ตอนที่ 22 ความเห็นผิดที่ไม่ลดละ
หยางจิ้นหายใจลึกๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “ข้ามาที่นี่เพื่อขอคำแนะนำจากท่าน ข้ารู้สึกว่าข้ายังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ข้ารู้สึกว่าข้าทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้ แต่ข้ายังไม่สามารถเอาชนะเหว่ยหลิงได้”
บิดาของเขาพยักหน้าเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็า “เ้าเป็ลูกชายของข้า เ้าต้องพิสูจน์ตัวเอง เ้าต้องทำให้ข้าและตระกูลหยางภูมิใจ เ้าต้องไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ”
หยางจิ้นรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เขากำมือแน่นและพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าข้าสามารถทำได้”
บิดาของเขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเดินเข้ามาหาหยางจิ้น “เ้าต้องเข้าใจว่าการที่เ้าต้องพิสูจน์ตัวเองไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเ้าเอง แต่เพื่อเกียรติของตระกูลหยางด้วย ข้าได้ฝึกฝนเ้าให้แข็งแกร่ง เ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะล้มเหลว”
หยางจิ้นฟังคำพูดของบิดาและรู้สึกถึงความเ็ปในใจ “ข้ารู้สึกว่าข้าถูกกดดันตลอดเวลา ข้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านพอใจ แต่ข้ากลับรู้สึกว่าข้ายังไม่พอ”
บิดาของเขามองลูกชายด้วยสายตาที่เข้มงวด “เ้าไม่ควรมีข้อแก้ตัว ข้าคาดหวังให้เ้าเป็ผู้ชนะ เ้าต้องทำให้ข้าและตระกูลหยางภูมิใจ ข้าจะไม่ยอมให้เ้าเป็เพียงคนธรรมดา”
หยางจิ้นรู้สึกถึงความโกรธที่สะสมอยู่ในใจ เขากำหมัดแน่นและะโด้วยความเ็ป “ข้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อท่าน ข้าฝึกฝนอย่างหนักจนข้าเหนื่อยล้า ข้ารู้สึกว่าข้าไม่สามารถทำได้อีกต่อไป!”
บิดาของเขาเพียงแค่พยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ถ้าเ้าไม่สามารถทนต่อความกดดันนี้ได้ เ้าก็ไม่มีค่าพอที่จะสืบทอดตระกูลหยาง ข้าคาดหวังให้เ้าทำได้ดีกว่านี้”
หยางจิ้นรู้สึกถึงความเ็ปและความสับสนที่เพิ่มขึ้น “ข้าจะพยายามต่อไป ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าข้าสามารถทำได้”
บิดาของเขามองลูกชายด้วยสายตาที่เ็าและเฉียบคม “เ้าต้องทำให้ข้าเห็นว่าเ้ามีความสามารถ จำไว้ว่าเ้าต้องทำให้ข้าและตระกูลหยางภูมิใจ”
การสนทนาครั้งนี้ทำให้หยางจิ้นตระหนักถึงต้นต่อแห่งมิจฉาทิฐิที่เกิดจากความกดดันและความคาดหวังของบิดา เขารู้สึกถึงความโกรธและความสับสนที่สะสมอยู่ในใจ แต่ก็รู้ว่าตนเองต้องพยายามต่อไปเพื่อตอบสนองความคาดหวังของบิดาและพิสูจน์ตัวเอง
หยางจิ้นเดินออกจากห้องทำงานของบิดาด้วยความมุ่งมั่นและความเ็ป เขารู้ว่าตนเองต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการยอมรับและพัฒนาตนเองในทางที่ถูกต้อง
ยามเช้าที่เงียบสงบในสวนหย่อมของคฤหาสน์ตระกูลหยาง แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาผ่านต้นไม้ใหญ่ที่เรียงรายอยู่รอบๆ สวน พื้นหญ้าเขียวขจีและดอกไม้หลากสีที่ปลิวไสวตามสายลมสร้างบรรยากาศที่สงบและสวยงาม
หยางจิ้นนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ เขามองไปยังท้องฟ้าสีฟ้าใสที่มีเมฆลอยผ่านไปมา หัวใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความกดดันและความคาดหวังจากการสนทนากับบิดาเมื่อคืน เขารู้สึกถึงความเ็ปและความสับสนที่ไม่อาจระบายออกมาได้
“ข้าต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าต้องทำให้บิดาเห็นว่าข้ามีความสามารถ ข้าจะไม่ยอมแพ้” หยางจิ้นพูดกับตัวเองพลางกำหมัดแน่น เขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง
หยางจิ้นลุกขึ้นจากโต๊ะหินอ่อนและเดินไปยังสนามฝึกซ้อมที่อยู่ไม่ไกล พื้นหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำจากการฝึกฝนก่อนหน้านี้ยังคงเป็ที่ระลึกถึงความพยายามของเขา เขาหยุดยืนกลางสนามและรวบรวมพลังปราณเพลิงทมิฬในร่างกาย
“ข้าจะต้องทำให้ดีกว่าเดิม ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น” หยางจิ้นพูดกับตัวเองขณะปล่อยเปลวเพลิงรุนแรงออกมาจากมือ เปลวเพลิงที่สาดส่องและเผาผลาญเป้าหมายการฝึกซ้อมอย่างรุนแรง
ขณะที่หยางจิ้นฝึกฝนอยู่นั้น ซ่งหลงเดินเข้ามาในสนามฝึกซ้อม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย “หยางจิ้น ข้าเห็นเ้าโกรธและฝึกฝนอย่างหนัก เ้าต้องพักบ้าง ข้าไม่อยากเห็นเ้าเป็แบบนี้”
หยางจิ้นหันมามองซ่งหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าต้องทำให้บิดายอมรับในตัวข้า ข้าไม่มีทางเลือก ข้าต้องทำให้ดีขึ้น”
ซ่งหลงถอนหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ข้าเข้าใจว่าเ้า้าพิสูจน์ตัวเอง แต่การฝึกฝนอย่างหนักจนไม่ยอมพักและการใช้ความโกรธเป็แรงขับเคลื่อนจะไม่ช่วยให้เ้าพัฒนาได้”
หยางจิ้นฟังคำแนะนำของซ่งหลงแต่ยังคงรู้สึกถึงความกดดันที่ไม่ลดละ “ข้ารู้ว่าข้าต้องพักบ้าง แต่ข้าไม่สามารถทำได้ ข้าต้องทำให้บิดาเห็นว่าข้ามีความสามารถ ข้าต้องทำให้ดีขึ้น”
ซ่งหลงมองหยางจิ้นด้วยความเห็นใจ “เ้าเป็เพื่อนข้า ข้าไม่อยากเห็นเ้าทำร้ายตัวเอง เ้าต้องรู้จักรักษาสมดุลระหว่างการฝึกฝนและการพักผ่อน เพื่อให้เ้ามีพลังในการต่อสู้ในระยะยาว”
หยางจิ้นพยักหน้าเล็กน้อยและรู้สึกถึงความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น “ข้าจะพยายามปรับปรุงวิธีการฝึกฝน ข้าจะไม่ใช้ความโกรธเป็แรงขับเคลื่อน ข้าจะพยายามพัฒนาตนเองในทางที่ถูกต้อง”
ซ่งหลงยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถ หยางจิ้น ข้าเชื่อว่าเ้าสามารถทำได้ดี เพียงแค่เ้าต้องมีความอดทนและรู้จักวิธีการฝึกฝนที่เหมาะสม”
หยางจิ้นมองเพื่อนสนิทของเขาด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ขอบใจเ้าซ่งหลง ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด ข้าจะไม่ยอมแพ้”
ยามเช้าในสถาบันหลงหยวน ท้องฟ้าเป็สีฟ้าใสสดใส แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องโถงใหญ่ ทำให้แสงสว่างอบอุ่นกระจายไปทั่วทั้งห้อง นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เพื่อรับฟังการประกาศสำคัญจากอาจารย์หวังชาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น
นักเรียนหลายคนยืนจับกลุ่มคุยกันเบาๆ บางคนดูมีความกังวลและตั้งตารอคอย ขณะที่บางคนมองดูด้วยความสงสัย ในห้องโถงกว้างใหญ่ มีโต๊ะและเก้าอี้จัดเรียงเรียบร้อยบนเวทีขนาดใหญ่ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องคืออาจารย์หวังชาง ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“นักเรียนทุกคน ข้ามีข่าวสำคัญจะแจ้งให้พวกเ้าทราบ” อาจารย์หวังชางประกาศเสียงดังฟังชัด สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้อง โทนเสียงของเขามีความหนักแน่นและเป็การสื่อถึงความสำคัญของการประกาศนี้
นักเรียนทุกคนเงียบลงและหันมามองอาจารย์หวังชางด้วยความตั้งใจ พวกเขารับรู้ได้ถึงความจริงจังของสถานการณ์ เหว่ยหลิงยืนอยู่ข้างๆ ซ่งหลินและหลิวหยา ทั้งสามคนมองกันด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง
“จักรพรรดิได้ออกคำสั่งให้พวกเราเตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมรบครั้งใหญ่ เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการป้องกันการรุกรานจากจักรวรรดิเป่ยหู” อาจารย์หวังชางกล่าวต่อ
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากนักเรียน ทุกคนต่างพูดคุยและแสดงความกังวลและตื่นเต้น บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เหว่ยหลิงและซ่งหลินมองกันด้วยความตื่นเต้นและความมั่นใจ
“นี่เป็โอกาสที่จะพิสูจน์ความสามารถของเรา” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ขณะที่เขามองไปยังเวที
“ข้าตั้งตารอที่จะเห็นการซ้อมรบนี้” ซ่งหลินตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
หลิวหยายิ้มและพยักหน้า “เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมและทำให้ดีที่สุด”
อาจารย์หวังชางยังคงกล่าวต่อไป “การซ้อมรบครั้งนี้จะเป็การทดสอบความสามารถและความพร้อมของพวกเ้า เ้าทุกคนจะต้องใช้ความสามารถที่ฝึกฝนมาเพื่อป้องกันและโจมตีตามภารกิจที่ได้รับ”
นักเรียนทุกคนรับฟังด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่น พวกเขารู้ว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ความสามารถของตนเองและแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ได้ฝึกฝนมา
หลังจากการประกาศจบลง นักเรียนทุกคนต่างรีบกลับไปเตรียมตัวและวางแผนสำหรับการซ้อมรบ เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยาเดินออกจากห้องโถงด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้นในใจ
“พวกเราต้องทำให้ดีที่สุดและพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความสามารถ” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าพร้อมที่จะเผชิญกับทุกความท้าทาย” ซ่งหลินตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“เราต้องร่วมมือกันและทำให้ดีที่สุด” หลิวหยากล่าวสรุป