ภายในห้องทำงานที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยหลอดทดลองและยังมีอวัยวะชิ้นส่วนต่างๆของสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอยู่ในโหลแก้วหลายใบและยังมีร่างเด็กหญิงคนหนึ่งที่นอนหมดสติบนเตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องพันธนาการที่ตรึงแขนและขาสาวน้อยผู้บอบบางเอาไว้
ชายผมขาวหยักศกกำลังถือเข็มฉีดยาที่มีของเหลวสีเขียวพร้อมสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็อันตรายไว้ในมือใบหน้าที่ขาวซีดเหมือนไม่เคยัักับแสงตะวันและขอบตาที่ดำขลับเหมือนอดหลับอดนอนมาหลายวันนั้นไม่ได้ทำไห้ชายหนุ่มวัยกลางคนดูอ่อนแอลงเลย
ต่างหูเหล็กที่ถูกเจาะอยู่บนใบหูและริมฝีปากนั้นส่องแสงระยิบระยับชายคนนั้นหันมองไปทางกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับสายตาที่ไร้ชีวิตชีวา
ท่ามกลางความเงียบในห้องมีกลุ่มชายชุดดำที่ยืนเรียงแถวกันโดยไม่พูดอะไรเบื้องหน้ากลุ่มชายชุดดำนั้นมีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังคุกเข่าลงกับพื้นชายผมขาวได้ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานพร้อมชุดคลุมทดลองสีขาวและใบหน้าที่อ่อนล้าและหันมาทางหญิงสาว........
“มนุษย์ที่ฟื้นมาจากกองไฟงั้นเหรอ.. ช่างน่าสนใจเ้าไปสืบข้อมูลของมันมาไห้ข้า มันน่าจะมีประโยชน์สำหรับการวิจัยของข้าไม่น้อย..”
“จากการหาข้อมูลนั้นไม่มีข้อมูลใดที่ตรงกับเ้าหมอนั่นเลยค่ะท่านแม้แต่ตัวอย่างดีเอ็นเอหรือข้อมูลทางกรรมพันธุ์นั้นแม้แต่เทคโลโนยีที่เรามีก็ไม่สามารถตรวจสอบได้...ท่านคิดว่ามันแปลกหรือไม่!!เ้านั่นไม่น่าจะใช่คนของดาวโลกหรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตในแกแลคซี่นี้และข้ายังสงสัยว่าเ้านั่นจะเกี่ยวข้องกับพวกที่มาโจมตีเราเมื่อไม่นานมานี้ ”
ตึงงง!!
“เ้าพวกขยะอวกาศนั่นอีกแล้วหรือ..เป็แค่กลุ่มโจรไร้สังกัดแท้ๆแต่กลับกล้าเข้ามาโขมยของทดลองที่ข้าใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อจะได้มา..หึ!!เ้าไปเค้นความจริงทุกอย่างจากปากมันมาหลังจากข้าหมดธุระกับยัยเด็กผีนั่นข้าจะไปหามันด้วยตัวเอง”
“ค่ะ!! นายท่าน..”
หลังจากสิ้นเสียงกลุ่มคนชุดดำได้ออกจากห้องไปทันทีทิ้งไว้เพียงชายผมขาวที่กำลังกลับไปที่โต๊ะทำงานตามเดิมและฉีดของเหลวสีเขียวลงไปที่แขนของหญิงสาว
สายตาที่กำลังจ้องไปที่หญิงสาวนั้นกลับต่างจากที่ผ่านมามันกลายเป็ดวงตาที่แวววาวมีชีวิตชีวา พร้อมรอยยิ้มที่ฉีกจนสุดจนดูน่าเกลียดน่ากลัวเหมือนชายผมขาวกำลังรอการตอบสนองจากหญิงสาวอย่างตั้งใจ
...............!!
โคร้มมมมมม!!
“โธ่เว้ย!!”
ไม่มีการตอบสนองใดชายผมขาวกระทืบโต๊ะที่อยู่ไกล้ๆจนล้มด้วยอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะบันทึกผลลงในกระดาษที่มีคำว่าล้มเหลวเรียงกันหลายสิบครั้ง
“ล้มเหลวอีกแล้วสิน่ะ..แต่ก็เอาเถอะยังไงข้าก็จะทำไห้เ้ากลับมาหาข้าอีกครั้งไห้ได้.. เนปทิส!ข้ารู้ว่าเ้ากำลังฟังข้าอยู่นังตัวดี เ้าไม่มีวันหนีข้าไปได้หรอก.. หึ๊!”
-----------------------------------------------------------------------------------
กิ๊ง..ๆ..ๆ..ๆ..ๆ..ๆ
กึก!!.... กัก!!...กึก!!.....กัก!!...
เสียงกระบองกระทบลูกกรงเหล็กดังมาจากห้องขังที่อยู่ถัดออกไปพร้อมกับเสียงรองเท้าที่ดังมาเป็ระยะจากทางเดินและดูเหมือนจะค่อยๆดังชัดขึ้นเรื่อยจนมาหยุดที่หน้าห้องขังหนึ่ง
ภายใต้แสงจันทร์อันริบหรี่มีเงาใครบางคนยืนอยู่หน้าห้องขังอันมืดมิดผู้คุมคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าห้องขังก้มหัวลงพร้อมทำความเคารพเงานั้นยืนมองเข้าไปในห้องขังด้วยสายตาที่ดุดันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากถาม..
“เ้า.... ชื่ออะไร?”
“..........”
“ข้าถามว่าเ้าชื่ออะไร!!”
“ข้า....อดัม.. ”
เสียงอันแหบแห้งที่เหมือนออกมาจากซากศพที่ไร้ิญญาดังขึ้นช้าๆมันคล้ายเสียงร้องโหยหวนของอะไรสักอย่างที่กำลังจะตายพร้อมแววตาอันเยือกเย็นที่จ้องมองหญิงสาวอย่างเ็าอยู่ในเงามืด
หญิงสาวผมบรอนส์ในตาน้ำเข้าและหุ่นที่สมส่วนดั่งนาฬิกาทรายพร้อมด้วยเสื้อหนังที่เผยเนินอกอันสมบูรณ์ดั่งแม่โคกำลังถือกระบองเหล็กขนาดเท่าขาโต๊ะสนุกมองมาทางอดัมด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
แม้เป็เวลากลางคืนแต่สายตาของข้าไม่ได้ด้อยลงเลยมันกลับมองเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่นอกลูกกรงได้อย่างชัดเจน....ใช่!!สำหรับมนุษย์นางงดงามเลยทีเดียว ข้ารู้สึกเหมือนมีกองไฟกำลังสุมอยู่ในท้องน้อยข้าไฟแห่งราคะของมนุษย์ที่ข้าไม่เคยรู้สึก ตอนนี้มันตื่นขึ้นแล้ว....
ด้วยสายตาที่เคยเป็เครื่องแสกนกับสมองที่เคยเป็ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลในการรบระดับสูงรวมไปถึงข้อมูลของผู้คนนับล้านๆนั้นทำไห้ข้อมูลต่างๆได้ไหลเข้ามาในหัวข้าในทันที
..เจนซาเล็ม:(รองผู้บัญชาการหน่วยรบที่2แห่งกองกำลังแมงมุมดำ)
เผ่าพันธ์:มนุษย์(นักรบ)
พลังชีวิต:27
อายุ:24
ยีนส์พิเศษ:ความโกรธของั์(A)
วิวัฒนาการ:ระดับสอง
.................
ข้อมูลต่างๆไหลเข้ามาทำไห้ข้ารู้ว่านางนั้นไม่ได้เป็แค่ผู้คุมอย่างที่คิดแต่กลับเป็ถึงหัวหน้าหน่วยรบซึ่งในโลกใบนี้นั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าประเทศเหลืออยู่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือเขตปกครองตนเอง
และกองกำลังแมงมุมดำนั้นเป็เขตอิทธิพลอันดับต้นๆทางตอนใต้ของทวีปและยังมีพันธมิตรจากต่างดาวมากมายด้วยอายุแค่นี้แต่กลับได้เป็ถึงรองหัวหน้านั้นนับว่าไม่เบาและยังยีนส์พิเศษระดับสูงอีกเรียกได้ว่านางนั้นคงเป็ปัญหาสำหรับข้าไม่เบา.....
“ข้าเป็คนพาเ้ามาที่นี่เมื่อตอนนั้นที่เ้าเดินออกมาจากกองไฟข้ามั่นใจว่าเ้าน่าจะตายไปแล้วแต่ตอนนี้เ้ากลับมานั่งอยู่ต่อหน้าข้า.... เ้าทำได้ยังไง? แม้จะมีพลังเกี่ยวกับการฟื้นสภาพแต่ข้ายังไม่เคยเห็นใครที่ถึงขั้นกลับมาจากความตายได้!!มันคงไม่ใช่แค่การกลายพันธุ์หรือวิวัฒนาการแน่แถมเ้ายังไม่มีข้อมูลตัวตนในระบบแกแลคซี่นี้ ตอบข้ามาเ้าเป็ใครกัน?”
“เจน..ซาเล็ม เ้า้าอะไร?”
“เ้ารู้จักชื่อข้าได้ยังไง!? ”
“ข้ารู้ได้ยังไงไม่สำคัญ...แต่เ้าคงไม่ได้มาที่นี่เพียงแค่เื่ที่ใครบางคนฝากถามหรอกใช่หรือไม่?”
“เ้าพูดอะไ...... !!”
ไม่ทันจะสิ้นเสียงตอบกลับของหญิงสาวใบหน้าที่ซูบผอมและเ็าค่อยๆยื่นออกมาจากในเงามืดกระทบกับแสงจันทร์จนเห็นใบหน้าได้ลางๆแต่ก็เพียงพอที่จะทำไห้หญิงสาวผงะด้วยในตาสีแดงสะท้อนแสงจันทร์ที่กำลังจ้องมองหญิงสาวด้วยความหนาวเหน็บดั่งสายลมแห่งความตายจากนรกพัดผ่านมาในชั่ววูป
“สายตาของเ้ากำลังโศกเศร้าอยู่ภายใน......สายตาที่เกรี้ยวกราดของเ้ากำลังปกปิดบางอย่างอยู่ หรือไม่จริง?”
“................”
ตุ้บ!!
อั๊ก!!
เคร๊งงงงงง!!
กระบองยักฟาดผู้คุมที่ยืนอยู่อย่างจังจนหัวแบะเืกระเซ็นไปทั่วและนอนแน่นิ่งไป เจนไม่แม้แต่จะหันไปมองเสียงประตูลูกกรงเหล็กถูกเปิดออกหญิงสาวได้เข้ามาในห้องขังและยืนอยู่หน้าอดัมสองสามก้าว.. หญิงสาวยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไรไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนคำถาม
“เ้าน่ะ.. แข็งแกร่งรึปล่าว?”
“.......?”
“ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเ้าเลย..แต่บางทีข้าคิดว่าเ้าอาจช่วยอะไรข้าได้!! ”
“.....แลกกับ”
“แลกกับอิสระภาพของเ้า”
“..แล้วช่วยอะไร?”
“ข้าจะบอกหลังจากเ้ารอดไปได้!!”
ตู้มมมม!!
กระบองถูกฟาดลงมาอีกครั้งบนศรีษะของอดัมดวงตาหญิงสาวกลายเป็ดวงตาของสัตว์ร้ายที่ปล่อยแรงอาฆาตอย่างรุนแรงพร้อมแรงฟาดที่ทำไห้อากาศแยกออกจากกันจนเกิดเสียงวาบหวิวของลมนั้นแม้ปิดตาฟังยับต้องกัดกราดด้วยความผวาใจ
พลังทำลายนั้นหากเป็กระดูกมนุษย์ธรรมดาคงไม่พ้นสภาพศพที่แสนเวทนาแม้จะเป็ผู้หญิงแต่พละกำลังกลับน่าสะพรึง ..นี่น่ะเหรอโทษะของั์
อดัมยกแขนข้างนึงขึ้นมาป้องกันไว้ได้แต่แขนข้างนั้นกลับบิดงอผิดรู้แม้จะมีประดูกเป็เหล็กใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยังคงเรียบเฉย แต่ความรู้สึกเ็ปนั้นรุนแรงมาก
สัญชาตญาณทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมอดัมต่อยเสยปลายคางด้วยแขนอีกข้างพร้อมกุญแจมือและโซ่ที่พันธนาการแขนทั้งสองข้างเอาไว้ชายหนุ่มไม่สนใจแขนข้างที่หักและอันแรงใส่เต็มที่เจนผงะกับการตอบโต้ที่ไม่คาดคิดและรีบะโหลบไปด้านข้าง
แต่หมัดก็ยังพุ่งด้วยความเร็วสูงจนส่งหญิงสาวไปชนกับลูกกรงเหล็กก่อนจะถอยออกไปอีกหลายก้าว โซ่เหล็กที่ส่งเสียงเกรียวกราวนั้นย้ำไห้อดัมหยุดมือเพราะไม่อาจก้าวออกไปไกลกว่านี้แล้วชายหนุ่มจ้องมองไปที่หญิงสาวที่ยืนเหงื่อตกพร้อมรอยเืที่ริมฝีปากด้วยใบหน้าที่เ็าเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
“กะแล้วเ้าคงไม่ตายกับการโจมตีโง่ๆพันนั้นหากไม่มีโซ่ตรวนพันอยู่ข้าคงได้เจ็บหนักแน่ หึ....”
เคร้งงงงงงงงง!!
ลูกกรงเหล็กปิดลงอีกครั้งก่อนที่หญิงสาวจะหันมามองอดัมด้วยสายตาเ็า
“แต่นั่นมันคงยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเ้าจะช่วยข้าได้สำเร็จหรอกน่ะ..เพราะที่นี่ยังมีคนที่เก่งกว่าข้าอยู่อีกสองคน ...หากเ้าพลาดข้าก็ตาย”
“แล้วคนไหนล่ะที่ต้องฆ่า..”