หลังวางสายจากเพื่อนรักแล้ว นาวินก็เร่งความเร็วพุ่งตามรถคนร้ายไปติดๆภายในใจก็คิดหาวิธีว่าจะหยุดรถของพวกมันได้อย่างไรแต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเขาเมื่อจู่ๆตำรวจในเครื่องแบบสองนายก็ขับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ออกมาจากซอยข้างๆ พอดีนาวินจึงรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ
เมื่อตำรวจทั้งสองนายได้รับแจ้งว่ามีการลักพาตัวหญิงสาวอยู่ในรถยนต์คันสีดำข้างหน้าจึงรีบขับตามเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็วแล้วกดเปิดไซเรนเป็สัญญาณเตือนเพื่อบอกให้รถคันนั้นหยุดและทันทีที่คนร้ายจอดรถเข้าข้างทาง ตำรวจก็รีบพุ่งเข้าไปปาดขวางหน้าเอาไว้ พร้อมๆกับนาวินที่เข้าไปจอดรถข้างๆ กับตำรวจแล้วก้าวลงมาทันทีอย่างร้อนใจ
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณ ให้เ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อน”
ตำรวจนายหนึ่งพูดดักนาวินเอาไว้เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะใจร้อนเกินไปจนคนร้ายรู้ตัว
“ครับ” นาวินพยักหน้ารับ แม้ในใจจะร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง
จากนั้นตำรวจทั้งสองนายก็เดินดิ่งไปที่รถของเป้าหมายและขอให้คนในรถเปิดกระจกเพื่อพูดคุยสอบถาม
“สวัสดีครับ” ตำรวจนายหนึ่งทำความเคารพตามหน้าที่และกล่าวทักทายเป็มารยาทส่วนตำรวจอีกนายก็มองสำรวจเข้าไปในรถจึงเห็นว่าที่เบาะหลังมีหญิงสาวในชุดราตรีนอนหมดสติอยู่ซึ่งรูปร่างลักษณะตรงกับที่นาวินบอก
“สวัสดีครับคุณตำรวจ ไม่ทราบว่าผมทำอะไรผิดครับ” คนร้ายพูดเสียงสั่นๆแล้วหันมองสบตากันเล็กน้อยด้วยสีหน้าเป็กังวล
“คุณขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ผมขอดูใบขับขี่ด้วยครับ” ตำรวจคนเดิมบอกเสียงเข้มชัดเจน
ระหว่างที่คนร้ายกำลังหาใบขับขี่อยู่นั้นเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจก็ดังขึ้นซึ่งสามารถจับใจความได้ว่ามีหญิงสาวถูกลักพาตัวไปจากงานเลี้ยงที่โรงแรมชื่อดังโดยคนร้ายมีด้วยกันสองคนพร้อมทั้งบอกยี่ห้อและทะเบียนรถเสร็จสรรพเมื่อสิ้นเสียงนั้นตำรวจจึงแน่ใจว่าเ้าของรถคันนี้ต้องเป็คนร้ายอย่างแน่นอนและเหมือนพวกมันจะรู้ตัว
คนร้ายที่นั่งฝั่งข้างๆคนขับรีบเปิดประตูรถเพื่อจะวิ่งหนีแต่ตำรวจอีกคนที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้วก็ชักปืนออกมาทำท่าจะยิงทำให้คนที่เตรียมจะออกวิ่งต้องหยุดชะงักแล้วยกมือขึ้นเป็สัญญาลักษณ์ว่ายอมจำนนส่วนคนร้ายที่อยู่ฝั่งคนขับก็ถูกตำรวจเอาปืนจ่อแล้วลากให้ลงจากรถมาด้วยเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าคนร้ายถูกจับแล้วนาวินก็รีบวิ่งเข้าไปที่รถของคนร้ายแล้วเปิดประตูทางเบาะหลังก่อนจะช้อนอุ้มตัวของหญิงสาวออกมาอย่างโล่งอกซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่คริสโตเฟอร์และรถตำรวจอีกสองคันตามมาถึงพอดี
“เห้ยวิน เป็ไงบ้างวะ” คริสโตเฟอร์ก้าวลงจากรถสปอร์ตของตัวเองแล้วตรงดิ่งไปหาเพื่อนรักทันที
“อือ ปลอดภัยแล้วหละ” นาวินที่อุ้มหญิงสาวอยู่ในอกหันไปตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ
หลังจากจับคนร้ายใส่กุญแจมือและส่งขึ้นรถไปแล้วตำรวจนายหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาสองหนุ่มและหญิงสาวผู้เสียหาย
“ขอบคุณนะครับคุณตำรวจ” นาวินกล่าวแล้วโค้งคำนับเป็การยืนยันจากใจจริง
“ครับ ยังไงผมขอเชิญผู้เสียหายไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ” ตำรวจเอ่ยบอกนาวิน
“ให้ผมไปดีกว่าครับ ผมเป็คนแจ้งความ” คริสโตเฟอร์รีบเสนอตัวเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าสองคนร้ายนั้นจะมีส่วนรู้เห็นกับสิ่งที่นิลณีย์ทำหรือเปล่าและมันจะเกี่ยวข้องกับท่านประธานด้วยหรือไม่
“ได้ครับ” ตำรวจคนเดิมรับคำแล้วเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองก่อนที่รถตำรวจคันอื่นๆ จะเริ่มเคลื่อนตัวตามกันออกไป
“วิน แกเอารถฉันไปจะได้พาน้องป่านกลับไปด้วย เดี๋ยวฉันเอารถแกไปโรงพักเอง”คริสโตเฟอร์หันไปบอกกับนาวินพร้อมทั้งส่งกุญแจรถของตัวเองให้
“อือ ขอบใจนะ” นาวินรับกุญแจจากมือของเพื่อนรักมาถือไว้จากนั้นก็อุ้มร่างบางของหญิงสาวไปที่รถสปอร์ตคันหรูของเพื่อนรักแล้วขับออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว
ทางด้านภานุเมื่อรู้ว่าสายป่านถูกลักพาตัวไปก็แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่โชคดีที่มีทนายสมภพคอยเตือนสติและช่วยประคับประคองอยู่ใกล้ๆ
แต่ความร้อนใจทำให้ภานุไม่อาจทนรอเฉยๆได้ เขาขอให้ทนายสมภพและยุพาช่วยเคลียร์งานทางนี้และปิดข่าวให้เงียบที่สุดเพื่อรักษาชื่อเสียงของสายป่านและบริษัท ส่วนเขาจะรีบออกตามหาอีกแรงโดยมีแก้วตาขอติดรถตามไปด้วย
ระหว่างที่ทนายสมภพและยุพากำลังช่วยกันต้อนรับแขกแทนภานุอยู่นั้นจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของทนายสมภพก็ดังขึ้นและนั่นก็ทำให้ผู้าุโรู้ว่าเ้านายหนุ่มลืมเอาโทรศัพท์ไปเนื่องจากตอนที่ขึ้นเวทีภานุได้นำมาฝากไว้กับเขา
‘สวัสดีครับ’ ทนายสมภพกดรับสายด้วยเสียงร้อนรน
[เอ่อ สวัสดีครับ ใช่เบอร์คุณภานุหรือเปล่าครับ] คริสโตเฟอร์ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักกับเสียงที่ไม่คุ้นหู
‘ครับ ใช่ครับ นั่นคุณคริสโตเฟอร์ใช่ไหม ผมทนายสมภพครับ’ ทนายาุโรีบแสดงตัวเพราะจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใคร
[ครับคุณทนาย ตอนนี้สายป่านปลอดภัยแล้ว นายวินกำลังพาไปส่งที่บ้าน]คนส่งข่าวรีบบอกอย่างรวดเร็วเพื่อให้คนฟังคลายกังวล
‘แล้วจับตัวคนร้ายได้ไหม’ ผู้าุโยังคงถามต่อ
[ได้ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว]
‘งั้นคุณรออยู่ที่นั่นก่อน เดี๋ยวผมจะรีบตามไป’
หลังวางสายจากคริสโตเฟอร์แล้วทนายสมภพก็รีบเดินเข้าไปบอกกับยุพาเพื่อจะได้ส่งข่าวถึงภานุแต่เพราะผู้บริหารหนุ่มลืมเอาโทรศัพท์ไปทำให้การติดต่อเกิดความยุ่งยากขึ้นเนื่องจากเลขาสาวจะต้องค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของแก้วตาที่เธอเคยขอและจดเอาไว้ในสมุดบันทึกของตัวเอง
ภานุขับรถมาตามเส้นทางที่คริสโตเฟอร์บอกไว้คร่าวๆจาก GPS ของนาวินจนกระทั่งมาถึงทางแยกที่เขาไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรจึงหักรถจอดเข้าข้างทางเพื่อจะโทรกลับไปถามและนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าได้ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ทนายสมภพ
“โธ่เว้ย! น่าโมโหชะมัด” ภานุกระแทกฝ่ามือลงไปที่พวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อบันดาลโทสะทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันขวับไปมองด้วยความใ
“เป็บ้าอะไรของคุณเนี่ย แล้วจอดรถทำไม” แก้วตาตะคอกถามอย่างไม่ค่อยพอใจนักกับพฤติกรรมของชายหนุ่ม
“เธอรู้ทางไหมล่ะ แหกตาดูสิ มันเป็ทางแยก” เ้าของรถตอบออกมาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างนึกหงุดหงิด
“คุณก็โทรไปถามคุณคริสโตเฟอร์สิ หรือจับสัญญาณ GPS ของคุณนาวินก็ได้นี่”หญิงสาวเสนอแนะออกความเห็น
“ฉันลืมเอาโทรศัพท์มา” ภานุสารภาพตามตรง
“ห๊า! คุณนี่ไม่ได้เื่จริงๆ เลย” แก้วตาร้องด้วยความใแล้วเอ่ยต่อว่าชายหนุ่มอย่างหัวเสีย
“หุบปากไปเลยนะ ขืนยังว่าฉันอีกก็ลงจากรถไปเลย”
เ้าของรถหันไปชี้มือใส่หญิงสาวด้วยสีหน้าจริงจังทำให้เธอสะบัดหน้าพรืดใส่เขาอย่างไม่พอใจและทั้งรถก็มีแต่ความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“เอาโทรศัพท์ของเธอมาให้ฉันยืมก่อน”
สิ้นคำสั่งนั้นคนตัวเล็กก็ก้มหน้าก้มตาล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมาแล้วส่งให้ชายหนุ่มด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น
“อะ จะทำอะไรก็รีบๆ เข้าสิ ฉันเป็ห่วงยัยป่านจะแย่อยู่แล้วนะ”
“รู้แล้วน่า เธอเป็ห่วงคนเดียวหรือไงล่ะ ฮึย...” ภานุรับโทรศัพท์เครื่องเล็กมาถือไว้อย่างนึกหมั่นไส้ในท่าทางของคนข้างๆ
ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะโทรหาทนายสมภพเพราะเขาจำเบอร์ของใครไม่ได้เลยส่วนใหญ่ก็มักจะโทรออกจากเบอร์ที่เซฟไว้แล้วทั้งนั้น ระหว่างที่กำลังกดหมายเลขลงไปจู่ๆ โทรศัพท์ในมือก็กรีดร้องขึ้นมาเขาจึงรีบกดรับทันทีเหมือนกับว่าเป็โทรศัพท์ของตัวเอง
‘สวัสดีครับ’ ภานุกรอกเสียงเข้มลงไปตามแบบฉบับของตัวเองส่วนเ้าของโทรศัพท์ได้แต่นั่งมองตาขวางและส่งค้อนให้เขาเป็ระยะ
[เอ่อ คุณภานุใช่ไหมคะ] ยุพารีบทักเพราะเธอจำเสียงของคนเป็เ้านายได้อย่างชัดเจน
‘ครับคุณยุพา ผมกำลังจะโทรไปหาคุณลุงอยู่พอดีเลย’ เ้านายหนุ่มร้องบอกเสียงรีบร้อน...ชื่อของคนที่อยู่ปลายสายทำให้แก้วตาหันมาตั้งใจฟังบทสนทนาของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ
[ไม่ต้องโทรหาใครแล้วค่ะ ตอนนี้ตำรวจจับคนร้ายได้แล้วน้องป่านปลอดภัยแล้วค่ะ] คนแจ้งข่าวรีบบอกอย่างรวดเร็วเพื่อให้เ้านายหนุ่มคลายกังวล
‘แล้วตอนนี้น้องป่านอยู่ที่ไหน’ ภานุย้อนถามด้วยความเป็ห่วงหญิงสาวว่าที่คู่หมั้น
[คุณนาวินกำลังพาไปส่งที่บ้านค่ะ... คุณทนายบอกให้คุณภานุกลับไปบ้านได้เลยเดี๋ยวเื่คนร้ายคุณทนายจะจัดการเอง เพราะไม่อยากให้นักข่าวแตกตื่นน่ะค่ะ]
ยุพาชี้แจงยืดยาวตามคำสั่งของทนายาุโที่กำชับเธอมาอีกที
‘ครับ อย่างนั้นผมฝากด้วยนะคุณยุพา’
คนเป็เ้านายเอ่ยบอกเลขาสาวอย่างนึกขอบใจและโล่งใจที่เื่ราวเลวร้ายผ่านพ้นไปแล้วทีนี้ก็เหลือแต่หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่เขายังนึกเป็ห่วงและเป็กังวลอยู่มากว่าเธอจะได้รับาเ็อะไรตรงไหนบ้าง
“พี่ยุพาว่ายังไงบ้าง” แก้วตารีบถามเมื่อเห็นชายหนุ่มจบการสนทนาทางโทรศัพท์แล้ว
“จับคนร้ายได้แล้ว สายป่านปลอดภัย... นายวินกำลังพาไปส่งที่บ้าน” ภานุตอบทีเดียวหมดทุกข้อสงสัยของคนถาม
“เฮ้อ... โล่งใจไปทียัยป่าน” คนฟังพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่หอพักก็แล้วกัน” เ้าของรถพูดออกมาเสียงเรียบแล้วค่อยๆ เคลื่อนรถออกไปบนถนน
“ฉันจะไปหายัยป่าน” คนตัวเล็กรีบบอกความ้าของตัวเองทันที
“พรุ่งนี้ค่อยไป วันนี้มันดึกแล้ว” ภานุปฏิเสธและนั่นก็ทำให้คนถูกขัดใจหันขวับมามองเขาตาขวาง
“เอ๊ะ!...”
“อย่าเื่มากได้ไหม มันดึกแล้วเดี๋ยวก็วุ่นวายไปกันใหญ่อีก”
ชายหนุ่มปรามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนเหนื่อยอ่อนทำให้หญิงสาวจำต้องหุบปากฉับแล้วนั่งฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว
จู่ๆ ภานุก็ชะลอความเร็วรถอย่างกะทันหันแล้วพยายามสะบัดศีรษะตัวเองแรงๆหลายครั้ง เหมือน้าจะเรียกสติ
“นี่คุณ... เป็บ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย” แก้วตาหันมาแหวใส่ด้วยความโมโหเมื่อกี้เขาก็ขัดใจเธอทุกอย่างและตอนนี้ยังจะมานั่งเขย่าหัวเล่นอีก
“ฉันไม่รู้... จู่ๆ ก็มึนหัวน่ะ” ภานุหักพวงมาลัยรถจอดเข้าข้างทางอีกครั้ง
“ชิ! เมาน่ะสิ” คนตัวเล็กเหน็บแนมอย่างนึกหมั่นไส้
“ฉันไม่ได้ดื่มเยอะขนาดนั้นหรอกน่า... ฉันรู้ตัวว่าไปทำงานไม่ใช่ไปเที่ยว”
ชายหนุ่มชี้แจงพลางคิดสงสัยในอาการแปลกๆ ของตัวเองไปด้วย ‘หรือว่าเขาจะแพ้เครื่องดื่มอะไรสักอย่างในงานเลี้ยงกันนะเพราะเขาก็ดื่มไปหลายชนิดเหมือนกัน แม้จะแค่จิบเล็กน้อยเป็พิธีก็เถอะ’ ภานุตอบความสงสัยของตัวเองแล้วพยายามบีบนวดขมับซ้ายขวาเพื่อบรรเทาอาการมึนงงแปลกๆ
“นี่คุณ ไหวหรือเปล่าเนี่ย” แก้วตาตะคอกถามแต่ภายในใจก็นึกเป็ห่วงเขาไม่น้อย
“อืม ไหว รู้สึกดีขึ้นแล้วหละ” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบแล้วเริ่มเคลื่อนรถออกไปอีกครั้ง
“ฉันว่าให้พี่ยุพามารับคุณดีกว่านะ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับหอเอง” แก้วตาเสนอแนวทางให้ด้วยความหวังดีและเป็ห่วง
“ฉันไม่ได้เป็อะไรมากหรอกน่า” ภานุพูดบอกเสียงหงุดหงิดนึกไม่พอใจที่หญิงสาวคิดว่าเขาเมาจนต้องให้คนมารับ
“งั้นก็ตามใจ”
คนตัวเล็กสะบัดหน้าพรืดแล้วหันไปมองบรรยากาศข้างนอกรถแทนการโต้เถียงกับเขาภายในใจก็นึกหมั่นไส้ในท่าทางอวดเก่งของชายหนุ่มไปด้วย ‘ชิ เธออุตส่าห์หวังดี ไม่อยากให้ขับรถไปประสบอุบัติเหตุกลางทางยังจะมาหงุดหงิดใส่เธออีก’
จากนั้นทั้งรถก็มีแต่ความเงียบจนกระทั่งมาถึงหอพักของหญิงสาวที่เป็อพาร์ทเม้นท์ลักษณะกลางๆไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ก็ไม่แออัดมากนัก
แก้วตากล่าวขอบคุณเ้าของรถตามมารยาทแล้วหันไปเปิดประตูทำท่าจะก้าวลงไปแต่มือแกร่งของภานุก็คว้าหมับที่เรียวแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว!”
“อะไรอีกล่ะ” คนตัวเล็กหันมาแหวเสียงเขียว
“ขอฉันขึ้นไปล้างหน้าบนห้องเธอหน่อย” ภานุเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
“เห้ย! ไม่ได้หรอก” แก้วตาส่ายหน้าปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิดนาน...เขาคิดได้ยังไงจะขอขึ้นไปบนห้องของเธอหน้าตาเฉย
“ฉันขอล้างหน้าล้างตาแค่แป๊บเดียวน่า... ไม่งั้นฉันไปต่อไม่ถึงบ้านแน่ๆ”ชายหนุ่มพูดเสียงจริงจังแกมขอร้อง
แก้วตานิ่งคิดแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ทั้งสีหน้าและแววตาของเขาดูซีดเซียวโรยแรงอย่างเห็นได้ชัดเธอจึงตัดสินใจอนุญาตให้เขาตามเธอขึ้นไปบนห้องเพื่อล้างหน้าล้างตาเล็กๆ น้อยๆอย่างที่เขาว่า
ขณะที่ในงานเลี้ยงแขกเริ่มทยอยขอตัวกลับกันบ้างแล้วแม้จะไร้วี่แววของผู้นำและฝ่ายบริหารคนสำคัญแต่ยุพาเลขาคนเก่งของผู้บริหารใหญ่ก็รับหน้าที่ดูแลต้อนรับแขกได้เป็อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง
ทุกคนต่างยินดีปรีดาและมีความสุขกับงานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้จะมีก็แต่แอร์โฮสเตสสาวตัวก่อเื่เท่านั้นที่ตอนนี้เธอทั้งหงุดหงิดทั้งร้อนใจวุ่นวายไปหมดเนื่องจากหาตัวท่านประธานหนุ่มที่เป็เป้าหมายคนสำคัญของเธอไม่เจอและไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ทุกคนถึงได้หายไปไหนกันหมดแบบนี้จะเหลือก็แต่ยุพาเลขาของภานุเท่านั้นพอเธอเข้าไปถามก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาทั้งสิ้น
ระหว่างที่นิลณีย์กำลังเดินกระวนกระวายอยู่ภายในงานนั้นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเธอก็แผดเสียงร้องขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์ของคนร้ายสองคนที่เธอจ้างให้ไปจับตัวสายป่านนิ้วเรียวจึงรีบกดรับทันที
‘ว่าไง...’ เสียงตึงๆของนางมารร้ายกรอกลงไปอย่างไม่ค่อยพอใจนักเพราะคิดว่าสองคนร้ายจะโทรมาทวงเงินค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่งที่เธอบอกว่าจะจ่ายให้หลังจากเสร็จงานแต่ก็ต้องใสุดขีดเมื่อคนปลายสายบอกว่าตอนนี้ถูกตำรวจจับอยู่ที่สถานีตำรวจ
‘ห๊า! ถูกตำรวจจับ’
‘ฉันไม่รู้นะ ฉันไม่ได้สั่ง พวกแกจัดการกันเองฉันไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้นแหละ’ นิลณีย์ละล่ำละลักรีบปฏิเสธเอาตัวรอดปากคอสั่นก่อนจะกดตัดสายและปิดเครื่องไปทันที
เมื่อวางสายจากคนร้ายไปแล้วร่างบางก็เดินไปหลบที่มุมกำแพงด้านหลังของห้องจัดเลี้ยงพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวงแล้วก็ต้องใอีกครั้งเมื่อพบว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าที่มีลักษณะคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาภายในงานก่อนจะแยกย้ายกระจายกันไปจนทั่วเหมือนกำลังตามหาใครบางคน
แอร์โฮสเตสสาวสะดุ้งเฮือกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเพราะเธอมั่นใจว่าคนร้ายที่ถูกจับได้จะต้องซัดทอดมาถึงเธอแล้วแน่ๆตำรวจถึงแห่กันมามากมายขนาดนี้
นิลณีย์ยืนซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของห้องจัดเลี้ยงเพียงไม่นานก็หาทางหลบหนีออกมาได้จากนั้นก็วิ่งออกไปเรียกรถแท็กซี่แล้วรีบะโขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ‘เธอไม่มีวันยอมให้ตำรวจจับเด็ดขาด’ นางมารร้ายคิดอย่างคับแค้นใจเมื่อแผนที่วางเอาไว้พังทลายจนหมดสิ้นแถมตัวเองยังต้องถูกตำรวจตามล่าอีกเป็แน่
นาวินขับรถสปอร์ตคันหรูของเพื่อนรักพาสายป่านที่ยังหมดสติด้วยฤทธิ์ยาสลบเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวอุ้มร่างบางลงมาจากรถแล้วเดินตรงดิ่งไปที่เรือนหลังเล็กทันที
“อ้าว คุณวิน... นั่นน้องป่านเป็อะไรคะ” สาวใช้นามว่าลำพึงร้องถามด้วยความใเมื่อเห็นเ้านายหนุ่มอุ้มร่างบางของสายป่านเข้ามา
นาวินอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
“เอ่อ เป็ลมน่ะ พี่นุติดงานอยู่ผมก็เลยมาส่งให้ก่อน”
“อ่อ สงสัยติดไข้จากลำเพยแน่ๆ เลย เห็นช่วยกันแต่งตัวอยู่เมื่อเย็นนี้พี่ก็เตือนแล้วเตือนอีกว่าให้ระวังจะติดไข้กันแล้วจะแย่”
ลำพึงนึกถึงอาการป่วยของน้องสาวตัวเองแล้วบ่นกระปอดกระแปดออกมาขณะก้าวเท้าเดินตามเ้านายหนุ่มไปที่เรือนหลังเล็กด้วย
นาวินได้แต่พยักหน้าเป็เชิงเข้าใจตอนแรกเขาก็ไม่รู้จะตอบสาวใช้ว่าอย่างไรดีเพื่อไม่ให้เื่ราวใหญ่โตแตกตื่นจึงแกล้งโกหกไปตามน้ำอย่างนั้นเองแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเข้าทางประจวบเหมาะกันแบบนี้
“นมอิ่มไม่อยู่เหรอ” คนเป็เ้านายเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าบนเรือนนั้นดูเงียบๆเหมือนไม่มีคนอยู่
“คุณนมไปปฏิบัติธรรมที่วัดกับแม่ 3 คืนค่ะ” สาวใช้หันมาตอบแล้วรีบไขกุญแจเปิดประตูบ้านให้ชายหนุ่มเพื่อจะได้พาสาวน้อยที่ยังหลับใหลไม่ได้สติเข้าไปข้างใน
“แล้วไปั้แ่เมื่อไร” นาวินถามพลางอุ้มร่างบางขึ้นไปบนเรือนแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของเธอ...ชายหนุ่มนึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่านมอิ่มยายของหญิงสาวไม่อยู่ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องโกหกผู้ใหญ่อีกเป็แน่
“เมื่อเช้าค่ะ” ลำพึงบอกขณะเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวคนป่วยเมื่อเห็นว่าเขาวางร่างบางที่ไร้สตินั้นลงบนเตียงแล้วเธอจึงรีบเข้าไปดูแลใกล้ๆ
“เดี๋ยวพี่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องป่านก่อนดีกว่าค่ะนอนหลับไปแบบนี้คงไม่ดีแน่” ลำพึงหันมาบอกกับเ้านายหนุ่มก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวและเสื้อผ้าชุดนอนของหญิงสาว
นาวินยืนมองใบหน้าสวยที่ซีดเซียวของสายป่านด้วยความเป็ห่วงทำไมเธอถึงได้สลบไปยาวนานขนาดนี้ดวงตาคมเข้มจ้องมองร่างบางบนเตียงสักครู่ก่อนจะตัดใจเดินออกไปจากห้องเพื่อให้สาวใช้ได้เช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ
ไม่นานลำพึงก็ออกมาพร้อมกับกะละมังที่มีผ้าเปียกหมาดๆอยู่ในนั้น เมื่อเห็นเ้านายหนุ่มยังเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆหน้าห้องจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คุณวินยังไม่กลับขึ้นตึกหรือคะ”
“อะ เอ่อ ผมว่าจะรอดูอาการสายป่านก่อนน่ะ” นาวินตะกุกตะกักตอบออกไปเพราะไม่ทันตั้งตัว
“ยังหลับไม่รู้เื่อยู่เลยค่ะ สงสัยคงยาว... คุณวินจะรับชาหรือกาแฟไหมคะเดี๋ยวพี่ไปชงมาให้” สาวใช้เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
“ไม่ดีกว่าดึกแล้ว พี่ลำพึงไปดูลำเพยเถอะเห็นว่าป่วยไม่ใช่เหรออีกเดี๋ยวผมก็จะกลับขึ้นห้องแล้วเหมือนกัน” เ้านายหนุ่มบอกกับสาวใช้เสียงเรียบพยายามให้เป็ปกติที่สุดแต่ภายในใจนั้นร้อนรุ่มเจียนจะคลั่งเพราะอยากเข้าไปดูอาการของหญิงสาวในห้องเร็วๆ
“ค่ะ” ลำพึงรับคำแล้วเดินเลี่ยงออกไปทันทีอย่างไม่ได้คิดสงสัยอะไร
ทันทีที่สาวใช้เดินลงจากเรือนไปแล้วร่างสูงของนาวินก็รีบดิ่งเข้าไปในห้องของหญิงสาวที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงกว้างอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ
นาวินหย่อนตัวลงนั่งข้างๆกับร่างบางที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็ชุดนอนลายการ์ตูนสีชมพูหวานในแบบที่เธอชอบเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าเนียนสวยของหญิงสาวอย่างหลงใหลก่อนจะก้มลงจรดริมฝีปากหยักลงไปที่หน้าผากเล็กนั้นนิ่งนานเหมือน้าจะถ่ายทอดความรู้สึกห่วงใยที่เขามีให้เธอได้รับรู้...หากเธอยังไม่ฟื้นแบบนี้เขาคงไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแน่ๆ
ชายหนุ่มนั่งคิดเพียงครู่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาผ้าผืนใหม่มาชุบน้ำเพื่อจะเช็ดหน้าให้หญิงสาวอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาบ้าง และเพียงไม่นานหลังจากนาวินใช้ผ้าที่เปียกน้ำหมาดๆลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเนียนใสของเธอ ร่างบางก็ดูเหมือนจะฟื้นคืนสติขึ้นมาบ้างแล้ว
“สายป่าน... สายป่าน” นาวินร้องเรียกเมื่อเห็นดวงตาหวานค่อยๆปรือขึ้นมาช้าๆ
“พี่วิน เอ่อ คุณนาวิน” สายป่านเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่โรยแรงเธอดีใจเหลือเกินที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบหน้าเขาเป็คนแรก
“เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ดวงตาคมเข้มกวาดมองไปทั่วร่างบางแล้วเอ่ยปากถามด้วยความเป็ห่วงจนลืมตัว
สายป่านมองสบตานาวินนิ่งก่อนจะลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดร่างหนาของเขาเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัวนะ ทุกอย่างมันจบแล้วไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วนะ”
นาวินกอดร่างบางเอาไว้แล้วเอ่ยปลอบเสียงนุ่มจนเสียงร้องไห้ค่อยๆ เบาบางลงแล้วเขาจึงถามเธออีกครั้ง
“รู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”
ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆเป็คำตอบ ก่อนจะซุกซบกลับลงไปที่อกแกร่งอีกครั้ง
“ป่านแค่รู้สึกปวดหัวค่ะ” เสียงหวานปนสะอื้นร้องบอกแล้วกดจมูกเล็กถูไถลงไปกับอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว จนนาวินรู้สึกขนลุกซู่กับการกระทำของเธอจำต้องรีบผละออกอย่างรวดเร็ว
“สายป่าน!? เป็อะไร” นาวินถามด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนักเพราะยังรู้สึกวูบวาบกับการกระทำของเธอเมื่อครู่นี้
“ป่านปวดหัวแล้วก็รู้สึก... แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ” สายป่านก้มหน้าแล้วยกมือขึ้นลูบไล้บีบนวดเนื้อตัวไปทั่วอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก
นาวินรีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วมองอาการกระวนกระวายของหญิงสาวด้วยแววตาครุ่นคิด‘เธอถูกคนร้ายให้กินยาอะไรเข้าไปหรือเปล่า’ไวเท่าความคิดมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเพื่อนรักทันที
ชายหนุ่มเล่าอาการของหญิงสาวให้คริสโตเฟอร์ฟังแล้วบอกให้อีกฝ่ายไปถามกับคนร้ายว่าเอายาอะไรให้หญิงสาวกินรอเพียงไม่นานก็ได้คำตอบกลับมาว่าคนร้ายเอายาปลุกอารมณ์เซ็กส์ให้เธอกินเพื่อเวลาที่ฟื้นขึ้นมาจะได้ไม่ร้องโวยวายและมีความ้าไปในทิศทางเดียวกันแต่ก็ดันมาถูกตำรวจจับเสียก่อนทำให้ตอนนี้ภาระหนักจึงตกอยู่ที่ชายหนุ่มผู้หวังดีที่ช่วยเหลือเธอจนปลอดภัย
‘เขาไม่น่าทำให้เธอฟื้นขึ้นมาเลยจริงๆ’นาวินนึกต่อว่าตัวเองในใจหลังจากวางสายของเพื่อนรักไปแล้วก่อนจะเดินเข้าไปจับที่ไหล่บอบบางของหญิงสาวเพื่อให้เธอตั้งใจฟังเขา
“สายป่าน... เธอฟังฉันนะ ไอ้พวกคนร้ายมันเอายาปลุก... เอ่อยาหลอนประสาทให้เธอกิน ดังนั้นเธอจะมีอาการแปลกๆ แบบนี้ไปอีกสักพักจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์เธอต้องอดทนนะสายป่าน”
นาวินหลีกเลี่ยงที่จะบอกความจริงกับหญิงสาวเพราะไม่อยากให้เธอตื่นใไปมากกว่านี้
“ป่านไม่เข้าใจค่ะ พี่วินช่วยป่านด้วย ป่านทรมาน ฮือ... ฮือ...”
สายป่านส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจแล้วล้มลงขดตัวบิดไปมาด้วยความปวดร้าวทรมานอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตอนนี้เธอ้าอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
นาวินยืนมองหญิงสาวด้วยความเ็ปไม่ต่างกันเขารู้ดีว่าจะช่วยเธอได้อย่างไร แต่ก็ทำไม่ได้...หากเธอไม่ใช่ผู้หญิงของภานุซึ่งเป็พี่ชายแท้ๆ ของเขา เขาคงช่วยเธอให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ไปแล้ว
“สายป่าน ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ เธอต้องเข้าใจฉันนะ” เขาบอกแล้วพยายามไม่มองร่างบางของเธอที่ตอนนี้กำลังดิ้นพล่านเหมือนถูกของร้อนแผดเผา
“ไม่ค่ะพี่วิน... พี่วินช่วยป่านด้วย” สายป่านเงยหน้าอ้อนวอนชายหนุ่มด้วยแววตาหวานซึ้งฉ่ำปรือไปด้วยไฟปรารถนาที่เธอเองก็ไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
“น้ำ... สายป่าน น้ำจะช่วยลดความร้อนในร่างกายของเธอได้”
นาวินคิดได้ก่อนจะรีบอุ้มร่างบางของหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวราดรดลงไปบนเรือนร่างที่กำลังสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นและอาการทุรนทุรายของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มไม่อาจทนยืนมองได้นานเขาจึงหันหลังแล้วทำท่าจะเดินออกไปแต่ร่างบางที่เปียกปอนก็คว้ากอดที่ท่อนขาแข็งแกร่งของเขาเอาไว้แน่น
“ไม่นะ! ฮือ... พี่วิน อย่าไปนะคะ อย่าทิ้งป่านนะฮือ...”
“ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ สายป่าน... ฉันจะไปตามพี่นุมาช่วยก็แล้วกัน”
นาวินตัดสินใจและกัดฟันบอกกับเธอด้วยความเ็ปทรมานไม่แพ้กันก่อนจะออกแรงดึงขาของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของหญิงสาวแล้วก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อออกมาจากห้องน้ำได้ชายหนุ่มก็รีบตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดออกไปทันทีจากนั้นก็ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อกดโทรหาพี่ชายของเขา คนที่จะสามารถช่วยสายป่านได้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้นเพราะเขาเชื่อว่าสองคนนี้ต้องเคยมีอะไรกันมาแล้วก่อนที่จะมีการประกาศหมั้นหมายกันเมื่อ่หัวค่ำที่ผ่านมา
แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาเมื่อโทรหาคนเป็พี่ไม่ติดเขาจึงต่อสายไปถึงทนายสมภพก็ไม่ติดอีกเช่นกัน และเขาก็ไม่มีเบอร์ของใครอีกแล้วด้วยส่วนคริสโตเฟอร์รายนั้นก็ยิ่งสนับสนุนส่งเสริมให้เขาสนองความ้าของเธอไปซะซึ่งเขาก็ทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด... พี่น้องในสายเืจะให้มีเมียคนเดียวกันได้ยังไง
ทางด้านภานุที่เริ่มมีอาการผิดปกติมากขึ้นจากฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ที่นางมารร้ายแอบผสมใส่ลงไปในแก้วแชมเปญที่ชายหนุ่มใช้ดื่มฉลองบนเวทีทำให้ตอนนี้ร่างสูงรู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายจนแทบคุมไม่อยู่
ภานุก้าวออกมาจากห้องน้ำภายในห้องพักของแก้วตาด้วยเสื้อกล้ามและกางเกงสแลคเท่านั้นทำให้เ้าของห้องเกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที
“อีตาบ้า! คุณจะแก้ผ้าทำไมเนี่ย”
แก้วตาตวาดลั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มออกมาในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก
“หุบปากแล้วไปเอาน้ำเย็นมาให้ฉันแก้วนึงเร็วๆ ด้วย”
ภานุไม่ได้สนใจกับเสียงโวยวายของหญิงสาวเ้าของห้องเลยแม้แต่น้อยเขาหันไปออกคำสั่งแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงกลางห้องอย่างอ่อนล้า
ตอนนี้เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าตัวเองถูกวางยาและมั่นใจว่าต้องเป็ยาปลุกอารมณ์เซ็กส์อย่างแน่นอนเพราะ่ที่เขายังปรับตัวไม่ได้กับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างกะทันหันนั้นทำให้เขาต้องหันไปพึ่งยาพวกนี้บ้างเพื่อระบายความตึงเครียดแต่ก็ไม่บ่อยนักและก็ไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยเมื่อเขาโตขึ้นและรู้จักปรับตัวยอมรับกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากมายนี้แล้ว
‘ใครกันบังอาจเอายาบ้าๆ นี่ให้เขากิน... มัน้าอะไรจากเขากันแน่’ภานุแหงนหงายศีรษะพิงราบไปกับโซฟาภายในใจก็คิดเคียดแค้นกระวนกระวายถึงคนที่หลอกล่อเอายาให้เขากินก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแว๊ดๆ ของหญิงสาวเ้าของห้องอีกครั้ง
“นี่คุณ เป็อะไรมากหรือเปล่าเนี่ย ให้ฉันโทรเรียกคนมารับไหม” แก้วตาพูดขึ้นขณะวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม
“ไม่ต้อง!” เสียงเข้มตอบออกมาสั้นๆ ห้วนๆแล้วลุกขึ้นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดจากนั้นก็ล้มตัวพิงราบไปกับโซฟาอีกครั้ง
“นี่คุณภานุ ไหนคุณบอกว่าแค่ล้างหน้าไงล่ะ รีบกลับออกไปได้แล้วฉันจะพักผ่อน”หญิงสาวทวงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนักและยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีกเมื่อเขามีท่าทีนิ่งเฉยทำเหมือนไม่ได้ยินกับสิ่งที่เธอพูด
ภานุขมวดคิ้วกำมือแน่นเพื่อพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความปรารถนาจอมปลอมที่เริ่มจู่โจมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆจนเขาแทบคลั่ง ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าความ้าที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยมันจะสร้างความทรมานได้ถึงเพียงนี้ระหว่างที่เขากำลังรวบรวมสมาธิควบคุมสติของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆหญิงสาวเ้าของห้องก็คว้าหมับที่ลำแขนของเขาอย่างแรง
“นี่คุณกลับไปได้แล้ว... ฉันจะพักผ่อนไม่ได้ยินหรือไงหะ” แก้วตาออกปากไล่พร้อมทั้งฉุดกระชากแขนของชายหนุ่มให้ลุกขึ้น
“ออกไปห่างๆ ฉันแก้วตา... ออกไป!”
ภานุตวาดลั่นและสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของหญิงสาวจนร่างบางเซถลาถอยหลังไปสองสามก้าวจนเกือบล้มดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวอย่างรู้สึกผิดแต่ที่เขาทำลงไปก็เพราะไม่อยากทำร้ายเธอมากกว่านี้หากเธอเข้ามาใกล้เขาเพราะเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะควบคุมตัวเองได้แค่ไหน
“เอ๊ะคุณ นี่มันบ้านของฉันนะ คนที่ต้องออกไปน่ะก็คือคุณ ไม่ใช่ฉัน”
หญิงสาวยืนเท้าสะเอวโวยวายใส่ชายหนุ่มด้วยความโมโหและโกรธจัดที่เขาเอ่ยปากไล่เธออย่างไม่มีเหตุผลและยังผลักเธอจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้นอีก
“ออกไปสิ! ออกไป!” อีกครั้งที่มือบางคว้าหมับที่ลำแขนของเขาแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างสูงเกือบตกจากโซฟา
“หยุดนะแก้วตา! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน... ฉันขอร้อง ขอให้ฉันอยู่คนเดียวเงียบๆสักพักนะ แล้วฉันจะรีบออกไป”
ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเมื่อต้องเอ่ยคำขอร้องกับหญิงสาวอย่างจริงจังแล้วก็ล้มตัวลงหลับตานิ่งไปอีกครั้ง
แก้วตามองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจสภาพก็เหมือนคนป่วยเข้าไปทุกทีจนแทบลุกไม่ไหวแทนที่จะให้คนมารับก็ไม่เอาและนั่งอยู่เฉยๆ มันจะหายหรือไง หญิงสาวนึกต่อว่าชายหนุ่มก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกวาดตามองไปรอบๆห้องอย่างคนคิดหนัก... ‘ห้องเธอก็เล็กนิดเดียวมองไปตรงหน้านี่ก็เตียงนอน ซ้ายมือนี่ก็ประตูห้อง ขวามือนี่ก็ห้องน้ำแล้วจะให้เธอไปไหน’ ร่างบางยืนคิดอยู่เพียงครู่ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหยุดมองที่ประตูด้านหลังเธอจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเดินดุ่มๆออกไปที่ระเบียงห้องทันที
........................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด22 ตอน เพิ่มตอนพิเศษท้ายเล่ม***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบE-Bookสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อE-Bookสามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail: oilza24@hotmail.com
ไลน์: oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)