งานในที่ครัวแสนวุ่นวายของเธอเสร็จสิ้นลงพร้อมกับท่าทางที่อ่อนล้า นิภาถอดชุดพนักงานออกก่อนแล้วเดินออกจากคลับเท้าของเธอค่อยๆ จมหายไปกับรตติกาลที่มือสนิทนั่นตรงหน้า
เธอมองดูเวลาในโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจออกมาตอนนี้เกือบตี 2 แล้วแถมพรุ่งนี้ก็วันจันทร์อีก "เหนื่อยจัง " นิภาพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วตบหน้าของตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกกำลังใจ
"ห้ามพูดแบบนั้นนะนิภา " เธอสั่นตัวเองเบาๆ เพราะไม่อยากให้มีอะไรมาบ่านทอนกำลังใจของตัวเอง
นิภาย่อตัวลงพร้อมกับเอื้อนมือไปผูกเชื้อรองเท้าของตัวเองให้แน่น" ช่วงนี่ยุ่งๆ เลยไม่ได้วิ่งเลยสิน่ะ " นิภาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เธอกะจะวิ่งฝ่าความมืดที่ว่าเปล่าตรงหน้าแต่ต้องชะงัก
"กชนันท์ " เสียงทุ้มต่ำที่กระแทกเรียกชื่อของพี่สาวเธออย่างหงุดหงิด พร้อมกับมือที่จับแขนของเธอเอาไว้ เขาบีดมันแน่นจนเธอเจ็บ
นิภาชะงักงันพร้อมกับหันควักกลับไปมองก่อนจะสะบัดแขนจากฝ่ามือของอีกฝ่ายแล้วถอยหลังหนีด้วยท่าทางลนลานเมื่อเห็นว่าคนที่รั้นเธอเอาไว้เป็นใคร
แขนของนิภาหลุดจากมือของติณห์ ก่อนที่เธอจะเลิกล้มหงายหลังนิภารีบคว้าอะไรก็ได้ตรงหน้าอย่างลนลาน ก่อนจะล้มไปไปกับพื้นด้วยกันทั้งสองร่าง เขาคร่อมเธอเอาไว้ขณะที่มือของเธอก็จับเน็คไทของเขาเอาไว้แน่น ใบหน้านั้นอยู่ห่างกันแค่ลมหายใจ
ลมหายใจที่ร้อนผ่าวนั้นของเขาสัมผัสกับผิวของเธอก่อนที่นิภาจะสะดุ้งโย่งอย่างตกใจ เธอรีบปล่อยมืออย่างลนลานพร้อมกับเถิบหนีออกจากใต้ร่างของเขาอย่างลนลาน
นิภาลุกขึ้นอย่างร้อนลนเธอรีบหันหนีพร้อมกับจะวิ่งหนีแต่ก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือของใครอีกคน ติณห์คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ ก่อนที่เธอจะทันได้หนี
"ปล่อยฉันนะ " นิภาตวัก เธอแกะมือของเขาออกจากข้อมือของตัวเองอย่างร้อนลน
ติณห์ดึงเธอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับคลี่ยิ้มร้าย “ไม่ปล่อย ” เสียงที่ทุ้มต่ำนั้นทำให้เธอชะงักงัน นิภาหน้าแดงก่ำพร้อมกับน้ำตาซึมเพราะทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามสะบัดมือของตัวเองออก
ติณห์ลากเธอให้เดินตามเขามา เขาเรียกเธอตั้งแต่ที่เธอเดินออกจากร้านแล้วแต่เธอกลับไม่สนใจเขาเลยจนเขาต้องเดินลงมาหาเธอเอง นิภาพยายามรั้นไม่ยอมเดินตามเขาไปง่าย แต่ก็ไม่เป็นผล ร่างของเธอกึงเดินกึงวิ่งไปตามแรงกระชากของเขา"ฉันไม่ไปกับคุณ...ปล่อยนะ "
เธอหันไปมองดูรอบๆ เผื่อจะมีใครอยู่แถวนั้น แต่ก็ได้เพียงความว่าเปล่า คลับปิดตั้งแต่เที่ยงคืนกว่าพวกเธอจะเคลียร์งานของตัวเองเสร็จก็เกือบตี 2 ตอนนี้เลยไม่มีคน ถนนนั่นโล่งมีเพียงความเงียบของรัตติกาลเท่านั้นที่อยู่เบื้อนหน้าเธอ
ติณห์ยัดเธอเข้าไปในรถก่อนที่เขาจะตามเข้ามาแล้วปิดประตูลง ภาพวันวานยังคงชันแจนในจิตใต้สำนึกของเธอ นิภาหน้าแดงก่ำ น้ำตาแห่งความทรมานไหลซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เธอพยายามจะเปิดประตูอีกข้างเพื่อหนีจากเขา แต่ก็ถูกหยุดและล็อกเอาไว้ด้วยร่างกายที่กำยำนั่นของเขา "คงไม่คิดจะผิดสัญญาหรอกใช่มั้ย "
“สัญญา?…” นิภาถามออกไปอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะก้มมากระซิบร้าย…นิภารู้สึกชาวับไปทั้งร่าง สายตาของเธอจ้องมองเขาอย่างโกรธแค้น
"สัญญานั่นมันจบไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว " เธอตวักเขาไปด้วยความโกรธแค้น เพราะเขาบังคับเธอก่อนทำให้เธอทำอะไรไม่ได้จนต้องยื่นข้อเสนอแบบนั้นออกไป
เขาคลี่ยิ้มร้ายออกมาจนเธอหวั่น “มันไม่ได้มีกำหนดระยะเวลา ”
นิภาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอโกรธที่ตัวเองเถียงเขาไม่ได้สักคำ เธอเบือนหน้าหนีจากเขา เธอคิดว่ามันจะจบตั้งแต่ตอนนั้น
เขาจับคางของเธอเอาไว้แน่น แรงจากฝ่ามือที่บีบหน้าเธอมันแรงจนมันเธอเจ็บ ก่อนที่ริมฝีปากอันร้อนผ่าวนั่นจะปิดริมฝีปากของเธอและบดเบียดริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วง เขาชั่วชินลมหายใจไปจากเธอจนเธอหายใจไม่ออก
นิภาพยายามขัดขืนเธอใช้มือของตัวเองดันร่างของเขาออกอย่างสุดกำลังด้วยร่างกายที่สั่นเครือ ก่อนจะทุบที่หลังของเขาเพื่อให้เขาคลายความรุนแรงนั้นลง
ฮือๆ...
"ปล่อยนะ "นิภาร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
หึหึ…
ติณห์แสยะยิ้มเหี้ยม เขาไม่มีทางยอมปล่อยมือจากเธอ เพราะเขาต้องการที่จะเห็นเธอเจ็บปวดและทรมาน ยิ่งใบหน้าหวานนั้นบีบเบี้ยวไปด้วยความทรมานเท่าไรมันก็ยิ่งทำให้เขาสะใจมากเท่านั้น
เสื้อของเธอถูกฉีดออก เขาก้มลงไปไซ้ต้นคอของเธอทันทีอย่างหืดกระหาย ลมหายใจที่ร้อนผ่าวนั้นสัมผัสกับร่างของเธอโดยตรงจนเธอขยาด ร่างกายของเธอชาจนไร้เรียวแรง
เธอหวาดกลัวและพยายามจะดันเขาออกด้วยร่างกายที่สั่นเครือ น้ำตาแห่งความขมขื่นมันไหลออกมาไม่ยอมหยุด ก่อนที่เขาจะบดเบียบสิ่งนั้นเข้ามาในกายของเธออย่างไม่ปราณี จนเธอรู้สึกเจ็บและชา
"อ๊ากก...เจ็บ " นิภาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เธอกัดฟันแน่น ดวงตาคู่เบิกกว้างและสั่นไหว เล็บมือของเธอจิบลงบนตัวของเขาเพื่อคลายความเจ็บปวดที่ได้รับ เธอพยายามผ่อนลมหายใจของตัวเองเพื่อลดความทรมานจากสัมผัสที่ได้รับ
"คัดดีนี่..." น้ำเสียงเหยียดหยันจากปากของเขาทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว นิภาหันหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมกับหลับตาลงแล้วกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ 'เขาคิดว่าเธอเป็นคนยังไง '
ร่างกายของเธอเจ็บและชาจนขยับตัวแทบไม่ไหว เสียงของเธอที่กรีดร้องออกมานั้นแหบพร่าง ก่อนที่ความมือสนิทจะครอบงำสติของเธอ
“นันท์…” อีกครั้งที่ถ้อยคำของเขาบาดลึกลงมาในใจของเธออย่างที่เขาคาดไม่ถึง มีเพียงเวลาที่เขาเรียกชื่อของพี่เท่านั้นที่เธอจะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากตัวชายหนุ่ม
.
.
.
ดดดดดด....…
เสียงของนาฬิกาปลุกดังปลุกให้เด็กสาวที่กำลังนอนหลับสนิทนั้นตื่นจากการหลับไหล เธอรู้สึกอึดอัดเพราะถูกรัดเอาไว้แน่นจนเธอขยับตัวไม่ได้ นิภาปรือตาขึ้นมามองก่อนจะเบิกตากกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นสบกับใบหน้าคมคายนั่นท่ามกลางแสงไฟสีนวมจากหัวเตียง
จากที่สะลืมสะลือเธอตื่นเต็มตาทันที นิภาผลักเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมกับขยับตัวหนีอย่างลนลาน ตัวเธอโป้ไม่มีเสื้อผ้าเหลืออยู่แม้สักชิ้น ขณะที่เขายังคงใส่เสื้อผ้าครบ
นิภาดึงผ้าห่มที่อยู่บนเตียงมาคลุ่มร่างที่เปลือกเปล่าของตัวเองเอาไว้ด้วยความอาย เขาเองก็ตื่นเพราะโดนเธอรบกวน เขามองคนที่ทำตัวลนลานอย่างสงสัย
นิภารีบเดินตรงไปหากองเสื้อผ้าของตัวเองที่อยู่บนพื้นทันที ก่อนจะเอื้อนมือไปหยิบมันขึ้นมาหมายจะใส่ แต่กลับไม่มีตัวไหนเลยที่อยู่ในสภาพที่จะเรียกได้ว่าเป็นเสื้อผ้า
"เกิดอะไรขึ้นเค้าทำอะไรกับเสื้อผ้าของเธอ " นิภาชะงักงัน เธอกำสิ่งที่เคยเป็นเสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้แน่นมันจุกจนพูดอะไรไม่ออก
หึหึ...
เสียงหัวเราะหึหึ อย่างสนุกของเขาดังขึ้นกลบความเงียบที่ปกคลุมทั้งห้อง เขานั่งมองปฏิกิริยาของเธอนิ่ง เธอเปลี่ยนไปมากจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย ถ้าเป็นเธอเมื่อก่อนจะสุขมรอบครอบไม่มีทางเลยที่เขาจะเอาเปรียบเธอได้ ไม่อยากเชื่อว่าเวลา 2 ปี จะทำให้เธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ทั้งเงอะงะทั้งไร้เดียงสา "น่ารัก "
“คุณ…” นิภาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอตวักเขาไปพร้อมกับเดินเข้ามาหาเขาที่เตียง
"คุณทำอะไรกับเสื้อผ้าของหนู " นิภาพยายามควบคุมเสียงของตัวเองเพื่อไม่ให้มันสั่น ใบหน้านั้นแดงก่ำพร้อมกับน้ำตาซึมด้วยความโกรธแค้น จนต้องกระพริบตาเพื่อขมมันเอาไว้ พร้อมกับชูสิ่งที่เคยเป็นเสื้อผ้าของเธอขึ้น ตรงหน้าเขา
เขาคลี่ยิ้มร้าย ก่อนจะเอื้อมมือไปจับข้อมือของเธอข้างที่ยื่นออกมาตรงหน้าของเขาเอาไว้แล้วกระชากดึง นิภาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจพร้อมๆ กับร่างของตัวเองที่ถาถมไปหาเขาที่อยู่บนเตียง
“ปล่อยหนูนะ คุณจะทำอะไรน่ะ…” นิภาโวยวายขัดขืนทันที
หึหึ...
ติณห์พริบตัวขึ้นมาแล้วกดร่างของเธอลงไปบนเตียง เขาคร่อมร่างของเธอเอาไว้ รอยยิ้มเหี้ยมของเขาทำนิภาหน้าเสีย หากแต่แววตาของเธอกลับยังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
“หนู…”เขาพึมพำเบาๆ กับคำสรรพนามที่เธอใช้แทนตัวเอง คำพูดของเธอทำให้ความหงุดหงิดเขาพรุ่งพรากขึ้น เขาอยากทำลายเธอ ทำลายแววตาที่จองหองนั่นของเธอ
นันท์ไม่เคยเรียกแทนตัวเองว่าหนู และเขาก็ไม่คิดว่าเธอจะเรียกแทนตัวเองแบบนี้กับเขาด้วย ถึงเขากับเธอจะอายุห่างกัน 2 ปี แต่มันก็ไม่ได้มากพอให้เธอเรียกแทนตัวเองแบบนี้ เธอทำเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่ส่วนตัวเองเป็นเด็ก
“เก่งนี่…คงจะใช้บ่อยแหล่ะสิ กับใคร?…คนแก่ๆ หรอก? ทำตัวไร้เดียงสาอดอ้อนทั้งที่เน่าเฟสจนไม่มีชินดี ” เสียงทุ้มนั้นเหยืยดหยันและเหยียบจนเธอทนไม่ไหว
ใบหน้านั้นของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นจนน้ำตาซึมออกมา นิภากำหมัดแน่นพร้อมกับตวักเขาไป “เลิกดูถูกหนูสักที หนูไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ”
หึหึ…
“เธอมันยิ่งกว่านี้อีก…” เขามองเธอเหยียบอย่างรังเกียจ เหมือนเธอเป็นสิ่งของที่น่ารังเกียจ
“ปล่อยนะ…หนูบอกให้ปล่อยยังไงเล่า ” นิภาขัดขืนพร้อมกับตวักเขาเสียงดัง ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะถูกครอบครองเอาไว้โดยใครอีกคน
ดดดดด…
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่นิภาจะชะงักงัน เธอเลือกไปมองมันก่อนจะหันมาสบกับเขาที่แสยะยิ้มเหี้ยม
"คุณจะทำอะไร…ปล่อยหนูนะ " นิภารู้สึกขยาดกลัว เธอโวยวายทันทีด้วยสีหน้าที่กังวล ไม่เอาแล้วนะเธอต้องรีบกลับบ้านแล้วไม่งั้นคนที่บ้านจะสงสัยเอา ถึงแม่ของเธอจะไปนอนเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล แต่ตอนเช้าก็จะกลับมาที่บ้าน ถ้าแม่ของเธอกลับมาแล้วไม่เจอเธอต้องเป็นเรื่องแน่น แล้วอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือเธอต้องไปโรงเรียนเพราะวันนี้เป็นวันจันทร์แล้ว
“ปล่อยแน่น…” สายตาที่เขามองเธอหืดกระหาย เขาเงียบก่อนจะก้มลงมากระซิบเบาจนเธอชาวับไปทั้งหน้า นิภาหน้าเสียงทันที
"ไม่มีทาง..."