น้ำรินไม่สนใจคนสองคนตรงหน้าอีกต่อไป พลางคิดหาทางหนีทีไล่ทันที หญิงสาวขยับกายไปจนชิดขอบประตูรถ ทางด้านซ้าย เอาหน้าขาวสะอาดแนบกับกระจกหนา ๆ นั่น เพื่อมองทัศนียภาพภายนอกรถพยายามที่จะจดจำเส้นทางอย่างสนใจใคร่รู้ และเริ่มรู้สึกตัวเต็มที่ แต่ลืมไปชั่วขณะว่า โรคประจำตัวของเธอ นั้นก็คือการจดจำที่ทางไม่เคยได้เลย ว้า! มืดอย่างนี้จะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าที่ไหนเป็ที่ไหน แล้วยิ่งเป็คนไร้ความสามารถในการจดจำเส้นทางอยู่ด้วย ทำไม ตึกสูง ๆ นั่น รวมทั้งถนนทุกสายมันเหมือนกันไปซะหมดเลยนะ ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยฉันที!
รถหรู ราคาแพง น่าจะเป็ล้านเลยล่ะ เพราะเวลาวิ่งมันช่างนิ่มเหลือเกิน นี่จะถือว่าเป็โชคดีของหล่อนหรือเปล่านะ ที่ได้นั่งในรถราคาแพงอย่างนี้ แต่ความโชคดีที่แฝงไปด้วยลางร้ายอย่างนี้ หล่อนขอไม่เอาดีกว่า ลีมูซีนคันใหญ่ค่อย ๆ วิ่งไปช้า ๆ ไม่รีบร้อนทั้งที่ถนนก็โล่ง ซึ่งสามารถวิ่งเร็วกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ทำ กลับขับช้า ๆ ราวกับว่าจงใจให้หล่อนได้ยลโฉม และดื่มด่ำกับบรรยากาศภายนอกของยามค่ำคืนอันศิวิไลนี้ ซึ่งมันก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ ด้วยล่ะ น้ำรินหันกลับไปมองทิวทัศน์ภายนอกอย่างตื่นตา และให้ความสนใจกับมัน ลืมความคิดที่จะจดจำเส้นทางไปชั่วขณะ
แสงสีของเมืองโตเกียว ช่างเหมือนฝันจริง ๆ น่าหลงใหลอะไรอย่างนี้ ทำเอาหญิงสาวต้องขยับเข้าไปจนชิดกระจกรถอีกครั้ง จนหน้าผากกลมมนกับจมูกเล็กรั้นแนบกับกระจกหนา พลางสอดส่ายสายตามองภาพ แสงสีตามข้างทาง และอาคารโดยรอบที่มีรูปทรงแปลกตาต่าง ๆ มากมายหลากหลาย ส่งแสงไฟวิบวับที่ส่องผ่านกระทบกับพื้นน้ำด้านล่าง เมื่อรถกำลังวิ่งผ่านแม่น้ำอยู่บนสะพานสูงแห่งหนึ่ง ช่างเป็ภาพที่สวยงามเหลือเกินในค่ำคืนนี้
แม่น้ำเบื้องล่างสะท้อนระยิบระยับหยอกล้อเล่นกับแสงไฟจากสิ่งที่ปลูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมืุ์บนฝั่ง เกาะกลางน้ำมีเรือสำราญขนาดใหญ่ และขนาดเล็กลอยลำอยู่ หนึ่งในนั้นก็คงเป็เรือยอชต์ส่วนตัวของเศรษฐีบางคนที่มักมีไว้ประดับบารมีของตนอย่างแน่นอน ซึ่งแสงไฟที่สอดส่องออกมาส่งแสงวิบวับราวกับเกล็ดดาวบนท้องฟ้ายามราตรี ราวกับเมืองในฝันเลย แวบหนึ่งหญิงสาวคิดว่า จะมีสักครั้งไหมนะ ที่หล่อนจะได้มีโอกาสได้ไปอยู่ในเรือสำราญนั้นบ้าง
