บทที่ 30 ให้เขาเป็รองหัวหน้าหน่วย
กองบัญชาการสมาคมฟู่ซิง จินหลิง
ผู้อำนวยการกองไต้ชุนไหลเพิ่งเดินออกมาจากห้องของท่านผู้นำ แม้จะได้รับคำชมเพียงประโยคเดียว แต่นั่นคือการชมต่อหน้าเหล่านายพลของประเทศนับสิบคน ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและได้หน้าเป็อย่างมาก
พวกทหารชั้นผู้น้อยพวกนั้นไม่มีใครเห็นสมาคมฟู่ซิงอยู่ในสายตาเลยสักคน ลับหลังมักจะเรียกพวกเขาว่าพวกสุนัขรับใช้สายลับ แต่วันนี้จะทำให้พวกแกเห็นว่าพวกเราจับสายลับญี่ปุ่นได้มากขนาดไหน ถึงจะเป็สุนัขรับใช้ในปากพวกแก แต่สิ่งที่พวกเราทำนั้นมีค่ากว่าที่พวกแกคิดไว้เยอะ
“ท่านผู้อำนวยการครับ มีข่าวดี ข่าวดีมากครับ...”
เลขาเหมาเดินยิ้มร่าเข้ามาจากด้านนอก เขาไม่เคยดูมีความสุขขนาดนี้มาก่อน
“นายอย่าเพิ่งพูด ให้ฉันลองเดาดู วันนี้นายไปขอเงินที่กระทรวงการคลัง ปกติมักจะกลับมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ วันนี้คงจะอนุมัติเงินที่ค้างพวกเราอยู่ทั้งหมดลงมาแล้วสินะ”
ไต้ชุนไหลกล่าวด้วยรอยยิ้ม
งานข่าวกรองไม่เหมือนกับงานอื่น เงินเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง มีเงินก็มีข่าว ดังนั้นแม้ว่าจำนวนบุคลากรของพวกเขาจะมีไม่มาก แต่ค่าใช้จ่ายกลับสูงเกือบเท่ากับกองพลเต็มรูปแบบถึงสองกองพล
นี่เป็เพียง่เวลาของสมาคมฟู่ซิง หากลากยาวไปจนถึงยุคของจวินถ่ง ค่าใช้จ่ายคงจะพุ่งสูงขึ้นเป็เท่าตัว ตอนนี้รัฐบาลสาธารณรัฐขาดแคลนเงินไปทั่ว ดังนั้นส่วนที่สามารถตัดลดได้ย่อมถูกตัดลดอย่างแน่นอน
“ไม่ใช่แค่จ่ายเงินที่ค้างเราเท่านั้น แต่รายงานที่เราส่งไปก่อนหน้านี้ เื่การสร้างค่ายฝึกสองแห่งในมณฑลภาคกลาง ทางนั้นก็อนุมัติให้พร้อมกันเลยครับ”
หลังจากได้ฟังคำพูดของเลขาเหมา สีหน้าของไต้ชุนไหลก็ยิ่งดูยินดีชัดเจนขึ้น ก่อนหน้านี้ตอนที่เป็ศัตรูกับองค์กรใต้ดิน กำลังคนที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้มีคนญี่ปุ่นเพิ่มเข้ามา จำเป็ต้องสร้างค่ายฝึกสายลับแบบจริงจัง มิเช่นนั้นคงตามไม่ทันอย่างแน่นอน
แต่ค่ายฝึกสายลับไม่ใช่ค่ายฝึกทหารใหม่ทั่วไป สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องครบครัน ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล กระทรวงการคลังบ่ายเบี่ยงมาหลายครั้ง แต่ตอนนี้เพราะเื่ของสถานีเป่ยผิง ท่านผู้นำชมเชยพวกเรากลางที่ประชุมการทหารสูงสุด ทางนั้นจึงไม่กล้าขัดศรัทธาอีก
“ทั้งหมดนี้เป็ความดีความชอบของสถานีเป่ยผิง ให้จ่ายเงินเดือนที่ค้างของสถานีเป่ยผิงให้ครบทั้งหมด และเซี่ยเยี่ยนไหลคนนั้น ต้องให้รางวัลอย่างงามด้วย”
ไต้ชุนไหลกล่าวอย่างมีความสุข แม้ว่าสถานีเป่ยผิงจะมีหลายคนที่มีสิทธิ์ส่งโทรเลขถึงเขา แต่จากประสบการณ์การทำงานในสายงานนี้มาอย่างยาวนาน เขาวิเคราะห์ว่าตัวแปรสำคัญในการพลิกสถานการณ์คือเซี่ยเยี่ยนไหล ส่วนคนอื่นเป็เพียงผู้ได้รับผลพลอยได้เท่านั้น
“ผู้แทนพิเศษอู๋พูดต่อหน้าทุกคนว่า หลังจากเื่นี้จบลง จะให้เ้าหนุ่มนั่นเป็รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ แบบนี้จะไม่เกินไปหน่อยหรือครับ เขาเพิ่งจะจบจากหวงผู่มาได้ไม่กี่วันเองนะ”
เลขาเหมากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก เขามองว่าตำแหน่งที่ผู้แทนพิเศษอู๋รับปากนั้นสูงเกินไป เพิ่งจะขยายหน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ไม่นาน หากตำแหน่งพุ่งสูงขึ้นเร็วขนาดนี้ อีกไม่นานก็จะไม่มีตำแหน่งให้เลื่อนขึ้นไปอีกแล้ว
“ก็แค่รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ จะเป็เื่ใหญ่อะไรนักหนา ถ้าไม่ใช่เพราะเขา สถานีเป่ยผิงตอนนี้คงเป็ได้แค่บ่อน้ำนิ่งที่ตายซาก อย่าว่าแต่สร้างผลงานใหญ่ขนาดนี้เลย แค่จะรักษาโครงสร้างเดิมไว้ได้หรือเปล่ายังเป็ปัญหา ส่งคำสั่งของฉันลงไป ให้ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยกับเขาไป ดูซิว่าเขาจะจัดการอย่างไร”
ผู้อำนวยการไต้กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่พอใจสถานีเป่ยผิงเดิมเป็อย่างมาก เลี้ยงคนไว้ตั้งมากมายขนาดนั้นทุกปี หรือว่ามีไว้เพื่อกินแรงเปล่า ๆ?
“แต่ซุนจงเถิงก็เพิ่งจะได้เลื่อนเป็รองหัวหน้าหน่วยเหมือนกัน...”
เลขาเหมาเตือนขึ้นมาประโยคหนึ่ง การที่ผู้อำนวยการไต้ควบคุมสมาคมฟู่ซิงได้ทั้งหมดนั้นเป็เพราะเลขาเหมามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และซุนจงเถิงก็เพิ่งจะย้ายมาเข้าพวก แบบนี้จะไม่เป็การทำให้คนของเราทะเลาะกันเองหรือ?
“แล้วตาเฒ่าเหยียนยังไม่ไปเป่ยผิงอีกเหรอ?”
ตาเฒ่าเหยียนในปากของผู้อำนวยการไต้ คืออดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการของสถานีเป่ยผิง แต่หมอนี่อาศัยว่าตัวเองมีาุโ จึงไม่เต็มใจจะไปในที่อันตรายอย่างภาคเหนือมาโดยตลอด ดังนั้นในแต่ละปี เขาจะใช้เวลาอยู่ที่เป่ยผิงไม่เกินสองเดือน
“เพิ่งจะส่งใบลาป่วยจากโรงพยาบาลทหารบกกลางมาครับ บอกว่าต้องไปรักษาตัว”
สำหรับหมอนี่ เลขาเหมาเองก็รู้สึกระอาใจมาก
เดิมทีผู้อำนวยการไต้คิดจะใช้เขาเพื่อคานอำนาจกับสองั์ใหญ่ที่เหลือในสถานีเป่ยผิง แต่หมอนี่กลับคิดแต่จะปักหลักอยู่ที่จินหลิง เป็พวกโคลนตมที่ดึงขึ้นกำแพงไม่ไหว
“งั้นก็ออกประกาศเป็ลายลักษณ์อักษร ให้ซุนจงเถิงรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าหน่วย และให้เซี่ยเยี่ยนไหลดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วย”
ก่อนหน้านี้เพียงแค่ให้ซุนจงเถิงรักษาการในอำนาจของหัวหน้าหน่วย และเป็การแจ้งด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารแต่งตั้งอย่างเป็ทางการ
“แล้วตาเฒ่าเหยียนล่ะครับ?”
“ไม่ใช่ว่าต้องเตรียมสร้างค่ายฝึกสองแห่งเหรอ? ให้เขาไปเป็ผู้ตรวจการทั่วไปที่ค่ายฝึก ในเมื่ออยากสบายนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้สบายยิ่งกว่าเดิมอีก”
เลขาเหมาทราบดีว่าผู้อำนวยการไต้เริ่มโกรธจริง ๆ แล้ว
ตำแหน่งผู้ตรวจการทั่วไปนี้ ก็น่าจะเป็ตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจสั่งการจริง
“เราได้รับข่าวที่แน่นอนว่า พันตรีอิชิกาวะ จากกองบัญชาการหน่วยข่าวกรองพิเศษของญี่ปุ่น ตอนนี้อยู่ที่สถานกงสุลในเป่ยผิงครับ”
เลขาเหมานึกถึงอีกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
“คนนี้อย่าเพิ่งแตะต้อง ภายในประเทศยังมีหลายเื่ที่ยังไม่แน่นอน เราอย่าทำอะไรเกินเลยเกินไป แค่กำจัดคนรอบนอกพวกนี้ทิ้งก็พอ แล้วคนจากกระทรวงการต่างประเทศทำไมไม่มา?”
ผู้อำนวยการไต้พูดพลางเดินไปที่ริมหน้าต่าง เดิมทีรถของกระทรวงการต่างประเทศจอดอยู่หลายคัน แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีเลยสักคัน
“พวกเราได้หลักฐานที่ชัดเจนแล้ว และได้รับข้อมูลของสายลับด้วย คนของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่คนโง่ หากยังดึงเชิงต่อไป มีแต่พวกเขาที่จะเสียประโยชน์เอง ดังนั้นจึงไม่มาแล้วครับ”
สำหรับผลงานที่ยอดเยี่ยมของสถานีเป่ยผิงในครั้งนี้ เลขาเหมาเองก็รู้สึกยินดีจากใจจริง
“ไม่มีวิทยุและสมุดรหัสลับเหรอ?”
แม้ผู้อำนวยการไต้จะทราบเื่แล้ว แต่ยังมีบางจุดที่กำลังทำการค้นหาอยู่ ในใจจึงยังไม่ยอมแพ้
“ของพวกนั้นเป็ความลับขั้นสูงสุด ทางญี่ปุ่นเป็กลุ่มแรกที่ถอนตัวออกไป คนที่เราจับได้แม้จะไม่สำคัญมากนัก แต่ก็รวบรวมข้อมูลได้ไม่น้อย หลังจากนี้มีงานให้ทำอีกเพียบ เราต้องคุยกับคนพวกนี้ให้ดี ๆ แล้วล่ะครับ”
เลขาเหมาหยิบแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งออกมา ภายในมีข้อมูลของคนแปดเก้าคน ทั้งหมดเป็เ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพ และบางคนเป็เลขานุการของบุคคลผู้มีอิทธิพล
ตอนนี้อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่หากทั้งสองประเทศเปิดศึกกัน คนเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะสร้างความเสียหายให้เราได้มหาศาลเพียงใด
“พวกเศษเดนยอมรับศัตรูเป็พ่อ ให้คนของหน่วยปฏิบัติการไปจับตัวมา ฉันได้ขอคำสั่งจากทำเนียบเลขานุการส่วนตัวมาแล้ว คำสั่งอยู่ในลิ้นชักของฉัน ใครไม่พอใจ ฉันจะไปอธิบายให้พวกเขาฟังด้วยตัวเอง”
ผู้อำนวยการไต้กล่าวอย่างทรงอำนาจ คำสั่งนี้ท่านผู้นำเป็ผู้สั่งการลงมาด้วยตัวเอง ท่านผู้นำเองก็ไม่คาดคิดว่าจินหลิงจะถูกแทรกซึมถึงระดับนี้ แน่นอนว่านี่เป็เพียงข้อมูลที่สายลับาุโคนหนึ่งกุมไว้ หากจับพันตรีอิชิกาวะได้ล่ะก็ คงจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“รายงานท่านผู้อำนวยการ โทรเลขด่วนจากสถานีเป่ยผิงครับ...”
ยังไม่ทันจะสั่งการเสร็จ พนักงานส่งสารก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา...