากกระชากมาบดขยี้คงสะใจดีพิลึกแต่มันคงไม่หนำใจเท่าลากขึ้นเตียง แล้วทำตามใจ แบบนั้นคงได้อารมณ์มากกว่า
ตุบ!
เขาโยนเงินไว้บนโต๊ะในร้าน แล้วยิ้มเยาะ
“นี่เงินค่าขนมนับจากวันนี้ไปไม่ต้องไปส่งอีกแล้ว!”
พูดจบหันกายกลับเพื่อเดินหนีทว่าท่อนแขนกลับถูกคว้าไว้ก่อน
“หมายความว่ายังไง!” เนตรอัปสรตวาดถาม
“หมายความตามที่พูดถ้าโง่ก็คงไม่เข้าใจ!”
คนตัวเล็กกำมือแน่น ง้างหมายตบสักฉาดแต่กลับถูกบิดาเอาตัวมาขวางไว้ก่อน
“ทิน ช่วยอธิบายให้เราเข้าใจหน่อยได้ไหม”
เขาหัวเราะเยาะ “บริษัทที่ไปส่งขนมกันมันเป็บริษัทของฉัน ทีนี้เข้าใจหรือยัง!”
“แต่พวกเราเตรียมของไว้แล้วนะ!”นวฤทธิ์แย้ง
“มันก็เื่ของพวกแก!”
ยิ่งมองพวกมันยิ่งเดือดดาลมีความสุขกันมากใช่ไหม ครอบครัวสุขสันต์เลยสินะ แล้วเขาล่ะ ต้องสูญเสียพ่อไปโดยไม่ทันได้ล่ำลากัน
“หยุดทำแบบนี้สักทีได้ไหม!”หญิงสาวะโลั่น
นาลินเริ่มสะอื้นไห้ ส่ายหน้าน้ำตานองไม่อยากให้ครอบครัวต้องเจอกับเื่แบบนี้เลย
“ทินทำแบบนี้ทำไม น้องเดือดร้อนทินรู้ไหมอย่างน้อยก็น่าจะเห็นแก่ที่น้องนับถือทินมาตลอด” ณัฐกรพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“อ๋อนี่ฉันต้องสนใจลูกของฆาตกรที่ฆ่าพ่อฉันด้วยเหรอ” เขาย้อนถาม คนฟังสะอึก
เนตรอัปสรกัดฟันแน่น เบี่ยงกายหนีบิดาแล้วยืนเผชิญหน้า ต่อให้รู้สึกแค่ไหน มันก็เป็ไปไม่ได้ เธอรู้ดี แววตาพี่ทินไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเขาหลงลืมทุกอย่าง ลืมความสุขระหว่างเราจนหมดสิ้น
“ขนมของคุณอยู่ที่รถ เดี๋ยวฉันไปเอาให้เราจะไม่ส่งขนมไปให้ตามที่คุณ้า พอใจหรือยัง ถ้าพอใจก็ไปได้แล้วแล้วไม่ต้องกลับมาอีก!” คนตัวเล็กะโทั้งน้ำตา
ทินภัทรชะงัก ในหัวใจมันเจ็บขึ้นมาทำไมต้องรู้สึกทรมานกับการต้องเห็นน้ำตาของลูกศัตรูด้วย
“ยังไม่พอใจ!”
“้าอะไรอีกไม่ทราบ!”
“ฉันไม่อยากได้ขนมของฆาตกรเก็บเอาไว้กินเองก็แล้วกัน!” ชายหนุ่มกวาดตามอง แล้วเดินออกมานอกร้านก่อนเปิดประตูนั่งรถ แล้วขับเคลื่อนผ่านหน้าร้านไป
คนตัวเล็กยกมือเสยผมพยายามเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ ณัฐกรหลับตาลงด้วยความทรมาน เป็เพราะเขาลูกและภรรยาต้องเดือดร้อน มิหนำซ้ำลูกชายเพื่อนก็มองเขาเป็ศัตรูไปแล้ว
“คุณค่ะ!”เสียงเรียกของลูกค้าทำให้หญิงสาวรีบรุดมาดู เธอมองในจานขนมเค้กซึ่งมีแมลงตัวเล็กๆในนั้น
“ขอโทษด้วยค่ะ มื้อนี้เราไม่คิดเงินนะคะ”เนตรอัปสรรีบก้มศีรษะ
“เห็นเขารีวิวกันฉันเลยมานะคะไม่คิดว่าจะไม่สะอาดแบบนี้!” ลูกค้าเริ่มโวยวายเสียงดังคนในร้านพากันมองสีหน้าไม่สู้ดี
พักใหญ่ลูกค้าเริ่มทยอยออกจากร้านกันไปต้นเรืองสะพายกระเป๋าสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันคงไม่กลับมาแล้วล่ะค่ะทำขนมแค่นี้ยังไม่สะอาด” พูดจบ ลูกค้าเดินออกนอกร้าน ไม่วายยืนถ่ายรูปด้านหน้า
