๕
ตัวช่วย
“คุณว่าอะไรนะ”
“ทำไมต้องใเสียงดังขนาดนั้นด้วยนายหมาน้อย”
“คุณจะให้ผมไปเรียนเป็เพื่อนคุณนี่นะ”
“ใช่...เพราะฉันไม่อยากอยู่กันสองต่อสองกับอีตาอาจารย์หน้าบึ้งคนนั้นนายรู้ไหมว่า สายตาเขาน่ากลัวมาก สายตาดุดมอย่างกะเหยี่ยวถ้าเขาไม่พอใจแล้วฆ่าฉันขึ้นมาจะทำยังไง”
ยิ่งคนสมัยนี้ยิ่งน่ากลัวมากไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ เกิดผมทำข้อสอบอีตาอาจารย์หน้าบึ้งคนนั้นไม่ได้อีก แล้วเขาอารมณ์เสียเกิดฆ่าหั่นศพผมขึ้นมาจะทำยังไง สมัยนี้อะไร ๆ ก็น่ากลัวไปหมด
“อย่างคุณรักเนี่ยนะกลัวคุณครูคนนั้น”
“ฉันไม่ได้กลัว...”ผมพูดยืนกรานเสียงแข็ง เพราะคนอย่างผมไม่เคยกลัวใคร“ฉันแค่ไม่อยากอยู่กับอาจารย์หน้าบึ้งคนนั้นสองต่อสองต่างหาก”
“กลัวเขาปล้ำเหรอ”
“นายหมาน้อย”
ผมทำตาดุใส่แต่คนที่อยู่ตรงหน้าไม่เคยกลัวผม
“พร้อมเป็คนที่ให้ความช่วยเหลือผมได้ดีที่สุดเวลาที่ผมเดือดร้อนหรือมีปัญหาอื่น ๆ แค่โทรฯสั่งปุ๊บไม่นานทุกอย่างก็ได้ตามที่ผม้า
“ผู้ชายที่ไหนเขาปล้ำกันอย่าเพ้อเจ้อ”
“สมัยนี้นี่แหละที่ผู้ชายเขาปล้ำกันเป็ว่าเล่น”
“แต่คงไม่ใช่อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นคนนี้แน่”
เพราะดูแล้วเขาเป็ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์เผลอ ๆ คงมีผู้หญิงตามจีบเป็ว่าเล่น ถึงแม้ว่าเขาจะหน้าบึ้งแต่ดู ๆแล้วเขาหล่อมาก ๆ เขาเหมือนกับเพราะเอกการ์ตูนญี่ปุ่นแปลงร่างออกมาเป็คน
“ไม่แน่...”นายหมาน้อยมองมาทางผม “ถ้าคุณยังดื้อและเอาแต่ใจอยู่ เขาอาจะจะจับคุณปล้ำก็ได้แบบว่าเล่น ๆ ขำ ๆ แค่สั่งสอนทำให้หายเอาแต่ใจ หลังจากนั้นก็ถือว่าจบกันไป”
“นี่นายหมาน้อยฉันเป็ผู้ชายและก็ชอบผู้หญิง แต่ที่ฉันเื่มาก...เออ ไม่ใช่สิเรียกว่าเ้าระเบียบแบบนี้ก็เพราะว่าคุณย่าสอนมา คุณย่าสอนว่า การเป็คนเ้าระเบียบไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอย่างเช่น ช้อนต้องต้มในน้ำร้อน ๑๐๐ องศาขึ้นไปเพื่อฆ่าเชื้อโรคจานชามต้อนเช็ดให้แห้งจากนั้นต้องเอาเข้าเครื่องอบเพื่อฆ่าเชื้อโรค...ฉันไม่เห็นว่าการที่ฉันเป็คนเ้าระเบียบมันจะไม่ดีตรงไหนมันเป็ประโยชน์ต่อตัวเอง และทำให้คนอื่นรู้จักรักษาความสะอ่านด้วยต่างหากและที่ผู้หญิงคนก่อน ๆ อยู่กับฉันไม่ได้ก็เพราะว่าพวกเธอไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเพอร์เฟ็ค”
“ไม่เดือดร้อนเลยครับ...ที่แฟนคุณอยู่ด้วยไม่ได้ก็อาจเป็เพราะเหมือนได้เพื่อนสาวเพิ่มมั้งครับ”
เขาลากเสียงยาวแกมประชด
“นายหมาน้อยถ้านายยังพูดแบบนี้อีกฉันได้ฆ่านายแน่”
“ผมล้อเล่นเฉยๆ ครับคุณรัก ไม่โมโหนะครับ”
ผมยักไล่ใส่แล้วทำเป็ไม่สนเพราะสิ่งที่ผมทำ ผมทำจนติดเป็นิสัยไปแล้ว
“แต่คุณท่านอยากให้คุณรักมีสามีมากกว่าเพราะคุณท่านบอกว่ามีลูกชายตั้ง ๕ คน กลัวว่าค่าสินสอดจะจ่ายไม่ไหว”
“หยุดเพ้อเจ้อได้ละแล้วอย่ามาพูดเื่แบบนี้ให้ฉันได้ยินอีก”
ความจริงคุณพ่อเคยพูดเื่นี้อยู่หลายครั้งคุณแม่เองก็เออออไปกับเขาด้วย ตอนแรกก็คิดว่าพูดเล่น ๆ ว่าอยากได้ลูกผู้หญิงแต่พอ่หลัง ๆพูดเื่นี้บ่อยมากจนผมกลัว...กลัวว่าวันหนึ่งมันจะเป็เื่จริงขึ้นมาเพราะคนอย่างคุณพ่อเห็นดูอ่อนโยนเหมือนคนไม่มีพิษไม่มีภัย แต่ความจริงแล้วงูพิษชัดๆ
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าผมต้องมีผัว...ชีวิตผมจะเป็ยังไงกัน
ติดผัวเหรอ...ไม่ใช่หรอก
ผมรีบสลัดความคิดบ้าๆ นี้ทิ้งไป
“เป็อะไรครับ”
“น้ำร้อนเกิน”
ผมวางแก้วน้ำลง
“น้องครับ...”ผมเรียกพนักงานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โต๊ะอาหาร “น้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อนย้ำว่าน้ำอุ่นเข้าใจไหม”
“คะครับๆ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้ครับ”
“ไม่ได้ดั่งใจเลย”
“ฮ่าๆ”
“หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะนายหมาน้อยฉันไม่ตลก”
ใช้เวลาไม่นานพนักงานเสิร์ฟเดินเอาน้ำแก้วใหม่มาให้ผม
“นี่คุณจะให้ผมไปเรียนเป็เพื่อนคุณจริงๆ เหรอ”
“ใช่...ถ้ามีนายไปด้วยฉันจะได้อุ่นใจ”
“นายรู้ไหมนายหมาน้อยว่าอีตาอาจารย์คนนั้นให้ฉันท่องศัพท์หนึ่งร้อยคำภายในคืนเดียว ยังไม่รวมแกรมม่าอีกนะตื่นเช้ามาก็ให้ฉันทำข้อสอบ...บ้าไปแล้ว”
“แล้วคุณได้ท่องไหม”
“ท่อง”
“กี่คำ”
“สิบคำ...ห้ามหัวเราะนะ...”นายหมาน้อยรีบเอามือมาปิดปากตัวเองไว้ “ตอนแรกฉันก็ตั้งใจท่องอยู่หรอกเพราะอีตาอาจารย์หน้าบึ้งนั้นบอกแกมบังคับว่า ถ้าสอบไม่ผ่านบทที่หนึ่งฉันจะเรียนบทที่สองไม่ได้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ฉันเผลอหลับตื่นมาอีกทีก็เกือบเก้าโมงแล้ว”
มันก็ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวอะไรกับผมและไม่จำเป็ที่ผมจะต้องไปเรียนกับคุณ”
“นายไม่มีสิทธิ์มาปฏิเสธฉันเพราะยังไงนายก็ต้องไป”
คนที่อยู่ตรงหน้าไม่พูดอะไรต่อนี่ผมไม่ได้บังคับนายหมาน้อย แต่นายหมาน้อยต้องไป
“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าห้ามขาดและห้ามเกิน และห้ามตายด้วยเข้าใจไหม”
“ครับ”
พูดเสร็จผมก็ลุกจากโต๊ะอาหารทันทีเพราะต้องรีบกลับไปท่องคำศัพท์ และทบทวนแกรมม่าั้แ่เกิดมาผมไม่เคยถูกบังคับให้ทำอะไรแบบนี้มาก่อน สุดท้ายผมก็ต้องจำยอมด้วยเหตุผลเพียงแค่สองการ คือ หนึ่งกลัวเรียนไม่จบ และสองถ้าผมยังทำข้อสอบไม่ได้อีกตาอาจารย์หน้าบึ้งคนนั้นต้องคิดว่าผมโง่แน่ ๆ ผมจึงต้องทำข้อสอบให้ผ่านเพราะคนอย่างผมเป็คนเพอร์เฟ็ค
ปราณนต์พาร์ท
“ทำไมยังไม่นอนอีกลูก”
“ผมเคลียร์งานยังไม่เสร็จน่ะครับนี่ก็ดึกมากแล้วทำไมแม่ยังไม่นอน”
ผมวางปากกาลงแล้วหันหน้าไปทางแม่
“แม่เอานมอุ่นๆ มาให้”
แม่พูดพร้อมกับส่งแก้มนมให้ผม
“ขอบคุณครับ”
“ณนต์แม่ขอพูดอะไรด้วยหน่อยได้ไหมลูก”
แม่นั่งลงตรงหน้าผม
“ครับ”
“เื่...”
