หวังจวิ้นเฟยโกรธจนหน้าเขียวแค่อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จแล้วแท้ๆ ทว่าใครจะรู้ว่าจู่ๆ ก็จะมีิญญามิงค์โผล่ออกมาแต่ที่น่าโมโหกว่าก็คือ ในตอนที่เขาจะฆ่าิญญามิงค์ได้นั้นกลับมีไอ้คนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วโผล่ออกมาอีก ทั้งยังมาพร้อมกับอาวุธล้ำค่าด้วย
เขาลองใช้เข็มเงินสิบสองเล่มเข้าโจมตีทว่าเข็มเงินกลับสั่นไหวในตอนที่หอคอยแสงม่วงะเิคลื่นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา่เวลานั้นไม่มีอะไรที่จะสามารถต่อกรกับมันได้
เขาขบกรามแน่นพลางหงายฝ่ามือขึ้นพลังภายในร่างจำนวนมหาศาลเอ่อล้นทะลักออกมา ก่อรูปขึ้นเป็สัตว์อสูรสีทองแดงดูคล่องแคล่วเหมือนกับมีชีวิต ทั่วร่างเต็มไปด้วยพลังดุร้ายทำให้มวลอากาศฉีกขาด
“กระบวนท่านี้อีกแล้ว!” หนังตาของเต้าหลิงกระตุกขึ้นพร้อมกับส่งเสียงฮึหมัดของเขากำแน่น แสงดวงดาราเปล่งประกายออกมาอีกครั้งตอนนี้หวังจวิ้นเฟยใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วเขาไม่อาจจะดึงพลังอานุภาพของวิชามหาอำนาจออกมาได้มากเท่าใดนัก
“ไปตายซะ!” หวังจวิ้นเฟยะโดังลั่น วัวแผดเสียงร้องคำรามฝีเท้าของมันเคลื่อนที่ทะลวงฝ่าอากาศด้วยความดุร้ายถ้าหากถูกกีบเท้าของวัวเตะเข้าให้ละก็ ไม่ตายก็ต้องาเ็สาหัส
เต้าหลิงแผดเสียงคำราม กำปั้นสีทองะเิแสง์ออกมาหมัดพุ่งออกไปอย่างแรง พลังสีทองเดือดพล่านก่อนจะพุ่งโจมตีเข้าใส่วัวตัวนั้น
ทันทีที่พลังะเิออกมาแขนของเต้าหลิงสะบัดหอคอยแสงม่วงที่ปล่อยคลื่นพลังกดทับเข็มเงินสิบสองเล่มอยู่ให้ลอยกลับมาอยู่บนหัวพลังสีม่วงแต่ละเส้นร่วงหล่นลงมาปกคลุมร่างของเขาเอาไว้
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบเบื้องหน้าเกิดการะเิอย่างรุนแรงขึ้น กำปั้นและวัวประสานเข้าด้วยกันจนเกิดคลื่นพลังที่น่ากลัวะเิออก ถ้ำโบราณคล้ายกับจะถล่มลงมา ก้อนหินรอบๆม้วนตัวออกไปทั่วทิศ หลังจากนั้นก็แตกออกเป็ส่วนๆ
พลังที่อยู่ในร่างของเต้าหลิงใกล้จะหมดแล้วเขาหยิบโอสถเม็ดจิตโลหิตออกมา ก่อนจะกลืนมันลงไปแล้วหล่อหลอมมันอย่างบ้าคลั่ง
“เอาชีวิตของเ้ามาซะ!” ผมยาวของหวังจวิ้นเฟยถูกพัดจนกระเซอะกระเซิงไอพลังแห่งโทสะคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใบหน้าขาวซีดพลันอัปลักษณ์ฝีเท้าของเขาก้าวเดินเข้าไปท่ามกลางฝุ่นควันที่ม้วนตัวอยู่ข้างหน้า
ทันใดนั้น ก็มีแสงสีทองสว่างจ้าเปล่งออกมาจากกำปั้นกระดูกเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบออกมาจากกลุ่มฝุ่นควัน
“อะไรกัน” หวังจวิ้นเฟยใสะดุ้งเฮือกฝีเท้าก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเขาช้าเกินไป หมัดสีทองพุ่งออกมาซัดเข้าที่อกของเขาอย่างจัง
