ตอนที่ 19
เป็ตายเท่าเทียม
หลงจิวเมิ่งเห็นผู้นำกลุ่มล่าแมงมุมพิษน้ำแข็งทะยานหายลับตาค่อยส่งเสียงร้องโอดโอยดังด้วยความเ็ป ท่อนแขนที่ถูกกัดเกิดตุ่มพองผุดขึ้นทั่วเกล็ดน้ำแข็งขาวเริ่มกระจายตัวแผ่ขยายใหญ่โดยมีตำแหน่งรอยกัดเป็จุดศูนย์กลางหลังจากร้องเสียงหลงไม่กี่ชั่วอึดใจ ร่างของหลงจิวเมิ่งพลันกระตุกสั่น สองตาจะหรี่ปรือปิดลงก่อนจะนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงบนพื้นหิมะเย็น
เหล่าสมุนที่ตามติดผู้นำออกล่าเห็นหลงจิวเมิ่งนิ่งงันไป พลันคิดไปเองว่าหากไม่ตายไปแล้วก็ไม่น่าจะฟื้นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้ จึงหันไปสนใจหมูป่าที่ถูกสับเฉือน ซึ่งนอนตายอยู่อีกจุดแทนเลือกปล่อยร่างที่นอนนิ่งของหลงจิวเมิ่งเอาไว้เพียงลำพัง
แย่แล้ว แย่แล้ว !!!
เสียงะโดังมาแต่ไกลสมาชิกอีกผู้หนึ่งในกลุ่มออกล่าแมงมุมพิษน้ำแข็ง วิ่งไวหน้าตาตื่นจากป่าทึบในอีกทิศทางตรงมายังผู้คนที่ล้อมวงกันตระเตรียมชำแหละเนื้อหมูป่า
แมงมุมพิษน้ำแข็งตัวพ่อมันกำลังตรงกลับมาที่รังแล้ว!!!
ถ้อยคำโหวกเหวกแรกมิทำให้แตกตื่นแต่ถ้อยคำที่สองกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง
เหล่าสมาชิกที่กำลังชำแหละเนื้อหมูป่าทิ้งมีดในมือทุกคนต่างกลับไปทำหน้าที่ของตนช่วยกันแบกหามลูกแมงมุมที่ถูกพันธนาการแ่าเอาไว้อย่างเร่งร้อน ตระเตรียมหลบหนีออกจากสถานที่แต่ยังไม่ทันออกตัว ผู้นำกลุ่มล่าแมงมุมพิษน้ำแข็งพอดีทะยานกลับคืนมาถึงด้วยมือเปล่าพร้อมด้วยอาการหัวเสียหงุดหงิดที่ลูกแมงมุมพิษน้ำแข็งตัวหนึ่งหลบหนีไปได้แต่ยังรู้ดีว่าเป้าหมายสำคัญหาใช่การต่อสู้ปะทะ จึงสั่งให้กลุ่มที่ทำหน้าที่ขนย้ายเร่งเดินทางกลับไปก่อน ส่วนตนเองและพวกที่เหลือทำหน้าที่เฝ้าระวังด้านหลัง
เมื่อผู้นำสั่งการเสร็จสิ้นความหงุดหงิดกวนใจยังคงอยู่ เหลือบไปมองยังจุดที่ลูกแมงมุมพิษน้ำแข็งหลุดรอด กลับไม่พบร่างของเด็กหนุ่มปริศนาที่ทำให้แผนการของมันวุ่นวายผิดพลาดในจังหวะสุดท้ายจึงหันกลับไปสอบถาม แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นหายไปได้อย่างไรจึงกล่าวอ้างกลบเกลื่อนไปว่า พวกตนได้ตรวจดูแล้วว่าเ้าเด็กนั่นมันตายไปแล้ว และระหว่างที่พวกตนไม่ได้ใส่ใจสัตว์ร้ายที่ได้กลิ่นเืคงมาคาบเอาร่างไร้ิญญาไปเป็อาหาร
แม้ผู้นำกลุ่มล่าแมงมุมพิษน้ำแข็งในครั้งนี้ยังคงคาใจเื่ของเด็กหนุ่มปริศนาแต่เพราะแมงมุมพิษน้ำแข็งตัวพ่อกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาไม่มีเวลาพอให้สืบสาวความจริง จึงตัดสินใจถอนทัพ ล่าถอยกลับคืนสู่ฐานที่มั่นของกลุ่มคนเถื่อน
ย้อนกลับมาเมื่อตอนที่สมาชิกของกลุ่มผู้ล่าแมงมุมพิษน้ำแข็งละสายตาไปจากร่างที่เสมือนว่าหมดสติไปแล้วของหลงจิวเมิ่ง แม้ผู้นำกลุ่มล่าแมงมุมพิษน้ำแข็งจะจากไปแล้วแต่หลงจิวเมิ่งยังมิกล้าประมาท ค่อย ๆ เคลื่อนตัวถูไถช้า ๆ ไปกับพื้นหิมะ ยืดระยะกระเถิบห่างออกไปทีละน้อยจนกระทั่งเมื่อผงกศีรษะเหลือบสายตามองไปพบว่า สมาชิกของพวกมันที่เหลืออยู่กลับไปสุมหัวออกันอยู่ รอบ ๆ ซากของหมูป่า หลงจิวเมิ่งจึงฝืนผุดลุกขึ้นพร้อมใช้ออกด้วยท่าร่างลับลับล่อล่อในพริบตา พุ่งตัวหลบหนีเข้าไปซ่อนอยู่ในถ้ำแมงมุมพิษน้ำแข็งได้ก่อนที่พวกมันจะทันสังเกต
เมื่อหนีมาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำสำเร็จหลงจิวเมิ่งก็รีบใช้มีดสั้นกรีดโลหิตตรงส่วนที่ถูกกัดให้ไหลออกก่อนจะใช้ขวดเปล่าที่เตรียมเอาไว้รองรับโลหิตเจือพิษของลูกแมงมุมพิษน้ำแข็งเอาไว้เมื่อโลหิตพิษถูกระบายออกแขนที่ฝืนใช้ลมปราณสะกดการไหลเวียนเืมิให้เคลื่อนจนบวมปูด ก็ค่อย ๆ ลดขนาดลงอาการวิงเวียนและหนาวสั่น เพราะพิษร้ายจึงค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับแต่เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยก่อนหน้าหลงจิวเมิ่งได้ให้ต้าฮวนจัดเตรียมโอสถสลายพิษธาตุหยินเอาไว้ให้ล่วงหน้าเมื่อเก็บเกี่ยวพิษร้ายได้ตามที่้าแล้วหลงจิวเมิ่งจึงยัดโอสถล้างพิษเข้าปากในทันที ก่อนจะขยับไปหาหลืบมุมหลบซ่อนนั่งทำสมาธิเข้าสู่ภวังค์ฟื้นฟูลมปราณ และอาการอ่อนล้าที่กำลังถาโถมเพราะพิษร้าย
