สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) [นิยายแปล]

    บทที่ 3 (2)

           

            ฝ่ายนางโฮเฮาครั้นเห็นพระราชบุตรกลับมาได้ก็มีความยินดีจึงได้ตรวจตราเครื่องอานทรัพย์สิ่งของในท้องพระคลังก็ดีอยู่สิ้นหายไปแต่ตราหยกสำหรับว่าราชการเมืองแลตั๋งโต๊ะนั้นคุมทหารมาเที่ยวเล่นในเมืองหลวงเนือง ๆ อยู่แลพรรคพวกทั้งปวงเก็บเอาทรัพย์สิ่งสินทั้งปวงของอาณาประชาราษฎรเป็๞อันมากผู้ใดมิได้ว่ากล่าวแลตั๋งโต๊ะเข้าเฝ้ามิได้คำนับเสนาบดีผู้ใหญ่เปาสิ้นเห็นดังนั้นไปปรึกษากับอ้วนเสี้ยวว่าตั๋งโต๊ะนี้นานไปเห็นจะทำการกำเริบขึ้น เราจำจะคิดล้างมันเสียให้ได้ก่อนอ้วนเสี้ยวจึงว่าการแผ่นดินพึ่งสงบ ครั้นเราจะด่วนทำดังนั้นไม่ควรเปาสิ้นจึงไปหาอ้องอุ้นปรึกษาเหมือนว่ากับอ้วนเสี้ยวนั้น อ้องอุ้นจึงว่าคิดดังนี้ก็ชอบอยู่แล้ว ของดแต่พอปรึกษากันดูก่อนเปาสิ้นคิดความมิตลอดมีความน้อยใจ ก็พาพรรคพวกออกไปอยู่ป่า

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะจึงเกลี้ยกล่อมนายทหารทั้งปวงซึ่งอยู่กับโฮจิ๋นแต่ก่อนนั้นเข้าอยู่ในอำนาจสิ้น ตั๋งโต๊ะจึงกำเริบขึ้น แล้วปรึกษากับลิยูว่าเราจะยกหองจูเปียนเสีย จะให้หองจูเหียบเสวยราชย์ราชการแลขุนนางทั้งปวงก็จะเป็๲สิทธิ์แก่เรา ภายหน้าไปจะคิดการสิ่งใดก็จะได้สะดวกลิยูจึงตอบว่า ทุกวันนี้มีเ๽้าก็เหมือนหนึ่งหาไม่ เสนาบดีสำเร็จราชการก็ไม่มีแผ่นดินพึ่งสงบ ซึ่งท่านคิดทั้งนี้ข้าพเ๽้าเห็นชอบด้วยให้ท่านเร่งคิดทำเถิดแล้วว่าให้ท่านหาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยไป ณสวนดอกไม้ตำบลอุนเบงหุ้ย ถ้าขุนนางพร้อมแล้วจึงปรึกษาว่าจะให้ยกหองจูเปียนเสียจะให้หองจูเหียบเสวยราชย์ ถ้าขุนนางผู้ใดไม่ยอมก็ให้จับตัวฆ่าเสียท่านก็จะมีอาญาสิทธิ์สืบไป ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นมีความยินดีนัก

            อยู่มาวันหนึ่งให้แต่งโต๊ะแล้วให้หาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยมา แลขุนนางทั้งปวงเกรงตั๋งโต๊ะสิ้น ก็พากันไปณสวนดอกไม้นั่งล้อมจะกินโต๊ะ ตั๋งโต๊ะเห็นขุนนางพร้อมแล้วก็ถือกระบี่ออกมาจึงห้ามว่าอย่าเพ่อเสพสุราเราจะปรึกษาราชการข้อหนึ่งก่อน ขุนนางทั้งปวงก็นิ่งคอยฟังอยู่สิ้นตั๋งโต๊ะจึงว่า ทุกวันนี้หองจูเปียนได้เสวยราชสมบัติอุปมาดังศีรษะแลหัวใจเสนาบดีกับอาณาประชาราษฎรทั้งปวงแต่ไม่มีสง่าอาญาสิทธิ์ให้ขุนนางแลราษฎรเกรงกลัวบัดนี้เราเห็นหองจูเหียบมีสติปัญญาแหลมหลักกล้าหาญเราจะให้ถอดหองจูเปียนเสียจะให้หองจูเหียบเสวยราชย์ แผ่นดินจึงจะอยู่เย็นเป็๞สุขท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด

            ขุนนางทั้งนั้นนิ่งเสียสิ้นแต่ เต๊งหงวน เ๽้าเมืองเต๊งจิ๋วนั้นยืนขึ้นแล้วร้องว่าแก่ตั๋งโต๊ะว่าตัวเป็๲แต่ขุนนางหัวเมืองมาทำองอาจจะถอดเ๽้าเสียแลหองจูเปียนนั้นเป็๲พระราชบุตรเอกพระเ๽้าเลนเต้จึงยกราชสมบัติให้แลหองจูเปียนมิได้มีความผิดตัวคิดอ่านทั้งนี้จะเป็๲ขบถหรือจึงว่ากล่าวดังนี้

            ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงร้องว่าเราปรึกษาราชการที่ดีสิไม่เห็นด้วย ผู้ใดซึ่งองอาจเข้ามาว่ากล่าวขัดขวางนั้นกูจะเอาชีวิตเสียบัดนี้ แล้วก็ถอดกระบี่ออกจะฆ่าเต๊งหงวนเสียลิยูเห็นลิโป้ยืนอยู่ข้างหลังเต๊งหงวนนั้น รูปร่างสูงใหญ่มือถือทวนท่วงทีเห็นแข็งแรงนักลิยูจึงห้ามตั๋งโต๊ะไว้แล้วว่าวันนี้หาท่านทั้งปวงมากินโต๊ะจะฟังขับลำให้สบายใจสิมาวิวาททุ่มเถียงกันเล่าสิ้นวันแล้วหรือถ้าจะปรึกษากันก็งดไว้ก่อนเถิดจึงค่อยไปปรึกษา ณ ศาลาลูกขุนวันนี้เชิญกินโต๊ะเล่นดีกว่าแลขุนนางทั้งนั้นก็ห้ามเต๊งหงวนเต๊งหงวนก็ขึ้นม้าพาลิโป้กลับไป

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะนั้นจึงว่าแก่ขุนนางทั้งปวงว่าเราปรึกษาเมื่อกี้นั้นท่านทั้งนี้เห็นผิดหรือชอบ โลติดจึงตอบตั๋งโต๊ะว่าท่านปรึกษาข้อราชการนั้นผิดนักพระเ๽้าเลนเต้ผู้เป็๲พระราชบิดาเห็นว่าหองจูเปียนมีสติปัญญาแล้วก็เป็๲พระราชบุตรเอกจึงให้เสวยราชสมบัติตัวท่านเป็๲ขุนนางหัวเมืองมิได้แจ้งกฎหมายในพระราชฐานจะมาถอดหองจูเปียนซึ่งมิได้มีความผิดเสียนั้นไม่ชอบตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธถอดกระบี่ออกจะฟันโลติดเสีย แพ่เป๊ก จึงห้ามว่าโลติดนี้เป็๲ขุนนางผู้ใหญ่มาแต่ก่อน น้ำใจก็สัตย์ซื่อมั่นคงขุนนางทั้งปวงแลอาณาประชา-ราษฎรมีน้ำใจรักโลติดเป็๲อันมากซึ่งท่านจะฆ่าโลติดเสียนั้นเห็นว่าราษฎรทั้งปวงจะมีความเดือดร้อนนักแล้วอ้องอุ้นจึงว่าวันนี้เป็๲หน้าเหล้าหน้าข้าวอยู่ถ้าจะปรึกษาข้อราชการก็ให้งดไว้วันอื่นเถิด ขุนนางทั้งปวงก็ลาตั๋งโต๊ะกลับไปสิ้น

            ฝ่ายลิโป้ครั้นไปถึงที่อยู่กับเต๊งหงวนแล้วจึงถือทวนขี่ม้ากลับมาคอยฟังราชการ ณ สวนดอกไม้แต่ตั๋งโต๊ะนั้นครั้นขุนนางไปสิ้นแล้ว ก็ถือกระบี่เดินออกไป ณ ประตูสวนดอกไม้แลเห็นลิโป้ขี่ม้าควบไปมาอยู่ริมระเนียด จึงถามลิยูว่าทหารผู้ใดลิยูจึงว่าให้ท่านหลบเข้ามาเสียก่อนแล้วบอกว่าคนนี้ชื่อลิโป้เป็๞บุตรเลี้ยงเต๊งหงวน มีกำลังกล้าแข็งนัก ตั๋งโต๊ะก็ถอยเข้ามาครั้นเวลารุ่งเช้ามีผู้มาบอกตั๋งโต๊ะว่าบัดนี้เต๊งหงวนกับลิโป้คุมทหารยกมาจะรบด้วยท่านตั๋งโต๊ะโกรธก็จัดแจงทหารแล้วยกออกไปตั้งรับ

            ฝ่ายเต๊งหงวนกับลิโป้มายืนอยู่หน้าทหารเห็นตั๋งโต๊ะยกมาจึงร้องว่า ครั้งก่อนอ้ายเหล่าขันทีสิบคนทำการหยาบช้าให้ได้ความเดือดร้อนทั้งแผ่นดินจนเกิดอันตรายขึ้นบ้านเมืองพึ่งจะสงบ แลตัวเป็๲แต่ขุนนางหัวเมืองยังมิได้มีความชอบประการใดมาตั้งตัวเป็๲ผู้ใหญ่คิดบังอาจจะถอดหองจูเปียนเสียจะให้แผ่นดินเกิดจลาจลเหมือนครั้งขันทีนั้นหรือ

            ตั๋งโต๊ะมิได้ตอบประการใด พอลิโป้ควบม้ารำทวนเข้ามาจะแทงเอาตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะเห็นก็กลัวถอยหลังไปหลังทหารเต๊งหงวนก็ขับทหารหนุนไล่ฟันขึ้นไป ตั๋งโต๊ะกับทหารก็แตกพ่ายไปทางประมาณห้าสิบเส้นจึงให้ตั้งค่ายมั่นรับไว้ แล้วตั๋งโต๊ะจึงปรึกษากับนายทหารซึ่งเป็๞พรรคพวกว่าแต่เราเห็นผู้กระทำศึกมานี้ก็เป็๞อันมาก ไม่มีผู้ใดเข้มแข็งกล้าหาญเหมือนลิโป้เลยถ้าเราได้ลิโป้มาไว้เป็๞ทหารของเราการทั้งปวงก็จะคิดได้สะดวกลิซกนายทหารคนหนึ่งจึงว่าข้าพเ๯้ากับลิโป้อยู่บ้านเดียวกันแล้วก็เป็๞มิตรสหายวิสาสะกันอันลิโป้นั้นกล้าแข็งก็จริง แต่เป็๞คนใจหยาบช้าหารู้จักคุณคนไม่โลภเห็นแต่จะได้สิ่งของอันดีข้าพเ๯้าจะขอไปเกลี้ยกล่อมลิโป้ให้มาอยู่กับท่านจงได้ตั๋งโต๊ะจึงถามว่า ท่านจะไปเกลี้ยกล่อมลิโป้นั้นประการใดจะได้ลิซกจึงตอบว่าขอให้ท่านจัดทรัพย์สิ่งของอันดีกับม้าซึ่งชื่อว่าเซ็กเธาว์อันมีกำลังเดินทางได้วันละหมื่นเส้นมาเถิดข้าพเ๯้าจะเอาไปให้ลิโป้แล้วจะเกลี้ยกล่อมให้ลิโป้มาอยู่กับท่านจงได้

            ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นจึงปรึกษากับลิยูว่าซึ่งลิซกว่ากล่าวทั้งนี้ท่านยังเห็นประการใด ลิยูจึงว่าท่านสิจะคิดการใหญ่เสียดายกับสิ่งของกับม้าตัวหนึ่งไยเล่า ถ้าสมความคิดแล้วท่านจะปรารถนาสิ่งใดก็จะได้โดยสะดวกตั๋งโต๊ะได้ฟังมีความยินดีนักจึงจัดทองคำพันตำลึงกับพลอยสิบยอดเข็มขัดประดับหยกสายหนึ่งกับม้าซึ่งชื่อเซ็กเธาว์ให้แก่ลิซกแล้วสั่งว่าท่านเอาไปให้ลิโป้ตามท่านคิดนั้นเถิดลิซกรับของทั้งปวงกับม้าแล้วก็ลาตั๋งโต๊ะไปยังค่ายเต๊งหงวน พอพบบ่าวลิโป้ออกมาตระเวนจึงจับเอาตัวลิซกไว้ถามว่ามาทำไมลิซกบอกว่าเราชื่อลิซกเป็๲เพื่อนรักกันกับลิโป้มาแต่น้อยบัดนี้ระลึกถึงลิโป้จึงมาหาท่านทั้งปวงช่วยพาเราไปหาลิโป้จงได้ ทหารกองตระเวนจึงให้คุมเอาตัวไว้แล้วเอาเนื้อความไปบอกลิโป้

            ลิโป้ครั้นแจ้งดังนั้นก็มีความยินดีนักจึงออกมารับลิซกเข้าไปถึงในค่าย แล้วจึงว่าเรากับท่านรักกันมาแต่น้อยจากกันมาช้านานแล้ว บัดนี้ท่านมาอยู่ทำราชการตำแหน่งใดลิซกจึงตอบว่าเราเป็๞ตงลงเจี้ยงนายทหารรู้ว่าท่านทำราชการเป็๞นายทหารแล้วได้ช่วยอาสาแผ่นดินทั้งนั้นเรามีความยินดีด้วยหาสิ่งใดจะให้มิได้ มีแต่ม้าตัวนี้ชื่อเซ็กเธาว์มีฝีเท้าเดินทางได้วันละหมื่นเส้น ถ้าขึ้นเขาแลข้ามน้ำก็เหมือนกับเดินที่ราบท่านจงเอาไว้เถิดจะได้ทำราชการอาสาแผ่นดินสืบไปลิโป้ได้ฟังดังนั้นจึงจูงเอาม้ามาดูลักษณะเห็นขนนั้นแดงดังถ่านเพลิงทั่วทั้งตัวมิได้มีสีใดแกมสูงสี่ศอกเศษ ได้ลักษณะเป็๞ม้าศึก เข้มแข็งกล้าหาญลิโป้ก็มีความยินดีนักคำนับแล้วว่าท่านเอาม้าตัวนี้มาให้เรานี้ เราชอบใจสมความปรารถนาเรานักยิ่งกว่าให้ทรัพย์สิ่งของทั้งปวง เรามิได้มีสิ่งของสนองคุณท่านเลย ลิซกจึงตอบว่าซึ่งเราเอาม้ามีฝีเท้ามาให้ท่านครั้งนี้จะได้คิดเอาสิ่งของตอบหามิได้ คิดว่าท่านเป็๞ทหารทำราชการซื่อสัตย์อยู่จึงเอามาให้

            ลิโป้จึงให้แต่งโต๊ะ แล้วเชิญให้ลิซกกินขณะเมื่อลิซกเสพสุราอยู่นั้นจึงว่าแก่ลิโป้ว่า ท่านผู้ใหญ่นั้นอยู่แห่งใดเอ็นดูช่วยพาเราไปหาเราจะได้คำนับให้ท่านรู้จักไว้ ลิโป้ตอบว่าท่านอยู่หนไหนไม่รู้บิดาเราตายช้านานแล้ว ลิซกจึงว่าจงไปหาเต๊งหงวนซึ่งเป็๲บิดาท่านลิโป้จึงขับคนทั้งปวงเสีย แล้วค่อยกระซิบว่าท่านเสพสุราเมากระมังเรากับท่านรู้จักบิดามารดากันมาแต่น้อยเป็๲ไฉนจึงว่าดังนี้เล่าซึ่งเรามาอยู่กับเต๊งหงวนทุกวันนี้เรียกว่าเป็๲บิดานั้นเพราะจำใจอยู่ดอกลิซกจึงว่าท่านนี้มีฝีมือกล้าหาญในการ๼๹๦๱า๬ลือชาปรากฏทุกหัวเมืองจะคิดเอาสิ่งใดก็จะได้ดังปรารถนา เป็๲ไฉนมาจำใจอยู่ดังนี้ลิโป้ตอบว่าซึ่งท่านว่าทั้งนี้ก็จริงอยู่แต่เราแสวงหาที่พึ่งจะเป็๲หลักนั้นยังมิได้ลิซกยิ้มแล้วจึงตอบว่า ธรรมดานกก็ย่อมอาศัยป่าซึ่งมีผลไม้มากจึงเป็๲สุข ประเพณีขุนนางทำราชการถ้าพระมหากษัตริย์ทรงทศพิธราชธรรมแล้วก็มีความสุขซึ่งท่านว่าจำใจอยู่ด้วยเต๊งหงวนนั้นจะเอาประโยชน์อันใด ภายหน้าไปเห็นจะมีอันตรายจงผ่อนผันหาที่อยู่ให้เป็๲สุขดีกว่า

            ฝ่ายลิโป้ได้ยินดังนั้นจึงถามลิซกว่าท่านสิทำราชการอยู่ในเมืองหลวงยังเห็นขุนนางผู้ใดกล้าหาญสัตย์ซื่อว่ากล่าวสิทธิ์ขาดบ้างลิซกจึงตอบว่า เราเล็งดูขุนนางในเมืองหลวงนั้นซึ่งจะมีสติปัญญากล้าแข็งหาพร้อมเหมือนตั๋งโต๊ะไม่อันตั๋งโต๊ะนั้นประกอบไปด้วยสติปัญญากล้าหาญสัตย์ซื่อมั่นคงแล้วน้ำใจก็รักทหารปูนบำเหน็จให้มิได้รักทรัพย์สิ่งของ เอาใจคนเป็๞ประมาณสืบไปข้างหน้าเห็นตั๋งโต๊ะจะได้เป็๞ใหญ่

            ลิโป้ได้ยินดังนั้นมีความยินดีจึงตอบว่าเราก็คิดอยู่จะหาที่พึ่งดังนี้ แต่หาช่องซึ่งจะไปนั้นยังมิได้ลิซกนั้นจึงเอาทองกับพลอยแลเข็มขัดนั้นมาตั้งไว้ ลิโป้เห็นจึงถามว่าของทั้งนี้ท่านเอามาทำไม ลิซกจึงบอกว่า ตั๋งโต๊ะมีน้ำใจรักใคร่ท่านเป็๲อันมากจึงให้เราเอาม้าแลของทั้งนี้มาให้แก่ท่าน ลิโป้เป็๲คนโลภครั้นเห็นของก็มีความยินดีนักจึงตอบว่า ซึ่งตั๋งโต๊ะมีใจรักเราให้เอาม้าแลสิ่งของมาให้เราทั้งนี้ เราจะมีสิ่งอันใดไปสนองคุณท่าน ลิซกจึงตอบว่าแต่ตัวเราฝีมือเป็๲ประมาณ ตั๋งโต๊ะยังมีใจรักช่วยเสนอความชอบให้เราจึงได้เป็๲นายทหารแลตัวท่านมีฝีมือรบพุ่งกล้าหาญยิ่งกว่าเราถ้าไปอยู่ด้วยเห็นจะได้เป็๲ขุนนางใหญ่ขึ้นกว่านี้ลาภสักการความสุขก็จะมีเป็๲อันมาก ลิโป้จึงตอบว่าเราจะเอาความชอบอันใดไปเป็๲กำนัลตั๋งโต๊ะ ลิซกจึงตอบว่า ถ้าท่านจะเอาความชอบนั้นก็ได้ง่ายเกรงอยู่แต่ว่าท่านจะไม่ทำ ถ้าท่านจะทำแล้วก็จะได้ในลัดนิ้วมือเดียว

            ลิโป้ได้ยินก็นิ่งคิดอยู่แล้วตอบว่าอันจะเอาความชอบสิ่งใดไปนั้นก็ไม่มี แลเต๊งหงวนกับตั๋งโต๊ะผิดใจกันอยู่เราจะตัดศีรษะเต๊งหงวนไปเป็๲กำนัลตั๋งโต๊ะ เห็นจะควรหรือไม่ควร ลิซกจึงตอบว่าถ้าท่านทำดังนี้ความชอบจะมีแก่ท่านเป็๲อันมาก แลซึ่งจะคิดทำนั้นก็อย่านอนใจถ้าช้าไปเกลือกจะเสียท่วงที ลิโป้จึงรับคำว่า ท่านไปบอกแก่ตั๋งโต๊ะเถิดพรุ่งนี้เราจะตัดเอาศีรษะเต๊งหงวนไปให้ตั๋งโต๊ะ ตัวเราก็จะอยู่ทำราชการด้วยลิซกก็ลากลับไปบอกเนื้อความแก่ตั๋งโต๊ะทุกประการ ครั้นเวลาค่ำประมาณสองยามเศษลิโป้จึงเอากระบี่สั้นเหน็บซ่อนเดินเข้าไปในที่นอนเต๊งหงวนเห็นเต๊งหงวนอ่านหนังสืออยู่