มหาทรราชจอมราชัน

    บทที่ 1 การตื่นของเส้นลมปราณทรราช

                บนทวีปเสินโจวอันกว้างใหญ่มีแคว้นแห่งหนึ่งนามว่า๬ั๹๠๱เมฆา ภายในแคว้นแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยพืชไม้นานาๆชนิดนอกจากนี้ยังมีสัตว์น้อยใหญ่อยู่เป็๲จำนวนมากเรียกได้ว่าเป็๲อคว้นที่อุดมสมบูรณ์ก็ว่าได้ ผู้คนภายในแคว้นแห่งนี้ล้วนแล้วแต่ใช่ชีวิตเรียบง่ายอย่างพาสุข



    แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนี้กลับแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงเนื่องจากว่าผู้คนภายในแคว้นแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสิ้น ไม่ว่าแคว้นหน้าไหนหากคิดที่จะโจมตีเพื่อยึดครองแคว้นมังกรเมฆาแห่งนี้ละก็ล้วนแล้วแต่ต้องคิดแล้วคิดอีกอันเนื่องจากความไม่ธรรมดาของประชาชนในแคว้นแห่งนี้ที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด

    ครั้งหนึ่งเคยมีแคว้นดอกบัวแดงที่เป็นแคว้นขนาดใหญ่ที่มีกองกำลังทหารมากถึง 10 ล้านคนทำการโจมตีใส่แคว้นมังกรเมฆาซึ่งหลายแคว้นต่างๆก็คิดว่าแคว้นเมฆานั้นได้จบสิ้นแล้ว แต่ทว่าผลสรุปกลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อแคว้นดอกบัวแดงที่มีกองกำลังกว่า 10 ล้านคนนั้นถูกกองกำลังของแคว้นมังกรเมฆาโจมตีจนแตกพ่ายกองกำลังทหารกว่า 10 ล้านคนถูกทำให้เหลือเพียงไม่กี่แสนคนเท่านั้นส่งผลให้กองทัพของแคว้นดอกบัวแดงต้องถอยทัพกลับไปอย่างหมดรูป 

    การพ่ายแพ้ของแคว้นดอกบัวแดงนั้นมันทำให้แคว้นต่างๆต่างพากันรู้สึกตกใจและหวาดกลัวแคว้นมังกรเมฆาเป็นอย่างมากไม่มีใครคาดคิดเลยว่าแคว้นมังกรเมฆาที่มีกองกำลังทหารเพียง 1,000,000 คนจะสามารถเอาชนะแคว้นดอกบัวแดงที่มีกองกำลังทหารกว่า 10,000,000 คนได้เช่นนี้ และด้วยเหตุนี้เองมันจึงทำให้หลายๆแคว้นไม่อยากที่จะทำสงครามกับแคว้นมังกรเมฆาหากไม่จำเป็นจริงๆ

    ภายในแคว้นมังกรเมฆานั้นประกอบไปด้วยขั้วอำนาจใหญ่อยู่ 4 ขั้วอำนาจได้แก่ ราชวงศ์เฟ่ย และ 3 ตระกูลใหญ่ ซึ่งทั้ง 4 ขั้วอำนาจนั้นก็คือรากฐานอันสำคัญที่คล้ำจุนให้แคว้นมังกรเมฆาให้สามารถดำรงอยู่บนทวีปเสินโจวได้

    ณ ตระกูลเฉินอันเป็นหนึ่งในสี่รากฐานที่สำคัญของแคว้นมังกรเมฆา ภายในตำหนักแห่งหนึ่งได้ปรากฎร่างของเด็กหนุ่มวัย 13 ปีกำลังนั่งวาดรูปอยู่ตัวของเด็กหนุ่มคนนี้นั้นเขามีรูปร่างค่อนข้างผอมบางเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ่มมองดูแล้วดูน่ารักเป็นพิเศษ ผิวพรรณ์ที่สะอาดสะอ้านดูเกลี้ยงเกลาบ่งบอกได้เลยว่าตัวของเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนรักความสะอาดมากแค่ไหน? ตัวของเด็กหนุ่มคนนี้มีนามว่าเฉินกัง

    เฉินกังเขาเป็นบุตรชายคนสุดท้องของผู้นำตระกูลเฉินและฮูหยินใหญ่ ด้วยการที่เขาเป็นบุตรคนสุดท้องตัวของเขาจึงได้รับการดูแลจากผู้เป็นแม่อย่างดีไม่ว่าเขาจะอยากได้อะไรต่อให้มันล้ำค่เพียงใดตัวของผู้เป็นแม่นั้นก็จะนำมันมาให้และด้วยเหตุนี้เองมันจึงทำให้ตัวของพี่ๆหลายๆคนของเฉินกังนั้นรู้สึกอิจฉาและรู้สึกไม่ชอบหน้าเฉินกังเป็นอย่างมาก

