cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    คราเคน

    เมื่อสอนภรรยาในการเข้าถึงแก่นแท้แห่งอาวุธเสร็จแล้ว ไป๋ฉีก็กลับมายังตึกมังกรขาวและนำเครื่องบินรบของเขาบินขึ้นสู่ท้องฟ้าไป เป้าหมายคือสามเหลี่ยมแห่งความตายที่อยู่ใจกลางมหาสมุทรซึ่งอยู่นอกเหนือจากเขตการปกครองของสิบประเทศ

     

    ไป๋ฉีที่กำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าสุดของยานมองวิวทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและซากอารยธรรมของมนุษย์เมื่อห้าพันปีก่อนที่ถูกทำลายโดยพวกอบิสในใจก็อดสั่นสะท้านไม่ได้

     

    "ตามประวัติศาสตร์เมื่อก่อนพื้นที่ทั่วโลกเคยมีประเทศเกือบร้อยประเทศและมีมนุษย์อาศัยอยู่นับไม่ถ้วน แต่ดูตอนนี้สิเหลือแค่สิบประเทศเท่านั้นประชากรมีไม่ถึงห้าร้อยล้านคน ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน"ไป๋ฉีกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย

     

    "นายท่านอย่าคิดมาก ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ถ้าหากอ่อนแอไม่ก็สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป มนุษย์ในปัจจุบันแม้หากนำไปเทียบกับเผ่าพันธุ์ต่างๆในจักรวาลไม่ได้ แต่ก็ถือว่าพวกเขามีพัฒนาการที่ดี ไม่แน่หากได้วิวัฒนาการอีกสักล้านหรือสองล้านปีก็อาจจะเทียบเท่าเผ่าพันธุ์เหล่านั้นก็เป็นได้"เสี่ยวไป๋กล่าว

     

    ไป๋ฉียิ้มเจื่อน "เสี่ยวไป๋นี่คือคำปลอบใจใช่ไหม ทำไมพอได้ยินแล้วฉันรู้สึกสิ้นหวังจัง"

     

    "ฮิฮิ" เสี่ยวไป๋ขำขันจากนั้นก็เงียบไป

     

    เครื่องบินรบของไป๋ฉีบินทะยานด้วยความเร็วสูง ในเวลาห้าชั่วโมงต่อมา ก็มาหยุดยังบนท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรขนาดใหญ่ แน่นอนด้วยความที่เครื่องบินลำนี้ล่องหนได้ มันจึงไม่ต้องเป็นเป้าสายตาของบรรดาอบิสประเภทสัตว์ปีกเท่าไรนัก

     

    เมื่อไป๋ฉีเตรียมตัวพร้อมแล้วเขาก็สั่งหลิงหลิงให้เปิดประตูเครื่องบินรบในทันทีและกระโดดลงไปเบื้องล่าง พร้อมกับส่วนใส่ชุดเกราะทไวไลท์ดร้าก้อนปลดปล่อยปีกพลังงานและบินลงไป

     

    "อึก!"

     

    "ติ๊ด!"

     

    "สถานที่นี้ดูเหมือนว่าจะมีความผันผวนของแม่เหล็กจริงๆด้วย เมื่อเข้าเขตสามเหลี่ยมแห่งความตายกำไลสื่อสารก็ใช้งานไม่ได้เลย"ไป๋ฉีกล่าว ขณะที่เข้ามาเพียงชั้นนอกของสามเหลี่ยมแห่งความตายเท่านั้น

     

    "นายท่านจะสำรวจก่อนหรือจะเรียนรู้กฏเกณฑ์แห่งแม่เหล็กก่อนดีเจ้าคะ"เสี่ยวไป๋ถาม

     

    "สำรวจก่อน เพราะฉันอยากรู้ว่าพื้นที่นี้มีอันตรายอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวรับมือถูก"กล่าวจบก็บินเข้าไปยังด้านในของสามเหลี่ยมแห่งความตายในทันที

     

    ทว่ายังไม่ทันที่ไป๋ฉีจะบินไปถึงไหน ก็เกิดสิ่งไม่คาดฝันปรากฏขึ้นมา หนวดปลาหมึกขนาดยักษ์แปดหนวดพุ่งจากผืนมหาสมุทรพุ่งเข้าโจมตี ไป๋ฉีหลบหลีกมันอย่างรวดเร็วและบินขึ้นไปจนสุดระยะของหนวดนั้นแล้วหันมามองด้วยสายตาที่ยังคงความสงบนิ่งอยู่ได้

     

    "คราเคนหรือ แถมยังเป็นระดับเทพสงคราม ฉันพึ่งอยู่รอบนอกสามเหลี่ยมแห่งความตายเองนะ กลับต้องเจอกับอบิสระดับเทพสงครามเสียแล้ว" ไป๋ฉีกล่าวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเรียกดาบของตนเองออกมาและพุ่งเข้าใส่อบิสคราเคนตนนั้นในทันที

     

    "หน่วงเวลาสมบูรณ์ ทักษะดาบประกายแสงไร้สิ้นสุด"

     

    ไป๋ฉีเปิดใช้สองทักษะ ทำให้หนวดที่พุ่งเข้ามาโจมตีของกลายเป็นภาพสโลโมชั่น จากนั้นเขาก็กลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าฟาดฟันหนวดของมันในทันที ผ่านไปสิบวินาทีก็มาหยุดบริเวณท้องฟ้าเหนืออบิสตนนั้นพร้อมกับใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาตัดหนวดปราหมึกไม่ได้แม้แต่เส้นเดียว

     