“แค่ก...” เขาทรุดลงกับพื้น พลางสำรอกเืออกมาหน้าอกราวกับจะะเิออกสายตาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาหวาดกลัวพลางทำใจดีสู้เสือกล่าวออกมาว่า“ข้าคือหวังจวิ้นเฟยแห่งตระกูลหวังเ้าคิดจะทำอะไร”
“ส่งเ้ากลับบ้านอย่างไรเล่า” ั์ตาเต้าหลิงเย็นเยียบฝ่าเท้าของเขากระทืบลงไปจนร่างของอีกฝ่ายแทบจะะเิ
“เ้าเ้ารนหาที่ตายเองนะ ข้าขอแนะนำว่าให้เ้าปล่อยข้าซะไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ตระกูลหวังไม่ใช่ตระกูลที่เ้าจะมาหาเื่ด้วยได้” หวังจวิ้นเฟยขบกรามกล่าวออกมาเขารู้สึกได้ว่าตัวเองจะตายในอีกไม่นานนี้แล้ว
“ฮึเมื่อครู่ตอนที่เ้าส่งคนมาฆ่าข้า เ้าก็ยังทำหน้าตาเฉยอยู่เลยนี่พอมาตอนนี้กลับมาร้องขอชีวิต!”เต้าหลิงเหยียดยิ้มเขาไม่ใช่คนใจอ่อน ใครที่ทำดีกับเขา เขาก็จะทำดีด้วย ทว่าใครที่คิดร้ายกับเขาเขาจะเอาคืนกลับร้อยเท่าพันเท่า
หลังจากที่จัดการหวังจวิ้นเฟย เต้าหลิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะนั่งลงไปที่พื้น เขาใช้พลังไปมากในการต่อสู้ครั้งนี้
“กี้กี้…”ิญญามิงค์ส่งเสียงวิ่งเข้ามาทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยคราบเื มันใช้ขนปุกปุยของมันถูที่แขนของเต้าหลิงดวงตากลมโตสีแดงฉานฉายแสงยินดี
“เมื่อครู่เ้าคงเจ็บแย่” เต้าหลิงฉีกยิ้มออกมาพลางอุ้มิญญามิงค์เข้ามาไว้ตรงอ้อมอก พลางใช้มือลูบไปที่หัวของมันอย่างเอ็นดู
“กี้กี้” ิญญามิงค์ส่งเสียงร้องออกมา มันอยู่ที่นี่มาั้แ่เกิดทั้งยังไม่เคยใกล้ชิดกับคนมาก่อน ดังนั้นมันจึงไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้กรงเล็บที่อยู่ตรงอุ้งเท้าปุกปุยของมันชี้ไปที่เข็มเงินทั้งสิบสองเล่ม
“เอาสิอยากได้ข้าก็ให้เ้า” เต้าหลิงหัวเราะฮ่าๆิญญามิงค์ตัวนี้มีจิติญญาสูงมาก คาดว่าน่าจะเป็สัตว์ิญญาฟ้าดิน
ิญญามิงค์วิ่งออกไปด้วยความดีใจ เล็บน้อยๆของมันช้อนเข็มเงินขึ้นมาทีละเล่มๆ แล้วอ้าปากคายหมอกสีขาวออกมาเข็มเงินทั้งสิบสองเล่มลอยรอบๆ ตัวของมัน แสงแต่ละเส้นเปล่งแสงสว่างจ้าเล็บเขี่ยไปที่เข็มเงินเหมือนกับเล่นของเล่น ดูแล้วเหมือนเด็กไร้เดียงสาเสียจริง
เต้าหลิงนั่งพักฟื้นพลังอยู่ครู่หนึ่งจากนั่นเขาก็เดินไปตรงร่างของหวังจวิ้นเฟย หัวคิ้วพลันขมวดเข้าหากันบนร่างของเขาทำไมถึงไม่มีอะไรเลย
“ไม่น่าจะเป็ไปได้แม้แต่ตราเข้าสอบอันเดียวก็ไม่มี อย่างไรซะ เขาก็เป็คนที่มีสถานะสูงส่งเขาจะต้องอยากได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว”
หัวใจของเต้าหลิงสั่นไหวหลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งสายตาของเขาก็จ้องไปที่กำไลข้อมือสีเงินอันหนึ่งที่อยู่ในอกเสื้อหวังจวิ้นเฟยแววตาของเขาประกายแสงออกมาพลางฉีกยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “หรือว่านี่จะเป็กำไลมิติที่ร่ำลือกัน?”
กระเป๋ามิติสามารถเก็บของได้ทั้งยังทำมาจากหนังของสัตว์อสูรโบราณ ซึ่งเป็สิ่งที่ล้ำค่าเป็อย่างยิ่ง
ส่วนกำไลมิติหรือแหวนมิติ ถูกทำขึ้นมาจากหินมิติว่ากันว่าแร่หินชนิดนี้สามารถเจอได้บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวหรือพื้นที่พิเศษบางพื้นที่เท่านั้น
หัวใจของเขาพลันลุกเป็ไฟก่อนหน้านี้เขาเคยอ่านเจอในตำราโบราณ กำไลล้ำค่าเป็ของที่ยึดติดกับเ้าของทว่าตอนนี้หวังจวิ้นเฟยได้ตายไปแล้ว ของสิ่งนี้จึงกลายเป็ของที่ไม่มีเ้าของ
ปลายนิ้วของเขาส่งประกายแสงสีทองออกมามันไหลเข้าไปปกคลุมบนกำไลสีเงิน หลังจากนั้น คลื่นพลังลึกลับก็ออกมาจากกำไลสีเงินในตอนนั้นในม่านตาของเขาที่มองกำไลเงินอยู่ก็ได้แปรเปลี่ยนไปกลายเป็พื้นที่ว่างเปล่า
“กำไลมิติจริงๆด้วย” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจของสิ่งนี้ล้ำค่าเป็อย่างมาก ถึงมีเงินก็ยากที่จะซื้อได้เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหวังจวิ้นเฟยจะมีของล้ำค่าชนิดนี้อยู่
ฟึ่บบ
สิ่งของกองใหญ่ตกลงมาที่พื้นหูของิญญามิงค์กระดิกครั้งหนึ่ง เล็บน้อยๆที่กำลังเล่นกับเข็มเงินอย่างสนุกสนานหยุดลง ดวงตากลมโตมองไปทางกองสิ่งของขนาดใหญ่พลางวิ่งกระโจนออกไปด้วยความดีใจ
“เยอะมาก” เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ตรงหน้าของเขามีเหรียญตราอยู่หนึ่งร้อยสามสิบเหรียญเ้านี่จัดการคนไปแล้วกี่คนกัน
เต้าหลิงเก็บตราเข้าสอบไปทั้งหมดทั้งยังมีแร่หินอยู่อีกบางส่วน ทว่าหากเทียบกับแร่หินที่เต้าหลิงมีอยู่ติดตัวแล้วถือว่าต่างกันมาก ของส่วนมากเป็ของที่ไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก
“ดูท่าของที่อยู่ในมือของตระกูลใหญ่โตก็ไม่ได้มากมายเท่าใด” เต้าหลิงที่ควานหาของเสร็จ เขาก็เบะปากทว่าได้กำไลมิติสีเงินมา ก็ทำให้เขาดีใจมากแล้วของสิ่งนี้เป็ของที่หาเจอได้ยากเป็อย่างมากในภายหลังสามารถเก็บของได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
“กี้กี้…” ิญญามิงค์ร้องเรียก พลางกวัดแกว่งเล็บน้อยๆแล้วชี้ไปที่หัว ตรงนั้นมีดอกไม้สีม่วงวางอยู่ ควันเมฆสีม่วงร่วงหล่นลงมา
“นั่นก็ของล้ำค่า” เต้าหลิงหันไปมองแวบหนึ่งดอกไม้สีม่วงนี้เป็ของล้ำค่าที่ทำขึ้นมาจากหยกล้ำค่าหายากซึ่งนับว่าไม่ธรรมดา
เต้าหลิงยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ต้นผ่านจิต หลังจากที่เขาเด็ดผลผ่านจิตออกมาสายตาก็พลันสังเกตเห็นิญญามิงค์ที่ทำท่าน้ำลายสอ ทั้งยังแสดงท่าทีหิวโหยเต้าหลิงก็พลันยิ้มออกมา แล้วยื่นผลผ่านจิตให้กับิญญามิงค์มันใช้จมูกดมฟุดฟิดอยู่สองสามครั้ง จากนั้นมันก็ใช้เล็บน้อยอุ้มผลผ่านจิตเอาไว้ดวงตากลมโตสีแดงกลอกไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มันจะใช้ปากกัดลงไปหนึ่งคำ
“อย่าสิ้นเปลืองสิ” เต้าหลิงเงียบไปพักหนึ่งผลผ่านจิตนี้มีประโยชน์ต่อขั้นสถิติญญาเป็อย่างมากทั้งมูลค่ายังทัดเทียบเท่ากับโอสถสถิติญญาจิตม่วงซึ่งวิธีการกินของิญญามิงค์นี่ช่างสิ้นเปลืองเสียจริงๆ
ในตอนนั้น สายตาของเขาก็มองเข้าไปภายในถ้ำโบราณพลางสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเดินเข้าไปข้างใน
ิญญามิงค์แทะผลผ่านจิตอย่างเบิกบานดวงตาโตสีแดงของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขทว่าในตอนที่เห็นเต้าหลิงเดินลึกเข้าไปในถ้ำโบราณ แววตาของมันก็ฉายความหวาดผวาก่อนร้องกี้กี้เรียกเต้าหลิง
ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็หันกลับมาเมื่อเห็นท่าทีที่ดูประหม่าของิญญามิงค์ เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นพลางกล่าวออกมาในใจ “โอกาสกับอันตรายเป็ของคู่กัน หากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปภายภาคหน้าคงไม่อาจหาเืสัตว์อสูร์ได้แล้ว”
เขานั่งขัดสมาธิลงแล้วเริ่มดูดซับพลังฟ้าดินเพื่อฟื้นพลังครึ่งชั่วยามผ่านไปพลังของเขาก็ฟื้นคืนมาจนถึงจุดสูงสุด จากนั้นเขาก็นำหอคอยแสงม่วงออกมาและเดินเข้าไปข้างใน
ิญญามิงค์ยืนลังเลอยู่พักหนึ่งพลางเอาเข็มเงินทั้งสิบสองเล่มออกมา แล้วเดินตามหลังเต้าหลิงเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ภายในถ้ำโบราณมืดเป็อย่างมากดวงตาของเต้าหลิงเปล่งแสงสีทองออกมา โดยรอบพลันสว่างขึ้นเหมือนกับตอนกลางวันบนพื้นเต็มไปด้วยเศษหินเกลื่อนกลาด
หลังจากที่เดินเข้ามาได้สักพักเต้าหลิงก็ดึงพลั่วที่ปักอยู่บนพื้นดินออกมา บนตัวพลั่วเต็มไปด้วยคราบสนิมสีหน้าของเขาประหลาดใจเล็กน้อย สายตากวาดมองสำรวจไปที่กำแพงหินครู่หนึ่งในตอนนั้นเขาก็พบรอยหลุมจำนวนมาก
“ข้างในนี้เป็เหมืองแร่” เต้าหลิงกล่าวด้วยความใ “อีกทั้งที่นี่ยังเคยมีคนมาขุดแร่แล้วด้วยเดาว่าน่าจะนานมาแล้ว ทว่าข้างในนั้นจะมีเืสัตว์อสูร์อยู่ได้อย่างไร?”
สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความสงสัยภายในใจพลันระแวดระวังมากขึ้น ที่นี่ลึกลับมากเกินไป พลังทั่วร่างของเขาปะทุขึ้นจนถึงจุดสูงสุดฝีเท้าก้าวเข้าไปข้างในตามแรงดึงดูดของวิชาสยบฟ้า
พื้นที่ด้านในค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเหมืองแร่แห่งนี้ใหญ่เป็อย่างมาก บรรยากาศภายในหนาวเย็นเล็กน้อย
ิญญามิงค์หวาดกลัวเป็อย่างมาก ดวงตาโตสีแดงกวาดมองไปรอบๆมันะโมายืนบนไหล่ของเต้าหลิงขนสีขาวหิมะทั่วร่างของมันลุกชันขึ้นก่อนจะร้องเสียงแหลมออกมา “กี้กี้กี้…”
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงปลดปล่อยแสงสีทองสว่างจ้าออกมารอบตัวทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังที่ร้อนผ่าว ดวงตาทั้งสองกวาดสำรวจมองไปทั่วดุจแสงทันใดนั้นเขาก็ััได้ถึงพลังที่หนาวเยือกพุ่งเข้ามา
“หลีกไป!” เต้าหลิงแผดเสียงคำรามแล้วปล่อยหมัดซัดเมฆสีดำออกไปกลางอากาศ
มันเหมือนกับไอพลังชั่วร้าย รูปร่างเหมือนกับหนอนมันเกาะอยู่ที่ิัของเขา ก่อนจะค่อยๆ ชอนไชเข้าไปในร่าง
มีเสียงดังสนั่นขึ้นภายในร่างของเต้าหลิงคล้ายกับเสียงสายฟ้าพลังสีทองที่ร้อนแรงพุ่งทะลักออกมาควันสีดำที่ชอนไชเข้าไปในร่างของเขาถูกทำลายจนแหลกกระจุย
“นี่มันบ้าอะไรกัน” หมัดทั้งสองข้างของเต้าหลิงกำแน่นพลังเมื่อครู่นี้หนาวเย็นเป็อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะพลังของเขาแข็งแกร่งเดาว่าคงจะถูกมันฆ่าตายไปแล้ว
เต้าหลิงมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง ในตอนนั้นเขาก็สังเกตเห็นร่างเงาคน สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนสีพลังทั่วร่างโหมซัดกระหน่ำออกมาอย่างบ้าคลั่ง