บทที่ 27
“กินแพนเค้กแล้วหายเหรอ น่าสนใจแฮะ.. ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะก็วงการเภสัช และยาจะต้องสนใจ และเดือดร้อนในเวลาเดียวกันแน่นอนเลยล่ะ.. จะว่าไป ช่วงนี้ก็มีข่าวลือเหมือนกัน ร้านแผงลอยแพนเค้กแสนอร่อย มันจะบังเอิญมากถ้าเป็นร้านเดียวกันกับที่คนไข้ทาน ฮ่าๆ” พลอยกล่าว พร้อมกับตบมุขติดตลก“เออ..นี่คือเราจะจริงจังกับเรื่องของแพนเค้กรักษากระดูกร้าวนั้นจริงๆเหรอคะ..ฮ่าๆ” หญิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ และด้วยความคนไทยมักจะจริงจังกับเรื่องที่เล่นๆอย่างนี้เสมอ พวกเธอจึงช่วยกันหาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตทันที และแน่นอนว่าพวกเธอก็ต้องตกใจ“เดี๋ยวนะ! ชายที่ขายแพนเค้กคนนี้... เหมือนกัน! หน้าตาของเขาเหมือนกับรูปสเก็ต!..” พลอยกล่าวออกมาอย่างตกใจ หญิงเองก็หันมาดูจอของรุ่นพี่สาวเช่นกัน แน่นอนว่าเธอก็อึ้งเช่นกัน ทั้งๆที่พวกเธอแค่พูดกันเล่นๆ ทำไมมันถึงเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนี้ได้กันล่ะ“ใช่เขาจริงๆด้วย.. ขายที่โรงเรียนคอสมาตินช่วงเย็นๆอย่างนั้นเหรอ.. หลังเลิกงานเราไปกันไหมคะพี่พลอย..” หญิงกล่าว พลอยที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับรุ่นน้องสาว“ได้สิ! ฉันเองก็อยากจะเจอเขาสักครั้งหนึ่ง มีเรื่องอะไรอยากจะถามอีกตั้งมากมาย เธอออกเวรตอนเที่ยงใช่ไหม.. เจอกันที่หน้าโรงพยาบาลก็แล้วกัน” พลอยกล่าว หญิงเองก็ตกลง จากนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันไปทำงานด้วยความคิดที่หลากหลายในหัวของทั้งสอง ..อีกด้านหนึ่ง บริษัทคิง แดรี่ฟูดส์..“บ้าจริง! น้องชายคนนั้นทำไมใจร้ายขนาดนั้นล่ะ ย้ายร้านไปขายที่อื่น ก็ไม่คิดจะบอกอะไรกันสักคำ.. ไม่ได้การละ วันนี้ฉันจะต้องไปเหมาร้านนั้นให้ได้เลย” คริสกำหมัดกล่าวในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์ของตัวเอง ซึ่งเป็นภาพที่ใครหลายคนกำลังต่อแถวเพื่อที่จะได้ซื้อแพนเค้กจากพ่อค้าตัวน้อยของเธอ สำหรับเธอแล้ว คนพวกนั้นเป็นเหมือนดั่งศัตรูที่บังอาจมาแย่งตัวน้องชายคนขายแพนเค้กของเธอไป ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เลขาประจำตัวของเธอก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทำงานของเธอ ด้วยอาการที่เรียกได้ว่าแตกตื่นไม่น้อยเลยทีเดียว“ท่านรองประธานคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ.. หุ้นของคิง แดรี่ฟูดส์ ตกลงกว่า 100 จุดแล้วค่ะ..” เลขากล่าวด้วยสีหน้ารีบร้อน แน่นอนว่ามันทำให้คริสหลุดออกจากภวังค์ความคิดเกี่ยวกับตัวของพ่อค้าหนุ่มทันที“ห๊ะ! มันเกิดอะไรขึ้น!..” คริสที่ได้ยินก็ตกใจไม่น้อย การที่หุ้นจู่ๆมันก็ร่วงลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้กว่าร้อยจุดนั้น มันผิดสังเกตเอามากๆ เธอรีบเปิดจอคอมของตัวเอง และวิเคราะห์หาสาเหตุทันที และผลของมันที่แสดงให้เธอเห็นคือหุ้นมันร่วงอย่างต่อเนื่อง“ท่านรองประธานคะ.. ทางบริษัทเพื่อนทะเลฟาร์ม จังหวัดระยองต้องการยกเลิกสัญญากับทางเราค่ะ..” เลขากล่าวยังไม่ทันจะหมด ข้อความในมือถือของเลขานั้นก็แจ้งเตือนอย่างไม่ขาดสาย สายโทรศัพท์เองก็ดังขึ้นมาไม่หยุด คริสที่เห็นทุกอย่างก็เริ่มมีอาการหน้าเสียไปที่ละนิดทีละน้อย“บริษัทขนส่งไวกว่าแสงก็ต้องการยกเลิกเช่นกันเจ้าค่ะ...”“บริษัทวัตถุดิบ ‘นุรุกิน’ ก็ต้องการยกเลิกสัญญาเช่นกัน”จากที่หน้าเสียตอนนี้เธอถึงกับเหวอไปเลย แต่ทว่าเสียงของเลขาก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่องถึงการยกเลิกสัญญา ทั้งห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ตทุกเจ้าเองก็ติดต่อเข้ามาด้วยเช่นกัน สินค้าอาหารของพวกเขาจะถูกยกเลิกให้จัดจำหน่าย“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ยยย..” คริสถึงกับสบถออกมาอย่างไม่สุภาพ เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์ที่มีแต่คนมาขอยกเลิกสัญญาอย่างนี้ ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อน เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้มันจากจุดไหนดี แต่ทันใดนั้นเองโทรศัพท์ส่วนตัวของเธอก็ดังขึ้นมา มันเป็นเบอร์ที่มีแต่เพื่อนสนิท และคนในครอบครัวเท่านั้นที่มีมัน..“ค่ะ คุณพ่อ..” เธอกล่าวหลังจากรับสายโทรศัพท์“ตอนนี้ที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง...” ชายคนนี้มีชื่อว่า ‘ปีเตอร์’ ชายลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เขาเป็นเจ้าของบริษัทคิง แดรี่ที่ประสบผลสำเร็จตั้งแต่เยาว์วัย และเขากำลังกล่าวถามกับลูกสาวถึงสถานการณ์ของบริษัทที่เขาสร้างมาอย่างยากลำบาก ทั้งแรงกาย และแรงใจ เขาทุ่มเทให้กับบริษัทมากว่าครึ่งชีวิต แน่นอนว่าคริสเองก็รู้ว่าพ่อของเธอจะโทรมาด้วยเรื่องอะไร นั่นมันอาจจะเป็นเพราะว่าพ่อของเธอมีสายลับแฝงตัวทำงานใกล้กับเธอ พวกนั้นคงจะคาบข่าวไปบอกก่อนแล้ว และด้วยการที่มันเป็นอย่างนั้น เธอจึงไม่มีทางเลือกเลยนอกจากที่เธอต้องพูดแต่ความจริงเท่านั้น“ขอโทษคะคุณพ่อ.. ตอนนี้บริษัทของเรา หุ้นร่วงกว่า 200 จุด และมีอัตราว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าถ้าเรายังไม่รู้สาเหตุต้นตอภายในเที่ยงวันนี้ บริษัทอาจจะเข้าสู่ภาวะล้มละลายค่ะ นอกจากนี้บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์เองก็ต้องการยกเลิกสัญญากันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ค่ะ คริสกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะคุณพ่อ..” เธอตอบไปตามความจริง“พ่อเข้าใจแล้ว.. แค่นี้ก่อน ตอนนี้แกก็อย่าเพิ่งกลับมาที่บ้านล่ะ เข้าใจมั้ย?” ปีเตอร์ได้แต่ฟังเงียบๆ ก่อนจะกล่าวกับคริสด้วยน้ำเสียงแปลกๆ และวางสายไปโดยที่ไม่รอคำตอบของคริสเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดนั้นอาจจะมาจากคนในครอบครัวของเธอ ในหัวของเธอคิดว่าจะต้องเป็นเจ้าพี่ชายตัวแสบนั่นอีกแน่ๆ ครั้งนี้เขาต้องไปทำอะไรมาอีกแน่นอน“บ้าเอ้ย! จะสร้างปัญหาให้ต้องตามแก้อีกไปถึงเมื่อไหร่กันล่ะเนี่ยย.. ไปเตรียมรถ! ฉันจะกลับบ้านใหญ่ เดี๋ยวนี้!.” ถ้าเธออยากจะรู้ความจริง เธอก็ต้องไปที่บ้านใหญ่เท่านั้น ถึงจะถูกห้ามก็ตาม แต่เธอต้องการคำตอบ ..ณ คฤหาสน์สมัยใหม่ ของปีเตอร์ พ่อของคริส..“คุณกิตติ ได้โปรดเถอะครับ ลูกชายของผมยังเด็กอยู่มาก เขาทำไปโดยที่ไม่ทันได้คิด ได้โปรดเถอะครับ..” ปีเตอร์คุกเข่าขอร้องกับกิตติ เพราะตอนนี้เขากำลังจะช่วงชิงทุกอย่างที่เขามี เพียงเพราะการกระทำผิดของลูกชายคนเล็กเท่านั้น เหตุการณ์ของเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดมาจากการไปเยือนของกิตติ พ่อบ้านตระกูล ณ สุวรรณภูมิผู้ยิ่งใหญ่เดินทางมาพบกับเขาถึงที่บ้าน แน่นอนว่าในตอนแรกเขาดีใจมากที่จะได้เพิ่มคอนเนคชั่นจากพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็พร้อมด้วยตำรวจอีกหลายสิบนายด้วยกัน มันจึงทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย จากนั้นพวกเขาก็รวบตัวลูกชายคนเล็กของเขาไป ด้วยข้อหาที่เขาแทบจะไม่อยากจะเชื่อหูเลยด้วยซ้ำ ‘ผู้บงการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมย’ แน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจเลย ลูกชายของเขาจะไปเป็นขโมยได้อย่างไร รถที่เขาซื้อให้ลูกชายขับมันก็มีตั้งหลายสิบคัน เขาจะทำไปเพื่ออะไร ทั้งๆที่มีของจำพวกนั้นอยู่แล้ว“คุณจะร้องขออะไรไปมันก็เท่านั้น ผมไม่รู้ว่าที่ลูกคนเล็กของคุณก่อเหตุไปเพราะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ลูกชายของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมย ไม่สิ! คงจะต้องบอกว่าเป็นตัวการ เป็นผู้จ้างวานให้ขโมยทรัพย์สินของตระกูลเรา แน่นอนว่าคุณท่านใหญ่ของผมได้สั่งการลงมาให้ลงมือขั้นเด็ดขาด..” กิตติกล่าว“จะให้ผมชดใช้อะไรก็ได้ครับคุณกิตติ แต่ได้โปรดเถอะครับ บริษัทนั้นผมสร้างมันมาอย่างยากลำบาก ผมใช้ชีวิตกว่าครึ่งชีวิตสร้างมันขึ้นมา ได้โปรด!..” ปีเตอร์ยังคงกล่าวอ้อนวอน ภรรยาของเขาเองก็กำลังคุกเข่าต่อหน้าพวกเขาด้วยเช่นกัน“จะบ้าหรือไง.. ลูกของพวกแกทำพวกฉันเดือดร้อนกันตั้งแต่เมื่อคืน คิดว่ามันจะจบลงง่ายๆอย่างนั้นเหรอ จะขโมยรถใครก็ได้ แต่ดันมาขโมยรถของคุณชายใหญ่อย่างนี้ เหอะ! ฝันไปเถอะพวกแก..” พงษ์ภัคดีกล่าวอย่างโมโหสุดขีด เพราะเจ้าลูกชายบ้าของพวกมันเกือบที่จะทำให้เขาหัวหลุดออกจากบ่าแล้ว จะให้มาอภัยให้กันง่ายๆ ไม่มีทางเสียหรอก“ตอนนี้แกนั่นแหละที่หัวจะหลุดจากบ่า อุตส่าห์รอดมาได้ แล้วยังจะพูดมากอีก.. เงียบไปซะ!” กิตติหันไปกล่าวด่ากับพงษ์ภัคดี แน่นอนว่าเขาอุตส่าห์เงียบเรื่องของคุณชายเอาไว้ แต่เจ้าบ้านี่พูดถึงคุณชายออกมาได้หน้าตาเฉย รู้อย่างนี้น่าจะตัดลิ้นมันก่อนจะได้พูด“ขออภัยด้วยขอรับคุณกิตติ.. ผมคงจะพูดมากไปหน่อย ผมจะเงียบปากเอาไว้ขอรับ” พงษ์ที่เห็นว่าตัวเองทำเสียเรื่องก็รีบหุบปากในทันที ปีเตอร์ที่ได้ยินว่าลูกชายของเขาขโมยรถของคุณชายใหญ่ตระกูล ณ สุวรรณภูมิก็เข้าใจได้ทุกอย่างแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงได้ทำอะไรเช่นนี้“ผมจะเดินทางไปก้มขอร้องคุณชายด้วยตัวเองครับ ได้โปรด..ให้ผมได้พบกับเขาสักครั้ง ผมอยากจะกล่าวขอโทษท่านด้วยตัวเอง ที่อบรมสั่งสอนลูกชายได้ไม่ดีพอ จนคุณชายใหญ่ต้องเดือนร้อน ขอความเมตตาด้วยเถอะครับคุณกิตติ..” ปีเตอร์กล่าวขอร้องทั้งน้ำตา มันเป็นความหวังสุดท้ายของเขา และตระกูลแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จไหม แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้แล้ว“นั่นสินะ! ยังไงซะเรื่องนี้คุณชายควรจะตัดสินใจด้วยตัวเอง.. ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวซะ เที่ยงนี้คุณชายมีนัดทานอาหารกับสกุลชุน.. พวกคุณก็ไปพบกับเขาที่นั่นก็แล้วกัน เป็นยังไง” กิตติทำท่าทางนึกคิดก่อนจะตอบกับปีเตอร์ไปอย่างนั้น“ขอบพระคุณมากขอรับที่ให้โอกาสพวกเรา..” ทั้งสองสามีภรรยาก้มหัวขอบคุณ“แต่มีสองอย่างที่พวกคุณต้องรับรู้เอาไว้ หนึ่งคือลูกชายของคุณยังคงต้องถูกสอบสวนอยู่ดี กับสองคือวิกฤตของบริษัทพวกคุณ จะกลับมาเริ่มนับกันใหม่หลังจากที่คุณชายของพวกผมกล่าวปฏิเสธ.. เข้าใจชัดแล้วนะ” กิตติกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นยืนจากโซฟาอย่างสง่า“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ..”