ห้าปีต่อมา
เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า พื้นหญ้าขาวโพลนด้วยกองหิมะที่ทับถมั้แ่กลางคืน สายลมเย็นพัดเอื่อยมาเป็ระลอก บรรยากาศรอบนอกเย็นะเื
“ท่านพี่ ข้าหนาวขอรับ” ฮ่าวหรานเอ่ยกับคนข้างกายที่ไม่รู้สึกรู้สากับอากาศหนาวเย็นสักเท่าไหร่
หลินเฟิงซินกำลังมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มพลางหันมาหาฮ่าวหรานทันทีที่ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น
“เหตุใดร่างกายมนุษย์จึงอ่อนแอถึงเพียงนี้” เ้าตัวส่ายหน้าแล้วร่ายพลังเพิ่มความอบอุ่นให้ฮ่าวหรานด้วยความเป็ห่วง แต่อีกฝ่ายยังคงสั่นระริกจึงขยับเข้าใกล้เอ่ยปากอ้อนวอน “กอดข้าได้หรือไม่ขอรับ”
ครั้นเห็นดวงตาสีเงินคู่นั้นกำลังรอคอยอย่างมีความหวัง ผู้เป็พี่จึงใจอ่อนทำตามอย่างว่าง่าย กางแขนโอบกอดเด็กน้อยเอาไว้เหมือนอย่างเคย
เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นอย่างที่้าจึงคลี่ยิ้มบางเพราะมีความสุขก่อนจะมองออกไปข้างนอก
“ท่านพี่ วันข้างหน้าต้นไม้พวกนั้นจะกลายเป็อย่างท่านหรือ” ฮ่าวหรานถามด้วยความสงสัย
นอกจากหลินเฟิงซินจะมีหน้าที่ต้องปกป้องสรรพสิ่งในแดนเป่ยฉินแล้ว เขายังต้องสืบทอดสายเืเผ่าภูตพงไพรอีกด้วย กระนั้น การให้กำเนิดของเผ่าภูตย่อมแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น ๆ
พวกเขาสามารถให้กำเนิดสายเืด้วยการหว่านเมล็ดราวกับต้นไม้แตกหน่อเพื่อขยายพันธุ์ ทว่า พลังของผู้พิทักษ์สามารถหว่านได้เพียงหนึ่งเมล็ดพันธุ์ต่อหนึ่งร้อยปีเท่านั้น
ในขณะที่หลินเฟิงซินถือกำเนิดจากเืเนื้อของเทพา เขาจึงสามารถหว่านเมล็ดพันธุ์ได้ถึงสิบ คอยโอบอุ้มดูแลเอาใจใส่ ต้นกล้าเล็ก ๆ ก็จะค่อย ๆ เติบโต ร้อยปีมาถึงเมื่อใดต้นไม้เหล่านี้จะแปรเปลี่ยนร่างเป็มนุษย์ได้อย่างตัวเขา
กล้าไม้เล็ก ๆ สิบต้นพลิ้วไหวไปตามสายลมท่ามกลางอากาศเย็นในฤดูหนาว รอคอยวันเวลาเพื่อตื่นขึ้นเหมือนผู้ให้กำเนิด
“เ้าจะช่วยข้าดูแลเด็ก ๆ ใช่หรือไม่” หลินเฟิงซินถามคนในอ้อมกอด หยอกล้อเขาเหมือนอย่างเคย
“ข้าต้องช่วยท่านพี่ดูแลเ้าเด็กพวกนั้นอยู่แล้ว เหตุใดจึงถามเช่นนั้นเล่า” เขาขมวดคิ้วมองผู้เป็พี่ด้วยความไม่เข้าใจ “ถ้าข้าบอกว่าจะไม่ช่วย ท่านพี่จะไม่ให้ข้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย ทำไมเ้าจึงคิดมากเื่อย่างนี้ตลอดเลย” เขาลูบศีรษะของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเ้า”
“…” เขาทำหน้าราวกับไม่เชื่อ จริงจังเสียจนหลินเฟิงซินถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ข้าให้สัญญา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ทิ้งเ้า” เขาไม่พูดเปล่ากระชับอ้อมแขนกอดเด็กน้อยแน่นขึ้น ดูแลประหนึ่งเป็น้องชายแท้ ๆ แล้วถามเขาว่า “คืนนี้ไปเที่ยวในหมู่บ้านดีหรือไม่” เขาจำได้ราง ๆ ว่า่วันนี้จะมีเทศกาลยามค่ำคืนจึงได้เอ่ยชวน “เ้าชอบดูดอกไม้ไฟไม่ใช่หรือ”
ดวงตาสีเงินเบิกโตเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ไหนแต่ไรไม่ได้อยากไปเที่ยวในเมืองมนุษย์สักเท่าไหร่เพราะมีแต่ความวุ่นวาย อีกทั้งมนุษย์บางคนยังดูน่ากลัวจนเขาไม่อยากเข้าใกล้
ดอกไม้ไฟคือสิ่งที่เขาชอบที่สุดก็จริงแต่การได้เดินเล่นกับผู้เป็พี่ในเทศกาลแสงสีสองต่อสองก็สนุกสนานไม่แพ้กัน
นอกเหนือจากนั้นในค่ำคืนนี้ยังมีการลอยโคมอธิษฐานที่หลินเฟิงซินมักจะชวนเขามาปล่อยโคมด้วยกันเพื่ออธิษฐานขอให้สิ่งที่ปรารถนาเป็จริง
ครั้นตะวันลับฟ้า ดวงจันทร์ลอยเด่น หลินเฟิงซินก็พาคนเป็น้องออกจากป่ามู่หลินไปยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุด มือข้างขวาคอยจับมือเล็ก ๆ เอาไว้ไม่ยอมปล่อย พลังอบอุ่นไหลเวียนผ่านเข้าสู่ร่างกายของฮ่าวหรานเพื่อทำให้เขาคลายหนาว
เ้าตัวเล็กยิ้มกว้างมีความสุขเพราะจะได้มาเที่ยวกับพี่ เมื่อเห็นถังหูลู่ก็ทำตาโตแล้วลากอีกฝ่ายไปยืนตาละห้อยอยู่ข้างหน้าร้าน หันมองถังหูลู่สลับกับใบหน้าของพี่อย่างมีความหวัง
โชคดีที่หลินเฟิงซินรู้จักนำสมุนไพรในป่ามาขายแลกกับอัฐจึงพอเลี้ยงดูฮ่าวหรานได้เป็อย่างดี
“ท่านพี่ ตรงโน้น” ฮ่าวหรานชี้ไปที่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่งอันเป็จุดชมทิวทัศน์ค่ำคืนนี้
หลินเฟิงซินพยักหน้าแล้วตามแรงลากของฮ่าวหรานไป ไม่เคยขัดใจเด็กน้อยเลยสักครั้งเพราะอยากให้เขาได้ในสิ่งที่้าเสมอ คิดเพียงว่าคงจะชดเชยความผิดพลาดที่ทำให้ฮ่าวหรานต้องพรากจากครอบครัวได้ไม่มากก็น้อย
เด็กหนุ่มวัยสิบห้ามองฮ่าวหรานด้วยความเอ็นดู ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนยังคงจำวันแรกที่พบกันได้เสมอ ตอนนั้นเขาเคยขู่ฮ่าวหรานว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ เป็เผ่าภูตที่อาศัยอยู่ในป่า ไม่อย่างนั้นเขาจะจับฮ่าวหรานกิน
ทั้งสีหน้าท่าทางที่ทำเหมือนตัวเองเป็ปีศาจสร้างความตลกขบขันให้ผู้เป็น้องอย่างมาก
ฮ่าวหรานหัวเราะลั่นพลางพยักหน้าบอกกับเขาว่าไม่มีวันทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนและให้สัญญาว่าจะรีบเติบโตแล้วเป็ฝ่ายปกป้องดูแลหลินเฟิงซินไปตลอดชีวิต
พอคิดถึงคำพูดไร้เดียงสาของฮ่าวหรานครั้งใดก็เผลอหัวเราะเบา ๆ ทุกครั้ง
“ท่านพี่คิดสิ่งใดอยู่หรือ” ฮ่าวหรานเอ่ยถาม กินถังหูลู่หมดไปแล้วสองไม้
“ข้าแค่คิดถึงตอนที่เ้าบอกว่าจะปกป้องข้า” เขาตอบไปตามตรงเพราะระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน
หลินเฟิงซินไม่ได้รู้เลยว่าฮ่าวหรานมีเื่หนึ่งเก็บซ่อนเอาไว้ เขาไม่มีทางปริปากบอกคนข้างกายว่าตัวเองเป็หมาป่าอย่างเด็ดขาดเพราะกลัวถูกทิ้งและไม่ได้คิดว่าเผ่าพันธุ์ของเขาจะเป็เื่สลักสำคัญอันใด เวลานี้หลอกตัวเองไปแล้วว่าเป็คนในเผ่าภูตพงไพรเหมือนกับคนเป็พี่
“ข้ามีแค่ท่านพี่…” น้ำเสียงแ่เบาเอ่ยขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็งอนคนข้างกายเล็กน้อยตามนิสัย “หากไม่ให้ข้าปกป้องท่านพี่ แล้วจะให้ข้าไปปกป้องใครกันเล่า”
“ข้าก็มีแค่เ้าเหมือนกัน” เพียงแค่ได้ยินเช่นนี้ อารมณ์คุกรุ่นเมื่อครู่ก็เจือจางไปอย่างง่ายดาย “แต่ว่าเ้าดูสิ มนุษย์ต้องมีครอบครัวนะ เ้าลองคิดเื่นี้ดูสักหน่อยดีหรือไม่”
“…”
“อย่าลืมว่าอายุขัยของมนุษย์สั้นนัก หากเ้าอยากทำสิ่งใดก็ควรต้องรีบทำเสีย” หลินเฟิงซินยังเข้าใจว่าเขาเป็มนุษย์ธรรมดาเหมือนเดิมเพราะััพลังหมาป่าของฮ่าวหรานไม่ได้
“ข้าอยากดูดอกไม้ไฟ กินถังหูลู่ แทะขาหมูตุ๋นโสม เดินเล่นกับท่านพี่ อยู่กับท่านพี่ นั่นคือความปรารถนาของข้า” เขายังคงยืนยันคำเดิมแล้วเกาะแขนหลินเฟิงซินเอาไว้ “เหตุใดจึงปล่อยมือจากข้าเล่า ข้าเริ่มหนาวอีกแล้วขอรับ”
“ข้าขอโทษ พอดีกำลังคิดเื่โน้นเื่นี้” เ้าตัวเอ่ยปากรู้สึกผิดที่เผลอปล่อยมืออีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะร่ายพลังเพื่อให้ฮ่าวหรานรู้สึกอบอุ่น “ดีขึ้นหรือไม่”
“ขอรับ” เด็กน้อยวัยสิบสองพยักหน้าแล้วจดจ่อกับของกินในมืออีกข้าง ท่าทางน่ารักจนหลินเฟิงซินอดลูบศีรษะของเขาไม่ได้
ดอกไม้ไฟหลากสีพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าสว่างวาบกระจายเป็่ ๆ ผู้เป็น้องมองสีสันเ่าั้ด้วยดวงตาเป็ประกาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้พบกับความสุขจึงอยากเก็บเกี่ยวทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำ
เผ่าหมาป่าตัวน้อยค่อย ๆ เอนศีรษะซบไหล่ของคนข้าง ๆ แล้วกินน้ำตาลปั้นที่ถือในมือต่ออย่างเอร็ดอร่อยจนกระทั่งถึงเวลาปล่อยโคมซึ่งเป็่ที่เขาชอบไม่แพ้ดอกไม้ไฟ
“ท่านพี่อธิษฐานว่าอย่างไรหรือขอรับ” เขาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ความลับ”
“แต่ท่านพี่บอกว่าเราไม่มีความลับต่อกันนี่” เขารีบเอ่ยค้านขึ้นมาทันควัน หน้ามุ่ยเล็กน้อยเวลาไม่ได้ดั่งใจ
“แล้วเ้าเล่าอธิษฐานว่าอย่างไร” หลินเฟิงซินเลี่ยงบาลี ไม่ยอมบอกเหมือนอย่างเคย
“ข้าขอให้ได้อยู่กับท่านพี่ตลอดชีวิตขอรับ” รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้น ดวงตาสีเงินเป็ประกายจนทำให้หลินเฟิงซินใจอ่อนอีกครั้ง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าขอให้เ้ามีความสุข”
ฮ่าวหรานยิ้มกว้างกว่าเดิมจนเห็นฟันขาวเรียงสวยงาม ดวงตาหยีเป็จันทร์ครึ่งเสี้ยว “หากท่านพี่มีความสุข ข้าก็มีความสุขขอรับ”
เมื่ออธิษฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว โคมไฟดวงน้อยก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า เื่ราวความสนุกสนานในคืนนั้นประทับอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดไป