กรตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวความรู้สึกราวโดนค้อนทุบ ทำกรแทบจะยกหัวไม่ขึ้นทำเขาทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอีกครั้งหลังพยายามจะลุกขึ้นเขายกมือข้างหนึ่งคลึงบนขมับเพื่อคลายอาการปวด
อร้า...
เปลือกตาหนักอึ้งเปิดออกมองร่างกายเปลือยด้วยความแปลกใจก่อนดวงตาคมเบิกกว้างอย่างใเมื่อก้มมองกลางกายเห็นคราบน้ำเหนียวเปื้อนติดอยู่
เขาเมามากถึงขั้นฝันเปียกเลยเหรอทุเรศชะมัดกร
ร่างสูงลุกขึ้นยืนมองสภาพห้องเละเทะก็ได้แต่ถอนลมหายใจออกมาและทันทีที่สายน้ำไหลผ่านร่างกาย ความรู้สึกแสบเล็ก ๆตรงแผ่นหลังก็ทำเขาต้องขนวดคิ้วอีกครั้ง
‘เมาแล้วเรื้อนขนาดนี้เลยหรือไง’
กรอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความไม่ได้เื่เื่เวลาเมาของตัวเองก่อนจะรีบจัดการตัวเองแล้วลงไปชั้นล่างเพราะสายมากแล้ว
“คุณพ่อมาแล้ว”
กรมองใบหน้าดีใจของลูกสาวก่อนจะมองเลยไปทางหญิงสาวอีกคนที่กำลังยุ่งอยู่ในครัวแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามลูกสาวตัวเอง
ส่วนรินเองหลังได้ยินเสียงหลานสาวเรียกพ่อขอเธอความรู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ก็เริ่มชัดขึ้นมาริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นในใจหวั่นคิดไปมากมายถึงเื่ระหว่างเธอกับเขาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมือที่กำลังจับจานอาหารชื้นเหงื่อจนลื่นไปหมด.
‘ ไม่มีอะไรรินไม่มี’
หญิงสาวสูดลมเข้าใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะตัดสินใจยกจานอาหารไปวางตรงหน้าคนทั้งสอง
ทั้งที่พยายามหลบสายตาของคนตัวสูงแล้วแต่สายตาของเธอกลับดันไปมองเขาจนได้พลันภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งจนต้องรีบหลบหน้าแล้วหันไปส่งยิ้มให้หลานสาวแทน
เธอเอาแต่ก้มหน้าหลบสายทุกคนมองเม็ดข้าวในจานพลางเขี่ยเล่นอย่างไม่รู้สึกอยากในใจก็เอาแต่ลุ้นระทึกว่าคนฝั่งตรงข้ามจะจดจำเื่ราวเมื่อคืนได้หรือไม่ทว่าจนเวลานี้เธอก็ยังไม่เห็นสิ่งผิดปกติจากเขา จึงอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจออกมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจแอบวูบโหวงแปลก ๆ
‘จนป่านนี้เธอยังจะคาดหวังอะไร’
“น้ารินกินสิคะ”
“ค่ะน้ารินกิน น้องพริ้มก็กินเยอะ ๆ นะคะ”
“ค่ะคุณพ่อก็กินค่ะ กิน”
“ครับพ่อกินครับ”
กรจำตักอาหารในจานใส่ปากทั้งที่ตอนนี้ไม่อยากจะกินอะไรเข้าไปสักนิดก่อนจะเหลือบตาไปมองอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่แอบเขี่ยข้าวในจานไม่ตักใส่ปากสักทีดวงตาคมมองร่างบางที่วันนี้ดูจะแปลกไปจากเดิม เธอทั้งไม่ทักทายไม่ชวนเขาหรือลูกสาวพูดคุยเลยสักนิด เอาแต่เขี่ยข้าวและยิ้มตอบเวลาที่เขาหรือลูกสาวชวนคุยเท่านั้น
“รินเป็อะไรหรือเปล่าครับดูเหนื่อย ๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวภรรยาด้วยท่าทางเป็ห่วงหลังเห็นเธอยกมือขึ้นคลึงขมับเท้าแขนกับโต๊ะดูท่าทางเหนื่อยล้าไม่น้อย
