ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 46 [อ่านฟรี 22 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 46






    “จะไปไหนเหรอเลี่ยงเหมยหรู จางเพ่ยอิน”


    ทันทีที่ม่านซุ่นซีเหลือบสายตาไปเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนกำลังหาทางหลบหนีออกไปจากจุดนี้นั้น เขาก็รีบเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ดังมากกว่าปกติ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้ทุกคนที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่นี้ ต่างก็หันไปมองที่หญิงสาวทั้งสองคนในทันที


    “นั่นสิเหมยหรู เพ่ยอิน พวกเธอก็รีบมากินข้าวด้วยกันสิ อาหารแต่ละอย่างอร่อยทั้งนั้นเลยนะ อย่างหมูตุ๋นน้ำแดงจานนี้ก็อร่อยมากเลยทีเดียว”


    อี้หย่งชักชวนหญิงสาวทั้งสองให้ลงมานั่งกินอาหารพร้อมกันกับพวกเขาด้วยท่าทางอารมณ์ดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการให้คนอื่นมาแย่งอาหารตรงหน้า แต่ก็ไม่ใช่สำหรับหญิงสาวแสนสวยทั้งสองคนนี้


    เมิ่งเหวินฮั่นยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าฝืนทนของผู้หญิงทั้งคู่ “หมู่ตุ๋นน้ำแดงนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอาหารที่พวกเธอนำมานะ ไหนๆ ตอนแรกพวกเธอก็คิดที่จะทานอาหารกับพวกเราอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมครั้งนี้ถึงคิดที่จะรีบกลับไปก่อนละ”


    “พอดีฉันพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าฉันกับเพ่ยอินมีนัดกับเพื่อนในตำบลนะ ดังนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนเลยก็แล้วกันนะ”


    เลี่ยงเหมยหรูไม่ต้องการอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว ดังนั้นหลังจากที่พูดจบแล้วเธอก็รีบดึงข้อมือของจางเพ่ยอินเพื่อเดินจากมาในทันที


    แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินออกไปอย่างที่ใจคิดเอาไว้ เสียงของหัวหน้ากลุ่มการผลิตก็ดังขึ้นมาเสียก่อน


    “พวกเธอลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนี้พวกเธออยู่ในป่า ถ้าหากพวกเธอออกไปตอนนี้แล้วเจอกับสัตว์ป่าขึ้นมา ก็คงจะไม่มีใครไปช่วยพวกเธอหรอกนะ ดังนั้นฉันคิดว่าพวกเธอมากินข้าวกันก่อนดีกว่า แล้วหลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะพาพวกเธอกลับไปยังหมู่บ้านเอง”


    ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนในหมู่บ้านของเขา ดังนั้นหานสือฉินจึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องและดูแลอีกฝ่ายเหมือนกับคนในหมู่บ้านคนอื่นๆ


    “รีบมานั่งเร็วเข้า ยิ่งกินข้าวเสร็จเร็วเท่าไหร่ พวกเธอก็จะยิ่งได้ออกไปจากป่านี้เร็วเท่านั้นนะ”


    เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินทำสิ่งใดไม่ได้ เพราะถ้าหากพวกเธอทั้งสองคนยังดึงดันรีบจากไปจากที่แห่งนี้ มีหวังชาวบ้านตรงหน้าคงจะรู้สึกแปลกใจและรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่พวกเธอทั้งสองทำได้ในตอนนี้ก็คือการนั่งลงล้อมวงเพื่อทานข้าวกับคนอื่น


    “เอาละลงมือทานข้าวกันเถอะ ก่อนที่ใครบางคนจะทานมันหมดเสียก่อน”


    หานสือฉินส่ายหน้าให้กับความตะกละตะกลามของอี้หย่งและเถียนจิ้งหวง ก่อนที่เขาจะลงมือทานอาหารตรงหน้าเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่บ้านลู่เตรียมเอาไว้ให้กับสองหนุ่มนั้นดูน่าทานเป็นอย่างมาก ส่วนอาหารของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินก็มีหน้าตาที่หน้าทานเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าในตอนนี้อาหารเหล่านั้นถูกอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงจัดการไปจนเกือบหมดแล้ว


    ดังนั้นหานสือฉินและชาวบ้านอีกสองคนจึงทำได้เพียงทานอาหารของบ้านลู่และบ้านม่านเพียงเท่านั้น


    “อร่อยมากเหวินฮั่น อาหารของบ้านลู่ไม่เคยทำให้ลุงผิดหวังเลยสักครั้ง”


