เล่มที่ 1 บทที่ 27 ไม่อาจฝืนชะตา
ชายชราร่างเล็กเบือนตาข้างที่ลืมอยู่ไปยังเพิงร้างที่ผู้คนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด กล่าวท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนละอุ" ตอนเจ้ายังเด็กสงสัย เหตุใดฝีมือไม่ทัดเทียมพี่น้องผู้อื่น เหตุใดฝึกได้เพียงพื้นฐาน ดึกดื่นวิกาลผู้คนล้วนหลับใหลมีเพียงเจ้าที่มุมานะฝึกปรือ แต่กลับไม่รุดหน้าปานไล่เหยียบเงาของตนเอง จนในที่สุดเจ้าก็ท้อ จนในที่สุดเจ้าก็ต้องมาอยู่ในจุดๆนี้ เคยคิดว่าสวรรค์ไฉนลำเอียงประทานชีวิตที่อ่อนแอเช่นนี้ให้เจ้า " ดวงตาเพียงข้างเดียวที่เปิดของเขายังคงจับจ้องที่เพิงร้างที่ไกลออกไป อู๋ซ๋าจ่ายกลับคล้ายเป็นตัวเขาเองกำลังเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ในเพิงร้างหลังนั้น ทุกอย่างเป็นจริงดั่งที่ชายชราร่างเล็กพูดออกมา อู๋ซ๋าจ่ายคิดถึงชีวิตในวัยเด็กเขาเป็นคนของวังวารีเทพ ที่ประกอบไปด้วยตำหนักมุกสวรรค์ ตำหนักบัวสวรรค์ และตำหนักภูติสวรรค์ อู๋ซ๋าจ่ายมีพี่น้องสามคนเขาเป็นบุตรชายคนเล็กของอู๋จี้เจี๋ยเจ้าตำหนักภูติสวรรค์ เขาไม่พบความผิดปกติอันใดมีร่างกายดั่งปกติเหมือนพี่น้องคนอื่น จนเมื่อเขาอายุได้สี่ขวบจึงค้นพบว่าพลังฝึกปรือของเขาไม่อาจรุดหน้าไปมากกว่านี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามขนาดไหนก็ตาม จนเมื่อมารดาของเขาเสียชีวิตลง ถึงคนอื่นจะไม่ได้แสดงอาการรังเกียจเขาอย่างเด่นชัด คงเพราะเขาเป็นบุตรชายของอู๋จี้เจี๋ย เป็นคุณชายสามแห่งตำหนักภูติสวรรค์ แต่อู๋ซ๋าจ่ายรู้ตัวดีว่าคนที่ไร้ฝีมือเช่นเขา ที่แทบไม่ต่างจากคนปกติธรรมดาจะมีคุณค่าอันใดในสถานที่แห่งนั้น เมื่อมารดาที่ค่อยรักค่อยดูแลเขาสิ้นชีวิตจึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่เขาจะต้องใช้ชีวิตที่น่าสมเพชอยู่ในวังวารีเทพแห่งนั้นอีกต่อไป เขาจึงหนีออกมา ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า เปลี่ยนชื่อทำตัวเป็นหมอดูกำมะลอ มีชีวิตที่อิสระเสรีแต่ไร้จุดหมาย ความรู้สึกหมดเรี่ยวแรงไฉนอยู่ดีๆโถมเข้ามา เขารับคืบคลานไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ชายชราร่างเล็กเหลือบแลเขา" คงมิใช่รู้สึกเมาแดดขึ้นมาดอกนะ " ชายชราร่างเล็กไม่สนใจว่าอู๋จ่ายกำลังคิดถึงสิ่งใด ยังคงกล่าวสืบต่อ" ผู้ที่มีไฝเจ็ดดาวแม้เปี่ยมด้วยพลังจิตวิญญาณแห่งฟ้าดิน แต่ชะตากำหนดให้มีพลังปราณฝึกปรือจำกัดเพียง 4 ปีปานสวรรค์ลงทัณฑ์ผู้หยั่งรู้ชะตาฟ้า ในวันนี้ของอีกสี่ปีไฝเจ็ดดาวของเจ้าจะปรากฏเด่นชัดที่สุด ดาวเซียจื่อ(แมลงป่อง) เจ็ดดวงที่เรียงรายบนท้องฟ้าจะส่องแสงระยิบระยับออกมาในรอบร้อยปี เมื่อถึงวันนั้นหากเจ้าไม่ม้วยชีวีลง ก็เป็นฟ้าเปิดชะตาชีวิตใหม่ให้เจ้า เป็นเทพพยากรณ์ผู้หยั่งรู้โดยแท้จริง แต่ฟ้าลิขิตไว้ว่าไฝเจ็ดดาวรอบร้อยปี ที่เปล่งประกายได้มีได้เพียงผู้เดียว ...