ตั้งแต่เหมยซีตั้งครรถ์นางก็แทบจะกลายเป็นคนว่างงาน เนื่องด้วยคำสั่งของอี้อ๋องที่สั่งห้ามนางทำอันใด แต่เหมยซีก็เถียงสามีว่าต้องออกกำลังกายบ้างเพื่อลูกจะได้แข็งแรง อย่างน้อยก็ขอรดน้ำต้นไม้ก็ยังดี
อี้อ๋องก็ต้องจำยอมเพราะนางมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาเถียงเขา ตอนนี้ท้องของคุณแม่มือใหม่กำลังโตขึ้นจนใกล้จะครบกำหนดคลอดแล้ว และหมอหลวงที่ตอนนี้ถูกสั่งให้มาพำนักที่จวนต้องมาตรวจพระชายาทุกวันรวมทั้งการคัดเลือดแม่นมพร้อมหมอตำแยที่ดีที่สุดในเมืองมาพำนักที่จวนเช่นเดียวกัน
ณ กลางดึกเหมยซีที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดขนาดนอนยังลำบากเริ่มมีความผิดปกติ เหมยซีเริ่มมีอาการปวดท้องถี่ๆ และน้ำคลำแตกนางจึงรีบปลุกอี้อ๋องทันที
"อี้อ๋องเพคะ หม่อมฉันปวดท้องเหลือเกิน โอ้ย!!!!!" อี้อ๋องได้ยินก็รีบผุดลุกขึ้นมาทันที
"ใครอยู่ข้างนอกบ้าง พระชายาจะคลอดแล้วไปตามหมอหลวงหมอตำแยมาเดี๋ยวนี้" อี้อ๋องตื่นตกใจมีใครพอจะคิดออกเขาก็เรียกเข้ามาหมด คนแรกที่เข้ามาก็คือซือหยา นางรีบรุดไปดูอาการพระชายาในทันที
"พระชายาเพคะ ทรงอดทนไว้หมอตำแยกำลังจะมาแล้วเพคะ" ซือหยาพยุงนายหญิงในเชิงกึ่งนั่งกึ่งนอน
หมอตำแยพร้อมเหล่าบรรดาสาวใช้ในจวนต่างเข้ามาในห้อง และหมอตำแยได้ขอให้อี้อ๋องทรงรอด้านนอก และสั่งให้สาวใช้ไปต้มน้ำร้อนพร้อมผ้าสะอาดเข้ามาให้เร็วที่สุด
ช่วงเวลาที่ข้างในกำลังชุนมุล อี้อ๋องที่นั่งไม่ติดได้แต่เดินไปเดินมา สาวใช้ออกมานำน้ำร้อนเข้าไป อี้อ๋องก็รีบถามอาการพระชายา และได้คำตอบว่าทรงปลอดภัยและจวนจะคลอดแล้ว
" อุแว้ๆๆๆๆ...."
เสียงนายน้อยที่ร้องบ่งบอกถึงความแข็งแรง หมอตำแยรีบออกมา "ยินดีด้วยเพคะอี้อ๋อง องค์ชายทรงแข็งแรงดีเพคะ " และนางก็รีบเข้าไปปิดประตูกันลมเข้าทันที
บรรดาบ่าวไพร่ร่วมถึงองค์รักษ์รีบคุกเข่า "ยินดีด้วยพะยะค่ะอี้อ๋อง ยินดีด้วยพะยะค่ะพระชายา"
ทุกคนในจวนต่างตื่นเต้นกับนายน้อย และหมอตำแยก็อุ้มองค์ชายน้อยออกมาให้อี้อ๋องทอดพระเนตร อี้อ๋องค่อยๆเข้าไปอุ้มบุตรชายของตัวเองไว้อย่างอ่อนโยน
"ลูกข้า.... เจ้าช่างเหมือนแม่ของเจ้ายิ่งนัก" พร้อมทั้งหันหน้าออกให้ทุกคนให้เห็นนายน้อยของจวน
ภายในห้องนอน อี้อ๋องได้อุ้มบุตรชายของตนเข้ามายื่นให้พระชายาทอดพระเนตรลูกชาย
"เหมยซีเจ้าดูสิ ลูกของเราแข็งแรงและหน้าตาคล้ายเจ้ายิ่งนัก โตขึ้นเจ้าจงปกป้องคุ้มครองแม่ของเจ้าให้ดีนะลูกพ่อ" อี้อ๋องพูดกับนายน้อยของบ้านให้ดูแลแม่ของตน เหมยซีหัวเราะกับท่าทางของคุณพ่อมือใหม่
"อี้อ๋องก็ ลูกของเราพึ่งเกิดอย่างพึ่งทรงประทานงานให้เลยเพคะ" เหมยซียิ้มมองดูพ่อลูกคุยกันกะหนุงกะหนิง
หมอตำแยได้บอกกับอี้อ๋องว่าจะทรงให้องค์ชายได้ดื่มนมจากมารดา ขอให้ทรงรอด้านนอก อี้อ๋องที่อยากดูทุกการกระทำระหว่างแม่และลูกทำท่าไม่อยากออกไป จนเหมยซีได้กล่าวให้รอก่อน
งานเลี้ยงรับขวัญองค์ชายครบ 1 เดือน ผู้คนจากทั่วสารทิศได้เข้ามาอวยพรพร้อมนำของขวัญต่างๆ มายังจวนอี้อ๋อง ส่วนพระชายาได้ให้บ่าวไพร่ทำโรงทานแจกข้าวให้กับคนยากจน ได้รับเสียงสรรเสริญจากราษฎร์ในระแวกเป็นอย่างมาก
งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ต่างก็พลัดกันเข้ามาดูองค์ชายน้อยที่น่ารักน่าชัง ตอนนี้องค์ชายน้อยได้กลายเป็นขวัญใจของจวนเป็นที่เรียบร้อย
อี้อ๋องที่ต้องต้อนรับแขกตั้งแต่เช้าจนค่ำ ก็รู้สึกว่าออกรบนั้นง่ายกว่าการรับแขกเป็นไหนๆ
เมื่อตะวันตกดินอี้อ๋องก็ประครองพระชายาและองค์ชายเข้ามาพักในจวน เนื่องด้วยต้องต้อนรับแขกทั้งวัน อี้อ๋องสั่งสาวใช้ให้นำน้ำอุ่นมาแช่เท้าพระชายา
"เหนื่อยหรือไม่เหมยซีต้องต้อนรับแขกทั้งวัน และยังต้องปลีกตัวมาให้นมลูกอีก" อี้อ๋องถามอย่างเป็นห่วง
"เหนื่อย... แต่มีความสุขมากเพคะที่เห็นผู้คนรักใคร่เอ็นดูลูกของเรา" เหมยซียิ้มหวานนางเข้าใจถึงหัวอกคนเป็นแม่เป็นอย่างดีก็ตอนคลอดบุตรและการอดหลับอดนอนเพื่อให้นมบุตร
"เจ้ามีความสุข แล้วเหตุอันใดในตาถึงเศร้านักละ มีอะไรหรือเปล่าเจ้าไม่สบายตรงไหนบอกข้ามาเถิดยอดรัก" อี้อ๋องที่ยังคงเส้นคงวาความหวานต่อชายารักถามอย่างห่วงใย
"หม่อมฉันไม่ได้เป็นอันใด เพียงแต่คิดถึงแม่และครอบครัว พวกท่านคงจะมีความสุขถ้าได้เห็นหลานชาย" เหมยซีน้ำตาคลอเบ้า
"เจ้าอย่าคิดมากเลยนะเหมยซี เราคิดว่าครอบครัวของเจ้าต้องรับรู้เป็นแน่ว่าข้าดูแลเจ้าและลูกเป็นอย่างดี" อี้อ๋องโอบกอดภรรยาที่รัก
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีแสงสีขาวที่เคยนำทางเหมยซีมาและกลับไปบังเกิดขึ้น อี้อ๋องตกใจกอดภรรยาและบุตรไว้แน่นพอแสงเริ่มลดลงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เหมยซีถึงกับร้องไห้ออกมาและคุกเข่าลงกับพื้น
ด้านอี้อ๋องก็ทรงตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า อี้อ๋องมองดูภาพตรงหน้าที่มีเก้าอี้รูปทรงแปลกตาและบุคคลตรงหน้าที่แต่งกายเหมือนชาวตะวันตก
"แม่ค่ะ พ่อค่ะ พี่ค่ะ หยางหยุน ได้ยินเหมยซีหรือไม่ เหมยซีคิดถึงทุกคนมากเลย สบายดีกันไหมค่ะ" เหมยซีรีบเรียกบุคคลที่อยู่อีกฝั่งของเงา
ด้านครอบครัวเหมยซีตกใจกับภาพที่บังเกิด บัดนี้ได้เป็นการยื่นยันแล้วว่าจิตของเหมยซีได้กลับไปยังอดีตและไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนสถานที่พำนักและอยู่กับคนรักของนางเท่านั้น
"เหมยซีของแม่ ลูกสบายดีหรือไม่ แล้วนั้นหลานยายใช่หรือไม่" มารดาของเหมยซีเอ๋ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ค่ะแม่ลูกขอแนะนำว่านี่คือสามีของลูก และนี่ก็คือหลานชายคุณแม่ ลูกสบายดีสามีของลูกดูแลลูกเป็นอย่างดีเลยค่ะแม่ ตอนนี้ลูกเป็นแม่คนแล้วลูกเข้าใจความลำบากและความรู้สึกของแม่ ลูกขอโทษที่ผ่านมาเอาแต่ใจและดื้อรัน ลูกรักทุกคนนะค่ะ และอยากให้ทุกคนเพียงคิดว่าลูกอยู่ทางนี้สบายดีไม่มีใครรังแกลูกได้ สามีของลูกปกป้องคุ้มครองลูกเป็นอย่างดี" เหมยซีกล่าวต่อครอบครัว
อี้อ๋องได้พบกับครอบครัวของเหมยซีครั้งแรก ก็คุกเข่าคำนับ "ข้าอี้อ๋องสามีของเหมยซีจะรักและดูแลเหมยซีให้สมกับที่ท่านพ่อท่านแม่วางไว้ให้เหมยซีได้แต่งงานและสร้างครอบครัวกับข้า ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติที่มีของข้าว่าจะรักและดูแลเหมยซีจนชีวิตหาไม่" พูดจบอี้อ๋องก็คำนับผู้อาวุโส
และหมอกสีขาวกำลังจะเลือนหายไปนั้นหมายถึงเวลาที่จะได้เจอกันใกล้สิ้นสุดแล้ว
"เหมยซีพี่จะดูแลพ่อและแม่แทนเราเอง จงใช้ชีวิตให้มี่ความสุขพวกเราทุกคนที่นี้จะรักและคิดถึงน้องตลอดไป ไม่ต้องเป็นห่วง" พี่ชายคนโตกล่าวออกมาก
"เหมยซีเพื่อนรัก เราขอสัญญาว่าจะดูแลคุณแม่คุณพ่อแทนแกเองนะเพื่อนขอให้เพื่อนมีความสุขกับชีวิตที่เพื่อนเลือก และท่านเพื่อนเขย ฉันขอมอบเพื่อนของฉันให้ท่านดูแลขอให้รักและทะนุถนอมกันและกันนะ" หยางหยุนกล่าวกับเพื่อนรักและตั้งสัจจะว่าจะดูแลครอบครัวเหมยซีให้ดีที่สุด
หมอกขาวเริ่มเลือนหายไปถามกลางการบอกรักของทั้งสองฝั่ง และแล้วเวลาก็หมดลงเหมยซีร้องไห้หนักมากกอดสามีและลูกไว้แน่น อี้อ๋องก็คอยปลอบชายาของตนโดยที่ไม่มีคำพูดใดเอ๋ยออกมาเพราะการกระทำสำคัญกว่าคำพูด
เรื่องราวชีวิตที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะพบและเจอกันได้ง่ายแต่ต้องมีวาสนานำพาให้คนรักมาเจอและครองคู่กัน เรื่องราวความรักของเหมยซีก็ถูดถ่ายทอดไปยังบุตรชายถึงความรักของพ่อและแม่ กลายเป็นเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจแม้บุตรชายจะยังไม่เชื่อทั้งหมดแต่ก็ไม่มีเหตุผลที่พระมารดาจะกล่าวเรื่องเท็จ เค้ายังคงเก็บเรื่องราวที่พระมารดาเล่าให้ฟังและหวังว่าสักวันนึง เขาจะพบเจอกับบุพเพของตนเอง........
.....................................................................................................................................................................................................................