    หลังจากที่หานสือฉินลงมือทานอาหารตรงหน้า เขาก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากชมเมิ่งเหวินฮั่นในทันที รวมไปถึงม่านซุ่นซีด้วยเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าอาหารของอีกฝ่ายจะไม่ได้เป็นอาหารจานเนื้อ แต่ก็มีรสชาติที่อร่อยมากกว่าที่เขาทานอาหารที่บ้านของเขาเสียอีก


    “ขอบคุณครับลุงสือฉิน ถ้าอย่างนั้นลุงก็ทานเยอะๆ นะครับ ไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอกครับ”


    เมิ่งเหวินฮั่นส่งยิ้มให้กับหานสือฉิน ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงทานอาหารของตัวเองเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นไม่ได้แตะต้องอาหารที่เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินนำมาเลยแม้แต่คำเดียว


    เสิ่นเจ๋อหยวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปที่หญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางปกติ ดูท่าอีกฝ่ายคงได้วางยาลงไปในอาหารอย่างที่เขาและเมิ่งเหวินฮั่นคาดการณ์เอาไว้อย่างแน่นอน เพราะด้วยใบหน้าที่แปลกไปของอีกฝ่ายหลังจากที่เห็นชาวบ้านทั้งสองคนนั้นทานอาหารของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าบอกว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติก็คงจะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน


    “ทำไมถึงร้อนแบบนี้ละ”


    อี้หย่งยกน้ำดื่มที่เขาพกติดตัวมานั้นขึ้นมาดื่มอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้นอี้หย่งก็คิดว่าเป็นเพราะอากาศอบอ้าวในขณะนี้ที่ทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมาแบบนี้ โดยที่เขาไม่คิดเลยว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นคืออาหารของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินต่างหาก


    “นั่นสิ ฉันก็รู้สึกร้อนเหมือนกัน”


    หลังจากที่เถียนจิ้งหวงยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดแล้วนั้น อาการร้อนในร่างกายของเขาก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเขาจึงยกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อของตัวเองเพื่อหวังที่จะคลายความร้อน


    “พวกนายเป็นอะไรกันอีก ฉันก็ไม่เห็นว่าอากาศจะร้อนมากขนาดนั้นเลย” หานสือฉินหันไปมองอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงด้วยความแปลกใจ


    ม่านซุ่นซีสบตากับเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันไปมองเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินที่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมีสีหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด และด้วยความที่อีกฝ่ายกำลังรู้สึกกังวลกับสถานการณ์ตรงหน้า ทำให้ใบหน้าของพวกเธอทั้งคู่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่านอกจากม่านซุ่นซีแล้ว ยังมีเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้


    “นั่นสิครับ ผมก็ไม่ได้รู้สึกร้อนเลยสักนิด”


    เมิ่งเหวินฮั่นจ้องมองไปที่ไปที่ชายทั้งสองคนด้วยท่าทางมึนงง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นท่าทางที่เขาแสดงออกให้คนอื่นได้เห็นเพียงเท่านั้น แต่ภายในใจของเขาคาดหวังว่าลุงหานสือฉินจะเห็นถึงความผิดปกติของชาวบ้านทั้งคู่


    “ผมก็ไม่ได้รู้สึกร้อนเหมือนกัน”


    เสิ่นเจ๋อหยวนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เนื่องจากภายในใจของเขารู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของผู้หญิงทั้งสองคนนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเพียงเท่านี้เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าคนที่อีกฝ่ายต้องการให้กินของเหล่านั้นลงไปก็คือเขาและเมิ่งเหวินฮั่น และแน่นอนว่าถ้าหากเขาเป็นคนถูกยาเหล่านี้เข้าไป มีหวังถ้าหากว่าเขาคงจะถูกเมิ่งจือหลันจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอน


    “แต่อาการนี้มันคุ้นๆ มากเลยนะ”


    เมิ่งเหวินฮั่นยกมือขึ้นมาจับปลายคางเล็กน้อย พร้อมกับแสดงท่าทางออกไปว่ากำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่


    เสิ่นเจ่อหยวนส่ายหน้าขึ้นมาเมื่อได้เห็นการกระทำขอเมิ่งเหวินฮั่น ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นพูดออกมานั่น ผู้หญิงทั้งสองคนนั้นก็ยิ่งมีใบหน้าที่ซีดเซียวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเสิ่นเจ๋อหยวนก็ไม่คิดที่จะใส่ใจแม้แต่นิดเดียว ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าที่จะทำแบบนี้ออกมาแล้ว อีกฝ่ายก็ควรที่จะนึกถึงผลลัพธ์ที่ตามมาเช่นเดียวกัน