แม่ทอดเสียงลงพร้อมก้มหน้ามองต่ำ
“ถ้าแม่จะพูดเื่นั้นผมไม่มีอะไรต้องพูดและผมก็ไม่อยากฟัง”
“แต่เขาเต็มใจช่วยณนต์จริงๆ นะลูก ที่ผ่านมาเขาก็ยอมรับหมดแล้วว่าเขาทำผิดกับเราจริง ๆ...” แม่มองหน้าผมด้วยั์ตาเศร้า“แม่ไม่อยากให้ณนต์เหนื่อยเื่ค่ารักษาพยาบาลแม่ด้วย”
“ผมมีแม่คนเดียวผมเลี้ยงได้ และก็ไม่ได้มีผมคนเดียวที่ออกค่ารักษาพยาบาลแม่ นุชก็ช่วยแม่ไม่ต้องเป็ห่วงเื่นี้นะครับ ผมมีทางออกของผม”
“แต่แม่อยากให้ณนต์คิดเื่นี้ดีๆ อีกที เพราะถึงยังไงแล้วเขาก็เป็พ่อ สิ่งที่เขาทำพลาดมันกลับไปแก้ไขไม่ได้เขาจึงพยายามทำปัจจุบันให้มันดี...” แม่ยังคงมองหน้าผมแต่คราวนี้แม่ยื่นอะไรบางอย่างให้ผม นั่นคือกุญแจรถ “พ่อเขาฝากมาให้”
“ผมฝากแม่เอาไปคืนเขาด้วยนะครับและอย่าให้ผมรู้นะว่า นุชก็รับอะไรจากเขาและเช็คสามสิบล้านที่วางอยู่บนโต๊ะผมฉีกทิ้งแล้วนะครับ...” ผมมองหน้าแม่ด้วยความเ็ปในใจเมื่อคิดถึงเื่ที่เขาทำกับเราสามคนแม่ลูก ถึงแม้เวลาจะผ่านมาเกือบสามสิบปีแต่ผมก็ไม่เคยลืมว่าเขาอะไรไว้บ้าง “ไม่ว่าเราจะเดือดร้อนมากแค่ไหนหรือไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ผมก็จะไม่ขอความช่วยเหลือจากคนอย่างเขาเด็ดขาดผมเลี้ยงแม่ได้ แม่อดทนอีกนิดเดียวนะ เดี๋ยวณนต์จะซื้อบ้านใหม่ให้แม่อยู่และั้แ่นี้ต่อไปผมก็จะไม่ให้แม่ขายผัดไทยอีกแล้ว”
“ไม่ได้นะณนต์ตอนนี้แม่ยังมีแรงอยู่ และแม่ก็ขายได้อยู่”
“แต่...”
“ไม่มีแต่...ลูกค้าประจำเราเยอะณนต์ก็รู้ว่าผัดไทยเราเหมือนใครที่ไหน”
“ผมไม่ห้ามแม่ก็ได้ครับเพราะถึงห้ามยังไงแม่ก็ไม่เคยฟังผม ถ้าแม่เหนื่อยแม่ก็พักนะครับผมอนุญาตให้แม่ทำแก้เหงา และถือว่าเป็การออกกำลังกายไปด้วย แต่ผมขอเื่เดียวนั่นก็คือเื่เขาคนนั้น...” ผมก้มหน้ามองต่ำเมื่อคิดภาพที่เขาเคยทำกับพวกเรามันช่างบีบรัดหัวใจเหลือผมเหลือเกิน “ถ้าเขามาอีก แม่อย่าให้เขาเข้ามาในบ้านเรานะห้องแถวของคนจน ๆ อย่างเราไม่เหมาะกับเขาหรอก”
แม่ไม่พูดอะไรผมโผเข้าไปกอดแม่และกลั้นกลืนความปวดร้าวที่มีอยู่ให้กลับลงไปอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ เพราะผมไม่อยากให้แม่เห็นน้ำตาของผม
การที่เขาพยายามกลับมาทำดีมันไม่สามารถลบล้างสิ่งที่เขากับแม่กับผมได้เลยแม้แต่น้อย
จบพาร์ทปราณนต์