ในป่าทึบที่ตอนนี้ตะวันลาลับท้องฟ้าไปแล้ว เสียงกรีดร้องของสัตว์ป่าค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทุกหนแห่ง แม้แต่เสียงแมลงในตอนกลางวันที่ขับขานเป็ทำนองน่าฟังในตอนกลางวัน บัดนี้เสียงเ่าั้กลับฟังดูน่ากลัว ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมที่พัดกิ่งไม้ให้ปลิวไหว แลเห็นคล้ายกับมีสัตว์ร้ายที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เพื่อออกมาตะปบเหยื่อ แต่กระนั้นกลับมีเงาสองเงาที่เคลื่อนไหว ผ่านแมกไม้ไปอย่างรวดเร็ว
เสียงสูดหายใจเข้าออกอย่างรุนแรงของเงาทั้งสองเงาดังขึ้น จนเ้าของเงาได้ยินแต่เสียงหายใจของตัวเอง จนไม่ได้ยินเสียงต่าง ๆ รอบข้างที่ดังอยู่ หัวใจที่เต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะทะลุหน้าอกออกมา กับเหงื่อที่ไหลย้อย แต่ทั้งคู่กับไม่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่เลยแม้แต่น้อย
“ไฮด์ อีกไกลไหมกว่าจะถึง” อดัมที่แค้นเสียงออกมาขณะวิ่งถามขึ้น
“อีกสักพัก ตามมาดี ๆ ละ” ไฮด์ที่ตอนนี้สภาพร่างกายก็เหนื่อยล้าเช่นกัน ได้พยายามแค้นเสียงตอบออกไป ในขณะที่สองขาก็ไม่หยุดที่จะก้าววิ่งต่อไปในความมืด
หลังจากวิ่งกันมาสักพัก ไฮด์ก็ยกมือหยุดอดัมที่กำลังวิ่งตามหลังตนมา ทำให้อดัมเสียหลักชนไฮด์อย่างแรง ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น ก่อนที่อดัมจะยันตัวเองขึ้นมานั่งได้ก่อนจะหันไปถามไฮด์
“หยุดทำไม”
“แสง” ไฮด์ตอบ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาคลานไปที่อดัมแล้วเพื่อชี้แสงที่ตัวเองเห็นให้อดัมดู
อดัมหันมองไปตามนิ้วที่ชี้ไปของไฮด์ ก่อนสังเกตเห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดของป่า เขาเงียบเสียงลง ก่อนจะหันไปหาไฮด์
“นายคิดว่านั้นคือแสงอะไร” อดัมหันไปถามไฮด์ที่กำลังแอบอยู่ข้าง ๆ เขา
“ไม่รู้เหมือนกัน เราไปดูกันหน่อยไหม เหมือนแสงนั้นกำลังเคลื่อนไหวอยู่” ไฮด์ตอบ
“โอเค” อดัมกับไฮด์ตกลงกัน แล้วทั้งสองคนก็ค่อย ๆ แอบย่องไปอย่างเงียบกริบโดยแอบไปกับต้นไม้ ต้นหญ้าที่ขึ้นเต็มทางเดิน แล้วใช้ความมืดของยามค่ำคืนช่วยในการพรางตัวก่อนขยับเข้าไปที่แสงสว่างนั้นเรื่อย ๆ
ณ ค่ายโดมรากไม้ ที่ตอนนี้มืดค่ำลงแล้ว เหล่านักเรียนต่างช่วยกันจุดกองไฟ แล้วนำคบเพลิงไปตั้งไว้รอบ ๆ ค่ายเพื่อให้สามารถมองเห็นรอบ ๆ ค่ายได้ในที่มืด
“สองคนนั้นจะเป็อะไรไหมนะ” แซนดี้พูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“หรือเราจะตามไปดี” แคลนที่นอนพักอยู่หลังจากอาการคลื่นไส้ที่กำเริบหลายรอบเริ่มอาการดีขึ้นพูดออกมา
“ไม่ ตอนนี้นายกับเจนอาการยังไม่หายดี ถ้าไปมีแต่จะเป็ตัวถ่วงให้พวกนั้นเปล่า ๆ เรารออยู่ที่นี้แหละดีแล้ว” บิลพูดขึ้นมาบ้าง
“แต่ บิล” แซนดี้ที่นั่งฟังจึงพูดขึ้นก่อนที่จะโดนบิลพูดดักไว้
“หยุดเลยแซนดี้ ตอนนี้ยิ่งอาจารย์ไม่อยู่ แล้วเพื่อนของเราในค่ายตอนนี้ก็ยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นถ้าเกิดเราหายไปหลายคน ต้องมีคนสงสัยแน่ ๆ มีแต่จะทำให้เพื่อน ๆ คนอื่นกังวลกันเปล่า ๆ เราคอยอยู่ที่นี้แหละ” บิลให้เหตุผล ทำให้เหล่าคนที่กำลังฟังเงียบไปเพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ในอีกด้านนึง ไฮด์ และอดัม ที่กำลังไล่ตามแสงไฟปริศนาในระหว่างที่กำลังตามอาจารย์เอิร์นไปนั้นเอง
“นั้นมันตัวอะไร” ไฮด์เอ่ยถามอดัม
“ไม่รู้เหมือนกัน ฉันก็พึ่งเคยเห็นนี้แหละ” อดัมกระซิบตอนไฮด์
สิ่งที่ทั้งสองคนได้เห็น คือ สิ่งมีชีวิตที่แบบประหลาด มีหงอกงอกยาวมาจากบนหัว ตาสีขาวโพล่น ฟันยาวแหลมคมจนล้นปาก ลำตัวผอมกำยำ มีหางเป็ปลา มีแขนและขาคล้ายมนุษย์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนี้สร้างความใให้แก่อดัม และไฮด์เป็อย่างมาก ก่อนที่ไฮด์จะสะกิดอดัมให้ถอยห่างออกมาหน่อยเพื่อหลบไปอยู่ในระยะที่ปลอดภัย แต่ถอยไม่ได้กี่ก้าว จู่ ๆ ก็มีแสงวาบปรากฏออกมา ทำให้ทั้งสองคนหันกลับไปดูอีกครั้ง
“พลังอัสนีบาต” เสียงร่ายเวทย์ของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางความมืด
สิ้นเสียงร่ายเวทย์ปรากฏเกิดสายฟ้าจากปลายคทาสีแดงดำ ฟาดเข้าใส่สิ่งมีชีวิตปริศนา ทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดนั้น กลิ้งลงไปนอนกับพื้นดินอย่างทุรนทุราย ก่อนจะโดนผู้ใช้เวทย์มนต์ร่ายมนต์พลังอัสนีบาสใส่อีกครั้ง ทำให้มันนอนแน่นิ่งไปกับพื้นสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
“อาจารย์เอิร์น” ไฮด์ และอดัมะโเรียกชื่อคนที่คุ้นเคยพร้อมกัน
“ไฮด์ อดัม เข้ามาทำไม” อาจารย์เอิร์นที่เห็นลูกศิษย์ของเธอที่อยู่ผิดที่ ผิดเวลาเลยหันไปถามกลับทันควัน
แล้วไฮด์ กับอดัมก็เล่าเื่ให้อาจารย์เอิร์นฟัง ก่อนจะโดนอาจารย์เอิร์นบนเื่ที่ขัดคำสั่งเธอไปชุดนึง
“ว่าแต่เ้าตัวนี้มันคือตัวอะไรครับอาจารย์” อดัมหันไปมองซากของตัวประหลาดก่อนจะหันไปถามอาจารย์เอิร์น
“เ้าตัวนี้มี ชื่อว่า กอร์ส เป็สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก โดยจะใช้แสงไฟที่หัวล่อเหยื่อเข้ามาก่อนที่จะใช้มือทั้งสองข้างตะปบเหยื่อกินอย่างรวดเร็ว เป็สิ่งมีชีวิตที่นิสัยดุร้าย” อาจารย์เอิร์นอธิบายให้อดัมฟัง
“แต่อาจารย์ครับ ตอนที่ผมมาสำรวจไม่เจอทะเลเลยนะครับ อย่างมากสุดก็เจอแค่ลำธาร” ไฮด์ที่นึกขึ้นได้ถึงถามขึ้นมา
“นั่นแหละที่แปลก” อาจารย์เอิร์นตอบกลับไป
“ว่าแต่อาจารย์เอิร์นไปสำรวจที่ลำธารมาแล้วเหรอครับ” ไฮด์ถามต่อ
“เปล่าอาจารย์ยังไปไม่ถึงลำธารเลย” อาจารย์เอิร์นตอบพลางสะบัดหัวส่ายหน้า
“งั้นให้ผมนำทางไปไหมครับ มันน่าจะเร็วกว่าถ้ามีใครสักคนที่รู้จักเส้นทางนำทางไปให้” ไฮด์กล่าว
“ก็ได้ ยังไงอาจารย์ก็ไม่ส่งพวกเธอทั้งสองคนเดินกลับไปค่ายเองในตอนที่ป่ามันมืดแบบนี้หรอก” อาจารย์เอิร์นพูดขึ้น
หลังจากตกลงไปด้วยกันแล้ว ไฮด์ อดัม และอาจารย์เอิร์น ต่างก็เดินไปด้วยกันโดยมีไฮด์เป็คนนำทางให้ แล้วในที่สุดทั้งสามคนก็เดินมาถึงลำธาร หลังจากนั้นไฮด์ก็ชี้มือไปทางต้นน้ำที่มีซากของสิ่งมีชีวิตปริศนาลอยเท็งเต๊งอยู่ ก่อนทั้งสามคนจะค่อย ๆ เดินขึ้นไปยังต้นน้ำ จนถึงจุดที่พวกไฮด์เจอซากกันตอน่บ่ายของวัน
“นั้นไงครับอาจารย์” ไฮด์ชี้บอกทางให้อาจารย์เอิร์นหันไปดู เงาดำ ๆ ที่ลอยติดอยู่ตรงริมน้ำ
“ส่องสว่าง” อาจารย์เอิร์นร่ายคาถาขึ้น ทันใดนั้นปลายไม้คทาก็ส่องแสงสว่างสีขาว ทำให้มองเห็นรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้ทั้งสามคนซากของบางอย่าง ที่น่าจะเคยเป็ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งไฮด์เองก็จำได้ว่าตอน่บ่ายมันน่าจะเหลือชิ้นส่วนเนื้อเยอะกว่านี้ แต่นี่กลับลดน้อยลงกว่าตอนกลางวันมาก แต่สภาพกลับน่าสะอิดสะเอียนไม่ต่างกับตอนกลางวันเลยแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ชักจะเข้าใจแล้วว่าทำไมแคลนกับเจนถึงรู้สึกไม่ดีกับซากชิ้นเนื้อขนาดนั้น” อดัมได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เพื่อกลั้นตัวเองไม่ให้อาเจียนออกมา แล้วหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันไปจ้องเห็นซากเ่าั้อีกครั้ง
“อาจารย์รู้ไหมครับ ว่ามันคือซากอะไร” อดัมหันไปถามอาจารย์เอิร์นที่กำลังยืนมองอย่างพินิจพิเคราะห์ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าอยู่
“ไม่หรอก มันไม่เหลือแม้แต่เค้าโครงเดิม หรือสิ่งที่บ่งบอกอะไรเลยว่ามันคือตัวอะไร แล้วโดนอะไรมา” อาจารย์เอิร์นพูดขึ้น
“คงต้องเก็บเอาไปให้ฝ่ายสัตววิทยาเขาช่วยตรวจสอบให้” อาจารย์เอิร์นพูดต่อ ก่อนจะใส่ถุงมือที่หยิบแล้วหยิบชิ้นส่วนของซากสิ่งมีชีวิตนั้นใส่ลงในกระเป๋าไปสัมภาระไป
‘อาจารย์เอากระเป๋าสัมภาระมาตอนไหนเมื่อกี้ตอนเดินมาด้วยกันก็ไม่เห็นถืออะไรมาเลย’ ไฮด์คิดขึ้นมาในใจ ก่อนที่จะได้เห็นอาจารย์เอิร์นย่อส่วนกระเป๋าเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง จึงทำให้ข้อสงสัยของไฮด์ถูกไขกระจ่างในทันที
“กลับกันได้แล้ว” หลังจากเสร็จธุระกับซากสัตว์แล้ว อาจารย์เอิร์นก็หันมาสั่งนักเรียนทั้งสองคนของเธอ ก่อนที่จะให้ไฮด์นำทางกลับไปยังค่ายให้เร็วที่สุด
‘กอร์ส กับซากสิ่งมีชีวิตที่ระบุสายพันธุ์ไม่ได้ และสภาพของซาก ที่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ’ อาจารย์เอิร์นได้แต่คิดในใจระหว่างที่วิ่งตามเด็กทั้งสองไป
‘มันต้องมีอะไรแน่ ๆ’