    “ก็เหมือนกับยาปลุกกำหนัดที่เราเคยเจอตอนไปปฏิบัติงานในเมืองหูหนานยังไงละ”


    หานสือฉินรู้สึกตกใจขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเจ๋อหยวน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมา ดังนั้นหานสือฉินจึงได้หันไปมองเมิ่งเหวินฮั่นอีกครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายืนยันคำพูดของเสิ่นเจ๋อหยวนนั่นเอง


    “จริงเหรอเหวินฮั่น แล้วทำไมพวกเขาถึงได้ถูกวางยาแบบนี้ได้ เพราะก่อนน้านั่นก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอาการแบบนี้ออกมาเลยไม่ใช่เหรอ”


    เมิ่งเหวินฮั่นพยักหน้าขึ้นลง “ใช่แล้วครับ ผมก็ว่าแล้วอาการของพวกเขาดูคุ้นตาผมมาเลย”


    ทันทีที่หย่งอี้ได้ยินคำพูดของชายทั้งสองคน เขาก็รู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาอยู่พอสมควร ถ้าหากไม่ใช่ว่าตอนนี้มีหานสือฉินยืนอยู่แล้วละก็ เขาก็อยากจะดึงร่างของจางเพ่ยอินมารังแกให้หนำใจ แต่เพราะว่าอีกฝ่ายยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้นหย่งอี้จึงทำได้เพียงแค่หาหยิบกระบอกน้ำของคนอื่นๆ มารดที่ร่างกายของตัวเองเพียงเท่านั้น รวมไปถึงพยายามไม่มองไปที่หญิงสาวทั้งสองคนด้วย


    “ไม่ใช่ว่าพวกนายใส่อะไรลงไปในอาหารหรอกนะ ถึงได้เอ่ยชวนพวกเรากินข้าวแบบนี้”


    หย่งอี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัด เนื่องจากตอนนี้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ทำให้เขาคิดว่าเมิ่งเหวินฮั่น เสิ่นเจ๋อหยวนและม่านซุ่นซีกำลังกลั่นแกล้งเขากับเถียนจิ้งหวง เนื่องจากมีเพียงพวกเขาสองคนที่มีอาการเช่นนี้ออกมา ดังนั้นหย่งอี้จึงรู้สึกโกรธเคืองอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก


    “นายพูดเรื่องอะไรกัน กินอาหารของพวกเขาแล้วยังจะคิดว่าเขาใส่ยาปรุงกำหนัดให้นายกินอีกเหรอ แล้วพวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่านายจะมาเจอพวกเขาแบบนี้” หานสือฉินรู้สึกปวดหัวกับคำพูดของหย่งอี้


    เถียนจิ้งหวงรู้สึกไม่ชอบใจที่หานสือฉิน เพราะว่าเขารู้สึกว่าคำพูดของหย่งอี้ตรงใจของเขาเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากว่าไม่เป็นเพราะอาหารของผู้ชายทั้งสามคนนี้ แล้วจะเป็นสิ่งใดไปได้ เนื่องจากว่าพวกเขาก็ไม่ได้กินของอย่างอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนเรื่องอาหารของพวกเขาทั้งคู่นั่นตัดไปได้เลย เนื่องจากว่าก่อนหน้านั่นพวกเขาต่างก็กินอาหารที่ตัวเองพกมา และไม่เคยมีอาหารแบบนี้ออกมาแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเถียนจิ้งหวงจึงคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ เป็นเพราะเมิ่งเหวินฮั่น เสิ่นเจ๋อหยวนและม่านซุ่นซีนั่นเอง


    “หรือมันไม่จริงละ เพราะก่อนหน้าผมกับหย่งอี้ก็ไม่ได้มีอาการแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอได้กินอาหารของพวกเขาขึ้นมา ทั้งผมและหย่งอี้ต่างก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมายังไงอย่างนั้น”


    ม่านซุ่นซีหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย “นายแน่ใจเหรอว่าอาหารที่นายกินไปนั่นเป็นอาหารของพวกฉัน”


    หย่งอี้ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกไป เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาเสียก่อนและแน่นอนว่าน้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความไม่พอใจต่อม่านซุ่นซีเป็นอย่างมาก


    “พี่ซุ่นซีหมายความว่ายังไง พี่คิดว่าที่พวกเขาสองคนมีอาการแบบนี้เป็นเพราะอาหารของพวกเราหรอกเหรอ นี่พี่ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ถึงได้คิดใส่ร้ายพวกฉันสองคนแบบนี้”


    จางเพ่ยอินกำมือของตัวเองเอาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นและตื่นตระหนก






    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808