    "หนวดของมันยืดหยุ่นมาก ไม่เพียงจะฟันไม่เข้าแต่กลับสะท้อนการโจมตีกลับมาเหมือนกับยาง อย่างที่คิดอบิสระดับเทพสงครามเล่นด้วยยากจริงๆ"ไป๋ฉีกล่าว จากนั้นเขาก็เก็บดาบของตัวเองเข้ากำไลมิติไปแล้วเรียกใช้คอสมิคฟรอสธาตุไฟของตนออกมา จนมันก่อตัวกลายดวงอาทิตย์ขนาดย่อมๆอย่างไรอย่างนั้น

     

    "ในเมื่อตัวมันคล้ายกับยาง สายฟ้าคงใช้ไม่ได้ผล งั้นลองเปลวเพลิงหน่อยก็แล้วกัน"กล่าวจบก็ปลดปล่อยการโจมตีนั้นออกไป อบิสคราเคนตนนั้นเองมีคล้ายจะมีสติปัญญา เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายมันก็เก็บหนวดของมันกลับเข้าไปแล้วโผล่หัวออกมาปลดปล่อยการโจมตีที่ดูคล้ายกับน้ำสีดำ

     

    "น้ำหมึกของปลาหมึกงั้นหรือ ด้วยแรงดันขนาดนั้นหากเป็นเปลวเพลิงธรรมดาคงได้ดับไปแล้ว แต่เปลวเพลิงของฉันเป็นเปลวเพลิงของแก่นดวงอาทิตย์เชียวนะ แกจะดับมันได้จริงๆหรือ"ไป๋ฉียกยิ้มอย่างมั่นใจ แล้วกระชับดาบปลดปล่อยปราณดาบเปลวเพลิงซ้ำไปอีกคราทำให้พลังของเปลวเพลิงนั้นยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนปลาหมึกยักษ์ไม่สามารถต้านทานได้

     

    ฟิ้ว!

     

    คราเคนที่เห็นว่าน้ำหมึกของมันไม่ได้ผลก็พยายามจะมุดน้ำหนีไป ไป๋ฉีบังคับดวงอาทิตย์ขนาดย่อมของตนเองในทันที จากนั้นก็กำมือทำให้เกิดการระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว มหาสมุทรบริเวณนั้นกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่กว้างเกือบร้อยเมตรด้วยกัน ก่อนที่มวลน้ำในมหาสมุทรจะไหลมาปิดซ่อนเอาไว้ทำให้เกิดกระสน้ำวนขนาดใหญ่บริเวณนั้นในเวลาต่อมา

     

    ส่วนเจ้าคราเคนตัวนั้น แน่นอนว่ามันตายจากแรงระเบิดที่รุนแรง แถมร่างของมันยังกระเด็นไปไกลเกือบห้าร้อยเมตรด้วยกัน

     

    ไป๋ฉีบินไปยังที่ร่างขนาดใหญ่นั้นแล้วเก็บมันเข้ามิติเก็บของไร้ขอบเขตของตนเองอย่างอารมณ์ดี ทว่าในตอนนั้นเองก็มีหน้าจอบางอย่างปรากฏขึ้นตรงหน้าและมันก็ทำให้เขาต้องแปลกใจเอามากๆ เพราะมันคล้ายกับหน้าต่างเก็บของในเกมอย่างไรอย่างนั้น แถมยังมีการแยกหมวดหมู่เอาไว้ด้วย

     

    "เสี่ยวไป๋ นี่คืออะไร?"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "มันคือรายการสิ่งของในมิติเก็บของๆนายท่านไงเจ้าค่ะ เมื่อมาอยู่ในยุคสมัยเช่นนี้ หอคอยจักรวาลจึงได้ปรับปรุงมิติเก็บของให้เข้ากับยุคสมัยนายท่าน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายกับตัวนายท่านเอง แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะคนที่เห็นหน้าต่างนี้จะมีเพียงแค่นายท่านคนเดียวเท่านั้น แถมนายท่านยังเรียกดูหรือปิดมันได้ตามต้องการอีกด้วย"เสี่ยวไป๋อธิบาย

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ ในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหอคอยจักรวาลในตัวของเขา มันน่าจะมีสติปัญญาเป็นของตนเองอะไรทำนองนั้น เพราะตามความเชื่อของมนุษย์สิ่งที่จะปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมได้จำเป็นต้องมีชีวิตและสติปัญญา

     

    "ช่างเถอะๆ เอาไว้เดี๋ยวฉันมีพลังมากขึ้นปริศนาพวกนี้ก็จะค่อยๆคลี่คลายเอง"

     

    ไป๋ฉีสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านจากนั้นก็กระพือปีกพลังงานบินสำรวจพื้นที่ต่อไป สิ่งที่เขาพบเจอคืออบิสระดับเทพสงครามจำนวนมากมาย

     

    แต่เขาไม่ได้เข้าไปยุ่งกับพวกมันและเปลี่ยนชุดเกราะกลายเป็นดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ จากนั้นใช้ฟังก์ชั่นพลางตัวของชุดเกราะในทันที

     

    เพราะต่อให้ไป๋ฉีจะเก่งกาจเพียงใดก็ไม่สามารถรับมืออบิสระดับเทพสงครามเป็นร้อยเป็นพันตัวได้ ทั้งพวกมันยังเป็นประเภทสัตว์ทะเลสภาพแวดล้อมที่เป็นมหาสมุทรเช่นนี้พวกมันจึงได้เปรียบอยู่มาก ไป๋ฉีจึงเลือกสำรวจเงียบๆจะดีกว่า การประมาทเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี

     

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน