ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    เงื่อนงำในหมู่บ้านร้าง

    ฉันทานอาหารนั้นด้วยความเอร็ดอร่อยจนอิ่มแปล้ ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างชายคนหนึ่งเดินเข้ามา            “คุณมาช้า เรากินกันจนอิ่มแล้ว” ตะวันพูดกับชายคนนั้น            “ไม่เป็นไร ผมกินมาแล้ว สวัสดีคุณไพลิน” เขาคือเกรียงไกร เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนพิเศษ เราเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง            “สวัสดี” ฉันทักทายกลับไป                      เกรียงไกรเอ่ยขึ้นมาว่า “ผมได้รับรายงานข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นที่งานแสดงสมบัติโบราณ เมื่อคืนนี้”            “มีอะไรหรือเปล่า” ฉันถาม            “แต่คืนนั้นคุณไม่ได้ไลฟ์สด เพราะอะไร” เขาถาม            “เหตุการณ์ในคืนนั้น มันเกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว” ฉันบอก            ฉันมองหน้าเขาและถามออกไปว่า “คุณคงไม่ได้มาหาฉันเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะ”            เกรียงไกรยิ้มออกมา “คุณนี่ฉลาดไม่เบานะ”            เขายื่นเอกสารบางอย่างมาให้ ฉันเปิดมันออกมาและหยิบรูปที่อยู่ในนั้นออกมาดู            “หมู่บ้านชาวประมง” ฉันกล่าวและมองหน้าเขา            “มันคือหมู่บ้านชาวประมงร้าง ในอดีตมันคือหมู่บ้านเล็กๆริมทะเลของชาวประมงหลายครอบครัว มีคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ถึงร้อยคน แต่เมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านเสียชีวิตลง เมื่อทางการมาสำรวจก็พบว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากสารเคมีที่ถูกผสมอยู่ในแท็งก์น้ำดื่มของหมู่บ้านที่ทุกคนใช้ร่วมกัน มันคือการฆาตกรรม ตำรวจเร่งสืบหาความจริงก็พบว่า มีคนในหมู่บ้านหายตัวไปสามคน ตำรวจคาดว่าคนเหล่านั้นน่าจะเป็นคนร้าย แต่ไม่รู้สาเหตุแรงจูงใจของการกระทำนั้น”            เกรียงไกรเว้นวรรคก่อนที่จะพูดต่อ “แต่มีรายงานว่าทั้งสามกลับมาที่หมู่บ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน”            ฉันหยิบรูปถ่ายของพวกเขาขึ้นมาดู ทั้งสามคนชื่อ สมศักดิ์, พิชิตและทนงศักดิ์ พวกเขาเป็นชาวบ้านที่นั่น ในคืนที่ทุกคนเสียชีวิต พวกเขาหายตัวไป            พวกเขาฆ่าทุกคนแล้วหนีไป แต่พวกเขากลับมาทำไม            เกรียงไกรยังเล่าต่อว่า “หลังจากที่ทุกคนตายหมด ที่แห่งนั้นก็กลายเป็นหมู่บ้านร้าง และได้รับการกล่าวขวัญว่ามีผีอยู่ที่นั่นและออกมาหลอกหลอนผู้คนที่เข้าไป"            “คุณสองคนสนใจงานนี้ไหม” เกรียงไกรพูดขึ้น            ตะวันมองไปที่เขาและถามว่า “คุณต้องการให้เราช่วยสืบหาความจริง ใช่หรือไม่”            เกรียงไกรยิ้มมุมปาก “เราไม่สามารถคลี่คลายคดีได้จากคนเป็น เราต้องการความช่วยเหลือ ถ้าสำเร็จทางเราจะจ่ายให้สี่แสนบาท”            ฉันตกใจกับยอดเงินที่พวกเขาเสนอมา แต่ตะวันเอื้อมมือมาจับมือฉันเอาไว้และบอกว่า“มันเสี่ยงอันตรายมาก เงินแค่นี้ไม่คุ้มพอที่จะเสี่ยง” เขาบอก            เกรียงไกรมีสีหน้าเครียดลงเล็กน้อย เขาจึงบอกข้อเสนอใหม่ “ผมเสนอให้ได้เต็มที่แปดแสนบาท เรื่องนี้มันสำคัญมากและหน่วยงานของผมจะเสียชื่อไม่ได้”            ตะวันวิเคราะห์แล้วว่าผลตอบแทนเหมาะสม เขาจึงส่งสัญญาณให้ฉันตอบรับข้อเสนอนั้น            “ก็ได้ ฉันตกลง” ฉันใจเต้นไปกับจำนวนเงินที่ได้รับการเสนอ            ที่ผ่านมาฉันทำงานอย่างหนักเพียงใดก็คงไม่สามารถหาเงินได้มากขนาดนี้ ต่อให้ทำทั้งปีฉันก็ได้เงินเพียงเล็กน้อย ตอนนี้มันเหมือนความฝันเลยทีเดียว            ในตอนนี้ฉันเองนั้นไม่รู้ว่า ภานุเดชนั้นกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง            ที่คฤหาสถ์ของภานุเดช            “เจ้านายครับ ท่านอาจารย์มาถึงแล้วครับ” บอดี้การ์ดรายงาน            “เชิญท่านเข้ามา”            ชายในชุดสีขาว ไว้หนวดเคราเดินเข้ามา            “สวัสดีครับอาจารย์ทอง”            “สวัสดี คราวนี้คราวนี้ต้องการให้ฆ่าใครอีกล่ะ” อาจารย์ทองกล่าวถาม            “คราวนี้ไม่ได้จะฆ่าครับ” ภานุเดชบอก            เขาส่งรูปถ่ายสองใบให้อาจารย์ทองดูแล้วบอกว่า “ในรูปผู้ชายคือนายตะวัน อัครเดชา ส่วนผู้หญิงชื่อไพลิน นายตะวันนั้นคือทายาทของศัตรูทางธุรกิจของผม แต่ไพลิน เธอมีประโยชน์สำหรับผม ผมอยากให้อาจารย์ทำให้เขาแยกจากกัน”            อาจารย์ทองมองรูปและยิ้มออกมา “ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้าที่แปลกดี น่าสนใจ เอาเป็นว่าฉันตกลง”            “ผมทราบข่าวมาว่าพวกเขากำลังจะไปที่หมู่บ้านชาวประมงร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของความเฮี้ยน ผู้คนที่เข้าไปต่างโดนผีร้ายหลอกหลอน บางคนก็โดนวิญญาณทำให้ตายลง”            อาจารย์ทองจึงพูดขึ้นว่า “คิดว่าฉันกลัวเรื่องพวกนั้นหรือ ตลกน่า”            “เปล่าครับอาจารย์ ผมไม่ได้คิดเช่นนั้น” เขาปฏิเสธ            “ฉันคืออาจารย์คง คุณเองก็รู้จักฉันดี”            ฉันและตะวันเตรียมตัวจนพร้อม จากนั้นเราก็นั่งรถ SUV สีดำของเกรียงไกรตรงไปยังหมู่บ้านชาวประมงนั้น            ฉันเห็นเขาเตรียมอุปกรณ์มาด้วยฉันจึงถามเขา “คุณเตรียมของพวกนี้มาทำไม”            เขายิ้มและเอาหน้ากากสีดำมาสวมไว้ “ผมจะเข้าไปด้วย”            มันเป็นหน้ากากที่ดูกะโหลกกะลามากในความคิดฉัน มันไม่ได้มีความพิเศษใดๆ นี่เขาคิดจะใส่มันเข้าไปจริงๆหรือ            “คุณแน่ใจนะว่าจะเข้าไปด้วย” ฉันถาม            “แน่นอน มีอะไรต้องกลัวหรือ” เขาย้ำ เดี๋ยวก็รู้ ฉันคิดใจใน            รถขับลัดเลาะเข้าไปสู่เส้นทางเล็กๆ ตัดป่าเข้าไปจนไปถึงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆนั้น ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในอดีต มีบ้านปลูกขึ้นอยู่เรียงรายไปตามชายทะเล และมีเรือนแพลอยอยู่ในน้ำ มันน่าจะเคยเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่สงบสุข            ฉันเปิดการไลฟ์สดของฉันขึ้นมา ฉันตั้งชื่อการไลฟ์คืนนี้ว่า “หมู่บ้านชาวประมงเฮี้ยน” ไม่นานก็มีคนดูเข้ามาอย่างรวดเร็วแตะหลักพันคนในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที            (มาแล้วๆๆ ฉันเข้ามาอย่างไวเลยนะ)            (คราวนี้ที่ไหนล่ะ ชื่อไลฟ์เขียนว่าหมู่บ้านชาวประมงร้างหรือ)            (รอคอยความสยองนี้มานาน เธอหายไปนานเลยนะ)            (ครั้งล่าสุดที่ได้ดู พลังของไพลินสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ)            (ไหนๆ ชายนิรนามมาด้วยไหมคืนนี้)            ฉันมองไปที่หน้าจอผู้ชมของฉันแตะหลักหนึ่งหมื่นคนอย่างรวดเร็ว คราวนี้ฉันซื้อกล้องสำหรับการไลฟ์สดมาใหม่ มันเป็นกล้องตัวเล็กๆที่ฉันสามารถติดไว้ที่หน้าอกของฉันได้ และเชื่อมต่อไปยังเฟซบุ้กของฉัน ทำให้ฉันไม่ต้องพะวงกับการถือโทรศัพท์อีกต่อไป            ฉันเริ่มเกริ่นนำกับผู้ชมของฉัน “สวัสดีทุกๆคน คืนนี้เรามาที่หมู่บ้านชาวประมงร้างแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้เกิดเหตุฆาตกรรม ผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดเสียชีวิตลงในคืนเดียวกัน และที่นี่ลือกันว่าเฮี้ยนมาก”            (สตอรี่น่าสนใจสุดๆ)            (ใช่ ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่าจากพ่อของฉัน พ่อของฉันเคยมีเพื่อนอยู่ที่นี่ และเพื่อนคนนั้นก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน)            (ใช่หมู่บ้านที่ชาวบ้านถูกวางยาในน้ำหรือเปล่า รู้สึกว่าเคยเป็นข่าวใหญ่ในอดีตนะ)            (โอ๊ย ฉันอยากเห็นหน้าชายนิรนาม ผีอะไรช่างมันก่อน)            (ชายนิรนาม กลับบ้านเถอะที่รักฉันรออยู่นะ)            “ในคืนนี้นอกจากฉันและชายนิรนามแล้ว ยังมีแขกรับเชิญมาร่วมด้วย” ฉันใช้คำว่าแขกรับเชิญราวกับนี่เป็นรายการโทรทัศน์ชื่อดัง แต่รายการของฉันมันก็ดังจริงๆนั่นแหล่ะคนดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยในตอนนี้            ฉันหันกล้องไปหาเกรียงไกร เขาสวมหน้ากากสีดำอันเดิม ฉันบอกกับเขาว่า            “ทักทายผู้ชมของฉันหน่อยสิ”            เขาหันมาที่กล้องพร้อมแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผม...ผม..เอ่อ ผมคือหน้ากากซาตาน” เขาพูด            ฉันได้แต่กุมขมับให้กับฉายาที่เขาตั้งเอาเอง            (ฮ่าๆๆ หน้ากากไม่เห็นน่ากลัวเลยซาตาน)            (นี่เขาจะไปประกวด The mask singer หรือยังไงกัน)            (กำลังดื่มน้ำอยู่ น้ำแทบพุ่งเลย เขาตลกจัง)            เมื่อสมควรแก่เวลาฉันจึงพูดว่า “ได้เวลาทดสอบความหลอนกันแล้ว ตามฉันมาที่หมู่บ้านชาวประมงร้างแห่งนี้ ที่นี่มีปริศนาบางอย่างซ่อนอยู่            ฉันเริ่มออกเดินไปตามถนนเล็กๆของหมู่บ้าน อากาศเย็นยะเยือกแต่มันไม่ใช่อากาศเย็นทั่วๆไป มันมีบางอย่างที่นี่ ฉันสัมผัสได้            ฉันหันกลับไปก็พบว่าตะวันกำลังเดินมาพร้อมกับเกรียงไกรที่เดินมาด้วยความสั่นเทา ฉันเดินไปจนสุดทาง เบื้องหน้าฉันคือบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ที่จู่ๆไฟในห้องหนึ่งของบ้านหลังนั้นก็ติดขึ้นมา            ฉันสะดุ้งเฮือก เป็นไปไม่ได้ ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานเป็นสิบปี ทุกอย่างผุพังไปจนเกือบหมด จะมีไฟฟ้าได้อย่างไร            ฉันเดินเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่นั้น ภายในเต็มไปด้วยโต๊ะและเศษเอกสารมากมายคล้ายกับว่าที่นี่เป็นสำนักงานอะไรบางอย่าง            เราเดินเข้าไป แล้วจู่ๆก็เจอเงาสีดำของใครบางคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน เงานั้นหันกลับมาทางที่เราอยู่ ทันใดนั้นไฟในห้องก็ดับลง พวกเราวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้นเพื่อตั้งหลัก            (ผีโผล่มาแล้ว)            (ฉันตกใจจนแทบตกเก้าอี้เลยจังหวะนี้)            (ฉันปิดไฟดูอยู่คนเดียวด้วย น่ากลัวมาก)            ตะวันตั้งสติได้ เขาบอกว่าเราเข้าไปดูอีกครั้ง “ไม่ต้องกลัวผมจะอยู่ข้างๆคุณ” เขากระซิบเมื่อเขาเห็นฉันตกใจ            (หล่อมากพ่อยอดขมองอิ่ม)            (โห..เจอดอกนี้เขาไปคุณต้องใจอ่อนได้แล้ว)            (ฉันรู้สึกว่าเหมือนโดนสารภาพรักเลยอ่ะ)            (เชอะ เหม็นเบื่อความรัก)            เราเดินเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง แต่ไม่พบอะไรอีก จู่ๆเกรียงไกรก็กระชากแขนของฉันแล้วบอกว่า  “มีคนมาหลบก่อน”            เราสามคนก้มหลบลงไปใต้โต๊ะ ฉันเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ฉันจึงคิดว่าเขาอาจจะเป็นผู้ชมช่องของฉันและต้องการแอบมาร่วมในคืนนี้เมื่อรู้ว่าฉันไลฟ์สด            ฉันลุกขึ้นและเดินไปตะโกนบอกพวกเขาว่า พวกเธอไม่ควรมาที่นี่ มันมีอันตรายมาก พวกเธอไม่รู้วิธีการจัดการกับพวกวิญญาณนะ”            พวกเขาเหล่านั้นมองมาที่ฉันและ “พวกคุณเป็นใคร ทำไมมาที่นี่”            ฉันมองไปที่พวกเขา นี่พวกเขาไม่ใช่ผู้ชมที่ดูไลฟ์สดของฉันแล้วแอบตามมาหรือ            ฉันมองพวกเขาแล้วก็ต้องตกตะลึง