เอ๊ะ!ทำไมมันเหมือนกับว่าหล่อนเคยเห็นภาพ เหล่านี้มาก่อนเลยนะ อ๊ะ! นึกออกแล้ว ว่าเคยเห็นที่ไหน จำได้ว่าเพื่อนสนิทของหล่อนเคยส่งภาพพวกนี้มาให้ดูอยู่เป็ประจำ หลังจากที่สมรเพื่อนรักต่างวัยที่อายุห่างกันประมาณสองถึงสามปีสมัยที่ทำงานด้วยกันที่ประเทศไทย กระทั่งเธอพบรักกับหนุ่มญี่ปุ่นซึ่งเป็คนไข้ พอแต่งงานกันเลยย้ายตามสามีมาอยู่ที่ญี่ปุ่น หล่อนกับเพื่อนติดต่อกันทางอินเทอร์เน็ตเป็ประจำ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ แรก ๆ สมรส่งรูปภาพวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของที่นี่ไปให้ดูเมื่อหลายปีก่อน
อ๊ะ! ใช่สินะ หล่อนมีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วยนี่นา แววตายินดีฉายแวบออกมาอย่างมีความหวัง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังพอมีที่พึ่ง ถ้าหากว่าเ้านายของอีตาบอดี้การ์ดตรงหน้าเล่นตุกติกกับหล่อนล่ะก็ จะแจ้งตำรวจจับพวกนายเข้าซังเตเสียให้หมด สามีของเพื่อนรักมีอาชีพเป็นักข่าว ดาวเด่น อย่างน้อยน่าจะรู้จักกับตำรวจใหญ่บ้างล่ะ
“จะให้พาไปที่ไหนครับท่าน? ที่บ้านหรือที่ดรากอนส์ ปาร์ค”
“@#$%*&*^…”
“ครับท่าน จะจัดการตามนี้ครับ” น้ำรินหยุดการกระทำต่าง ๆ แทบจะทันที เมื่อได้ยินเสียงของทานากะคุยโทรศัพท์ เป็ภาษาญี่ปุ่นราวกับว่าไม่้าให้หล่อนได้รับรู้ด้วย เขาพูดกับใคร? แล้วใคร? ที่พูดสายกับเขา ไม่นะ..อย่าบอกนะว่าจะพาหล่อนไปขาย!!
หญิงสาวรีบผละออกจากกระจกรถทันที พลางกระถดเท้าขึ้นมานั่งคุดคู้กอดเข่าเข้ากับตัว อย่างหวาดหวั่น เบียดตัวเองจนแทบจะฝังตัวกับเบาะรถด้านหลัง สายตาจ้องเขม็งไปยังชายฉกรรจ์สองคนที่นั่งตอนหน้า อย่างหวาดระแวงหัวใจเต้นรัวแทบไม่เป็จังหวะ หวาดกลัวเหลือเกินเมื่อคิดขึ้นมาว่าต้องเจอกับอะไรในอนาคตอันใกล้นี้ หนี..เราต้องหนี..หนีไปให้ได้ แต่จะทำยังไงดี คิดสิ น้ำรินคิด..จะทำยังไงถึงจะหนีไปได้! ในขณะที่หัวสมองคิดแต่จะหาทางหนีไปให้พ้น ๆ จากบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไร ก็พลันต้องหยุดชะงัก เมื่อทานากะหันหน้ามาพูดกับหล่อน
“วันนี้คุณต้องพักที่ดรากอนส์ ปาร์ค ซึ่งเป็หนึ่งในโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว และก็เป็อีกหนึ่งในบรรดาโรงแรมที่เ้านายผมเป็เ้าของอยู่” สิ้นคำพูดของทานากะ สีหน้าของหญิงสาวก็ซีดลง ๆ เป็ลำดับ หัวใจยิ่งเต้นเร็วขึ้น แทบไม่เป็จังหวะแล้วในตอนนี้ แต่..คิดในแง่ดี หล่อนยังพอมีโอกาสที่จะหลบหนีได้แล้วนี่นา..แววตาที่แสดงความวิตกกังวลเมื่อครู่ ค่อยมลายหายไป กลายเป็ความมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อม ๆ กับแววตายินดีอย่างลิงโลดเมื่อคิดว่าโอกาสของหล่อนยังพอมีอยู่
ความวิตกกังวลคลายลงได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น เมื่อรถลีมูซีนคันใหญ่สีดำค่อย ๆ แล่นเข้าไปยังตัวตึกสูงใหญ่ตรงหน้า และถ้าจะให้เดาก็น่าจะเป็โรงแรมที่ทานากะบอกออกมาเมื่อครู่เป็แน่ โรงแรมขนาดใหญ่ ใหญ่มาก ๆ เลยทีเดียวล่ะ ขนาดมองจากด้านนอก ยังต้องแหงนหน้ามองจนเมื่อยคอ กว่าจะมองเห็นจุดสูงสุดของโรงแรมได้
“ถึงแล้ว เชิญครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มมาดเข้ม ก้าวลงจากตอนหน้า มาเปิดประตูทางตอนหลัง โค้งให้หล่อนเล็กน้อย น้ำรินยังงุนงงและยังลังเลจึงไม่ขยับกายลงจากรถหรูในทันที ทำยังไงดีล่ะ ะโหนีตอนนี้เลยดีไหมนะ ไม่ไหว ๆ ถ้าทำอย่างนั้นมีหวังโดนั์วัดแจ้งกับั์วัดโพธิ์ ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก เล่นงานจนเละเป็แน่ นี่คงเป็ถิ่นของเขาอย่างแน่นอน
“เอ่อ..ฉันอยากเข้าห้องน้ำก่อนจะได้ไหม..”
“ถ้าหากว่า คุณลงจากรถเร็วกว่านี้ คาดว่าตอนนี้คุณคงได้อยู่ในห้องน้ำของห้องพักเรียบร้อยแล้วล่ะครับ” วาจาสุภาพแต่แฝงไปด้วยคำเหน็บแนมกลาย ๆ ทำให้น้ำรินรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที อุ๊ย! หรือว่าเขารู้ ว่าเราคิดจะหนี ไม่ได้การล่ะ นายทานากะคนนี้ ท่าทางฉลาดไม่ใช่เล่นเลย ถ้าคิดจะหนีล่ะก็ ต้องใช้สมองให้มากกว่านี้
“โอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว ฉันปวดหนักมากเลยนะ จะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ คุณเคยปวดจู๊ด จู๊ดไหม มันทรมานมากเลยนะ จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” หญิงสาวแสดงละครตบตาบอดี้การ์ดหนุ่ม ทำเป็เอามือกุมท้อง ก้มจนตัวงอ บ่งบอกว่าอาการหนักอย่างที่อ้างออกไป ทานากะส่ายหัวไปมาอย่างรู้สึกระอาระคนเอ็นดูกับหน้าตาท่าทางที่หล่อนแสดงออกมา เขาสังเกตเห็นั้แ่ออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว หญิงสาวเงียบไปจนผิดสังเกต คิดว่าคงปวดแผล แล้วกับท่าทางที่ดูหวาดผวาขึ้นมาทันที เมื่อเขาหันไปบอกว่าหล่อนต้องพักที่โรงแรมนี้ หึ..อย่าบอกนะว่าหล่อนกำลังคิดว่าเขาจะพาไปขาย จึงคิดหาทางหนี พยายามถ่วงเวลา ไม่ยอมลงมาจากรถง่าย ๆ เอ้า..ลองดูซิว่าหล่อนจะไปได้ซักกี่น้ำ จะได้รู้ว่าเป็อย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ถ้าหากว่าเป็อย่างนั้นจริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวลใด ๆ เลย ในเมื่ออาณาเขตย่านนี้ล้วนแล้วแต่เป็ของเ้านายเขาทั้งนั้น
“ถ้าอย่างนั้น..ตามผมมาทางนี้เลยครับ”
“อ๊ะ! มะ..ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไปเองได้ เดี๋ยวสิ ทานากะ..เดี๋ยว” โดยไม่ฟังเสียง บอดี้การ์ดหนุ่มฉุดข้อมือเล็กข้างที่ไม่มีแผล กึ่งลากกึ่งจูงตรงดิ่งไปยังจุดหมายที่หญิงสาว้าในทันที ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็มองมายังหล่อนกับบอดี้การ์ดอย่างแปลกใจ น้ำรินอยากะโออกไปนักว่า ช่วยด้วย ช่วยฉันที ฉันกำลังถูกลักพาตัว! แต่ก็ไม่สามารถทำได้เมื่อ มีชายรูปร่างสูงใหญ่อย่างกับตึก แต่งตัวเหมือนกับทานากะ ต่างก็มาบดบังจนมองไม่เห็นหล่อนที่เล็กจนเหลือตัวเท่ามดไปเลยทีเดียว
“ไหนคุณบอกว่า ปวดท้องมากนี่ครับ แล้วทำไมยังดื้อดึงอยู่อีกล่ะ”
“ก็..ฉันไปเองได้นี่ ฉันไม่ชอบนี่นา ที่ต้องมีคนมาเดินล้อมหน้าล้อมหลังอย่างนี้ ราวกับเป็นักโทษอย่างนั้นล่ะ อ้อ! รู้แล้ว คุณคิดว่าฉันจะหนีอย่างนั้นใช่ไหม คิดออกมาอย่างนั้นได้ยังไง ทำไมฉันต้องหนี ก็ในเมื่อเ้านายของคุณดีกับฉันออกขนาดนี้ แถมยังใจดีอุตส่าห์พาฉันมารักษาตัวถึงที่นี่ แล้วไหนจะให้มาพักโรงแรมหรูอย่างนี้อีก ฮึ..ฉันซาบซึ้งใจมากเลยรู้ไหม ยังไม่ได้เจอหน้าและขอบคุณเขาเลย ฉันไม่ใช่คนเนรคุณคนหรอกนะ เอาล่ะคุณจะปล่อยให้ฉันเป็อิสระได้หรือยัง หรือถ้ายัง ก็เข้าไปด้วยกันเลยสิ เอาไหม!” น้ำรินเผลอพูดออกไปอย่างโมโห และเดือดดาล แถมด้วย
เหน็บแนมนิด ๆ ทำหน้างอง้ำส่งไปให้บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างรู้สึกหมั่นไส้ หมดกันหนทางที่จะหลบหนี เพียงน้อยนิดของหล่อน มลายหายไปในพริบตาแล้วทันทีที่สิ้นเสียงแว้ด ๆ ซึ่งมันสามารถเสียดแทงแก้วหู บรรดาชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนปิดหล่อนจนมิด ได้เป็อย่างดีทุกคน นอกจากทานากะ ต่างก็หันหน้าออกไปคนละทาง บางคนก็อมยิ้ม บ้างก็ทำเป็หูทวนลมไม่สนใจเสียงแว้ดของหล่อนซะอย่างนั้น
“ยังปวดท้องมากอยู่ไหมครับคุณผู้หญิง ถ้าไม่ ก็เชิญขึ้นห้องพักได้แล้ว เราเสียเวลามากเกินไปแล้วนะครับ” น้ำรินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินประโยคที่ตอบกลับมาของทานากะ รู้สึกเกลียดนัก กับวาจาและท่าทางที่รู้ทัน แสดงให้รู้ว่า เขาไม่มีทางหลงกลหล่อนง่าย ๆ แน่ เชอะ! คอยดูเถอะถ้าหนีไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาเอาคืนเป็อันดับที่สอง รองจากเ้านายของนาย ทานากะ คอยดู!
หญิงสาวจึงได้แต่บ่นอาฆาตเขาอยู่ในใจ จึงสะบัดหน้า เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างขัดใจที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เฮอะ! ฉลาดนักใช่ไหมนายทานากะ ฉันจะถ่วงเวลาให้ถึงที่สุดเลยคอยดู สบโอกาสเมื่อไหร่ล่ะก็ นายไม่มีทางขวางฉันได้อย่างแน่นอน ในเมื่อหมดหนทางสู้ หล่อนก็จะใช้วิธีถ่วงเวลานี่ล่ะ เอาให้อีตาเ้านายนั่นอารมณ์เสียไปเลย คราวนี้ล่ะ นายต้องถูกลงโทษแน่ที่ทำให้เ้านายเสียอารมณ์ หึ ๆ หญิงสาวอมยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจที่คิดจะแกล้งนายบอดี้การ์ดหนุ่มนั้นได้ แม้จะไม่ได้ช่วยให้หล่อนหนีออกไปได้ แต่ก็ขอให้ตอบแทนแบบเจ็บแสบ เล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้สะใจเล่นก็ยังดี
เมื่อเข้ามาถึงห้องน้ำกว้างขวาง สะอาดสะอ้าน หญิงสาวยืนจังงังอยู่ตรงกลางทางเดินนิ่ง แทนที่จะรีบเข้าไปทำธุระอย่างที่อ้างไปกับคนด้านนอก พลางแลบลิ้นส่งกลับไปยังทางออกที่เพิ่งเดินผ่านเข้ามา อย่างหมั่นไส้ จากนั้นได้หันมาเห็นเงาจากกระจกใสบานใหญ่ ซึ่งภาพที่สะท้อนกลับมาให้เห็น เป็หญิงสาวที่มีใบหน้าซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอนมาหลายวัน แล้วก็แทบร้องไห้ออกมา เมื่อเห็นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง แถมยังมีาแที่หัวมีกอซมัดไว้อย่างกับเอาข้าวต้มก้อนเล็ก ๆ มาวางอยู่บนนั้น ซึ่งยังไม่ครบกำหนดตัดไหม ส่วนข้อมือด้านซ้ายก็มีผ้าพันแผล ถูกพันไว้อย่างดี ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าจะเป็หล่อนไปได้ ถึงแม้ว่าหล่อนจะไม่ใช่สาวสวย แต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ดูซีดโทรมราวกับผีดิบอย่างนี้เลย ชุดที่สวมใส่อยู่นี่ก็ไม่ใช่ของหล่อน เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวลายทาง กระดุมผ่ากลางตลอดแนว กับกางเกงสีน้ำตาลอ่อน เนื้อผ้าบางเบาใส่สบาย ใครกันนะที่เอาเสื้อผ้าแบบนี้มาให้หล่อน
ขณะที่กำลังนึกสมเพชเวทนาตัวเองอยู่นั้น พลันหางตา ได้สังเกตเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างคลับคล้ายคลับคลาว่า จะเป็มนุษย์ที่มีเืเนื้ออย่างหล่อนเดินผ่านหลังไปแวบ ๆ จึงหันไปมองให้เต็มตา น้ำรินเลยยิ้มออกมาอย่างลิงโลดหัวใจเต้นแรงออกมาอย่างอดใจไม่อยู่ สมองคิดถึงโอกาสที่จะหนีออกไปจากที่นี่ และอย่างรวดเร็วเท่าความคิดหญิงสาวรีบปราดเข้าไปหาคนคนนั้นทันที ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นี้จะเป็พนักงานทำความสะอาดของที่นี่ เพราะสังเกตเห็นป้ายบอกชื่อที่ติดอยู่ตรงหน้าอกด้านซ้าย บ่งบอกชัดเจนว่าเป็คนของเ้าของโรงแรมนี้อย่างแน่นอน มาถึงนาทีนี้แล้ว เป็ไงเป็กันลองขอความช่วยเหลือหล่อนดูเป็ไร
“เอ่อ..ขอโทษนะคะ ช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งได้ไหม ได้โปรดพลีส..”
พนักงานคนดังกล่าวชะงักงันไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติ หน้าตาท่าทางเหมือนคนเร่ร่อน และดูไม่น่าไว้วางใจ แล้วยังมาขอร้องให้ช่วยเหลืออีก ในตอนแรกเธอส่ายหัวไปมา อย่างไม่ให้ความร่วมมือ แต่พอโดนหล่อนก้มลงคุกเข่าขอร้อง กอดขาไว้อย่างอ้อนวอน เธอถึงเริ่มใจอ่อน กว่าจะสนทนากันรู้เื่ก็เล่นเอาเหงื่อแทบแตก เพราะใช้ทั้งภาษามือภาษากายจนกระทั่ง..ทั้งสองสลับร่างกัน น้ำรินกลายเป็พนักงานทำความสะอาด ส่วนพนักงานทำความสะอาดตัวจริง ก็กลับกลายเป็น้ำริน โชคดีที่รูปร่างและสัดส่วนใกล้เคียงกัน
เอาล่ะ! คราวนี้ก็เหลือทรงผม หญิงสาวจัดการผูกหางม้าให้กับเมทสาว ส่วนหล่อนเองก็จัดการมวยผมแล้วสวมหมวกทับไปอีกที แค่นี้ก็ โอเคแล้ว! จากนั้นหญิงสาวก็พยายามสอบถามเส้นทางเพื่อหลบหนีออกจากที่นี่ เมทสาวที่แปลงร่างเป็น้ำรินก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ ก่อนจาก หญิงสาวหันไปขอบคุณเธออย่างสุดซึ้งในน้ำใจหากว่าหนีออกไปได้ และถ้ามีโอกาสกลับมาอีกจะมาตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน ทั้ง ๆ ที่ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะได้กลับมาจริงหรือเปล่า
ไม่นานนักน้ำริน ในคราบของพนักงานทำความสะอาด ก็เดินออกมาพร้อมกับรถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาดคันใหญ่ ซึ่งสามารถบดบังร่างเล็ก ๆ ได้เป็อย่างดี จุดหมายปลายทางก็คือ ประตูทางออกที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ หญิงสาวเห็นทานากะยังยืนอยู่ตรงทางออก หน้าห้องน้ำหญิง อีกด้านมีผู้ชายตัวสูงใหญ่แต่งตัวคล้ายกัน ยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้องน้ำชาย แล้วก็เลยมองไปที่ทางเข้า-ออก ด้านหน้าโรงแรม ก็มีบุรุษลักษณะท่าทางเหมือนกันยืนตัวตรงแหน่ว อยู่อีกสองคน ก่อนหน้าที่เข้ามาไม่ยักกะมีนี่นา นั่นก็แสดงว่า พวกเขากลัวว่าเธอจะหนีแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้น..ลางสังหรณ์ที่หล่อนกังวลอยู่ ก็เป็เื่จริงน่ะสิ ฮึ! อ้ายพวกค้ามนุษย์คอยดูเถอะ ถ้าฉันหนีออกไปได้จะแจ้งความให้ตำรวจมาจับพวกนายเข้าคุกให้หมดเลย รวมทั้งเ้านายของพวกนายด้วยคอยดู…
เมื่อถึงประตูทางออกเล็ก ๆ ด้านข้างทางปีกซ้ายของตัวตึก น้ำรินรีบสาวเท้าก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว ทิ้งรถทำความสะอาดขนาดใหญ่ไว้เื้ั โดยไม่หันหลังกลับไปมองมันอีก หญิงสาวเร่งฝีเท้า พลางหันซ้ายหันขวา เหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างระแวง ะโข้ามกองขยะที่ถูกทิ้งอย่างไม่ไยดีเป็ระยะ ๆ กลิ่นเหม็นเน่าของน้ำครำที่ทะลักออกมาจากกองขยะ แล้วไหนจะพื้นที่ขรุขระ เจิ่งนองไปด้วยน้ำดำ ๆ เต็มไปตลอดซอกเล็กๆ นั่น
ทนอีกนิดน้ำริน อดทนไว้ นั่นไง! แสง.. แสงสว่างอยู่เบื้องหน้านั้นแล้ว จะถึงแล้ว อิสรภาพจะกลายเป็ของเราในไม่ช้า หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างลิงโลด น้ำตาแทบร่วงเมื่อเห็นทางออกอยู่แค่เอื้อมนี้เท่านั้น อีกนิด.. อีกเพียงแค่มือเอื้อมเท่านั้นก็จะเจอ
อ๊ะ!..หญิงสาวชะงักเท้าแทบจะทันที ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วกลับซีดลงไปอีกแทบไม่มีสีเือยู่เลยตอนนี้ ความหวัง ความลิงโลด ความดีใจที่จะได้เป็อิสระเมื่อครู่มลายหายวับไปกับตา ไม่อยากแม้แต่จะก้าวขาออกไปสู่ถนนเบื้องหน้า แทบอยากจะวิ่งกลับไปทางเดิม ถ้าไม่ติดที่ว่าอีกทางก็มีกำแพงซึ่งมีชีวิตรูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวเหมือนพวกมาเฟีย ปิดทางไม่ให้หล่อนหนีไปไหนได้อีก กั้นอยู่
“ฮือ ๆ พวกคุณเป็ใครกัน ปล่อยฉันไปเถอะขอร้องล่ะ อย่าทำอย่างนี้กับฉันเลย ขอร้องได้โปรดฮือ ๆ” หญิงสาวหมดแรงกำลังที่จะยืนอยู่แล้ว พิงหลังกับกำแพงหนา รูดตัวลงช้า ๆ จนก้นแตะกับพื้นที่ขรุขระเป็หลุมเล็ก ๆ เต็มไปด้วยน้ำเฉอะแฉะส่งกลิ่นเหม็นเน่า อย่างหมดอาลัย ฟุบหน้าร้องไห้กับฝ่ามือ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้
ทานากะอึ้งไปกับท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า ไม่นึกเลยว่าหล่อนจะคิดว่าพวกเขาจะเอาตัวหล่อนมาขายจริง ๆ รู้สึกเวทนาขึ้นมาจับใจ เขาก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับตัวหล่อนมากมายเท่าใดนัก จะเกี่ยวกับเครื่องเพชรที่เกิดเื่วุ่นวายที่เมืองไทยหรือเปล่านั้น ก็อาจเป็ได้ ที่เ้านายเขาไม่ยอมปล่อยหล่อนไปง่าย ๆ จนกว่าจะรู้ความจริงเมื่อเ้านายสั่งกำชับว่าต้องเอาตัวหล่อนกลับมาให้ได้ เพราะคนอย่างคัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ ้าอะไร ต้องได้ตามที่สั่งเสมอ ซึ่งก็แน่อยู่แล้วว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ก็ตาม
“กลับไปที่โรงแรมเถอะ ไปพักผ่อนดีกว่า แผลคุณยังไม่หายดี ถ้าขืนอยู่ที่นี่ต่อไปอาจติดเชื้อได้ และอาจจะเป็อาหารของ…”
“ฉันไม่ไป! ฮือ..จะเป็ยังไงก็ช่าง จะเป็อาหารของหมา แมวที่ไหนก็ยอมทั้งนั้นล่ะ แต่ฉันจะไม่ยอมตามพวกนายไปเด็ดขาด! ไม่มีทาง! พวกเศษสังคม เดนมนุษย์ ฮือ.. พวกนายทำกับมนุษย์ที่มีเืเนื้อเหมือน ๆ กับพวกนายได้ยังไง พวกนายมัน..!”
พลั่ก!
ไม่ทันขาดคำ หญิงสาวรู้สึกจุกบริเวณท้องน้อย จนปั่นป่วนไปหมด มันตีขึ้นมาจนลำคอตีบตันหายใจติดขัด ดวงตาพร่ามัว จะล้มแหล่มิล้มแหล่ แต่ก็พยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาเพื่อโต้ตอบกลับไป แต่แล้ว สติสัมปชัญญะกลับค่อย ๆ มืดลง ช้า ๆ กระนั้นหล่อนก็ยังได้ยินเสียงคุ้นหู ร้องออกมาอย่างตระหนก
“เฮ้ย! นายทำอะไรลงไปน่ะ รู้ตัวหรือเปล่า? หล่อนเป็คนของเ้านายนะ!”
“ก็มันทนไม่ได้นี่นาลูกพี่ ..แ..ม่…ด่าอยู่ได้”
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ตอนหน้า นางเอกจะได้เจอกะพระเอกแร้วววว ตามมาค่ะ