    เฉินกังเขานั้นถือได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ในด้านการบ่มเพาะพลังเป็นอย่างมาก ขนาดตัวของเขาที่ไม่ค่อยใส่ใจในการบ่มเพาะพลังนานๆทีถึงจะบ่มเพาะพลังแต่ทว่าระดับลมปราณของเขานั้นกลับมากกว่าผู้ที่ตั้งใจบ่มเพาะพลังหรือฝึกฝนบางคนเสียอีก ซึ่งทางผู้นำตระกูลเฉินเองก็เล็งเห็นความสามารถในด้านนี้ของเฉินกังด้วยตัวของเขาจึงมักส่งทรัพยากรมาให้กับเฉินกังอยู่บ่อยครั้งทำให้ระดับลมปราณของเฉินกังนั้นมันเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งในตอนนี้เฉินกังเขาก็มีระดับลมปราณอยู่ในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 ซึ่งสำหรับเด็กอายุ 13 ปีแล้วก็ถือว่าเยอะพอสมควรแม้จะไม่ใช่อัจฉริยะที่หาจับตัวได้ยากแต่ว่าก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง

                "แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว?"เฉินกังกล่าวออกมาอย่างแพร่วเบา ขณะมองชื่นชมรูปภาพของตน รูปที่เฉินกังวาดนั้นมันเป็นรูปของแมงป่องขนาดใหญ่ที่มีลักษณะค่อนข้างคล้ายกับแมงมุม โดยเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เหมือนแมงมุมและแมงป่องที่เฉินกังวาดนั้นมันก็เป็นสัตว์อสูรที่มีอยู่จริงโดยเจ้าสัตว์อสูรชนิดนี้มันมีชื่อว่าแมงป่องอสูรซึ่งก็อาศัยอยู่ในแคว้นทราย ซึ่งเฉินกังก็ได้นำเอาเคล้าโคลงของมันที่มีอยู่ในสารานุกรมสัตว์อสูรมาวาดขึ้นใหม่ในกระดาษแผ่นนี้ โดยรูปที่เฉินกังวาดขึ้นมานั้นมันก็มีความสวยงามอย่างมากและมีความคล้ายคลึงกับรูปตนแบบไม่น้อยเพียงแต่จะอยู่ในท่าทางที่แตกต่างกัน


    รูปที่เฉินกังวาด

                "เสร็จสักที ต่อไปก็เป็นกิ้งก่าปฐพีสินะ"เฉินกังกล่าวกับตนเองอย่างเชื่อช้าก่อนที่จะนำรูปที่ตนเองวาดเสร็จไปเก็บเข้าที่แล้วนำกระดาษใบใหม่มาเตรียมที่จะวาดรูปต่อ ซึ่งสัตว์อสูรชนิดต่อไปที่เฉินกังจะวาดนั้นมันก็คือกิ้งก่าปฐพี โดยเจ้ากิ้งก่าปฐพีนั้นก็เป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่อาศัยอยู่ในแคว้นทรายเช่นเดียวกันกับแมงป่องอสูร

    เฉินกังเขาทำการตวัดพู่กันวาดรูปกิ้งก่าปฐพีลงไปในกระดาษอย่างรวดเร็ว สำหรับการวาดกิ้งก่าปฐพีนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากแต่ทว่าความยากของมันจะอยู่ที่การลงสีเนื่องจากกว่าการลงสีเจ้ากิ้งก่าปฐพีนั้นจำเป็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างมาก ดังนั้นแล้วเฉินกังเขาจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงสีเจ้ากิ้งก่าปฐพีตัวนี้เป็นพิเศษเพื่อให้ผลงานของเขานั้นออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด

                "เสร็จแล้ว!"เฉินกังกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มขณะเดียวกันก็ทำมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนใบหน้าพร้อมกับมองผลงานของตนเองที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ประทับใจ ภาพกิ้งก่าปฐพีนี้มันเป็นอะไรที่วาดได้ยากมากต่อให้เป็นนักวาดที่มีความเชี่ยวชาญในการวาดภาพอย่างมากก็ยังต้องใช้เวลาวาดนานกว่า 5ก้านธูป แต่ทว่าตัวของเฉินกังกับสามารถวาดมันได้สำเร็จภายใน 4 ก้านธูปนี่จึงทำให้ตัวของเฉินกังรู้สึกประทับใจในตนเอง


    รูปกิ้งก่าปฐพี

                "เจ้านี่มันวาดยากกว่าที่คิดไว้มากเลยแหะ แต่ถึงมันจะยากแต่ข้าก็สามารถวาดมันจนสำเร็จได้อย่างไม่มีที่ติ ข้านี่มันสมกับเป็นอัจฉริยะทางด้านวาดภาพจริงๆ"เฉินกังกล่าวชื่นชมตนเองด้วยรอยยิ้มที่หุบไม่ลง หลังจากที่สำรวจดูภาพวาดของตนแล้วว่าไม่มีตรงส่วนไหนที่เขาทำผิดพลาด

                "อะไรหนะ?"ขณะที่เฉินกังเขากำลังกล่าวชื่นชมตนเองอยู่นั้นเองรอบตัวของเขาก็มีแสงสีดำปรากฎออกมา แสงสีดำเหล่านี้มันได้ทำการกลืนร่างของเฉินกังไปทีละนิดจนทำให้เฉินกังต้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่ยังไม่ทันที่จะกล่าวอะไรออกมามากนักตัวของเฉินกังก็ถูกแสงสีดำเขมือบเข้าไปทั้งตัว!


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    ไรท์ทำการปรับเนื้อหาใหม่นะครับ