บทที่๑
ความหวังอันมืดมิด
กรุงเทพมหานคร...เมืองที่เคยไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยเสียงรถยนต์ติดยาวเป็กิโล เสียงแม่ค้าะโขายอาหารริมทาง และผู้คนหลายล้านที่เร่งรีบไปทำงาน ทว่าทุกอย่างเ่าั้ได้หายไปเหมือนฝันร้ายที่กลืนกินความจริง
หลังจากไวรัสปริศนาแพร่กระจายอย่างควบคุมไม่ได้ เมืองที่เคยสว่างไสวก็กลายเป็เมืองร้างตายเงียบ ตึกสูงระฟ้าที่เคยสะท้อนแสงแดดยามเช้า บัดนี้เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและรอยเืแห้ง ถนนที่เคยแน่นขนัดด้วยรถ กลับมีเพียงซากสนิมที่ถูกทิ้งเกลื่อนและบางคันยังมีรอยข่วนจากกรงเล็บสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
สะพานลอยที่เคยเป็ทางข้ามอันเร่งรีบ บัดนี้กลายเป็เพียงโครงเหล็กเงียบงัน บางส่วนพังถล่มลงมาขวางถนน สายไฟระโยงระยางห้อยระย้าเหมือนเถาวัลย์ของป่าในเมืองคอนกรีต
และในความเงียบงันนั้น...ยังคงมีเสียงครางต่ำ ๆ
ลากยาวดังสะท้อนอยู่เสมอเสียงของ “พวกมัน” สิ่งมีชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยเป็คนตอนนี้ได้กลายเป็สิ่งที่เรียกว่าผู้ติดเชื้อหรือซอมบี้...
ณ ห้องอพาร์ตเมนต์เล็กๆแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเทพฯมีเด็กสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง ภายในห้องนั้นมืดไปหมดไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้า มีเพียงแสงสว่างและลมพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา
"กอหญ้า" เด็กสาววัย12ปี นั่งกอดเข่าข้างกล่องกระดาษที่เคยเต็มไปด้วยเสบียง ตอนนี้เหลือเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซองกับน้ำที่ลองจากฝนตรงระเบียงเท่านั้น
กอหญ้าพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“อีกแค่ซองเดียว...จะอยู่ได้อีกกี่วันกันนะ”
ท้องร้องโครกเบา ๆ เป็คำตอบแทน เธอเม้มปากแน่น พลางมองรอบห้องที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
“ถ้าไม่ออกไปหาเพิ่ม...ฉันคงตายอยู่ที่นี่แน่”
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปเปิดลิ้นชักที่เคยค้นหาของจากห้องข้าง ๆ ได้ เธอหยิบมีดพกเล็กๆของพ่อเธอที่ทิ้งไว้ขึ้น ดึงเป้เก่าใส่ของจำเป็ ทั้งไฟฉาย ถ่านก้อนสุดท้าย ขวดน้ำ และสวมเสื้อฮู้ดตัวใหญ่
ขณะจัดของ เธอเผลอพูดออกมาเหมือนมีใครอยู่ด้วย
“พ่อ..."
"ถ้ากอหญ้าออกไปแล้วไม่กลับมา..."
"อย่างน้อยก็ลองสู้ดูใช่ไหม?"
"เพราะพ่อที่ออกไปหาสะเบียงก็ไม่กลับมาอีกเลย..."
"หนูหวังว่าหนูออกไปแล้วจะเจอพ่อนะคะ...คิดถึง"
เด็กสาวพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลมองรูปถ่ายเล็กๆของเธอและพ่อมีความหวังเล็กๆว่าจะเจอตัวพ่อของเธอ
เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะที่เดินลงบันไดคอนกรีตเก่า ๆ ฝีเท้าของตัวเองก้องสะท้อนจนเธอต้องหยุดหายใจทุกครั้งที่คิดว่า “มัน” อาจได้ยิน
เมื่อมาถึงชั้นล่าง ประตูเหล็กขึ้นสนิมแง้มไว้เล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปแตะเบา ๆ แล้วชะงัก ดวงตาไหววูบด้วยความลังเล
“กอหญ้า...เธอทำได้น่า แค่ก้าวออกไปข้างนอก ก้าวเดียวเอง”
เธอกระชับมีดในมือ สูดลมหายใจลึก ก่อนจะผลักบานประตูออกอย่างช้า ๆ แสงแดดภายนอกสาดเข้ามา ร่างเล็กก้าวออกไปสู่โลกที่เธอไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอ “ความหวัง” หรือ “ความตาย” กันแน่...
กอหญ้าก้าวเท้าออกจากอพาร์ตเมนต์อย่างระแวดระวัง ถนนเบื้องหน้าปกคลุมด้วยความเงียบ แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความสงบ หากแต่เป็ความอันตรายที่แฝงอยู่
เสียง “ครืด... ครืด...” ดังขึ้นจากมุมถนน กอหญ้าชะงักทันที ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างเน่าเปื่อยของซอมบี้กำลังลากเท้าไปมา ท่ามกลางความเงียบที่กดทับหัวใจ เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอ กรึ่ก เสียงนั้นทำให้ซอมบี้หันศีรษะกระตุกมาทางเธอ
กอหญ้าร้องในใจ “อย่าส่งเสียง...อย่าขยับแรง...”
เธอก้มตัวลง แทบไม่กล้าหายใจ พยายามคืบเท้าเบา ๆ อ้อมไปอีกทาง หัวใจเต้นแรงราวจะทะลุออกมา
หลังจากผ่านเงามรณะนั้นไปได้ กอหญ้าก็แทบหมดแรง แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับบ้านไม้สองชั้นเก่า ๆ หลังหนึ่ง หน้าต่างชั้นล่างเปิดแง้มไว้เหมือนเชื้อเชิญ
กอหญ้าเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ มือกุมมีดแน่น แต่เมื่อผลักประตูเข้าไป เธอกลับพบเพียงชายชราผอมแห้ง นอนอยู่บนเตียงไม้เก่า กล่องอาหารและน้ำจำนวนมากกองอยู่รอบตัว
กอหญ้า: (เบา ๆ) “คุณลุง...คุณเป็ใครคะ?”
ชายชราหันมามอง ดวงตาขุ่นมัวแต่ยังแฝงด้วยความเมตตา
ชายชรา: “เด็กน้อย...เข้ามาสิ ข้าไม่มีแรงจะทำอะไรเ้าแล้ว”
กอหญ้ามองซ้ายขวาอย่างระแวง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ เห็นเครื่องกระป๋อง น้ำดื่ม และข้าวสารวางกองมากมาย ดวงตาเธอเบิกกว้างด้วยความใ
กอหญ้า: “คุณลุง...สะเบียงพวกนี้...?”
ชายชรา: (ไอ้เบาๆ) “ตาเก็บไว้...แต่คงไม่มีโอกาสได้กินมันนานนัก...โรคในอกมันกัดกินร่างตาไปหมดแล้ว”
กอหญ้าเงียบงัน ใจหนึ่งอยากถามว่าเพราะเหตุใดถึงไม่ไปที่หลบภัย แต่อีกใจก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
ชายชราชี้ไปที่กองสะเบียงที่ลูกหลานทิ้งไว้ให้
ชายชราพูดขึ้น “เอาไปซะ...แม่หนู แม่หนูจำเป็ต้องรอดมากกว่าตา”
กอหญ้า: (เสียงสั่น) “แต่...ทำไมถึงยกให้หนูทั้งหมดล่ะคะ?”
ชายชรายิ้มจาง ๆ ดวงตาเปล่งประกายสุดท้าย
“เพราะแม่หนูมีคนที่ต้องตามหาใช่ไหม...
ลองไปเชียงใหม่ดู...หลายชายตาบอกว่าที่นั่นยังมีที่หลบภัย...และบางที...พ่อของหนู...อาจอยู่ที่นั่น”
กอหญ้าชะงัก หัวใจเหมือนถูกบีบรัด น้ำตาคลอทันที
กอหญ้า: “คุณตาคะ...คุณรู้จักพ่อของหนูได้ยังไง...?”
ชายชราหลับตาลง ถอนหายใจยาว
“โลกนี้มันกว้างใหญ่...ไปเถอะ...แล้วแม่หนูจะได้คำตอบเอง..."
ความเงียบงันตามมา มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาที่ค่อย ๆ จางหาย กอหญ้ายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะเช็ดน้ำตาและสะพายเป้ที่เต็มไปด้วยเสบียง
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่หม่นมัวภายนอกบ้าน แล้วพึมพำเบา ๆ
“พ่อ...กอหญ้าจะไปตามหาพ่อนะ”
เธอก้าวออกไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อความหวังที่จะได้พบคนที่รักที่สุด