“ใครที่จะมา” เวฬามองไปรอบตัว
“ข้าเอง...”
เพียงจบคำร่างของเวฬาก็ถูกซัดด้วยพลังที่เหนือกว่าทำให้ลอยละลิ่วไป้าในวินาทีนั้น!
เวฬายังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำรู้ตัวอีกทีร่างก็กระแทกเข้ากับพลังอีกฟากที่ราวกับสะบัดให้ร่างของเขาร่วงลงพื้นแต่กลับลอยนิ่งประหนึ่งถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วงที่ร้อนยิ่งกว่าไฟนรกเขาใช้พลังของตัวเองฟาดเข้าใส่ผนังเรืองแสงที่ล้อมรอบแต่พลังนั้นกลับตีกลับมาที่เขาเองจนกองทรุดอีกทั้งผนังโปร่งแสงก็เล็กแคบลงมาเรื่อยๆจนเวฬารู้สึกได้ถึงแรงอัดมหาศาลที่อาจทำให้ดวงจิตของเขาแหลกสลายได้เขารู้ว่าพระเสาร์เป็นักล่าปีศาจและิญญาร้าย แต่ไม่คิดว่าจะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้มากสุดเขาแค่ถูกส่งไปยังยมโลกไม่ใช่หรือแต่ที่เขาโดนเท่ากับจะทำให้ดวงจิตแตกสลายเลยเชียวนะ
ไม่! เขาหนีรอดมาได้ตั้งนานจะมาถูกจัดการง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ธามิณีมองไปยังเขาคนนั้นที่ลอยอยู่เหนือร่างของผู้ที่ลักพาตัวเธอมาเขาหันมามองเธอแล้วส่งพลังที่เป็แสงสีม่วงซึ่งคงสีประจำตัวของเขามาล้อมรอบร่างของเธอไว้การปกป้องของเขาทำให้เธออุ่นใจ เืที่กำลังไหลราวกับค่อยๆ หยุดลงในครอบแสงสีม่วงทำให้เธออุ่นสบายไม่หนาวะเือย่างเมื่อครู่เธอไม่เกิดคำถามอีกต่อไปแล้วว่าเขาทำได้อย่างไร
เวฬาาเ็จนกระอักเืออกมาทางปากแต่คู่ต่อสู้ของเขากลับขยับนิ้วไม่กี่ครั้งเท่านั้นก็สามารถจัดการเขาได้สหายของเขาบอกว่าพระเสาร์เหลือพลังเพียงครึ่งเดียวไม่ใช่หรือทำไมถึงได้แข็งแกร่งจนเขารู้ตัวว่าอาจกลายเป็ฝุ่นผงหากจะดึงดันต่อไป
“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยพระเสาร์ข้าไม่ได้คิดจะฆ่าผู้หญิงที่ผลึกกาลของท่าน”
“ก็รู้นี่ว่าข้าเป็ใครแล้วยังจะกล้า!”ศนิฟาดพลังใส่เวฬาด้วยความโกรธเกรี้ยว อีกฝ่ายกระอักเืซ้ำจนร่างกองฟุบ“ดวงจิตที่ถูกกิเลสครอบงำ ซ้ำยังร่างมนุษย์ที่สิ้นอายุขัยแล้วยังหลบหนีการชดใช้แบบเ้าสมควรได้รับผลของการกระทำแล้ว”
เวฬาไม่คิดว่าพระเสาร์จะมีพลังมากกว่าที่คิดอีกทั้งยังรู้ว่าเขาขโมยร่างนี้มาอีกด้วยเขาถูกไอ้สหายคนนั้นหลอกใช้เพื่อพิสูจน์พลังแท้จริงของพระเสาร์เข้าแล้วกระมัง
“ได้โปรดเถิดท่านข้าจะไม่ทำแบบนี้อีก เพียงต่างคนต่างอยู่ในอดีตข้าก็เคยเป็เทพที่ลูกลงโทษเช่นเดียวกับท่านเพียงแต่ข้าหลงผิดกลับไปเป็เทพก็ไม่ได้ กลับมาเป็เทพกึ่งมนุษย์ก็ไม่ได้เหลือแค่เพียงดวงจิตที่ยังรักษาไว้ได้เท่านั้น”
สำหรับอดีตเทพที่ร่างมนุษย์ที่สิ้นอายุขัยไปแล้วซ้ำยังหนีการชดใช้กรรมศนิมองเวฬานิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าเพียงปัดมือทีเดียวดวงจิตของเวฬาก็สลายหายไปสู่ยมโลกทันทีแม้เขาอยากจะทำลายดวงจิตชั่วร้ายนั้นให้จบๆ ก็ตามเถอะแต่ต้องแยกหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัวออกจากกัน
ธามิณีมองผู้ชายที่มีชื่อว่า...พระเสาร์เธอเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน พ่อเคยพูดถึงพระเสาร์แต่ความทรงจำของเธอช่างเลือนรางจนนึกไม่ค่อยออกนัก ถ้าเขาเป็คนที่พ่อรู้จักมาก่อนแล้วเขาจะปกปิดชื่อกับเธอมานานสองนานทำไม
หญิงสาวเงยหน้ามองพระเสาร์ที่ก้มลงมองเธอด้วยสีหน้าราบเรียบจนเธออยากะโใส่เขาว่าช่วยใสักหน่อยได้ไหมเธอถึงขนาดยอมเสียเืเสียเนื้อเพื่อที่จะตกอยู่ในอันตรายเชียวนะ
“รักษาให้หน่อยสิคุณ”ธามิณียื่นแขนให้พระเสาร์ที่มองมาแล้วทำหน้าดุ ทั้งที่เธอทุ่มสุดตัวขนาดนี้“เจ็บสุดๆ แต่ก็คุ้มที่คุณมาช่วยธามทันเวลา”
ศนิจับแขนของธามิณีไว้แล้วใช้พลังของตัวเองด้วยการวางมือเหนือจุดที่เป็แผลไม่ลึกนักแต่แผลค่อนข้างยาว ที่มาของแผลคงมาจากปิ่นปักผมอันนั้นเธอเป็คนลงมือทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกเขามาแต่น่าแปลกที่เขากับเธอต่างเสียเืเพื่อเรียกอีกฝ่ายแต่ทำไมธามิณีถึงทำได้ในคราวนี้ แต่เขากลับทำไม่ได้ นอกจากเืที่ใช้เป็สื่อแล้วยังต้องใช้อะไรอีก
ธามิณีเห็นแสงสีม่วงจางๆกำลังช่วยสมานาแให้เธอทีละน้อยๆ จนกระทั่งาแกำลังปิดทั้งหมดแล้วเป็รอยแดงขึ้นแทน ก่อนจะค่อยๆจางจนกระทั่งไม่เหลือร่องรอยาแที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พระเสาร์ควรไปเป็หมอถ้ารักษาได้ไม่เหลือแม้กระทั่งแผลเป็ถึงว่าเขาบอกว่าอยู่มาหลายร้อยปี ถ้ารักษาตัวเองได้จากพลังที่มีความตายก็เื่ขี้ปะติ๋วแล้ว
“แล้วทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยถ้าฉันตามหาเธอไม่พบ เธอไม่เืหมดตัวตายก่อนหรือไง”เทพกึ่งมนุษย์อย่างเขาอาจไม่เจ็บเท่าไหร่นัก หากต้องทำแบบธามิณีแต่สำหรับมนุษย์ย่อมเจ็บมากอยู่แล้วเธอรู้แล้วหรือว่าเืเป็ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ผลึกกาลดึงเขามาหาเธอได้
น้ำเสียงของพระเสาร์ที่บอกแทนคำพูดยาวๆว่า...ห่วง ทำให้ธามิณีค่อยยิ้มออกการที่กลัวแล้วต้องพยายามกล้าหาญมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเธอเหมือนกัน
“คุณเคยบอกว่าถ้าธามตกอยู่ในอันตรายก็จะถูกดึงมาช่วยธามถึงได้ทำแบบนั้น” ธามิณียิ้มกว้างกว่าเดิม“ตอนนี้ธามรู้แล้วนะคะว่าคุณคือพระเสาร์”
ศนิฟังแล้วอ่อนใจธามิณีไม่รู้ว่าเืของเธอและของเขาทำให้ผลึกกาลทำอะไรได้บ้างแต่เธอเลือกจะเสี่ยงเพื่อทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย เพื่อที่เขาจะได้มาช่วยเธอช่างเป็มนุษย์ที่ใจกล้าบ้าบิ่นไม่กลัวตายเอาเสียเลย
...หลายร้อยปีมานี้เขาเพิ่งพบเจุ์แบบเธอเป็คนแรก
“รู้ว่าฉันเป็ใครแล้วยังไงถ้าเธอเรียกฉัน ฉันก็ไม่รู้อยู่ดี”
ธามิณีขมวดคิ้วใส่พระเสาร์เพราะเขาไม่มีทางดูดายเวลาเธอมีอันตรายได้หรอกศนิปล่อยแขนของธามิณีที่รักษาให้แล้วจนไม่เหลือร่องรอยว่าเคยมีแผลมาก่อน
“ขอบคุณนะคะ”ธามิณียกมือไหว้พระเสาร์ “เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ”
“ฉันเข้ามาในหนังสือได้เพราะเธอตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตแต่ฉันไม่รู้วิธีที่จะออกไปหรอกนะ”
นี่เป็อีกเื่ที่ศนิสงสัยเพียงดวงจิตที่เต็มไปด้วยกิเลสไม่มีทางวางกับดักได้หลายชั้นแบบนี้อีกทั้งพลังที่สร้างเมืองนิมิตไม่น่าเป็ของเวฬาเพราะมันซับซ้อนและลดทอนพลังของเขาไปหลายส่วนหากทำลายเมืองนิมิตนี้ศนิก็ไม่แน่ใจนักว่ามนุษย์อย่างธามิณีจะออกไปได้โดยไม่เป็อันตรายถึงชีวิต
ธามิณีฟังแล้วใจแฟบแต่สีหน้าเรียบๆ ของพระเสาร์ทำให้เธอคิดว่าเขาไม่น่าจะจนหนทางง่ายๆ หรอก...มั้ง
“คุณพูดให้ธามกลัวใช่ไหมคุณเก่งจะตาย แค่ออกไปจากหนังสือ ทำไมจะทำไม่ได้เนอะ”
“บางอย่างและบางเื่ก็เหนือความสามารถของฉัน”ศนิตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
ธามิณีเหวอไม่นึกว่าเก่งๆอย่างพระเสาร์จะมีอะไรที่เหนือความสามารถเธอคิดถูกแล้วที่ทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เขามาช่วย ถ้าหาทางออกไปเองเธอคงติดแหง็กอยู่ในนี้จนแก่หง่อมกระมังแล้วเราสองคนนี้จะออกไปจากหนังสือเล่มนี้ได้ยังไงกันล่ะ
“ถ้างั้นทำยังไงดีล่ะคุณอีตาเ้าของหนังสือก็หายไปแล้ว เราน่าจะถามให้รู้เื่ก่อน”
“ฉันอ่านความคิดจากดวงจิตของเวฬาก่อนจะส่งมันไปยมโลกแล้วมันก็ออกไปไหนไม่ได้จนกว่าเ้าสาวจะยอมแต่งงานกับมันหรือไม่ก็มีใครสักคนมาบังเอิญเปิดหนังสือเล่มนี้”
เพราะเหตุผลนี้ศนิจึงไม่เห็นประโยชน์หากจะเก็บดวงจิตของเวฬาไว้ส่งไปยมโลกเสียดีกว่า การยอมให้ธามิณีแต่งงานกับเวฬาจะกลายเป็การสร้างวาสนาต่อกันเสียเปล่าๆหากในอนาคตเวฬาเปลี่ยนตัวเองทำแต่กรรมดี ลงไปชดใช้กรรมชั่วจนหมดแล้วเกิดเป็มนุษย์หรือเป็เทพ วาสนาที่ทั้งสองมีต่อกันจะยึดโยงธามิณีเอาไว้
ธามิณีฟังแล้วก็คิดว่าเป็ไปได้อยู่เมื่อ 5 เดือนก่อนมีเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้เวฬาถึงได้เพิ่งออกมาแล้วเฝ้าติดตามเธออยู่เป็เดือน เพื่อลงมือในวันนี้แต่ประเด็นคือเวฬาไม่อยู่แล้ว การแต่งงานย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วเธอกับพระเสาร์จะออกไปจากหนังสือเล่มนี้ด้วยวิธีไหน
“หนังสือเล่มนี้อยู่สูงเสียด้วยต้องรออีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้กว่าจะมีใครสักคนมาเปิดออกอ่าน ธามกับคุณไม่น่ารอไหวมั้งคะแล้วที่สำคัญบ่ายพรุ่งนี้นี้ธามมีสอบ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องช่วยกันหาวิธี”ในทุกกับดัก คนที่วางกับดักมักซ่อนทางออกเอาไว้เสมอแต่เวฬากลับไม่รู้วิธีอื่นนอกจากแต่งงานย่อมแสดงว่าที่แห่งนี้อาจมีดวงจิตหรือเทพองค์อื่นช่วยสร้างขึ้นมาก็เป็ได้
“หนังสือเล่มนี้ชื่อว่าเ้าหญิงนิทราการที่เ้าหญิงจะฟื้นได้ก็ต่อเมื่อมีเ้าชายมาจุมพิต”ธามิณีแค่ทบทวนความจำเผื่อว่าจะมีวิธีอะไรสักอย่าง หรือว่าจะต้องใช้วิธีนั้น
ธามิณีหันมองพระเสาร์แล้วส่ายหน้ามันน่าจะมีวิธีอื่นบ้างหรอก เธอเห็นพระเสาร์สร้างวงแหวนสีม่วงที่กลางฝ่ามือแล้วสะบัดออกไป้าราวกับจะสร้างอุโมงค์แต่แสงนั้นกลับสลายเมื่อผ่านไปไม่กี่วินาทีแสดงว่าที่แห่งนี้พลังหรือมนตราทำลายไม่ได้เลยงั้นหรือถ้าอย่างนั้นเธอจะลองเสี่ยงวิธีนี้ดูสักครั้ง
“คุณจูบธามเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ธามิณีพยายามทำหน้าเรียบเฉยเลียนแบบพระเสาร์ตอนนี้เื่ไปสอบให้ทันสำคัญกว่า แค่จูบมันจะอะไรเชียวเธอจูบหัวแมวจูบแก้มแมวบ่อยๆ คงรู้สึกไม่ต่างกันหรอก
“เป็ผู้หญิงยังไงของเธอจู่ๆ มาบอกให้ผู้ชายจูบ” ศนิกอดอกมองธามิณี สายตาที่มองดุๆในเวลาแบบนี้เธอควรคิดหาทางออกมากกว่ามาชวนเขาทำเื่ไร้สาระ
“มันอาจเป็วิธีออกไปจากที่นี่ก็ได้นะคะธามไม่ได้อยากจูบคุณ เพียงแต่เื่เ้าหญิงนิทราน่ะเ้าหญิงจะตื่นได้ก็ต่อเมื่อมีเ้าชายมาจูบ ธามแค่อยากกลับบ้าน คุณยืนเฉยๆเดี๋ยวธามจูบเองก็ได้” ธามิณีอธิบายถ้าไม่เกรงใจจะคว้าเขามาจูบเองให้รู้แล้วรู้รอด
“คิดวิธีอื่นทำวิธีนี้ไม่ได้”
การจูบจะไม่ได้เป็การสร้างวาสนาต่อกันแต่เขาจะไปจูบกับมนุษย์ที่อีกไม่กี่เดือนจะอายุครบ 21 ปี ในขณะที่เขาอายุมากกว่าเธอ 732 ปีได้อย่างไร
ธามิณีเดินมายืนประจันหน้ากับพระเสาร์แล้วยิ้มกว้างเธอคิดวิธีอื่นไม่ออกแล้วนี่ งานนี้เธอจะถูกเขาฟาดพลังใส่ไหมนะ ช่างเถอะแค่กอดเขาไว้ไม่ให้หนีก่อน ศนิยืนนิ่งไม่ทันคิดว่าจะถูกจู่โจมด้วยการกอดเขาถอนใจมองร่างกะเปี๊ยกที่ริอ่านมากอดเขาโดยที่ไม่ขออนุญาต
“หยุดเลยนะฉันไม่จูบเธอเด็ดขาด”
“ก็ได้ค่ะถ้างั้นธามจูบคุณเอง”
ศนิจะยอมมั้ยฮุๆ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี