อัสนีรีบเอ่ยออกมาทันทีว่า
“ ผมเป็นหมอนะครับผมแค่มาช่วยรักษาคุณจัสมิน ไม่ทราบคุณตอนนี้คือใครครับ”
“ ฮิ ฮิ หมอเหรอมารักษาอย่างนั้นซิ ถ้าเช่นนั้นปล่อยข้าก่อน แล้วข้าจะบอกให้ ว่าข้าเป็นใคร”
อัสนีส่ายหัวมองไปที่โซ่อาคม และ อักขระยันต์รอบห้อง ที่เป็นยันต์กักขังก็มั่นใจว่านางคงไม่สามารถหลุดออกมาได้
“ เจ้านางจันทาไปผุดไปเกิดเสียเถอะ อย่าได้จองเวร จองกรรมก็คนรุ่นหลังนี้เลย
บุญก็ไม่ได้ทำแล้วกรรมก็อย่าได้ก่ออีกเลย เชื่อผมดีกว่า”
“ เจ้าเด็กน้อยนี่รู้จักข้าด้วยหรือนี่ ฮิ ฮิ ฮิ ถ้าเช่นนั้นก็คงรู้แล้วซินะ ว่าข้าต้องการสิ่งใด”
“ใครจะไปรู้เล่า” อัสนีเอ่ยออกไปห้วนๆแล้วนำดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ออกมาจากฝัก ชี้ไปที่ร่างเจ้านางจันทา ที่ตอนนี้นางถึงกับตกใจยิ่งนัก
“ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเจ้า ..เจ้าเอามาได้ยังไง” เจ้านางจันทาสีหน้าตกใจแต่ในใจกลับเต้นรัวๆ ไม่คิดว่า คนที่ข้ารอจะใช่คนๆนี้หรือเปล่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องทดสอบชายผู้นี้ดูก่อน
“ก็แค่ดึงออกมาจากหินศิลานั่น ก็แค่นั้น เจ้านางจันทาวันนี้ผมคงต้องส่งวิญญาณของท่าน ไปยมโลกได้แล้ว”
อัสนีจิ้มดาบเข้าหาร่างของเจ้านางจันทา ที่ตกใจถึงกับกระชากโซ่อาคมจนขาดกระจาย แล้วใช้สองมือประกบกับดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเอาไว้ก่อนที่จะเสียบกลางอกของนาง
“เจ้าคิดจะฆ่านังหนูนี่อย่างนั้นเหรอ?”
“ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานี้สามารถทำลายวิญญาณของเจ้านางได้ แต่เทพธิดาจัสมินก็แค่บาดเจ็บเท่านั้น”
อัสนีกระแทกดาบมุเตาเข้าไปอีกแต่ เจ้านางจันทา กลับเบี่ยงตัวหลบได้ แล้วฟาดฝ่ามือใส่แขนของ อัสนีจนตัวปลิวไปติดผนังห้อง
อัสนีถึงกับเจ็บปวดไม่น้อยหากไม่มีเกราะระฆังทอง กระดูกแขนหักของเขาคงหักไปแล้ว
“ แค่มนุษย์ธรรมดาคิดจะใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตามาสู้กับข้า เจ้ายังไม่คู่ควร”
เจ้านางจันทาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าวาร์ป เข้ามาใช้มือซ้ายจับข้อมืออัสนีที่ถือดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา มือขวาจับเข้าที่คอของเขา
“ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว”
เจ้านางจันทาเอ่ยอย่างมั่นใจแล้วออกแรงบีบคอของอัสนี อยากรู้ว่าเขาจะมีความสามารถแก้ได้หรือไม่
“ คิดว่าแค่นี้ทำอะไรผมได้หรือไม่ง่ายไปหน่อยมั๊ง”
อัสนีเหวี่ยงดาบออกไปด้านข้างตัวดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตากลับลอยวกกลับมา พุ่งเข้าแทงร่างของ เจ้านางจันทาที่ตอนนี้ตกใจ รีบหลบฉากออกมา ไม่เช่นนั้น ดาบมุเตาคงได้เสียบทะลุร่างแน่ๆ
อัสนีพอถูกคลายล็อดคอก็พุ่งตัวต่อหมัดของตนเองออกไป พร้อมกับควบคุมดาบมุเตาให้แทงสวนไปในอีกมุม เจ้านางจันทาหลบดาบมุเตาได้ แต่ว่าไม่อาจหลบหมัดของอัสนี ที่ต่อยเข้ากลางอก
โครม !!
เจ้านางจันทาไม่คิดว่าหมัดของอัสนีจะรุนแรงขนาดนี้ นางถึงกับกระอักโลหิตออกมา
“ ไม่เลว” เจ้านางจันทายิ้มอย่างยินดี
อัสนีสะบัดมือออกไปเข็มมัจจุราช ร้อยกว่าเล่ม ปักเข้าที่แขนทั้งสองข้าง ลำตัวแขนขา ร่างเจ้านางติดผนังห้อง ไม่อาจขยับตัวได้
“ นี่เข็มอะไรทำไมข้าขยับตัวไม่ได้”
“ มันคือเข็มมัจจุราชเจ้านางอย่าดิ้นรนขัดขืนอีกเลย”
อัสนีวาร์ปร่างเข้าไปใกล้ แล้วดึงเสื้อผ้าของ เทพธิดาเทพออกมาแล้วใช้ดาบมุเตากรีดเลือดที่ฝ่ามือของเขา แล้วใชดาบเขียนอักขระยันต์ เพื่อทำลายวิญญาณของเจ้านางจันทา
พอดาบมู่เตากรีดหน้าท้องเป็นตัวอักขระยันต์โบราณที่ดวงตามัจจุราชบอกเอาไว้
อัสนีแทงดาบมุเตาเข้าไปที่บริเวณเหนือหัวใจของเทพธิดาจัสมินเพื่อทำลายวิญญาณของ เจ้านางจันทา
เจ้านางจันทาได้แต่ยิ้มคิดว่าถึงเวลาแล้ว เจ้านางหลับตารอการทิ่มแทงใส่ของอัสนี
เงาวิญญาณของเจ้านางจันทาค่อยๆลอยขึ้นมาแต่ทันใดนั้นเอง อัสนีก็คล้ายตกอยู่ในภวังค์ ร่างกายแข็งทื่อมือถือดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น เทพธิดาจัสมินก็อยู่นิ่งเฉยไม่อาจขยับตัวได้วิญญาณของเจ้านางที่ลอยออกมาแค่ครึ่งเดียว ก็นิ่งค้าง
เหมือนว่าเวลาถูกหยุดเอาไว้ สรรพสิ่งในห้องลับ ล้วนเงียบงันไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเขาถึงได้ ไม่เคลื่อนไหว พวกเราเข้าไปดูไหม” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยอย่างสงสัย
“ ไม่ได้ตอนนี้คือช่วงเวลาสำคัญ พวกเขากำลังต่อสู้กันด้วยพลังจิตอย่าเข้าไปแทรกแซงเป็นอันขาด มิเช่นนั้น หมออัสนี และธิดาเทพ ต้องตายแน่ๆ”ผู้อาวุโสอีกคนเอ่ยขึ้นมา
แต่ในความจริงแล้วอัสนีนั้นคล้ายถูกดึงเข้ามาในโลกอีกแห่งหนึ่ง
เป็นเขาที่กำลังนั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ด้านหน้าคือ เจ้านางจันทาเทวี
“ เสด็จพี่น้องขอเป็นวิญญาณคอยปกป้องราชวงศ์ตองอูของเราตลอดไป รอให้เสด็จพี่กลับมาไม่ว่าจะนานแสนนานเท่าไรน้องก็จะคอย” เจ้านางจันทาเทวีเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่น
“ จำคำของข้าเอาไว้ วันใดที่เจ้าเห็นคนที่สามารถใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาพิชิตเจ้าได้คนผู้นั้นก็คือตัวแทนของข้า ผู้ที่จะให้กำเนิดทายาทของราชวงศ์ตองอูให้อยู่สืบไป”
ผู้ที่เอ่ยนั้นคือกษัตริย์บุเรงนอง นั่นเอง บุเรงนองค่อยๆ เดินลงมาจากบัลลังก์อย่างช้าๆแล้วดึงร่างของ เจ้านางจันทาเทวี มาจุมพิต แล้วเอ่ยด้วยพระสุรเสียงที่อบอุ่นว่า
“ หลังข้าสิ้น เหล่าทายาทของข้ามีแต่พวกไร้ค่า ไม่มีใครที่จะสามารถมาเป็นตัวแทนของข้าได้แต่ยังไงพวกมันก็ยังคงมีอยู่ ไม่อาจสูญสิ้นไปจนหมด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถปกป้องราชวงศ์ตองอูของเราเอาไว้ได้
จันทาน้องพี่เจ้าอาจถูกผู้คนกล่าวขานเกลียดชัง ว่าเป็น แม่มดชั่วช้า เห็นแก่ตัวสาปแช่งราชวงศ์ตองอู ไม่ให้มีทายาทสืบต่อ ข้าละอายต่อเจ้ายิ่งนัก”
“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย น้องยินยอมทำตามที่เจ้าพี่รับสั่งทุกประการต่อให้น้องไม่ได้ผุดได้เกิดก็ตาม”
“ เจ้าต้องการอะไร ก็ขอให้บอกมาเถิด”
“ ขอให้น้องได้กอดเสด็จพี่ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าตลอดไป”
เจ้านางจันทาค่อยๆหลั่งน้ำตาออกมาบุเรงนองถึงกับน้ำตาไหล สะบัดดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาออกไปเฉือนไปที่คอหอยของเจ้านางจันทา ที่ยังคงยิ้มให้ ไม่มีเสียงร้องออกมา
บุเรงนองเข้าไปกอดร่างของจันทาเทวีเอาไว้แนบอก
อัสนีถึงกับสะดุ้งเฮือก มือที่ถือดาบมุเตา ก็ลดลงปล่อยมันล่วงหล่นสู่พื้น
วิญญาณของเจ้านางจันทาที่กำลังหลุดออกจากร่างก็กลับเข้ามาในร่างเทธิดาจัสมินอีกครั้งแววตาของนางตอนนี้กลับเป็นสีดำขาวปกติ
“ เป็นเสด็จพี่เสด็จพี่กลับมาหาน้องแล้ว เสด็จพี่” น้ำเสียงยังคงเป็นเจ้านางจันทาซึ่งนางก็ได้โผเข้ากอดอัสนี ที่ได้แต่โอบกอดร่างของนางเอาไว้แน่นน้ำตาไหลซึมออกมาไม่รู้ตัว
“ สามร้อยปีแล้วน้องเฝ้ารอเสด็จพี่มาตลอด ในที่สุดท่านก็มา”
“ ผมไม่ใช่คนที่เจ้านางคิดผมชื่ออัสนี”
อัสนีเอ่ยออกไปเพราะเขาไม่คิดว่าเขาจะเป็นบุเรงนองจริงๆ น่าจะเป็นภาพนิมิตที่เกิดจากตัวดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาทำให้เขารู้ความจริงว่า เจ้านางจันทานั้น ยังไม่ยอมไปผุดไปเกิดก็เพื่อช่วยเหลือลูกหลานราชวงศ์ตองอู ให้ยังคงอยู่ ต่างหาก
“การที่เสด็จพี่ดึงดาบขึ้นมาได้นั้น น้องยังไม่เชื่อใจว่าจะเป็นท่าน
เพราะใครก็สามารถดึงดาบมุเตาได้หากคนผู้นั้นมีความเหมาะสม แต่ว่า วิธีใช้ดาบมุเตาจะมีใครกันเล่าสามารถใช้ออกมาได้เพราะมันคือเวทย์ลับที่เสด็จพี่ได้รับถ่ายทอดมาจากพระมหาเถระคันฉ่องซึ่งท่านก็ถ่ายทอดมาให้เสด็จพี่คนเดียวเท่านั้น และเสด็จพี่ก็ไม่เคยสอนให้กับผู้ใดเลยเพราะไม่มีผู้ใดดึงดาบนั้นขึ้นมาได้
ที่สำคัญก่อนที่ดวงจิตของน้องจะแตกสลาย ได้ขอพรจากพระธาตุมุเตาเป็นครั้งสุดท้ายเสด็จพี่รู้ไหมว่าคืออะไร”
อัสนีส่ายหน้า
“น้องขอให้ได้กอดเสด็จพี่เป็นครั้งสุดท้าย”
เจ้านางจันทากอดอัสนีแน่นขึ้นไปอีกอัสนีนั้นพยายามจะผลักร่างของนางออกไป แต่ไม่ทันที่จะผลักออก พระนางจันทาเทวีแหงนหน้าขึ้นแล้วจูบปากของเขา อย่างเร่าร้อน คล้ายกับว่า โหยหามานาน อัสนีพยายามขัดขืนสุดท้ายผลักนางออกมาจนได้
“เสด็จพี่ท่านรังเกียจข้าแล้ว?”
“ ไม่ ไม่ใช่ผมไม่ใช่เสด็จพี่ของเจ้านาง”
“ ไม่มีเวลาแล้วข้าต้องทำสิ่งที่ท่านพี่ได้สั่งเอาไว้ก่อนตาย” พระนางจันทายิ้มให้เขาแต่สายตาของนางกลับมีสีขาววาววับขึ้นมา ร่างของอัสนีคล้ายถูกมนตร์สะกดให้กระทำการบางอย่าง
อัสนีก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายลงอย่างช้าๆโดยเฉพาะผ้าที่ปิดบังใบหน้าของ เทพธิดา อัสนีเองแม้นเห็นใบหน้าผ่านดวงตามัจจุราช แต่พอเห็นหน้าจริงๆชัดๆใกล้แค่ลมหายใจเข้าออก ก็ได้สติกลับมาทันที แม้นว่านางจะงดงามขนาดไหน แต่หากทำเกินเลยไปมากกว่านี้หากธิดาเทพตื่นขึ้นมา เขาคงต้องตายแน่ๆ
อัสนีพยายามดิ้นรนขัดขืนไม่ให้ถูกอำนาจของพระนางจันทาสะกด
“ ไม่ ไม่ผมทำไม่ได้”
“ เสด็จพี่อย่าฝืนเลย นี่คือพลังที่เสด็จพี่ทิ้งเอาไว้ให้กับข้าเพื่อให้กำเนิดราชวงศ์ตองอูอีกครั้ง”
เจ้านางจันทาเอ่ยจบอัสนีก็ถูกพลังด้านมืดครอบงำ ลืมความผิดชอบชั่วดีกระทำต่อธิดาเทพจัสมินอย่างสัตว์ป่า เจ้านางจันทายิ้มออกมา แล้วใช้มือสะบัดไปทางกล้องวงจรปิดสัญญาณจอภาพดับสนิทไปทุกๆ ตัว
เหล่าผู้อาวุธทั้งสี่ถึงกับตื่นตะลึงที่ได้เห็น
“สำเร็จแล้วหรือเปล่า”
“ น่าจะสำเร็จแล้วนะ”
“ ธิดาเทพรุกเร็วไปหน่อยหรือเปล่า”
“ หนุ่มสาวก็เป็นแบบนี้ท้ายที่สุด ทั้งสองก็จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกันอยู่ดี”
“ แต่ว่าตอนนั้นเทพธิดาไม่เห็นพูดแบบนี้ ท่านบอกให้รอไปก่อน” ไลลาเอ่ยอย่างสงสัย
“ ไม่มีอะไรแล้วทุกๆคนแยกย้าย ห้ามรบกวนพวกเขา พรุ่งนี้ค่อยเปิดประตูให้พวกเขาออกมา”
ผู้อาวุโสที่เหลือกับไลลาได้แต่ถอนหายใจเสียดายที่ไม่สามารถดูต่อได้
รุ่งอรุณของวันใหม่
อัสนียังคงอยู่ในความฝันเขาเห็นวิญญาณของพระนางจันทา เข้ามากอดเขาเพื่อลาจาก แล้ววิญญาณของนางก็ค่อยๆกลายเป็นสะเก็ดดาวหายไป
เสียงของพระนางจันทายังคงก้องในหูของเขาว่า ขอให้ได้กอดเสด็จพี่ในชาตินี้และชาติหน้าตลอดไปอัสนีตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
พบว่าร่างหญิงสาวที่ผิวกายขาวโพลนไปทั้งร่างนอนกอดเขาแน่น หน้าอกของนางอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้วสัมผัส เขาพยายามจะเอาตัวเองออกจากสภาพนี้ จึงค่อยๆจับหน้าอกของธิดาเทพจัสมินให้ออกจากอกของเขา แต่ทว่า นางกลับตื่นขึ้นมาเสียก่อนธิดาเทพจัสมิน เห็นอัสนีก็ส่งยิ้มหวานให้กับเขา
ก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่พอรู้ว่า นางไร้เสื้อผ้าอาภรณ์แถมยังนอนกอดอัสนีแน่น หน้าอก และ ร่างกายของนางสัมผัสใกล้ชิดกันแทบจะเป็นร่างเดียวกันหน้าของธิดาเทพก็มีสีหน้าแดงกล่ำ
“ ไอ้คนบ้าแกทำอะไรกับฉัน”…………….