คนตัวเล็กทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ยกมือกุมขมับทำไมมีแต่เื่ไม่หยุดหย่อนแบบนี้ นาลินตรงเข้ามากอดลูกด้วยความเห็นใจ
ลูกค้าสาวเดินไปยังรถซึ่งจอดเทียบอยู่ตรงบาทวิถีไม่ไกลจากร้านกระจกถูกลดลงพร้อมซองสีขาวถูกยื่นออกมา เธอรับมาแล้วยิ้มกว้าง
“ขอบคุณมากนะคะ”
“ครับ” เสียงทุ้มตอบแ่เบาแล้วปิดกระจกตามเดิม
รถบีเอ็มวนมาจอดฝั่งตรงข้ามชายหนุ่มเฝ้ามองดูร้านขนมผู้คนทยอยกันออกมา รอยยิ้มฉาบฉายในใบหน้า ความแค้นของเขาได้เวลาสะสางแล้ว
นวฤทธิ์เปิดเฟซบุ๊กดูข่าวด้านในคิ้วเข้มขมวดด้วยความหนักใจทันที รีบตรงไปหาพี่สาวเพื่อให้ดูเนื้อหาด้วยกันเนตรอัปสรกัดริมฝีปากแน่น มันแปลกมาก แปลกจนไม่น่าเชื่อ ทำไมเื่ราวร้ายๆถึงต้องมาประดังเอาตอนนี้ ตอนที่พี่ทินเข้ามาในร้าน หลังจากวันนั้นทุกอย่างก็เลวร้ายขึ้นทุกที เื่ที่มันเกิดขึ้นคงไม่ใช่ใครที่ไหนบริษัทไคลแม็กซ์เป็ของเขางั้นเหรอ เธอไม่ยอมง่ายๆ ร้านนี้สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกว่าจะปลุกปั้นต้องฝ่าฝันแทบทุกอย่าง จะถูกทำลายแบบนี้นะเหรอ
คนตัวเล็กคว้ากระเป๋าสะพายหยิบกุญแจรถวิ่งออกนอกร้าน แล้วขับเคลื่อนออกไปทันที นวฤทธิ์ทำได้แค่เพียงยืนมองพี่สาวด้วยความใรถเคลื่อนตามถนนด้วยความเร็ว แล้วจอดลงตรงลานกว้าง เ้าของลงจากมันแล้วเร่งฝีเท้า
เธอมาถึงประชาสัมพันธ์หยุดยืนตรงนั้นเพื่อสอบถาม
“ห้องประธานบริษัทอยู่ที่ไหนคะ!”เธอโพลงออกมาทำเอาคนมอง
“เอ่อ... ไม่ทราบติดต่อธุระเื่อะไรคะ”
“ตอบไม่ได้เหรอคะว่าชั้นไหน!”
“คงไม่ได้หรอกค่ะ”
แต่ไม่ทันได้ซักถามต่อเมื่อคนที่้าพบเดินล้วงกระเป๋าเข้ามา ร่างบางรีบตรงไปขวางทางแววตาวาวโรจน์ทินภัทรตีหน้าเรียบนิ่ง
“คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงคุณทำลายชีวิตฉันทั้งชีวิตนะ คุณรู้บ้างไหม!” เนตรอัปสระโลั่นจงใจให้อีกฝ่ายอับอาย
ทินภัทรขบกรามแน่น
“หยุดพูด แล้วไปซะ!”
“ตกลงจะรับผิดชอบไหมที่คุณทำกับฉัน!”
“เนตรอัปสร ได้ยินหรือเปล่า บอกให้หยุด!”
“คุณขอให้ฉันหยุดแล้วเวลาฉันขอให้คุณหยุด ทำไมคุณถึงให้ฉันไม่ได้!”เธออยากให้เขาได้รับรู้รสชาติของการถูกตำหนิ ถูกคนอื่นมองไม่ดีบ้าง
ชายหนุ่มจ้องมองสีหน้าไม่พอใจก่อนกระชากร่างบางให้ก้าวตาม
“ปล่อยฉันนะ คุณจะทำอะไร!”
“ไปคุยกันข้างบน ถ้าอยากสงบศึก!”
หญิงสาวชะงัก แล้วหยุดอาการดิ้นรนทินภัทรรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ เธอขึ้นลิฟต์ตามเขาไปเงียบ ชั้นยี่สิบสามค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีคน เลขาทำงานห่างออกมามากทีเดียว ห้องถูกกั้นไว้อย่างดีร่างบางถูกเชื้อเชิญเข้ามาในห้องทำงาน ทินภัทรหย่อนกายลงบนโซฟา ส่วนอีกคนยืนนิ่ง
“มีอะไรก็ว่ามา!”
หญิงสาวกัดริมฝีปากแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณหยุดได้หรือยัง จะทำลายครอบครัวฉันไปถึงไหน!”เธอตำหนิเสียงสูง
เขายักไหล่ “มีหลักฐานหรือไงว่าฉันทำ”
“คุณรู้อยู่แก่ใจ”
“อย่ามาไร้สาระคนอย่างฉันไม่มีเวลาว่างมากไปทำเื่ที่เธอบอกหรอกนะ”
เธอยิ้มเยาะ “ใช่ค่ะคนอย่างคุณคงไม่มาทำเื่ไร้สาระ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง”
ชายหนุ่มลุกยืน “ถ้าเข้าใจดีแล้วก็ไปได้แล้ว”
คนถูกไล่หน้าชาแววตาพี่ทินไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้ว เขาคงหลงลืมเื่ระหว่างเราจนหมดสิ้นมีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ยังฝังมันไว้ภายในจิตใจ
ติ๊ง!
เสียงข้อความทำเอาหญิงสาวชะงักหยิบมือถือออกมา มีข้อความเข้ามาซึ่งน้องชายเป็คนส่ง เธอรีบเปิดอ่านด้านในเป็ภาพจากกล้องวงจรปิด ผู้หญิงที่เข้ามาในร้านกับรถคันนั้นและซองสีขาวถูกยื่นออกมา ริมฝีปากบางเม้มแน่นตวัดสายตามองแล้วหันมือถือให้เขาดู
“ไร้สาระสินะคะไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะลดตัวมาทำเื่ต่ำๆ แบบนี้!”
คนถูกตำหนิขบกรามแน่นแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
“อะไรที่ทำให้ครอบครัวเธอพินาศได้ฉันจะทำ ต่อให้ต้องต่ำจนถึงนรกก็ตาม!” แววตาเปลี่ยนไป น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมจ้องมองไปยังสาวสวย
มือบางกำแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อล้น
“เมื่อไหร่จะหยุดสักที ทั้งพี่ทินทั้งครอบครัวของเนตรเราต่างเจ็บช้ำกันมามากพอแล้ว” หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตา
“เจ็บช้ำงั้นเหรอครอบครัวเธอจะมาเจ็บเท่าฉันได้ยังไง!”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าเราไม่เจ็บ!”
คนฟังกัดฟันสีหน้าเจ็บแค้น
“ถ้ารู้ว่ามันต้องเป็แบบนี้ทำไมพ่อเธอต้องยิงพ่อฉัน!” เสียงะโดังลั่น แววตาบ่งบอกความเ็ปภายใน เธอไม่รู้ควรทำเช่นไรเมื่อทุกอย่างมันไม่อาจกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีกแล้ว
“เื่มันผ่านมาแล้วเนตรไม่รู้ว่าต้องทำยังไง!”
เขายิ้มเหี้ยม “ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆรอดูความพินาศของครอบครัวเธอก็พอ”
มือกำลังสั่น เธอไม่อาจทนเห็นพ่อแม่หรือน้องชายต้องถูกทำลาย ทุกวันนี้ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมิหนำซ้ำยังถูกสังคมประณามเพราะเขาเป็คนปล่อยข่าว รายได้ลดลงอย่างมากเธอเหนื่อยจนแทบไม่อยากหายใจ
“ก็เอาเลย อยากทำอะไรก็ทำไปฉันก็จะสู้กับคุณสักตั้ง ต่อให้ไม่มีทางก็เถอะ!”
เธอกำลังท้าทาย แววตาไม่ได้ยอมแพ้เลยมันทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ ร่างสูงก้าวเข้าใกล้
“ได้... เราควรเผชิญหน้ากันจริงๆ สักทีฉันคงไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้ว!”
ร่างบางถูกกระชากเข้าหาริมฝีปากถูกจาบจ้วงอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางดันแผงอกแกร่งอย่างตื่นตระหนกลิ้นร้อนควานหาความหวาน เธอปิดปากแน่นไม่ยินยอม จนปลายคางถูกบีบจนต้องเผยอรับััแรกที่ไม่เคยพบพาน ทำเอาแข้งขาอ่อนแรงดีที่ถูกเขาโอบรัดไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหนี
“อื้อ!” เนตรอัปสรพยายามดิ้นรนอีกครั้งเขาผละห่าง ราวกระตุกยื้มมุมปากราวกับปีศาจ
เพียะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าน้ำตาคนถูกจูบไหลรินไม่ขาดสาย
“เลว!” เธอบริภาษแล้ววิ่งหนีออกมาทันที
คนในห้องยืนนิ่งมองอีกคนหายจากสายตาแล้วกลับมาทิ้งกายลงบนโซฟา รสจุมพิตยังตราตรึงทำเอาใจสั่น ทำไมต้องทรมานแบบนี้ด้วย