ลานปะา
ร่างซูบของตีลี่เอินนั่งเหยียดขา มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง ไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวหรือโศกเศร้าเสียใจกับชะตากรรมของตัวเองแม้แต่น้อย
“หญิงโง่คนนั้น นอกจากไม่เจียมตัวแล้วยังกล้าลอบปลงพระชนม์พระสนมฮุ่ย”เสียงซุบซิบด่าทอ ดังมาไม่ขาดสาย ตีลี่เอินหลับตาลงช้าๆ เกินกว่าคำว่าเ็ป แต่ไม่วายเถียงในใจพวกเ้าจะรู้อะไร ทั้งหมดนั้นข้าถูกใส่ความ
“ปะาปะา ปะานางเสีย“
เสียงสาปแช่งอื้ออึง
ขอบคุณที่ส่งเสริมข้า ตีลี่เอินคิดในใจ
”หญิงชั่ว ตายไปเสีย“
ตีลี่เอินยิ้มหยันให้กับคำว่า..หญิงชั่ว
เื่เ็ปนี้มันยาว จะฟังไหม เื่มันยาวนะ
อืม..เื่มันมีอยู่ว่า
ข้าคือลูกคนเดียวของภรรยาที่สามีไม่รัก ท่านแม่แต่งเข้ามาเพราะความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ท่านพ่อที่แค่ให้กำเนิดข้ามาคนนั้นไม่เคยเหลียวแล หากคิดให้ดีก็คงอุ่นเตียงครั้งแรกครั้งเดียวในคืนเข้าหอจนกระทั่งตีลี่เอินเกิดมาแล้วก็ไม่เคยแวะเวียนมาใส่ใจท่านแม่อีกเลยทว่าลี่เอินก็อยากจะลืมตาดูโลกเหลือเกิน
แค่สองวันหลังจากแต่งเข้าจวนกรมวัง หลังจากนั้นก็ต้องระเห็จไปอยู่นอกจวน สร้างเพิงเล็กๆ โดยผู้คนต่างชื่นชมว่าท่านแม่สมถะเป็ภรรยาที่ดีเห็นแก่ความสุขของสามี ที่นำอนุเข้าบ้านั้แ่สองวันแรกที่แต่งงาน
ภรรยาใหม่ของท่านพ่อให้กำเนิดลูกฝาแฝดชายหญิงที่ คลอดหลังตีลี่เอินไปเพียงสองวัน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของ นางเป็ดอย่างตีลี่เอินเป็ดขี้เหร่ที่ยังคงเป็เป็ดไม่มีทางได้เป็หงส์ไปได้
ผู้ซึ่งไม่อาจเทียบเคียงคุณหนูทั้งสองที่หน้าตาผิวพรรณล้วนมีชาติตระกูลอีกทั้งยังร่ำเรียนจนจบวิชาการต่างๆ ทั้งดีดพิณ เย็บปักถักร้อย วิชากระบี่ หรือแม้วิชาการศิลปะ แต่ตีลี่เอินก็เพียงยืนชะเง้อคอยแอบจำวิชาการเ่าั้อยู่ที่ข้างศาลา วันดีคืนดีก็ถูกอนุของบิดาเฆี่ยนตี หรือโชคร้ายหน่อย ฝาแฝดสองคนก็ผลัดเปลี่ยนกันข่มเหง มีทั้งสั่งให้คนจับโยนลงบ่อขี้หมูหรือ ให้กินเศษกระดูกจากชามอาหารสุนัข จนหมด ตีลี่เอินจึงซูบผอมและขะมุกขะมอม
ท่านแม่ผู้ที่ไม่เคยโกรธเคืองใครคือสิ่งเดียวที่ทำให้ตีลี่เอินอยากมีชีวิตอยู่
แล้วฟางเส้นบางๆ เส้นนั้นก็ขาดลงเมื่อมารดาที่คือชีวิต ป่วยหนักและจากไปอย่าหวังว่าจะได้รับการรักษา ท่านพ่อที่เป็ขุนนางกรมขลังมีเงินทองมากมายกลับปล่อยให้ท่านแม่ตายโดยไม่ได้รับการรักษาตีลี่เอินร้องไห้แทบจะขาดใจ แต่บ้านใหญ่กลับมีงานเฉลิมฉลองเมื่อท่านพ่อกำลังจะส่งบุตรีคนรองลี่ซิน ถวายตัวในตำแหน่งสนม ตามคำบัญชาของฝ่าา
