ตอนที่ 1 : ศิษย์เอกแห่งสำนักนภาธรรม
อาณาจักรธรรมิญญา ณ เทือกเขานภาธรรม คือขุนเขาที่ตั้งเด่นสูงตระหง่านตระการตา สภาพแวดล้อมทั่วทั้งบริเวณเทือกเขาแห่งนี้นั้น ช่างเป็สถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีเต็มไปด้วยพลังธรรมชาติ ก่อกำเนิดเป็วงแหวนเก้าชั้น มองจากเบื้องล่างเปรียบเสมือน ดินแดนแห่งทวยเทพก็มิปาน ณ สถานที่แห่งนี้ยังเป็ถิ่นพำนักของสำนักนภาธรรม ซึ่งถูกขนานนามว่า สำนักแห่ง์ผู้ทรงคุณธรรม… ขจัดเหล่ามารร้ายที่บ่อนทำลายทวีปชีฟงแห่งนี้
ณ เวลานี้ทางด้านล่างของขุนเขา ฟงเทียน… ศิษย์เอกของสำนักนภาธรรม กำลังวิ่งอุ้มหญิงสาวที่ร่างของนางนั้น อาบไปด้วยโลหิตพร้อมทั้งหลบปราณมารนับหมื่น
“ฟงเทียน!!! วันนี้จะเป็วันที่สำนักของเ้า จะถึงคราวสิ้นสุด ท่านเทพมารวิบัติกำลังจะมาถึงในไม่ช้า จงยอมรับชะตากรรมของเ้าเสียเถิด ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…” ม่ออู๋กล่าว
“ม่ออู๋ ไอ้สารเลว!!! เ้าวางแผนลอบทำร้ายพวกข้า ทำให้ศิษย์น้องเฟยได้รับพิษ ยังจะกล้าพ่นน้ำลายเน่า ๆ ของเ้าออกมาอีก ข้าได้ทำการแจ้งท่านผู้าุโสูงสุด ฟงเสี่ยน!!! ไปแล้ว ป่านนี้เทพมารวิบัติอาจจะโดน ท่านผู้าุโฟงเสี่ยน แยกร่างไปแล้วก็เป็ได้” ฟงเทียนกล่าว แล้วหันมามองหญิงสาวในอ้อมกอด
“ศิษย์น้องเฟย!!! เ้าอดทนหน่อยนะ... พิษกล้าไร้รักที่แทรกซึม อยู่ภายในตัวเ้า สามารถรักษาได้ ด้วยโอสถต้านสรรพสิ่ง ซึ่งอยู่กับท่านอาจารย์ เ้าจะต้องอดทนไว้ ข้าจะไม่ยอมให้เ้า ต้องเป็อะไรไปแน่นอน!!!”
“พี่ฟง!!! แค่ข้าได้อยู่ในอ้อมกอดของท่าน แม้ตายก็ไม่เป็ไร... ข้ารู้เสมอมาภายในใจของท่าน มีเพียงศิษย์พี่หญิงอิงเซียนเท่านั้น ข้าอยากบอกท่านว่า... ข้าก็เป็ผู้หนึ่ง ที่ตกหลุมรักท่านเช่นกัน... แค่ก... แค่ก!!!” เฟยหลิงไอออกมาเป็โลหิตสีดำ
“น้องเฟย... ข้า...” ฟงเทียนหลบสายตาสาวน้อยในอ้อมกอด และกัดฟันวิ่งขึ้นเขาต่อไป
“พี่ฟง... ท่านอย่าได้คิดมากเลย ทุกวันท่านก็ทำให้ข้า มีความสุขที่สุดอยู่แล้ว” สาวน้อยยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า… เ้าพวกมนุษย์โง่เง่า ลุ่มหลงพร่ำเพ้อเื่ความรัก มันช่างเป็จุดอ่อนของพวกเ้า ยังไงซะวันนี้ ก็ต้องเป็วันตายของพวกเ้า” ม่ออู๋ ยกแขนขึ้น!!! ปล่อยฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่ใส่ทั้งคู่
“นภาไร้ขอบเขต !!!”
ฟงเทียน ตวาดลั่น!!! พลังปราณสีเขียวขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็เกราะต้านฝ่ามือของม่ออู๋เอาไว้
“เ้า!!! บรรลุระดับพลังปราณ… ขั้นสรรพสิ่งหมุนเวียนได้อย่างไร” ม่ออู๋ทำหน้าใ
ฟงเทียนะโขึ้น พร้อมชี้นิ้วออกไปยังม่ออู๋ “ดรรชนีนภาเสียง” ลำแสงสีทองพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าม่ออู๋ ม่ออู๋พลันยกโล่มารสิงห์ขึ้น ต้านรับดรรชนีนภาเสียงได้เพียงเล็กน้อย ทำให้ลำแสงสีทองหักเหจากโล่มารสิงห์ พุ่งทะลุเข้าสู่หัวใจของม่ออู๋
“ไม่!!!...” ม่ออู๋ ตื่นตระหนก หน้าซีดเป็อย่างยิ่ง
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ลำแสงสีทอง ที่กำลังจะทะลุผ่านร่างของม่ออู๋ ก็พลันสลายหายไป ฟงเทียนเงยหน้าขึ้น เขาเห็นชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลา กำลังมองลงมาอย่างเฉยเมย
“ศิษย์เอกของเฒ่าฟง ไม่เลว… ไม่เลว…” ชายวัยกลางคนกล่าว
“คารวะ... ท่านเทพมารวิบัติ” ม่ออู๋โค้งคำนับ
“เป็ไปไม่ได้!!! ท่านมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อท่านผู้าุโสูงสุดฟงเสี่ยน ได้ไปหยุดท่านเอาไว้ที่บึงทมิฬ” เฟยหลิงร้องออกมา
“หึ…หึ…หึ… ช่างน่าขันยิ่งนัก เ้าแก่นั่นก็อยู่ตรงนี้นี่ไง” ชายวัยกลางคนโยนวัตถุทรงกลมลงมาจากฟ้า สิ่งที่กำลังลอยลงมา!!! มันก็คือ ศีรษะของผู้าุโสูงสุดฟงเสี่ยนนั่นเอง
“ท่านปู่เสี่ยน!!!” เฟยหลิงพยายามลงมา จากอ้อมแขนของฟงเทียน แล้วกอดศีรษะของผู้าุโสูงสุดฟงเสี่ยน เอาไว้อย่างแแ่
“พี่ฟง!!! รีบหนีไปหาท่านอาจารย์ ข้าคงจะสามารถ ต้านทานไอ้มารชั่วพวกนี้ ไว้ได้เพียงชั่วครู่” เฟยหลิงกล่าว
“ไม่ได้!!! พวกเราจะต้องหนีไปด้วยกัน” ขณะเดียวกัน ในแววตาของฟงเทียนเต็มไปด้วย ความเศร้าและความโกรธอย่างมากล้น
ฟงเทียนชักกระบี่แสงอรุณออกมา “เพื่อนยาก!!! เรามาสู้ศึกครั้งนี้ด้วยกัน บางทีศึกครั้งนี้ อาจจะเป็ครั้งสุดท้ายของพวกเรา จงทำให้มันเป็ศึก ที่สนั่นฟ้าะเื์กันเถอะ สู้!!!” กระบี่แสงอรุณกำลังสั่น!!! ตอบรับคำเรียกร้องของเ้านายมัน
ฟงเทียนจึงเดินกลับไปอุ้มเฟยหลิง แล้วพานางมานั่งพิง ที่ก้อนหินขนาดใหญ่
“น้องเฟย... ข้าขอโทษที่พาเ้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้” ฟงเทียนกล่าวพร้อมกับมองไปที่สาวน้อยอย่างอ่อนโยน
“พี่ฟง... อย่างน้อยข้าก็สามารถ เอาชนะพี่หญิงอิงเซียนได้ โดยการไปปรภพพร้อมกับท่าน” เฟยหลิงยิ้มอย่างสดใสและกอดฟงเทียน
ฟงเทียนยืนขึ้น พลันหันมามองชายวัยกลางคนและม่ออู๋ แล้วกล่าวออกมาว่า “ข้าพร้อมแล้ว!!! ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่า… สุดยอดฝีมือของทวีป จะมีน้ำยาสักแค่ไหน!!!” ผืนดินที่เท้าของฟงเทียน เริ่มสั่นะเื และแตกออกเสมือนใยแมงมุม ลมหมุนรอบตัวฟงเทียนอย่างรุนแรง
ม่ออู๋หน้าถอดสี พลันกล่าวออกมาว่า “ไม่อยากเชื่อเลย ทั้ง ๆ ที่มันโดนพิษกล้าไร้รักเข้าไปแท้ ๆ ทำไมมันยังมีพลังระดับนี้ได้อีก ์ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ ที่ให้พร์มันมากกว่าข้าเช่นนี้”
ชายวัยกลางคนหันมองม่ออู๋ แล้วส่ายศีรษะพร้อมหันมามองฟงเทียน จากนั้นจึงกล่าวว่า “เ้าเด็กน้อยพร์ของเ้านั้น ช่างสูงมากจริง ๆ ถ้าเ้าหันมาเป็ศิษย์ของข้า ข้าจะไว้ชีวิตศิษย์น้อง และคนรักของเ้าเป็อย่างไร??? ”
ม่ออู๋ ทำหน้าตาน่าเกลียด ราวกับว่าได้กินอุจจาระเข้าไปก็มิปาน...
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของผู้าุโ แต่ข้าเกิดเป็มนุษย์ จึงไม่มีความคิด ที่จะทรยศผู้มีพระคุณ ซึ่งได้ชุบเลี้ยงข้ามา ข้ายอมตายดีกว่ายอมสยบแก่ท่าน ปณิธานของข้าจะไม่มีวันสั่นคลอนอย่างเด็ดขาด เข้ามา!!!... เ้ามารชั่ว” ฟงเทียนกล่าว
“ช่างปากดีเสียจริง ๆ เ้าเด็กน้อย” ชายวัยกลางคนหายตัวไป และปรากฏขึ้น ทางด้านหลังของฟงเทียน “ฝ่ามือกัดกิน” ซัดกระแทกเข้าที่ด้านหลัง ของฟงเทียนอย่างเต็มแรง จนกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร พุ่งชนเข้ากับเนินเขาจนพังทลาย
“พี่ฟง!!!” เฟยหลิงน้ำตาไหลรินอาบแก้ม
ซากหินเริ่มขยับ… ฟงเทียนค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มุมปากมีโลหิตไหลเป็ทาง และฝืนทนต่อพิษาแ ที่กำลังกัดกินจนเป็สีดำ บนแผ่นหลังของเขา “เทพมารวิบัติ!!! เ้ามีปัญญาเพียงเท่านี้เองหรือ” จากนั้นฟงเทียนก็ชูกระบี่ขึ้น “หมื่นกระบี่นภาหวนคืน” ปราณกระบี่นับหมื่นบินขึ้นราวกับพายุ ล้อมรอบตัวฟงเทียน พุ่งเข้าหาเทพมารวิบัติในทุกทิศทุกทาง
เทพมารวิบัติแค่ยกมือขึ้น แล้วสะบัดไปข้างหน้า ปราณกระบี่นับหมื่น ก็อันตรธานหายไปทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันนั้น กลับมีกระบี่สีทองเล่มหนึ่ง พุ่งตัดผ่านนิ้วก้อยของเขาได้สำเร็จ เทพมารวิบัติได้แต่ขมวดคิ้ว ที่ไม่สามารถจับกระแสปราณ ของกระบี่เล่มนี้ได้ เทพมารวิบัติคิดขึ้นว่า ถ้าปล่อยให้เด็กคนนี้เติบโต คงจะไม่เป็ผลดีต่อแผนการของนายท่านอย่างแน่นอน จึงควรต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมเสีย
“เ้าเด็กน้อยถึงกับใช้จิตกระบี่รวมหนึ่ง... เช่นนั้นรึ!!! ไม่เลว ๆ หากเ้าไม่ยอมรับข้าเป็อาจารย์ เ้าก็จงตายไปซะ!!!” เทพมารวิบัติกล่าวพร้อมกับยกนิ้วขึ้น และเริ่มเขียนอักขระโบราณ “มารไร้รักษ์กลืนกิน” หลุมดำปรากฏขึ้นเหนือหัวของฟงเทียน ดูดกลืนจิตกระบี่จนหมดสิ้น
ฟงเทียนหันไปมองศิษย์น้องเฟย และกล่าวว่า “น้องเฟย ข้าขอโทษด้วยสำหรับทุกสิ่ง ข้าฝากกล่าวลาเหล่าศิษย์พี่น้องทุกคน และฝากบอกอิงเซียนด้วยว่า ข้าทำตามสัญญาแน่ หากชาติหน้ามีจริง ลาก่อน…”
ฟงเทียนปลดปล่อยมหาปราณในตัวจนหมดสิ้น เพื่อสร้างสะพานเชื่อมมิติและผลักเฟยหลิงเข้าไป
“ไม่... ไม่... ไม่...” เสียงของเฟยหลิงลอยออกมา จากสะพานเชื่อมมิติและค่อย ๆ หายไปในที่สุด
“เ้าเด็กน้อยถึงเวลาตายของเ้าแล้ว… ฝ่ามือกัดกิน!!!” คลื่นพลังกำลังกระทบใบหน้าของฟงเทียน ที่ยืนอ่อนแรงอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถขยับได้ แม้เพียงปลายนิ้ว ฟงเทียนหลับตาลง และพึมพำว่า เซียนเอ๋อ หากภพชาติหน้ามีจริง ข้าขอเกิดมาพบกับเ้าอีกครั้ง ลาก่อน...”
“ตู้มมมมม!!!”
ร่างของฟงเทียนกระเด็นชนต้นไม้ และเนินเขาเป็ทางยาวกว่า 150 เมตร เขานอนแน่นิ่ง มีรอยยิ้มบนใบหน้า ชีพจรเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ ม่ออู๋หัวเราะ และเดินเข้ามาหยิบกระบี่แสงอรุณ ที่กำลังค่อย ๆ อับแสงลง หมายจะฟันคอของฟงเทียนอย่างเหี้ยมโหด
แต่ทันใดนั้นเอง!!! ก็พลันมีผ้าแพรสีดำมาหยุดยั้ง กระบี่แสงอรุณเอาไว้ และดึงกระบี่ออกจากมือของม่ออู๋
“ใครกัน!...? ...!...? ...!” ม่ออู๋ะโถอยหลังออกไปราว 3 เมตร
หญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าสีม่วง สวมชุดสีม่วง ขลิบสีดำทอง ราวกับเทพธิดาโบยบินลงมาจากสรวง์ ถือผ้าแพรสีดำโบกสะบัดปลิวไสว
“อาวุธเทพผ้าแพรไหมฟ้า์!!!” เทพมารวิบัติอุทานออกมาด้วยความใ
“ท่านรู้จักสิ่งนี้ด้วยหรือ??? ” หญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าสีม่วงถาม
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... การมาในครั้งนี้ช่างกำไรเสียจริง” เทพมารวิบัติมองอาวุธเทพด้วยความละโมบ เขารู้สึกถึงคลื่นพลังปราณ ที่กำลังพุ่งมาจากทางด้านหลังของเขา จึงหันไปใช้ฝ่ามือตั้งรับ... ทันใดนั้น ก็ปรากฏหมัดของชายชราเคราขาว มากระแทกที่ฝ่ามือของเขา ต่างฝ่ายต่างโดนคลื่นกระแทก ถอยหลังไปคนละสามก้าว
“เหอะ!!! ไอ้เฒ่าฟง... เ้ามันสุนัขลอบกัด ช่างไม่สมกับที่เป็ เ้าสำนักนภาธรรมผู้ทรงคุณธรรม อย่างที่บรรดาชาวยุทธในใต้หล้าได้กล่าวถึง” เทพมารวิบัติเอ่ยขึ้น
“หึ...หึ...หึ... สำหรับคนเช่นเ้า ที่ทำร้ายศิษย์ของข้า จนปางตายถึงเพียงนี้ ยังต้องมีคุณธรรมไปเพื่ออันใด คุณธรรมนั้นอยู่ที่ใจ แค่เคารพใจของตนเองก็เพียงพอแล้ว” ฟงชิงหยาง เ้าสำนักนภาธรรมกล่าว
“เซียนเอ๋อ… เ้าพาฟงเอ๋อออกไปก่อน” ฟงชิงหยางเอ่ยขึ้น
“ค่ะ!!! ท่านอาจารย์” หญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าสีม่วงตอบ และพยุงฟงเทียนขึ้น แล้วค่อย ๆ ถอยออกมายังศิษย์พี่น้องอีกสี่คน หนึ่งในนั้นมีเฟยหลิงที่กำลังหัวใจสลาย ซึ่งขยับตัวไม่ได้อยู่ด้วย
“พี่อิงเซียน… พี่ฟงเป็อย่างไรบ้าง” เฟยหลิงถาม
“น้องเฟย ตอนนี้อาการของพี่ฟงยังไม่แน่ชัด ห้ามทุกคนถ่ายพลังปราณ ให้พี่ฟงโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น… อาจจะทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกได้ รอให้ศิษย์น้องหลิงซีมาถึงก่อน วิชาแพทย์ของนางนั้น อยู่ในระดับสูงที่สุด ในบรรดาหมู่พวกเรา ข้าส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปถึงนางแล้ว” หญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าสีม่วงกล่าว
ระหว่างนั้นเสียงะเิขนาดใหญ่ก็ดังขึ้น มีเงาพุ่งลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
“บึ้มมมมม!!!” เกิดเป็หลุมลึกขนาด 3 ตารางเมตร
“ท่านอาจารย์!!!” ศิษย์ทั้งหกเรียกพร้อมกัน
“เฒ่าฟง!!! เ้าบรรลุถึงขั้นเซียนนภาท่อง์แล้วเช่นนั้นรึ ก็ไม่แปลกที่นายท่าน ส่งข้าลงมาเพื่อจัดการ กำจัดเ้าด้วยตนเองโดยเฉพาะ” เทพมารวิบัติกล่าว
เฒ่าฟงค่อย ๆ ยืนขึ้นจากหลุมลึกขนาด 3 ตารางเมตร โดยมีโลหิตไหลอาบไปทั่วร่าง
“เฮ้อ... เทพมารวิบัติ” เ้าเป็คู่ต่อสู้ที่ทรงพลังมากที่สุด เท่าที่ข้าฟงชิงหยาง เคยพบเจอมาทั้งหมด เช่นนั้นข้าจะต้องเริ่มเอาจริงขึ้นมาได้เสียที…