บทที่7.1 เ้ากล้าหาเื่ข้ารึ?
หลังจากล่ำลาสองสามีภรรยาแล้วจิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้ก็ออกเดินทางโดยใช้ความเร็วจากทักษะของตนทักษะของเจียวเฟิ่งอี้เรียกว่านางแอ่นเหิน มันเป็ทักษะระดับกลางแม้มันจะด้อยกว่าทักษะทะยานผ่านท้องฟ้าของจิวเฉินแต่มันก็รวดเร็วเป็อย่างมาก
เพียงเวลาแค่สองชั่วยามพวกเขาก็มาถึงเมืองหนานกงเขตใต้เจียวเฟิ่งอี้ขอตัวกลับสมาคมการค้าตระกูลเจียวเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมยิ่งขึ้น จิวเฉินเห็นว่าใกล้มืดแล้วเขาจึงไปพักที่สมาคมการค้าด้วยกันกับนางดูเหมือนว่าชายชราเจียวหวงจะไม่อยู่ เจียวเฟิ่งอี้บอกว่าเขาคงไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อมาขาย
พอรุ่งเช้ามมาถึงทั้งสองคนก็เริ่มออกจากสมาคมการค้าตระกูลเจียวทันทีทั้งสองมุ่งสู่เขตตะวันออกของเมืองหนานกงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของพวกเขาคือหมู่บ้านจิงหนานซึ่งเป็หมู่บ้านที่ตรงกับวิหารลอยฟ้าจิงหนานลอยอยู่
เมื่อมาถึงหมู่บ้านจิงหนานทั้งสองคนดูเหนื่อยล้าอย่างมากจึงเข้ามาอะไรลงท้องที่โรงเตี๊ยมแถวนั้น ขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังนั่งรับประทานอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มคนสามคนเดินเข้ามาทางพวกเขาสองคน
คนด้านหน้าสุดหน้าตาดูดีเล็กน้อยส่วนอีกสองคนข้างหลังล้วนเป็ชายวัยกลางคนเคราเฟื้อย คนด้านหน้านั้นดูไปอายุราวยี่สิบปีระดับของมันอยู่ระดับเก้าเขตแดนมนุษย์ส่วนอีกสองคนนั้นล้วนอยู่ระดับหกเขตแดนิญญาทั้งสิ้น เมื่อพวกมันเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะของจิวเฉินและเจียวอี้ผู้คนในร้านต่างซุบซิบกัน
"เฮ้ย! ดูนั้นเ้าหมานจง มันเอาอีกแล้ว"
"น่าสงสารสองพี่น้องนั้น พี่สาวของเด็กนั้นคงต้องทุกข์ทรมานเป็แน่ เฮ้อ..."
"ใครก็ได้ไปหยุดเ้าหมานจงที ข้าสงสารเด็กสองคนนั้น!"
"ใครจะกล้าไปยุ่งกับมัน พ่อมันเป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้านจิงหนานถ้าเข้าไปยุ่งคงซวยแน่"
ในขณะนั้นก็มีเสียงพูดคุยกันเื่หมานจงอย่างมากในโรงเตี๊ยมซึ่งแน่นอนไม่รอดพ้นหูของจิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้แน่นอน ทั้งสองต่างมองไปที่ร่างของคนทั้งสามที่ยืนอยู่ห่างออกไปจากโต๊ะราวสามก้าวใหญ่
"ไอ้หนู! พี่สาวของเ้าช่างถูกใจข้ายิ่งนักข้าขอยืมตัวนางซักวันเดี๋ยววันหลังจะเอามาคืน"
คนที่สมควรถูกเรียกว่าหมานจงพูดออกมาอย่างน่าด้านๆกับจิวเฉินจิวเฉินแอบหัวร่อในใจมิน้อย
'ขอยืมรึ?ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้เวรนี้หาที่ตายโดยแท้'
เจียวเฟิ่งอี้เมื่อรู้จุดประสงค์ของมันก็อดบังเกิดโทสะมิได้นางพลันคิดลุกขึ้นตบมันปลิวซักครั้ง แต่ถูกจิวเฉินดึงไว้ จิวเฉินยืนขึ้นต่อหน้าหมานจง
"ไปให้พ้น!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เ้าบอกให้ข้าไปให้พ้นงั้นรึ? ไอ้เด็กเวร!อยากตายนักรึไง?"
พอได้ฟังคำของจิวเฉินหมานจงก็หัวเราะลั่นก่อนที่เสียงมันจะเย็นเชียบ ดวงตาทอแววดุร้ายจ้องมองมาที่จิวเฉิน
"เ้ากล้าหาเื่ข้าอย่างนั้นรึ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! นี้แกคงจะกลัวจนสมองฟ่อแล้วสินะ ข้าขอบอกอีกครั้งไอ้เด็กเวรรีบใสหัวไป!ถ้าแกยังไม่อยากตาย!"
จิวเฉินยกมุมปากยิ้มอย่างเย้ยหยันเตรียมกำลังจะสืบเท้าไปซัดมันซักเปรี้ยงทว่ากับมือขาวอันเรียวยาวที่แสนจะนุ่มนวลมาคว้าจับไว้ที่แขนขวาของจิวเฉินอย่างแน่นจิวเฉินหันควับไปดูก็พบเห็นเจียวเฟิ่งอี้ที่ยืนจับแขนของตนไว้อยู่
"ท่านสู้พวกมันไม่ได้หรอก! ให้ข้าเป็คนจัดการเถอะ"
ด้วยระดับพลังของเจียวเฟิ่งอี้มิยากเย็นเลยที่จะจัดการกับหมานจงสมควรเรียกว่าง่ายดุจพลิกฝ่ามือด้วยซ้ำ ทว่าชายวัยกลางคนอีกสองคนนางไหนเลยรับมือไหวจิวเฉินเลิกหัวคิ้วขึ้นสูงพร้อมทั้งยิ้มจนเห็นฟันขาว
"นี่เ้าไม่เชื่อในพลังของบุรุษของเ้ารึ?"
"แหวะ! ท่านเป็บุรุษของข้าั้แ่เมื่อใดกัน?"
เมื่อได้ฟังคำของจิวเฉินเจียวเฟิ่งอี้ปล่อยมือที่ยึดกุมแขนของจิวเฉินไว้ทันที พร้อมทั้งกระทืบเท้าอย่างมีโทสะนางจึงหันหลังและเดินถ้อยออกไปหลายก้าว หยุดยืนดูจิวเฉินอยู่ห่างๆ
'ฮึ!ทำเป็เก่งคอยดูเถอะหากท่านถูกพวกมันทุบตี ข้าจะมิช่วยแม้แต่น้อย!'
เจียวเฟิ่งอี้คิดในใจเมื่อนางคิดถึงคำพูดจิวเฉินเมื่อครู่ต้องควันออกหูด้วยความโกรธอีกครั้งสถานการณ์เช่นนี้เขายังกล้าล้อเล่นกับนางอีก เมื่ออารมณ์โกรธอ่อนๆของหญิงสาวปะทุก็ต้องกระทืบเท้าอีกอยู่หลายครั้ง
"เฮ้ๆ พี่สาวเ้าถอยออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้าได้ไง! หมานหู หมานจูไปเอาตัวนางมา"
เมื่อเห็นเจียวเฟิ่งอี้เดินถอยออกไปหมานจงก็โกรธเป็อย่างมาก สองคนด้านหลังของมันเดินออกมาด้านหน้าคิดเดินไปทางที่เจียวเฟิ่งอี้ยืนอยู่
"หยุดอยู่ตรงนั้นผู้ใดกล้าล้ำเส้นเกินเท้าที่ยืนอยู่ของข้าไป!ข้าจะตบให้เรียบ!"
คำพูดของจิวเฉินส่งผลให้ร่างของคนทั่วโรงเตี๊ยมหัวเราะเยาะดังลั่นคราก่อนพวกมันส่งสารแต่เมื่อเห็นเ้าหนูนี้อวดดีขนาดนี้จึงเริ่มอยากเห็นมันโดนพวกของหมานจงสั่งสอนบ้างแล้ว
____________________________________________________________________
บทที่7.2 ประกายแห่งความอำมหิต!
"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกข้าจะโดนเ้าตบงั้นรึ? ช่างไร้สาระ!เห็นทีข้าต้องสั่งสอนเด็กอวดดีอย่างเ้าก่อนเสียแล้ว!"
หมานจงผลักสองคนที่ติดตามมันออกไปจากเบื้องหน้าพร้อมทั้งยกฝ่ามือะโเข้าหาจิวเฉินอย่างรวดเร็วหวังตบให้ฟันมันร่วงทั่วปาก จิวเฉินยกมุมปากยิ้มเยาะหาเกรงกลัวไม่
ฟิ้วว์!
เผี้ยะ!!
ร่างของคนผู้หนึ่งปลิวกระเด็นออกไปทางโต๊ะของคนในโรงเตี๊ยมที่นั่งรอชมเื่สนุกอยู่จนพวกมันต้องรีบลุกนี้อย่างรวดเร็ว
โครม!
โต๊ะไม้แหลกละเอียดพร้อมทั้งร่างของของคนผู้หนึ่งนอนเือาบอยู่! ฟันบนปากของมันล่วงออกจนเกือบหมด ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างหันไปดูอย่างขบขันว่าเ้าเด็กจอมอวดดีคงโดนตบปลิ้นไปแล้วแต่สิ่งที่พวกมันเห็นต้องทำให้ใบหน้าของพวกมันแข็งค้าง เพราะคนที่นอนเือาบอยู่ในซากโต๊ะและเก้าอี้ที่พังนั้นหาใช่เด็กนั้นไม่แต่กับเป็หมานจง!
"ไอ้เด็กสารเลวบังอาจทำร้ายข้า! หมานหู หมานจูฆ่ามันให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
หมานจงค่อยๆลุกขึ้นอย่างอย่างลำบากทุกครั้งที่มันพูดล้วนมีเืและฟันบางซีกกระเด็นออกจากปากจนทำให้ผู้คนรู้สึกสยองว่ามันจะเ็ปเพียงใดหากตนเองโดนเช่นนั้น
"ไอ้เด็กสารเลว! บังอาจทำร้ายนายน้อยหมานจงรึ? แกตาย!!"
"ตายซะไอ้เด็กสารเลว!"
หมานหูและหมานจูต่างคำรามด้วยโทสะพุ่งเข้าหาจิวเฉินอย่างบ้าคลั่ง หมัดของพวกมันง้างออกชกเข้าหาหน้าอกของจิวเฉินอยากรวดเร็ว
ฟิ้วว์!
แต่หมัดของพวกมันทั้งสองหาโดนตัวจิวเฉินไม่หมัดของพวกมันััได้เพียงภาพร่างติดตาของจิวเฉินเท่านั้น จิวเฉินใช้ทักษะทะยานผ่านท้องฟ้าอ้อมไปด้านหลังของพวกมันอย่างรวดเร็วในทันทีพร้อมทั้งหยัดเหยียดฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปกุมลำคอของพวกมันจากด้านหลัง แล้วยกขึ้นจนเท้าของพวกมันเหนือพื้น
อ้ากกก!
อ้ากกก!
ผู้คนในร้านต่างตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีผู้หนึ่งบีบคอชายวัยกลางคนร่างกำยำทั้งสองและยกขึ้นลอยตัวเหนือพื้นตามมาด้วยเสียงร้องอันทานทรมารของหมานหูและหมานจู พวกมันต่างยกแขนทั้งสองข้างอันใหญ่โตคิดแกะมือที่บีดรัดคอของพวกมันออกแต่มือนั้นราวขุนเขาที่ยึดลำคอของพวกมันไว้ หมานหูและหมานจูมิอาจขยับให้มือนั้นปลดออกแม้เพียงน้อยนิด
"ปล่อยข้าไม่งั้นแกตายแน่!"
"ปล่อยข้าเดี้ยวนี้! แกรู้หรือไม่ว่าพวกข้าคนระกูลหมานเป็ใคร"
"ปล่อยพวกมันทั้งสองซะ! มิเช่นนั้นเ้ามิตายดีแน่!ใครก็ช่วยเ้าไม่ได้!"
เมื่อพวกมันมิสามารถหลุดพ้นจากมือมรณะของเด็กหนุ่มพวกมันจึงต้องอ้างชื่อเสียงอันน้อยนิดของหัวหน้าหมู่บ้านจิงหนานหมานจงเองเมื่อเห็นสองคนที่แข็งแกร่งกว่ามันหนึ่งระดับถูกเด็กนี้จับลำคอยกขึ้นเหนือพื้นอย่างง่ายดายก็อดตกตะลึงมิน้อยมันจึงเริ่มใช่คำอาญาสิทธิ์ที่ในหมู่บ้านจิงหนานมิเคยมีใครสามารถขัดมันได้
แต่หาใช้ได้กับจิวเฉินไม่เขายิ้มเยาะอย่างขบขันและน่าหัวร่อจริงๆ ที่พวกมันคิดใช้คำขู่กับเขา เพราะคำขู่มิเพียงมิสามารถหยุดการกระทำของเขาได้อีกทั้งมันยังทำให้ไฟโทสะของจิวเฉินลุกฮือมากอีกด้วย พวกมันเข้ามาหาเื่เองแท้ๆพวกจวนตัวคิดใช้ชื่อเสียงของตระกูลมาขู่รึ?นั้นจะทำให้จิวเฉินกลัวได้อย่างไรเพราะในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เขาเกรงกลัวได้แม้แต่น้อย
"เฮ้ๆ สุนัข!เช่นพวกเ้ามาเห่าใส่ข้าแล้วคิดว่าข้าจะปล่อยไปงั้นหรือ"
แคร่ก!
แคร่ก!
โดยที่มิมีการบอกกล่าวหรือเตือนใดๆสองมือของจิวเฉินที่เกาะกุมลำคอของคนทั้งสองไว้นั้นก็ได้บีบคอของพวกมันจนเกิดเสียงกรดูกแหลกละเอียด!หมานหูและหมานจูตาเบิกโพร่ง ก่อนลูกตาตาสีดำของพวกมันจะเหลือกโปนจนเป็สีขาว พวกมันมิสามารถพูดคำใดหรือร้องก่อนตายออกมาได้แม้แต่น้อย
ฟึบ!
ร่างทั้งสองที่ไร้ิญญาถูกโยนลงพื้นอย่างมิแยแสจิวเฉินจ้องมองไปยังร่างของหมานจงที่ยืนสั่นเป็เ้าเข้าอยู่ ใบหน้าของมันบัดนี้มิมีร่องรอยแห่งความเย่อหยิ่งถือดีเช่นตอนมันเข้ามาอีกแล้วจะมีก็เพียงแต่ใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์เพราะความหวาดกลัวของมัน
จิวเฉินะโครั้งหนึ่งก็มาถึงเบื้องหน้ามันและมืออันรวดเร็วก็ควรจับไปที่คอของหมานจงและยกร่างมันขึ้นเหนือพื้นอย่างรวดเร็ว
อ้าก!
หมานจงร้องอย่างทรมานเมื่อโดนมืออันแข็งแกร่งคว้าจับลำคอของมันจนทำให้มันหายใจแทบไม่ออก
"ปะ...ปล่อยข้า....ไม่เช่นนั้น...ไม่เช่นนั้นพ่อของข้าเอาเ้าตายแน่...และจะไม่มีใครช่วยเ้าได้"
หมานจงพูดขู่จิวเฉินเสียงสั่นจิวเฉินยกมุมปากยิ้มเยาะด้วยใบหน้าชั่วร้าย
"เป็เช่นนั้นรึ?"
"ถะ...ถูกต้องปล่อยข้าเร็วเข้า"
"ก็ได้ข้าจะปล่อยเ้า!"
คำพูดของจิวเฉินส่งผลให้หมานจงกระหยิ่มยิ้มย่องมิน้อยเห็นได้ชัดว่าเ้าเด็กนี้มันเกรงกลัวพ่อของตนมิน้อย แต่คำพูดต่อมาของจิวเฉินต้องทำให้ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างหนัก
"แต่ปล่อยให้ไปลงนรก! แทนน่ะนะ ขอโปรดท่านหมานจงเดินทางโดยสวัสดิภาพ"
จิวเฉินฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวให้แกหมานจงแต่มันหาใช่รอยยิ้มยินดีไม่แต่มันคือรอยยิ้มของปีศาจร้าย! และดวงตาของจิวเฉินบัดนี้ได้มีประกายแห่งความอำมหิตเืเย็นอยู่ส่งผลให้ทั่วร่างของหมานจงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"มะ...ม่าย! ปล่อยข้า...ปล่อยข้---"
อ๊อก!
แกร่ก!
เสียงกระดูกคอแหลกละเอียดครั้งที่สามดังขึ้นหมานจงกำลังเปล่งเสียงมิยินยอมทว่าซุ้มเสียงของมันก็ได้ขาดหายไปพร้อมทั้งลมหายใจและิญญาของมัน
____________________________________________________________________
บทที่7.3 มุ่งตรงสู่วิหารลอยฟ้า
ฟึบ!
ร่างอันไร้ิญญาของหมานจงถูกโยนลงพื้นอย่างมิแยแสผู้คนในโรงเตี๊ยมทั้งหมดต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่เจียวเฟิ่งอี้ยังต้องใจสั่นเมื่อเห็นความเืเย็นของจิวเฉินหญิงสาวมิคิดเลยว่าเด็กน้อยอายุสิบห้าปีผู้หนึ่งจะกระทำการอุกอาจลงมือสังหารคนอย่างง่ายดายเช่นนี้หนำซ้ำยังสังหารไปถึงสามคน! ผู้คนในโรงเตี๊ยมทั้งหมดล้วนมิได้คิดผิดแผกจากเจียวเฟิ่งอี้แม้แต่น้อย
จิวเฉินมิสนใจเสียงพูดคุยซุบซิบรอบข้างแม้แต่น้อยเขาเดินเข้าหาเจียวเฟิ่งอี้และยิ้มให้แก่นาง
"สาวน้อย! ไปกันเถอะ"
เจียวเฟิ่งอี้ต้องเผลอก้าวถอยหลังออกไปถึงสองก้าวบัดนี้หญิงสาวรู้ซึ้งอย่างแท้จริงแล้วว่าจิวเฉินนั้นมิได้ธรรมดาสามัญเช่นที่ตนคิดไว้ก่อนหน้านี้
"อืม..."
เจียวเฟิ่งอี้ตอบแค่คำสั้นๆจิวเฉินต้องขมวดคิ้วขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะรู้ความนัยว่าหญิงสาวเป็อะไรจิวเฉินยกมุมปากฉีกยิ้มกว้าง
"สาวน้อย! เ้าคงมิได้กำลังกลัวข้าอยู่หรอกใช่หรือไม่?"
พอได้ฟังคำอันเย้ยหยันของจิวเฉินเจียวเฟิ่งอี้ต้องบังเกิดโทสะกระทืบเท้ากับพื้นอยู่หลายทีก่อนจะทำหน้าบึงตึงอย่างน่ารัก
"ฮึ! ผู้ใดกลัวเด็กน้อยอย่างท่านกัน!"
จิวเฉินต้องแอบหัวร่อในใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของหญิงสาวจิวเฉินเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปพร้อมกับเจียวเฟิ่งอี้อย่างสบายอารมณ์ เขาทำเหมือนกับว่าเื่ราวเมื่อครู่มิได้เกิดขึ้น
ภายในโรงเตี๊ยมผู้คนที่มิอยากมีส่วนเกี่ยวข้องต่างออกจากโรงเตี๊ยมไปอย่างรวดเร็วเพราะทุกคนต่างกลัวโดนรวบหัวรวบหางไปด้วยหากหัวหน้าหมู่บ้านหมานจู่รู้เข้า ภายในโรงเตี๊ยมยังมีผู้คนอยู่อีกสองถึงสามคนพวกเขาคือเ้าของโรงเตี๊ยมและเสี่ยวเอ่อ
"เฮ้อ! พวกเราจะทำเช่นไรกับศพทั้งสามนี่ดี"
"ข้าน้อยว่าเราสมควรบอกเื่นี้แก่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านหมานจู่นะขอรับ"
"ข้าเองก็เห็นด้วยขอรับ"
เ้าของโรงเตี๊ยมอับจนหนทางยิ่งที่มีเื่เลวร้ายเช่นนี้มาเกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมของตนเขาสั่งเสี่ยวเอ๋อทั้งสองให้นำร่างไร้ิญญาทั้งสามไปส่งถึงจวนว่าการหัวหน้าหมู่บ้าน
_________________________________
"บัดซบ! บังอาจฆ่าลูกชายข้า! ข้าจะต้องฆ่ามันให้ได้!"
ทันทีที่หมานจู่รู้เื่มันคำรามออกมาด้วยเ็ปดังลั่นไฟโทสะถูกจุดขึ้นในใจของมัน มันส่งคนออกตามหาเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีที่ลงมือสังหารลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตนแต่มันก็มิสามารถหาร่องรอยใดได้เลย
ภายในป่าไม่ไกลจากโรงเตี้ยมมากนักมีเด็กหนุ่มกับหญิงสาวกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างมิมีใครยอมใคร
"เรียกข้าว่าพี่สาวเดี๋ยวนี้"
"ไม่! เ้าต่างหากเรียกข้าว่าพี่เฉินซะ!"
"แหวะ! ไม่มีวัน!"
เจียวเฟิ่งอี้ออกมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับจิวเฉินไม่นานมานี้เองและตลอดทางที่พูดคุยกันนางก็ถูกจิวเฉินเรียกว่าสาวน้อยตลอด จึงเกิดความขุ่นเคืองต่อเด็กหนุ่มมิน้อยส่งผลให้เกิดสถานการณ์ต่อปากต่อคำกันเช่นนี้
จิวเฉินรู้สึกเบื่อหน่ายเป็อย่างมากเมื่อต้องมาต่อปากต่อคำกับเจียวเฟิ่งอี้เช่นนี้สายตาของเขาเหม่อมองขึ้นไปที่ก้อนวัตถุขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่สูงขึ้นไปบนฟ้าถึงพันเมตร
"ข้าว่าเราสมควรขึ้นไปข้างบนได้แล้ว"
คำพูดของจิวเฉินส่งผลให้ร่างของเจียวเฟิ่งอี้สั่นด้วยความปิติยินดีหญิงสาวยิ้มกว้างเดินเข้ามายืนข้างจิวเฉิน
"ไปๆ ไปตอนนี้เลย"
จิวเฉินอดยิ้มออกมามิได้กับท่าทางอันเหมือนเด็กสามขวบที่เจอของเล่นของเจียวเฟิ่งอี้จิวเฉินมิพูดพร่ำเพื่ออีกต่อไป เดินเข้าไปซ้อนตัวของหญิงสาวขึ้นอุ้มในท่าอุ้มเ้าหญิงทันที
กรี้ดดด!
เจียวเฟิ่งอี้กรี้ดดังลั่นอย่างใจนเผลอโอบรัดคอของจิวเฉินไว้อย่างแแ่กลัวตกลงพื้น หญิงสาวพอได้สติต้องถลึงตาเขียวปัดใส่จิวเฉิน
"เฉินน้อย! เ้า! เ้าเด็กลามก! คิดล่วงเกินพี่สาวแล้วใช่ไหม? ปล่อยพี่สาวลงเดี๋ยวนี้นะ!"
จิวเฉินสบตากับเจียวเฟิ่งอี้และยกมุมปากยิ้มหัวเราะออกมา
"ฮ่าฮ่า! สายน้อย! เ้าอยู่นิ่งๆเถอะอย่าดิ้นได้ไหม? ข้าขอบอกก่อนเลยว่าข้ามิได้มีความคิดมิดีมิร้ายต่อเ้าแม้แต่น้อยเลยที่ข้าต้องทำเช่นนี้เพราะต้องพาเ้าขึ้นไปวิหารลอยฟ้าต่างหากล่ะ เอ๊ะ! หรือว่าเ้ามิอยากไปแล้ว"
"อยากไปสิ! ถ้าบอกกันแต่แรกก็จบเื่แล้ว ฮึ!"
เจียวเฟิ่งอี้สะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอนจะเห็นได้ว่าตอนนี้แก้มทั้งสองข้างอันขาวเนียนนุ่มของนางขึ้นสีแดงระรื่นเล็กน้อย เพราะั้แ่เกิดมาหญิงสาวมิคิดถูกบุรุษใดอุ้มเลยเว้นแต่บิดาของตนเมื่อถูกเด็กหนุ่มอุ้มจะมิให้นางเขินอายได้อย่างไร
"เกาะให้แน่นนะสาวน้อย!"
จิวเฉินพูดจบก็มิรอคำตอบจากเจียวเฟิ่งอี้แม้แต่น้อยเขารีบใช้ทักษะทะยานผ่านท้องฟ้าและพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เจียวเฟิ่งอี้ต้องเผลอเกาะคอจิวเฉินแน่นหญิงสาวจ้องมองพื้นดินที่เริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ ดวงตาอันงดงามของนางสาดประกายจ้องมองหมู่เมฆและท้องฟ้าสีครามอย่างปิติสุข
จบทที่7