ข้าขอถามเจ้า..จะยังไปตามทางที่มิใช่ทาง หรือจะติดตามข้าเป็นศิษย์ของเซียนฟ้าพยากรณ์ผู้นี้ เส้นทางที่แสนยากเย็นที่ขีดเส้นไว้รอให้เจ้าย่ำเท้าเดิน " หลายสิ่งหลายอย่างประดังเข้าสู่ห้วงความคิดของอู๋ซ๋าจ่าย แม้เขามิใช่พญามังกรยิ่งใหญ่ที่ท่องได้อย่างอิสระไปทั่วหล้า เป็นเพียงใบไม้ผุกร่อนที่บินร่อนไปทั่วผืนฟ้าโดยปราศจากลมพัดปลิว การเป็นศิษย์ของเซียนฟ้าพยากรณ์ผู้อื่นย่อมปราโมทย์ยินดี แต่สำหรับเขาคล้ายใบไม้ที่พัดไปตามสายลมขาดอิสระเสรีต้องอยู่ในการกำกับควบคุมของผู้อื่น ชีวิตเขาใช่ต้องการอย่างนั้นหรือไม่? ในห้วงความคำนึงที่ยังลังเล เขาจึงได้แต่ประวิงเวลาการตัดสินใจออกไป" ...ข้า เอ่อ ข้าพเจ้าขอเวลาได้หรือไม่ " " ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า " เซียนฟ้าพยากรณ์ตอบ " ...ข้าไม่เข้าใจประการหนึ่ง " อู๋ซ๋าจ่ายถามขึ้น " ข้าไม่เข้าใจที่ท่านกล่าวว่าในวันนี้ของอีกสี่ปี ข้าจะม้วยชีวาลง หมายถึงเช่นไร " " ผู้รู้ชะตาฟ้ากำหนดให้มีเพียงผู้เดียว เฉกเช่นสุริยาแดดฉานมีดวงตะวันเดียว มีเพียงจันทราหนึ่งเดียวที่โดดเด่นในยามราตรีฉันใด ผู้ทอประกายเจ็ดดาวเซื่ยจื่อรู้หยั่งชะตาฟ้าลิขิตย่อมมีเพียงหนึ่ง " เหตุท่านจึงรู้เรื่องนี้ " " ต่อไปเจ้าก็ย่อมรู้ได้เอง " อู๋ซ๋าจ่ายมองไปที่เพิงร้าง " ท่านไม่ช่วยผู้คนที่เพิงร้างรึ? " " ชะตาฟ้าเป็นผู้ลิขิต ข้าเพียงมารอพบเจ้าเท่านั้น " ที่ผ่านมาอู๋ซ๋าจ่ายมิใช่คนที่แล้งน้ำใจ ผู้คนร่วมโลกตกทุกข์ได้ยากอยู่ในห้วงอันตรายเขาไม่ยื่นมือฉุดรั้งขึ้นมา มิใช่เขาไม่อยากช่วย เพียงมือเขานั้นสั้นเกินไป เช่นในตอนแรกที่เขาเห็นอวี๋เปี้ยนไท่ทำร้ายไล่เจาะกบาลผู้คนมิใช่เขาไม่อยากช่วย แต่เขาไม่อาจช่วย กลับกันเมื่อผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นเซียนฟ้าพยากรณ์ยอดคนพิสดารก็ไม่อาจนำมาเปรียบกันได้ อู๋ซ๋าจ่ายมองไปที่เพิงร้างอีกครั้ง " ท่านไม่ช่วยพวกเขาจริงรึ " เขาพูดอีกเป็นครั้งที่สองเทพฟ้าพยากรณ์ยังคงท่าทางเฉื่อยชา เขายังคงยืนยันคำกล่าวเดิม" ชะตาฟ้าเป็นผู้ลิขิต ข้าเพียงมารอเจ้าไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา " อู๋ซ๋าจ่ายเมื่อเห็นเหล่าทหารที่หมายมาช่วยผู้ที่ประสบภัย แต่ตนเองกลับจะต้องกายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง จึงปั้นสีหน้าและน้ำเสียงให้เคร่งเครียดยิ่งขึ้น" ถ้าท่านไม่ช่วยพวกเขา พวกเขาต้องหมดสิ้นแล้ว " เทพฟ้าพยากรณ์ยังคงนิ่งไม่ปริปากใดๆ " ...... " สุดท้ายอู๋ซ๋าจ่ายถึงกับคุกเข่าลง " ทะ ท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย " อู๋ซ๋ายจ่ายสุดท้ายถึงกับคุกเข่ายินยอมรับเซียนฟ้าพยากรณ์เป็นอาจารย์ เพื่อขอร้องให้เขาช่วยเหลือคนเหล่านั้น เซียนฟ้าพยากรณ์คล้ายกำลังรอสิ่งนี้อยู่ " หึ อาจารย์ก็รอคำนี้ของเจ้าอยู่นาน นึกว่าเจ้าจะไม่เอ่ยออกมา แต่เห็นแก่คำพูดนี้ของเจ้าที่เรียกข้าว่าอาจารย์เป็นครั้งแรก ข้ารับปากจะทำเรื่องที่เจ้าขอร้องให้ประการหนึ่ง แต่มิใช่เรื่องนี้ สวรรค์ชักนำผู้ยุติเรื่องราวนี้มาแล้ว "อู๋ซ๋าจ่ายพอได้ฟังลอบคิดในใจว่า ‘วันนี้ตนเองเลือกทางและอาจารย์ผิดหรือไม่?’ ที่ไกลออกไปกลับเป็นคนสองคนที่สวรรค์ชักจูงมา กล่าวว่ากำลังเดินเคียงบ่าเคียงเข่ากันมาก็ไม่ผิด บนเส้นทางสองฝากฝั่งที่มีแมกไม้ขึ้นเป็นระยะ พระอาทิตย์บนศีรษะส่งลงมาเป็นร่างเงาสองร่างสลับเท้าก้าวเดิน หนึ่งหนวดเคราผมเผ้าขาวโพลน รูปร่างสูงใหญ่ในชุดเขียวครามท่วงท่าองอาจแสงแดดที่ร้อนแผดเผาที่ส่องลงมาถึงกับเย็นลง กลับเป็นนักพรตผู้ชราหนึ่ง อีกหนึ่งเป็นเฒ่าชราหัวล้านอ้วนเตี้ย ผ้าผ่อนหลุดลุ่ยเก่าปรุขาด ข้างลำตัวห้อยขวดน้ำเต้าก้นรั่วสีน้ำตาลลูกหนึ่งไกวแกว่งเดินมา กลิ่นสุราโชยออก ใบหน้าเขายิ้มแย้มแจ่มใสปานภาคภูมิใจในความอ้วนเตี้ยและราศีขอทานจับของตนเองยิ่ง กลับเป็นหลวงจีนชราผู้หนึ่ง สองคนนี้หนึ่งอาศัยหกสิบสี่กระบี่แปรผันพิชิตชัยการประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรม เมื่อ 10 ปีก่อน จ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้ารุ่นที่ 9 " ฟังหานเต้าหยิน " หนึ่งเป็นผู้มีพลังฝึกปรือสุดยอดสูงส่งและอาวุโสสูงที่สุดของวัดมหายุทธ์ธรรมประทีปในขณะนี้ " เทพจี้กงไร้สุราหลี่จิ่วไต้ซือ " ทั้งสองหลังเดินทางไปยังหุบเขามังกรหลับที่บัดนี้บ้าคลั่งปะทุพ่นลาวาออกมา เมื่อสืบเสาะกลับไม่ได้เรื่องราวใดจึงเดินทางกลับมายังเส้นทางที่ร่นระยะเวลาที่สุดสายนี้ ทั้งสองไม่รู้ว่าจักรพรรดิเหนือหล้าผู้เป็นมูลเหตุของทุกเรื่องราวได้เคลื่อนย้ายที่ตั้งพรรคเหนือหล้าไปอยู่ในที่แห่งใหม่เมื่อสิบปีที่แล้ว " หลวงจีนเฒ่าไฉนไปหุบเขามังกรหลับครานี้นับว่าสูญเวลาเปล่า นอกจากความร้อนที่พุ่งเผาหนวดเคราข้า ไม่เห็นมีสิ่งใดให้สืบสาว " เสียงอันก้องกังวานของฟังหานเต้าหยินดังขึ้น " เรื่องนี้ย่อมต้องมีที่มาที่ไป " หลี่จิ่วไต้ซือกล่าวนิ่งเงียบไป เห็นที่เพิงร้างข้างหน้ามีคนวุ่นวายกันอยู่กลุ่มหนึ่ง " จมูกโคเฒ่า เจ้าใช่อยากรู้ไขข้อกระดูกของเจ้ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ ? " กล่าวเสร็จหลี่จิ่วไต้ซือเปรยตาไปยังเพิงร้างข้างหน้า ..............................