“อ๋อไม่เป็อะไรคะ เมื่อคืนแค่นอนไม่ค่อยหลับค่ะ”
“อ๋องั้นเดี๋ยววันนี้ตอนกลางวันพี่ดูน้องพริ้มเอง รินจะได้พัก”
“อ๋อค่ะ”
หญิงสาวแสร้งยิ้มแหย่พยักหน้ารับคำเขาก่อนจะก้มลงมองข้าวในจานของตัวเองพลางยิ้มเยาะให้กับความสมเพชของตัวเอง
‘เหอะสุดท้ายเขาก็จำไม่ได้’
ความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้นในความรู้สึกของหญิงสาวตลอดมื้ออาหารจนเธอกินข้าวไม่ลงสุดท้ายก็เหลือข้าวเต็มจาน ก่อนจะจัดเก็บมันหลังทุกคนกินอิ่ม แล้วรีบขึ้นห้องทันทีที่จัดการทุกอย่างเสร็จ
“คุณพ่อขาน้ารินเป็อะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอกครับน้ารินอาจจะแค่ง่วงนอน น้องพริ้มไม่ต้องห่วงนะครับ”
ถึงปากจะพูดกับลูกออกไปอย่างนั้นแต่สายตาของเขากลับมองไปทางบันไดชั้นสองที่หญิงสาวพึ่งจะเดินขึ้นไปเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกสงสัยเช่นกัน
ส่วนคนที่พึ่งจะเข้ามาในห้องเมื่อครู่เมื่อแผ่นหลังััเตียงนอนกลับไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้อย่างที่บอกชายอีกคนไว้ เพราะเพียงเปลือกตาของเธอปิดลงความรู้สึกวาบหวามเหมือนโดนมือหนาััลูบไล้ร่างกายก็เกิดขึ้นโดยทันทีและไม่เพียงััร้อนที่ไล้ไปตามร่างกายเธอความรู้สึกเหมือนมีลมหายใจอุ่นพ่นอูยู่ข้างใบหูและน้ำเสียงกระเส่าที่ครางแ่ออกมาดังอยู่ไม่ขาดสายจนเธอทนไม่ไหวต้องรีบลืมตาขึ้นมา
“แฮกแฮก บ้าไปแล้วนรินทร์แค่หลับตาเธอก็คิดถึงเขาแล้ว”ร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกและััวาบหวามที่เกิดขึ้น
“อ่ะซี้ดดด”
หญิงสาวยกมือขึ้นคลึงขมับและบีบนวดตามตัวหวังคลายความรู้สึกครั้นเนื้อ ครั้นตัวที่มีมาั้แ่่เช้ามือเล็กเปิดลิ้นชัก เอายาแก้ปวดลดไข้ออกมากินก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งแล้วหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป
ศิวกรเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็สีส้มก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนที่บอกเวลาหกโมงเย็น แล้วมองเลยไปทางบันได หลังหญิงสาวอีกคนขึ้นไปพักั้แ่เที่ยงแล้วยังไม่ลงมา
“พ่อขาน้ารินนอนนานจัง น้องพริ้มนอนทีหลังยังตื่นก่อนเลย”เด็กสาวร่างเล็กละสายตาจากของเล่นของตัวเองมองพ่อที่นั่งทำงานเหนือกว่าด้วยความสงสัย
“น้ารินคงจะง่วงนอนมากเลยนอนตื่นสาย”
“งั้นเราไปปลุกดีไหมคะคุณยายเคยพูดว่าถ้านอนนานจะปวดหัว น้ารินนอนนานแล้ว”
“ครับ”ชายหนุ่มยิ้มให้กับความช่างเจรจาของลูกสาวก่อนทั้งสองจะเดินจูงมือกันขึ้นชั้นสองของบ้านไปที่ห้องนอนเล็กของลูกสาว
มือใหญ่เปิดประตูห้องเข้าไปด้านในสายตามองแสดงสลัวก่อนจะละมองร่างขดกลมบนเตียงขนาดห้าฟุตแล้วเดินตามหลังร่างเล็กไปที่เตียงนอนของเธอ
“น้ารินขาน้าริน น้องพริ้มมาปลุกแล้ว” มือเล็กเขย่าร่างใต้ผ้าห่มหลายต่อหลายครั้งทว่าคนที่หลับอยู่ก็ไม่มีทีท่าท่าว่าจะตื่นขึ้นมา
“น้ารินน้ารีนนน คุณพ่อช่วยน้องพริ้มหน่อย น้ารินขี้เซามากเลย”
กรอมยิ้มมองลูกสาวที่พยายามเขย่าน้าของเธอหลายครั้งแต่ไม่ตื่นสักทีจนต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากเขา ก่อนจะเลื่อนสายตามองร่างบนเตียงแล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้ลูกสาว แล้วแตะเบา ๆที่บ่าเล็ก
ทว่าทันทีที่มือหนาััผิวของคนที่นอนหลังความร้อนในกายเธอก็แผ่ซ่านออกมาจนเขารู้สึกได้ในทันที
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความแปลกใจ ใบหน้าคนที่พึ่งจะสังเกตเห็นว่านอนหายใจแรง ใบหน้าแรงระเรื่อ ตามกรอบหน้าของเธอมีเหงื่อเม็ดเล็กไหลซึมออกมาทั้งที่ในห้องไม่ได้ร้อนเลยสักนิด
‘รินไม่สบายเหรอเนี่ย’
“คุณพ่อทำไมไม่ปลุกน้ารินละ”
“เออ..น้องพริ้ม คือว่าตอนนี้น้ารินเขาไม่สบายเราปล่อยให้น้ารินนอนต่ออีกหน่อยแล้วกันนะครับ”
“น้ารินไม่สบายเหรอคะ”
เด็กหญิงวางมือของเธอตรงหน้าผากของน้าสาวและมืออีกข้างวางที่หน้าผากของตัวเอง พลางทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับในสิ่งที่ผู้เป็พ่อ
“คุณยายเคยบอกว่าต้องเช็ดตัวคุณพ่อเช็ดตัวให้น้ารินหน่อยสิคะ”
กรมองหน้าลูกสาสลับกับคนที่นอนอยู่อย่างชั่งใจ ก่อนจะกวาดมองต่ำลงไปบนร่างใต้ผ้าห่มแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากสีหน้าลำบากใจฉายชัดออกมาจากใบหน้าของเขาอย่างไม่ปิดบัง
“เร็วสิคะน้ารินตัวร้อนมากเลยนะคะ”
“ครับๆ งั้น งั้นน้องพริ้มไปรอที่ห้องคุณพ่อก่อนนะคะ”
กรเดินไปส่งลูกสาวที่ห้องของตัวเองพร้อมกับสั่งอาหารผ่านแอบเดลิเวอรี่ แล้วเดินกลับไปที่ห้องนอน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสีหน้าลำบากใจมองคนที่นอนหลับใหลพร้อมหายใจแรงออกมา
‘จะตื่นเต้นอะไรวะไอกรแค่เช็ดที่หน้า แขน ขาเอง แกคิดไปถึงไหนกัน’
“นั้นสิแค่เช็ดนอกร่มผ้าเองจะตื่นเต้นอะไรขนาด”
เขาสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะวางกะละมังใส่น้ำไว้ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง ฝั่งที่หญิงสาวนอนก่อนจะเปิดผ้าห่มที่คลุมร่างเธอออกแล้วเริ่มลงมือเช็ด ใบหน้าข้าและแขนของเธอช้า ๆเสียงครางแ่เมื่อยามที่ผ้าเปียกน้ำัักายดังออกมาไม่ขาดสายจนชายร่างสูงต้องเร่งมือ
ทว่าระหว่างกำลังเช็ดไปตามกรอบหน้าดวงตาของเขาก็ไปสะดุดกับรอยจ้ำเล็ก ๆ ตรงไหปลาร้า และเนินอกั์ตาคมเพ่งมองรอยนั้นอยู่นานหลายนาที ก่อนจะแหวกคอเสื้อของเธอออกด้วยความสงสัย
‘รอยดูดบนตัวรินมีรอยดูดได้ยังไง’
อยู่ ๆภาพความฝันที่เขาร่วมรักกับภรรยา ก็เด่นชัดขึ้นมาในหัวของคนตัวใหญ่สายตาของเขาจับจ้องร่างบอบบางที่นอนครางเพราะพิษไข้ก่อนเหตุการณ์นับแต่ที่เขากลับมาบ้านจะเริ่มหลั่งไหลมา
พลันใบหน้าของนรินทร์ก็เด่นชัดขึ้นมาความรู้สึกเมื่อยามที่มือของเขาไล้ไปทั่วร่างบอบบางยังคงตรงอยู่ตรงฝ่ามืออุ่นราวกับว่าเขาพึ่งจะััเนื้อนิ่มไปเมื่อครู่ก่อนที่ความรู้สึกวาบหวามที่หายไปนานเคล้าเสียงร้องครางของเขาและเธอจะดังก้องเข้ามาในหัวอีกครั้ง
“เมื่อคืนคือเื่จริงไม่ใช่ฝันนี่เรากับริน”