อาการของพิษร้ายเริ่มดีขึ้นตามลำดับชั้นน้ำแข็งบางที่เกาะอยู่บนแขนข้างที่ถูกกัดไม่หลงเหลือ อาการวิงเวียนก็เริ่มทุเลาลงจนแทบจะคืนสู่ปกติหลงจิวเมิ่งจึงคิดจะเดินทางกลับเขตแดนพายุหิมะ แต่ไม่ทันได้กระทำ เพราะหลังจากที่เสียงของผู้คนภายนอกเงียบหายไปพักใหญ่จู่ ๆ พลันเกิดเสียงดังโครมครามขึ้นที่ด้านหน้าปากถ้ำ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวีดแหลมสูงดังยาวโหยหวนสะท้านก้องไปทั่วบริเวณ
...ซวยแล้ว เสียงร้องเช่นนี้ หรือว่ายังมีแมงมุมพิษน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ที่ด้านหน้าอีก
หลงจิวเมิ่งไม่กล้าประมาทรีบล้มลงไปคลุกกับกองเศษของเหลวที่เปียกชื้นภายในถ้ำ หวังใช้กลิ่นสิ่งปฏิกูลของแมงมุมพิษน้ำแข็งอำพรางร่างแต่ลืมนึกไปว่าสัตว์อสูรประเภทแมงมุมมีดวงตางอกเงยถึงสี่คู่ แถมยังสามารถเห็นชัดในความมืดต่อให้พรางกลิ่นแต่ยังไม่อาจหลบเลี่ยงถูกพบเจอั้แ่แวบแรก
แมงมุมพิษน้ำแข็งตัวพ่อกำลังเกรี้ยวกราด ด้วยที่อยู่อาศัยของมันถูกรุกล้ำรอบข้างหลงเหลือเพียงกลิ่นอายแห่งความตาย แม้ส่งสัญญาณร้องเรียกด้วยภาษาอสูรอยู่หลายคราแต่กลับไร้วี่แววตอบกลับ ดังนั้นเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมภายในถ้ำของตน มันจึงไม่ลังเลที่จะเปิดฉากจู่โจมสังหารด้วยอำมหิต
เปรี้ยง !!!
ท่อนขาแกร่งมิต่างจากศาสตรา ตวัดเขี่ยไวรุนแรง เป้าหมายคือร่างที่กำลังหลบชิดแนบกับกำแพงถ้ำของหลงจิวเมิ่งแรงทำลายจากการจู่โจมแรกส่งเสียงสะท้อนก้องไปทั่วทั้งถ้ำ หินแกร่งแตกกระจายเป็ทางยาวตามทิศทางที่ท่อนขาของแมงมุมพิษหิมะลากผ่านโชคดีจุดที่หลงจิวเมิ่งอยู่ ผนังถ้ำสองข้างคับแคบกลายเป็ช่วยลดแรงปะทะก่อนจะส่งถึงร่างของหลงจิวเมิ่งไปได้หลายส่วนแม้แรงโจมตีจะลดลงไปกว่ากึ่งหนึ่ง แต่ยังมิวายส่งร่างของหลงจิวเมิ่งปลิวไถลไปกระแทกกับผนังหินด้านในผิวกายเกิดาแนับไม่ถ้วน โลหิตไหลซึมอาบชุดที่สวมใส่จนกลายเป็แดงเรื่อ
...โอ๊ยเ้าแมงมุมบ้านี่กลับหาเราเจอั้แ่แวบแรกที่พบเห็น ดูท่าวันนี้หากอยากจะมีชีวิตรอดกลับออกไปคงมิใช่เื่ง่ายดายเสียแล้ว
ยามนี้หลงจิวเมิ่งเ็ปแทบตาย แต่จำต้องฝืนลุกขึ้นพร้อมสงบจิตใจตั้งมั่นเพราะลำพังฝีมือตนเอง เวลานี้หากเทียบกับคู่ต่อสู้แล้วยังห่างชั้นกันอีกไกลโข หากเสียสมาธิเพียงแวบชีวิตก็อาจจะหลุดลอยไปได้ในทุกเมื่อ
ท่าร่างลับลับล่อล่อไม่มีเก็บออม ถูกใช้ออกจนสุดรั้งร่างของหลงจิวเมิ่งเริ่มกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม สองเท้าทะยานไวหมายจะฝ่าเ้าแมงมุมพิษร้ายออกไปยังด้านนอกถ้ำชิงความได้เปรียบออกสู่สถานที่กว้าง เพื่อง่ายแก่การหลบหนีในขั้นต่อไป
แมงมุมพิษน้ำแข็งไหนเลยจะคาดคิดว่าศัตรูที่เพิ่งถูกกระแทกจนผนังถ้ำพังถล่มลงเป็แถบกลับสามารถลุกขึ้นยืนแถมยังเคลื่อนไหวว่องไวเช่นนี้กว่าจะรู้ตัวร่างของหลงจิวเมิ่งก็ทะยานผ่านร่างอันใหญ่โตของมันไปด้วยความไวอันน่าเหลือเชื่อ
แต่แมงมุมพิษน้ำแข็งตัวเต็มวัยถือเป็สัตว์ลมปราณเหนือธรรมชาติขั้นต้นตัวเมียขนาดใหญ่กว่าทำหน้าที่วางไข่เฝ้ารัง แม้พละกำลังมากกว่าแต่เชื่องช้าส่วนตัวผู้แม้ขนาดตัวเล็กกว่าเกือบครึ่ง แต่แข็งแกร่งรวดเร็วและดุร้ายกว่าหลายเท่า ทำให้แผนการหลบหนีของหลงจิวเมิ่งไม่ง่ายดายเช่นที่หวังแม้เ้าแมงมุมพิษน้ำแข็งยังหันหลังอยู่ แต่เพียงะโลอยหงายครั้งเดียว มันก็พลิกร่างกลับหน้าเป็หลังกลับบนเป็ล่าง ลอยตัวขึ้นไปไต่เกาะอยู่บนเพดานถ้ำในพริบตา พอดีเห็นหลงจิวเมิ่งทะยานจนใกล้จะออกพ้นปากถ้ำต่อให้ขาทั้งแปดข้างสับไวก็ยากจะป้องกันศัตรูหนีพ้นในสถานที่กว้าง จึงกางขาออกทั้งแปดข้างส่งลมปราณถ่วงน้ำหนักราวภูผาถล่ม กระแทกลงบนพื้นดิน ก่อเกิดแรงสั่นะเืไปทั่ว แม้แต่เพดานถ้ำยังมิอาจทานทนจนหินถล่มลงมาในหลายจุด
ท่าเท้าลับลับล่อล่อแม้พิสดารไหลลื่น แต่ยังต้องอาศัยจุดถ่ายแรงบนพื้นแข็งเมื่อเจอสภาพพื้นดินสั่นะเื แถมบรรยากาศหลบหนีกดดันบีบคั้น ทำให้จุดตกวางเท้าของหลงจิวเมิ่งผิดเพี้ยนท่าร่างกลายเป็เชื่องช้าลงวูบหนึ่ง แมงมุมพิษน้ำแข็งดวงตาแดงฉานไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ก่อความผิดพลาด พ่นใยเหนียวพุ่งไวตามติดด้านหลังของหลงจิวเมิ่งที่กลายเป็ชะงักหยุดนิ่งสุดท้ายกลายเป็ใยพันธนาการร่างที่เพิ่งจะโผล่พ้นปากถ้ำไปเพียงเล็กน้อย ให้กระเด็นล้มหน้าคะมำถูกยึดติดอยู่กับพื้นหิมะณ จุดนั้น
สถานการณ์คับขัน แต่หลงจิวเมิ่งยังไม่คิดยอมแพ้ ตลอดเวลาที่หลบหนีมือขวาล้วนถือมีดสั้นเอาไว้ตลอดเวลา ยามนี้ถูกใยเหนียวพันธนาการจากด้านหลังใบหน้าแนบลงบนพื้นเย็น ไม่อาจขยับเอี้ยวตัว แต่มืออันคล่องแคล่วยังคงทำงานได้ความชำนาญของโจรขโมย ล้วนอาศัยการฝึกฝนเริ่มที่ฝ่ามือและนิ้วเป็หลักแม้ตอนนี้จะเล็กเรียวและไม่แข็งแกร่งเท่ากับชีวิตก่อน แต่ยังนับว่าประสบการณ์ในสมองยังคงเดิม
หลงจิวเมิ่งรู้ดีว่ามีดเหล็กทั่วไปไม่อาจหั่นเฉือนใยของแมงมุมพิษน้ำแข็ง ดังนั้นเป้าหมายของการกระทำจึงมิใช่ใยพันธนาการที่ด้านหลังแต่เป็พื้นหิมะเย็นที่อ่อนนุ่มกว่ามาก แม้ข้อมือขยับได้เพียงเล็กน้อย แต่นิ้วมือที่พอมีช่องว่างกลับเป็ข้อยกเว้นห้านิ้วกระดิกไวสลับไปมา เคลื่อนไหวราวคลื่นน้ำด้ามของมีดสั้นที่กำแน่นไว้ก่อนหน้าพลันลื่นไหลไปตามร่องนิ้วมือที่ขยับขึ้นลงแตกต่างทำหน้าที่ราวจักรผัน ขุดเจาะลงไปในเนื้อหิมะแข็งด้วยความรวดเร็ว
เรี่ยวแรงที่ผสานรวมกับพลังลมปราณก่อกำเนิดขั้นปลายถูกรีดเร้นจนหมดสิ้นพริบตาก็คุ้ยหิมะขาวที่ด้านล่างออกมาจนเกิดเป็ร่องโพรงขนาดเท่ากำปั้น
...ไม่คิดมาก่อนเลยว่าทางรอดที่เกิดขึ้นสายหนึ่งในวันนี้จะมาจากสิ่งของที่ก่อนหน้าข้ากลับมองว่าไร้ประโยชน์เยี่ยงนี้
โอสถเพลิงไฟที่ต้าฮวนคะยั้นคะยอให้หลงจิวเมิ่งพกพาติดไปด้วยลื่นไหลเข้ามาอยู่ในฝ่ามือ สองนิ้วแกร่งพลันบีบบดเม็ดยาจนแหลกละเอียด ลมปราณก่อกำเนิดไหลเคลื่อนจุดปะทุผลเพลิงของโอสถพลันลุกโหมห่อหุ้มฝ่ามือของหลงจิวเมิ่ง
หลงจิวเมิ่งรู้ดีว่าทุกเสี้ยวลมหายใจที่ผ่านพ้นล้วนมีค่า...ตัดสินเป็ตายไม่กล้ารีรอชักช้า กำหมัดแน่นออกแรงทุบกระแทกลงไปกับพื้นดินที่เป็หลุมเล็กจนสุดแรงเพลิงไฟร้อนแรงไม่อาจซึมลงผิวดินที่แห้งแข็ง พลันปะทุพุ่งขึ้นไปยังผิวพื้น้าและด้านหน้าซึ่งเป็ชั้นหิมะแข็งแห้งเพลิงโอสถแม้มีความร้อนเทียบเท่าเพียงเพลิงไฟสามัญ แต่ผลลุกไหม้กลับรุนแรงไม่มอดดับไปเพราะความเย็นประสานเข้ากลับลมปราณที่ใช้ออกจนสุดรั้งของหลงจิวเมิ่ง กลายเป็ปะทุออกรุนแรงเพียงชั่วอึดใจก็ทำลายล้างชั้นหิมะหนาพังยุบยวบลง ก่อเกิดเป็ช่องโพรงหลบหนีขึ้นสายหนึ่งหลงจิวเมิ่งไม่คิดแม้สักเสี้ยว กระชากฉีกเสื้อและิัที่ด้านหลังซึ่งถูกใยแมงมุมพิษน้ำแข็งยึดติดเอาไว้แม้ปวดแสบเหลือคณาแต่จำต้องกัดฟันเร่งคลานหลบหนี สองมือแหวกไวตะกุยมุดผ่านชั้นดินและหิมะแคบเย็นออกไปด้วยความรวดเร็ว