สหายคนเดียวของท่านแม่จึงรับเอาตีลี่เอินเข้ามาในวังหลวง แต่โชคชะตาก็เล่นงานซ้ำๆ เมื่อสหายคนเดียวของท่านแม่ป้าหยง กลับถูกปะาด้วยข้อหาวางยาเพราะคำสารภาพของป้าหยง ที่บอกว่าเป็คนลงมือวางยาสนมฮุ่ยเพราะถูกพระสนมตบตีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
พระสนมฮุ่ยสนมคนโปรดของ ฮ่องเต้ผู้หล่อเหลาที่สุดในเจ็ดคาบสมุทรปางตาย แต่ไม่ตาย แต่อาจจะไม่ฟื้น
ตีลี่เอินรู้ดีว่าป้าหยงไม่มีทางจะฆ่าใครได้ แล้วก่อนตายวันนั้นก่อนจะถูกปะาป้าหยงบอกให้ตีลี่เอินหนีไป แต่ช้าไปแล้วตอนนี้ทางเดียวที่หนีได้คือตาย
ก็คนที่ยกชายามบ่ายวันนั้นก็คือตีลี่เอิน นางเป็ดที่กำลังจะมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้างเมื่อเข้ามาในวังหลวงได้กินอิ่มนอนหลับ
โชคร้ายมาเป็ระยะไม่เคยขาดตอน แค่จะรับมือแบบไหนเท่านั้นและไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเจอกับโชคร้ายอะไรอีก
น้องสาวร่วมบิดาลี่ชินกำลังจะถวายตัว เข้ามาในวังหลวงในตำแหน่งสนม น้องชายฝาแฝดอีกคนลี่กัง ก็กำลังจะเข้ารับหน้าที่องครักษ์ของลี่ซิน แต่ตีลี่เอินกำลังจะถูกปะา
เพชฌฆาตร่างใหญ่ ผิวดำราวกับว่าคนผู้นี้คือยมบาลเดินแบกดาบที่ลับจนคมกริบ มายืนเบื้องหน้า
ดีที่เขายังลับดาบจนวาววับ ตีลี่เอินกลัวว่าหากดาบทื่อเกินไปฟันเข้าที่ลำคอแล้วไม่ขาดในดาบเดียวแล้วตีลี่เอินยังไม่ขาดใจ จะทรมานเพียงใดหนอ อีกทั้งจะอุจาดตาแค่ไหนกับคอที่ห้อยร่องแร่ง
”เ้า จะไม่จองเวรข้าใช่ไหม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะไปที่วัดทำบุญให้เ้า..แม่นางน้อย“
เพชฌฆาตพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน
ตีลี่เอินส่ายหน้า ไม่จองเวรไม่ใช่ความผิดของเขา เขาก็แค่ทำตามหน้าที่ หากใครสักคนที่ผิดก็คือตีลี่เอินที่โชคร้ายเองต่างหาก
”จะขออะไรไหมก่อนตาย ข้าได้ยินว่าเข้าไม่กินอะไรเลยนี่ก่อนตาย“
ตีลี่เอินยิ้มบางๆ
”ไม่หิว ถ้ากินเยอะไปเวลาตาย ศพจะเน่าเหม็นเพราะอาหารในท้องข้าจึงไม่กินดีกว่า ขอแค่… เวลาโยนศพข้าทิ้ง ช่วยเอาหัวกับตัวไว้ด้วยกัน อย่าแยกส่วนหัวกับส่วนตัวของข้าเลย ข้าเป็ิญญาไปแล้วจะได้ไม่ต้องเห็นร่างของข้าในแบบนั้น”
พูดเบาๆ เช่นกัน เพชฌฆาตพยักหน้า
“ได้ซี้ข้าจะอาสาไปโยนศพเ้าเอง ปกติไม่ใช่งานของข้าปะาแล้วก็จบ แต่ข้ากลัวว่าคนพวกนั้นจะไม่โยนศพของเ้ากับหัวของเ้าไว้ด้วยกันในสุสานไร้ญาติ ได้ยินว่าบิดากับพี่น้องเ้าเอ่ยปากตัดพี่ตัดน้อง ตัดพ่อตัดลูกกับเ้าแล้ว เพื่อเอาตัวรอด เ้านี่มันชั่วช้าจนไม่มีใครคบจริงๆ”
ตีลี่เอินไม่ได้รู้สึกว่าเกินความคาดหมาย กับจุดจบที่สุสานไร้ญาติ แต่รู้สึกเจ็บใจนิดๆ เท่านั้น
ผู้คนมากมายต่างมาส่งลี่เอินพร้อมร่วมฟังคำสรรเสริญความชั่ว ที่บัดนี้ดังมาให้รำคาญใจผู้คนมากมายล้วนสาปส่ง ทั้งที่ไม่รู้จักกันเป็การส่วนตัว
คนจะตายจะพิธีรีตองอะไรกันให้ข้าตายอย่างสบายใจเถิด
เสียงสาปแช่งดังมาตลอดเวลา ลี่เอินไม่อาจเถียงในใจได้อีกเพราะคำสาปส่งมากมายรายล้อม ทำได้เพียงยิ้มบางๆ จบแล้วคำสรรเสริญความชั่ว จบลงแล้ว ลี่เอินหลับตาลงช้า ขันทีข้างกายที่มาดูการปะาด้วยตัวเอง ความจริงน่าจะเป็ฝ่าาที่หล่อเหลาที่สุดในเจ็ดคาบสมุทร ์นรกและป่าเขา แต่ทว่าฝ่าาหาสนใจมดปลวกเช่นลี่เอินไม่ ตอนนี้ฝ่าาก็คงเฝ้าอาการประชวรของพระสนม ที่ต้องพิษร้ายและไม่มีวันจะฟื้นคืนมาคนนั้นสนมที่โปรดปรานที่สุดสนมฮุ่ย
“ปะา”
เสียงะโของขันทีข้างกายฝ่าาที่มาควบคุมการปะาด้วยตัวเอง นามหลี่ถงดังลั่น
ลี่เอินยิ้มอีกครั้ง
“วืดดดดดดดดดฉับ”เสียงคมดาบพันลงที่ลำคอขาว
เจ็บเท่าขี้เล็บ แล้วทุกอย่างก็จบลง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของตีลี่เอินเสียใจที่ก่อนหน้านั้นไม่พยายามทำให้ดีกว่านี้
“ช้าก่อน” ลี่ซินวิ่งเข้ามาที่ลานปะา ปาดน้ำตาที่ไหลริน
“ข้ามาช้าไปใช่หรือไม่”
ผู้คนรายล้อมต่างโศกเศร้ากับภาพน้องสาวฝาแฝดของลี่เอินที่ปล่อยน้ำตารินไหลมองร่างหัวขาดของพี่สาว ด้วยหยาดน้ำตานองหน้า ร่างสูงของลั่วต้านหยางยืนมองจากที่ไกลๆ
นาฬิกาแดดบอกเวลาบ่ายคล้อยวางไว้ที่ลานปะาหมุนวนถอยหลังราวกับมีมือวิเศษที่มองไม่เห็นจับมันหมุนย้อนไป
“ลี่เอิน กินยาเสียหน่อยตัวร้อนเหลือเกินแม่ขึ้นเขาเก็บสมุนไพรมาเคี่ยวยาให้แล้วอาจช่วยบรรเทาอาการไข้ได้บ้าง”
ลุกขึ้นกอดมารดาไว้แน่น
“แม่ยังอยู่ตรงนี้แม่ไม่ได้ไปไหนแม่ยังไม่ได้ทิ้งลี่เอินไป”สะอื้นอย่างแรง
“เด็กโง่ใครทิ้งเ้า ข้าแค่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรป่วยไข้แบบนี้ไม่มียารักษาจะยิ่งแย่ เรียกหาท่านหมอก็ไม่มีเงินจ่ายเขา ท่านพ่อของเ้าก็ไม่เคยถามไถ่เมื่อวานข้าบอกเขาว่าเ้าป่วยเขาก็แค่ไล่ให้ไปเก็บสมุนไพร”
ตีลี่เอินสะบัดหัวไปมา ฝันไปหรอกหรือ หยิกตัวเองอย่างแรง
“ท่านแม่ เจ็บจัง”
หรูเหรินลูบที่ท่อนแขนให้ลี่เอินด้วยความรัก
“กินยาเสียเ้าคงเพ้อจากพิษไข้”
“แค่พบท่านข้าก็ดีใจแล้วท่านแม่ ข้าหายป่วยแล้ว”หรูเหรินยิ้มบางๆ ยกถ้วยยาจ่อที่ริมฝีปากให้กับลี่เอิน
กินยาแล้วนอนแม่จะต้มข้าวต้มให้เ้า ข้าวเราหมดถังแล้วได้เพียงต้มใส่มันเทศพอประทัง เ้าหายป่วยข้าจะขึ้นเขาเก็บฟืนกับหาของป่าไปขายเพื่อซื้อข้าวมากิน”ลี่เอินซดยาในถ้วยจนหมด
“ท่านแม่เราหนีไปจากที่นี่กันเถอะ”หากว่าที่ผ่านมาคือฝันก้คือฝันร้ายหากมิใช่ฝันลี่เอินก็ควรแก้ไขไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
มารดายิ้มเศร้าๆ ลุกเดินจากไปไม่เอ่ยคำใดอีกเลย
ลี่เอินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ์เมตตาให้ลี่เอินกลับมาอีกครั้ง คง้าให้แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด
“นางลูกเป็ดี้เี วันนี้ยังไม่ได้ตักน้ำล้างเท้าให้ข้า”
เสียงเล็กแหลมของฮูหยินหยูซินหยูดังมาแต่ไกล นี่คือสิ่งที่ผิดพลาดกำลังเดินเข้ามาแล้ว
ร่างอ้อนแอ้นราวกับเพิ่งผ่านวัยสาวมาได้ไม่กี่ปีเดินสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือพร้อมสาวใช้อีกสองคน
“ลุกขึ้น อ่อแสร้งไม่สบายหรอกหรือ ดีเลยข้าอยากจะมาเห็นด้วยตาว่าเ้าจะเสแสร้งได้แค่ไหนกัน พวกเ้าลากนางให้ลุกไปตักน้ำล้างเท้าให้จ้าข้าอุตส่าห์ใจดีมาถึงที่ เ้ายังกล้านอนไม่รีบไปตักน้ำอีกหรือ”
หรูเหรินรีบวิ่งเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นว่าลี่เอินถูกลากลงจากแท่นนอนเก่าๆ หรูเหรินรีบเข้าไปพยุงลี่เอินไว้
แต่กลับถูกฮูหยินรองซินหยูกระชากผมจนเกือบจนหงายหลังล้มทั้งยืน
“ท่านแม่”
ลี่เอินลุกขึ้น ผลักซินหยูอย่างแรงจนนางลงไปกองกับพื้นสาวใช้สองคนรีบเข้าไปพยุง นิ้วเรียวยาวชี้มาที่สองแม่ลูก
“พวกเ้าจับมันไว้ข้าจะโบยนางเป็ดี้เีด้วยมือข้าให้หน่ำใจ”
ตีลี่เอินหลับตาลงด้วยความเคยชิน
“ผลั๊ก”
ร่างของสาวใช้สองคนล้มลงไปกองกับพื้นไม่อาจเข้าใกล้ตีลี่เอิน
“นางปีศาจ”ฮูหยินรองสบถดังๆเมื่อไม่ทันเห็นว่าใครเป็คนทำ
ตีลี่เอิน ลืมตาขึ้นจากที่หลับตาปี้สิ่งที่เห็นคือร่างสูงในอาภรณ์สีขาวบางเบาของ ของใครกันคนผู้นี้คือใครกัน ร่างสูงหันมายิ้มหยักคิ้วแผล่บๆ โลกหยุดหมุนในทันที
ทุกคนราวกับหุ่นไม้ไม่ขยับตัวยกเว้นตีลี่เอิน เฮ้ย หล่อเหลาเพียงนั้นเชียวหรือ แล้วคนผู้นี้คือใคร ฉับพลันนั้นเองคำอธิบายก็ผุดขึ้นในหัวของลี่เอินราวกับได้ยินความคิดของลี่เอิน
“ข้าคือปู่ทวดของปู่ทวดของปู่ทวดของเ้า ที่อุตส่าหมดเคราะห์กรรมบำเพ็ญเพียรมานานกำลังจะถือกำเนิด แต่เ้าดันมาถูกปะาเสียก่อนข้าเลยถูกคุมกำเนิด จนต้องลากเ้ากลับมา แล้วช่วยเ้า เพื่อให้ข้าได้กำเนิดในครรภ์ของเ้า”
“หา” ตีลี่เอินเอ่ยปากได้เพียงเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