เส้นทางที่เคยนำพวกเขาเข้าสู่ใจกลางป่าทิพย์ บัดนี้กลับทอดยาวนำทางพวกเขากลับออกมา ราวกับผืนป่ากำลังอำนวยพรและส่งพวกเขาคืนสู่โลกภายนอก เหล่าพฤกษาโบราณโน้มกิ่งลงต่ำคล้ายคำนับอำลา เสียงดนตรีแห่งพงไพรแ่เบาลงจนเงียบหายไปในที่สุด เจยจื่อหลงและวีอันอันก้าวพ้นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ออกมา ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
อากาศที่เคยบริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยพลังชีวิต กลับกลายเป็หนักอึ้งและเจือปนด้วยกลิ่นอายของความเสื่อมโทรมที่พวกเขาเคยคุ้นชิน พลังงานธรรมชาติที่เคยเข้มข้นจนััได้ บัดนี้กลับเบาบางและกระจัดกระจายจนแทบไม่รู้สึก แสงแดดที่เคยนุ่มนวลในป่าทิพย์ บัดนี้กลับดูเจิดจ้าและแข็งกระด้าง สีสันรอบตัวดูซีดจางลงไปถนัดตา
"อึ๋ย!" วีอันอันทำจมูกฟุดฟิด "กลับมาแล้วสินะ กลิ่นแย่ๆ ของโลกมนุษย์เนี่ย" นางบ่นอุบ แต่ในแววตากลับฉายประกายมุ่งมั่น
"พลังงานที่นี่แตกต่างกันมาก" เจยจื่อหลงกล่าว เขาลองโคจรพลังงานจักรวาลในร่าง รู้สึกถึงความเชื่องช้าและแรงต้านที่มากกว่าตอนอยู่ในป่าทิพย์ "การบ่มเพาะพลังที่นี่คงยากลำบากกว่าหลายเท่านัก"
พวกเขาหันกลับไปมองทางที่จากมา แต่ภาพหุบเขาป่าทิพย์อันงดงามได้เลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงเทือกเขาสูงชันอันทุรกันดาร ราวกับว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เคยมีอยู่จริง มีเพียงเมล็ดพันธุ์แห่งสมดุลในมือที่ยังคงเต้นตุบๆ แ่เบา เป็เครื่องยืนยันว่าการผจญภัยและการฝึกฝนที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝัน
ทั้งสองปีนลงจากเทือกเขาด้วยความเร็วที่มากกว่าขามาหลายเท่า พลังที่เพิ่มพูนขึ้นทำให้ร่างกายเบาและคล่องแคล่วกว่าเดิมมาก พวกเขามาหยุดยืนอยู่บนยอดเนินแห่งหนึ่ง มองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างที่ทอดไกลออกไป ด้วยััที่เฉียบคมขึ้นจากพลังงานจักรวาล พวกเขามองเห็นโลกในมุมที่ต่างไป
เจยจื่อหลงััได้ถึงสายใยพลังงานด้านลบที่แผ่กระจายอยู่ทั่วไป ความโลภ ความกลัว ความเกลียดชัง... มันจับตัวกันเป็กลุ่มก้อนหนาทึบในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็หมู่บ้านหรือเมือง ส่วนวีอันอัน นางมองเห็น "สีสัน" ของอารมณ์ผู้คนได้รางๆ สีแดงก่ำของความโกรธ สีเทาหม่นของความสิ้นหวัง สีดำสนิทของความชั่วร้าย... มันทำให้ภาพทิวทัศน์ที่ควรจะงดงามกลายเป็ภาพที่น่าหดหู่
"ดูเหมือน... ปัญหาจะใหญ่กว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยนะ" วีอันอันพึมพำ ใบหน้าเคร่งขรึมลง
"ใช่" เจยจื่อหลงเห็นด้วย "การเปลี่ยนแปลงโลกนี้ ต้องใช้มากกว่าแค่พลัง... แต่พลังก็คือจุดเริ่มต้น"
พวกเขาตัดสินใจเดินทางต่อไป เป้าหมายคือเมืองที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาข้อมูลและประเมินสถานการณ์ ขณะที่กำลังเดินไปตามเส้นทางดินเก่าๆ สายหนึ่ง พวกเขาก็พบกับเหตุการณ์ที่คุ้นเคย... อีกแล้ว
กลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางอันธพาลสองสามคน กำลังรุมล้อมชายชราท่าทางเหมือนพ่อค้าที่รถเข็นสินค้าล้มคว่ำอยู่ พวกมันกำลังข่มขู่รีดไถเงินทอง
"ส่งเงินมาให้หมดตาแก่! ไม่งั้นอย่าหวังจะได้ไปต่อ!" "ของพวกนี้ก็ด้วย ข้าขอยึด!"
วีอันอันเห็นภาพนั้นก็เืขึ้นหน้าทันที "พวกเหลือบไรสังคม!" นางกำลังจะพุ่งเข้าไปสั่งสอน
"เดี๋ยว อันอัน" เจยจื่อหลงรั้งไว้ทัน "ควบคุม" เขาย้ำเตือนสั้นๆ แต่น้ำเสียงหนักแน่น
วีอันอันชะงัก หายใจเข้าลึก พยายามระงับความโกรธตามที่ได้ฝึกมา "ก็ได้ๆ ควบคุมก็ได้ แต่ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ!"
ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้กลุ่มอันธพาลอย่างสงบ (ผิดกับรูปลักษณ์เด็กน้อยมอมแมมโดยสิ้นเชิง) "พวกเ้ากำลังทำอะไรน่ะ?" เจยจื่อหลงถามเสียงเรียบ
พวกอันธพาลหันมาเห็นเด็กสองคนก็หัวเราะลั่น "ฮ่าๆ มีเด็กหลงทางมาอยากรู้อยากเห็นรึ? ไสหัวไปให้พ้นเลยไป!"
"พวกเราถามว่า พวกเ้ากำลังทำอะไร" วีอันอันถามย้ำ คราวนี้เสียงเ็าลง ดวงตาเริ่มวาวโรจน์เล็กน้อย
"ก็กำลังสั่งสอนตาแก่นี่ไง! แล้วก็จะเอาเงินกับของมันด้วย! พวกแกมีปัญหาเรอะ!" อันธพาลคนหนึ่งตวาดพลางเงื้อมือจะผลัก
แต่ก่อนที่มือหยาบกร้านนั้นจะทันถึงตัววีอันอัน นางก็สะบัดมือเบาๆ! เกิดกระแสลมคมกริบพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว!
เคร้ง! เคร้ง!
มีดสั้นที่เหน็บเอวพวกอันธพาลทุกคน กับถุงเงินที่พวกมันเพิ่งยึดมาจากชายชรา พลันลอยหวือขึ้นไปในอากาศ แล้วตกลงมากระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นห่างออกไป! พวกอันธพาลยืนตะลึง อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก
"ข...แข็งข้อรึ!" หัวหน้ากลุ่มตั้งสติได้ ชักดาบเล่มใหญ่ออกมา
แต่เจยจื่อหลงเพียงแค่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แตะปลายนิ้วลงบนพื้นดินเบาๆ พลังงานจักรวาลผสานกับธาตุดินไหลผ่านปลายนิ้ว... พื้นดินใต้เท้าของพวกอันธพาลพลันสั่นะเืและนุ่มยวบลงราวกับทรายดูด! พวกมันเสียหลัก ล้มลุกคลุกคลาน พยายามจะทรงตัวแต่ก็ทำไม่ได้!
"อ๊าก! อะไรวะเนี่ย!" "พื้นมัน... พื้นมันดูดข้า!"
"ไปให้พ้น" เจยจื่อหลงกล่าวเสียงเย็น "ก่อนที่พวกเราจะหมดความอดทน"
พวกอันธพาลมองหน้ากันอย่างหวาดผวา เด็กสองคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา! พวกมันรีบตะเกียกตะกายหนีหายไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งอาวุธและถุงเงินไว้เื้ั
ชายชราพ่อค้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว เขารีบคุกเข่าลงคำนับเด็กทั้งสอง "ข...ขอบพระคุณท่านเซียนน้อย! ขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าน้อย!"
"ลุกขึ้นเถอะท่านลุง พวกเราไม่ใช่เซียนอะไรหรอก" เจยจื่อหลงกล่าว พลางช่วยพยุงชายชราให้ลุกขึ้น วีอันอันเดินไปเก็บถุงเงินและอาวุธของพวกอันธพาลมาคืนให้ชายชรา (นางแอบเตะดาบเล่มหนึ่งทิ้งไปด้วยความหมั่นไส้)
"พวกท่าน... พวกท่านมีพลังวิเศษ ช่วยข้าน้อยได้ขนาดนี้ จะไม่ใช่เซียนได้อย่างไร" ชายชรายังคงไม่หายตื่นกลัว
วีอันอันยืดอก ทำท่าภูมิใจ "ก็นิดหน่อยน่ะท่านลุง! ถ้าเจอพวกชั่วๆ แบบนี้อีก บอกพวกข้าได้เลยนะ ข้าจะจัดการให้สิ้นซาก!" นางพูดพลางทำท่าจะชกอากาศ แต่ดันสะดุดขาตัวเองเกือบล้มหน้าคะมำ (ความโก๊ะยังคงอยู่)
เจยจื่อหลงถอนหายใจกับท่าทางของนาง ก่อนจะหันไปถามข้อมูลจากชายชรา "ท่านลุง พอจะทราบหรือไม่ว่าเมืองที่ใกล้ที่สุดจากที่นี่คือเมืองใด และมีเส้นทางใดที่พอจะปลอดภัยบ้าง"
หลังจากได้ข้อมูลและช่วยเหลือชายชราจัดการเก็บข้าวของบนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว เด็กทั้งสองก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังเมือง 'หินดำ' ที่อยู่ห่างออกไปราวครึ่งวัน
"เห็นไหมจื่อหลง" วีอันอันกล่าวอย่างอารมณ์ดี "จัดการพวกคนชั่วมันง่ายนิดเดียวเอง! เราแค่ต้องตามหาพวกมันให้เจอ แล้วก็... ปัง! เรียบร้อย!"
"มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก อันอัน" เจยจื่อหลงแย้ง "อันธพาลเมื่อครู่เป็แค่ปลายแถว ยังมีผู้มีอำนาจที่ชั่วร้ายกว่า พวกขุนนางกังฉิน หรือเ้าเมืองที่กดขี่ประชาชนอีกมาก การเปลี่ยนแปลงโลกต้องจัดการที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ"
"แล้วต้นตอมันอยู่ไหนล่ะ?" วีอันอันถาม
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องไปหาคำตอบที่เมืองหินดำ" เจยจื่อหลงตอบ แววตาครุ่นคิด "เราต้องรวบรวมข้อมูล เรียนรู้โครงสร้างอำนาจ แล้วค่อยวางแผน... แผนการ 'ยึดครอง' ที่แท้จริง"
วีอันอันพยักหน้าอย่างเข้าใจ (หรือไม่เข้าใจก็ไม่รู้) แต่ดวงตาของนางก็เป็ประกายด้วยความตื่นเต้น การผจญภัยบทใหม่ ที่พวกเขาจะได้ใช้พลังที่เพิ่งได้รับมาอย่างเต็มที่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ เมืองหินดำแห่งนั้น...