ตอนที่ 20
บ้านสายฟ้า
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
วันรุ่งขึ้น ถึงเวลาที่ฉันจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว มันเป็การจากไปแบบไม่มีทางเลือก มันกะทันหันซะจนไม่มีแม้แต่เวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจ ฉันไม่มีข้าวของอะไรให้ต้องเก็บ ข้าวของเครื่องใช้พวกนี้คงไม่เหมาะที่จะเอากลับไปใช้ที่โลกมนุษย์อยู่แล้ว ฉันไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย นอกจาก สร้อยข้อมือจากภาคิน สร้อยคอจากคุณอารัญ และกระดิ่งสีทองของป้าแพม สามสิ่งนี้คือของที่มีค่ามากที่สุดของฉัน
“โชคดีนะคะคุณหนู” ป้าแพมกอดฉัน บอกลาพร้อมเสียงสะอื้น
ฉันไม่ชอบการจากลาที่ต้องเผชิญหน้าแบบนี้เลย ถ้าเป็ไปได้ ฉันอยากจากไปแบบเงียบๆ มากกว่า เพราะการร่ำลาซึ่งหน้าแบบนี้มันเ็ปเกินไป
“โชคดีนะ ยัยมนุษย์เตี้ย” ภาคินยิ้ม รอยยิ้มที่ดูฝืน ไหล่ห่อ คอตก ไม่สดใส แต่เขาก็พยายามที่จะไม่แสดงออกมากนัก
ทันทีที่ฉันเห็นภาคิน ฉันก็พุ่งเข้าไปกอดเขา และน้ำตาก็กลั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไป “ฉันคงคิดถึงนายสุดๆ ไปเลย”
ภาคินสวมกอดฉัน มันแน่นซะจนหายใจแทบไม่ออก “ฉันอยากให้มันมีทางออกที่ดีกว่านี้ ฉันเสียใจที่มันไม่มี ฉันก็คงจะคิดถึงเธอสุดๆ ไปเลยเหมือนกัน”
มืออุ่นที่คุ้นเคยแตะลงมาบนไหล่ฉัน จากด้านหลัง ฉันหันออกจากภาคินโผเข้าหาคุณอารัญ เขารับฉันไว้ในอ้อมอก ก่อนที่จะก้มลงมาจูบฉันอย่าสุดหัวใจ
“ฉันต้องไปจริงๆ ใช่มั้ย…” ฉันมองคุณอารัญและภาคิน น้ำตาคลอเบ้า ถามพวกเขาเป็ครั้งสุดท้าย
คุณอารัญกุมมือฉันไว้ “จำได้มั้ยว่าเมื่อคืนผมบอกคุณว่าอะไร”
“ซักวันฉันจะได้กลับมา…” ฉันตอบอย่างมีความหวัง
เขาเชยคางฉันขึ้นไปมองเขาให้เต็มตา “ผมรักคุณ…”
ฉันจำได้ดี วินาทีที่ฉันคิดว่ามันคือความฝัน... ต่อสู้กับความเสียใจ และดวงตาที่ร้อนผ่าวเพราะน้ำตา ฉันไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ฉันถึงจะได้กลับมา ชั่วชีวิตของฉันนั้นน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับเขา ฉันอยากจะบอกคุณอารัญ ว่าฉันก็รักเขาเหมือนกัน แต่มันพูดไม่ออกจริงๆ
แล้วเราก็ปล่อยมือจากกัน...
“เธอจะต้องได้กลับมา…” ภาคินย้ำกับฉัน “อย่าลืมสิว่าท่านนักพรตบอกเราว่ายังไง” แววตาของเขาหนักแน่น
ที่นี่คือที่ของฉัน โชคชะตาของฉันอยู่ที่นี่… ฉันเตือนตัวเอง
“พร้อมรึยัง” ภาคินถาม สีหน้าของเขายังคงอาลัยอาวรณ์
ไม่พร้อมเลย แต่ฉันก็พยักหน้า สูดหายใจลึกๆ ตั้งสติ ปาดน้ำตา
ภาคินเปิดประตูมิติห่างจากฉันไปไม่กี่ก้าว ฉันมองช่องว่างบนอากาศที่มันค่อยๆ เปิดออก หากฉันเพียงแค่ก้าวข้ามมันไป ฉันก็จะไปจากที่นี่แล้ว ฉันหันไปโบกมือลาทุกคนเป็ครั้งสุดท้าย
จู่ๆ ประตูมิติที่ภาคินกำลังเปิดอยู่ก็หยุดชะงักและดับวูบลง เพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ตาเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนก แล้วเขากลายร่างเป็หมาป่าตัวใหญ่ในทันที
ฉันยังไม่เห็นสิ่งผิดปรกติใดๆ นอกจากคุณอารัญที่โกรธจัด และเขาก็ได้กลายร่างเป็สิงโตสีขาวตัวมหึมาไปแล้วเช่นกัน
ในไม่กี่อึดใจ ฝูงการ์กอยล์ก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า พวกมันร่อนลงมาหน้าคฤหาสน์ “ส่งตัวนางแพศยามาให้เราเดี๋ยวนี้ ราชินี้าตัวเธอ” การ์กอยล์ตัวหนึ่งพูดขึ้น
คุณอารัญในร่างสิงโตขาวแยกเขี้ยวกระโชก “ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ!!” เขาคำราม
“งั้นก็อย่าหาว่าเราไม่เกรงใจ” การ์กอยล์ตัวเดิมกล่าว และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝูงการ์กอยล์นับสิบ ก็พุ่งตรงเข้ามาเพื่อที่จะจับตัวฉัน
คุณอารัญกระโจนออกไป เผชิญหน้ากับฝูงปีศาจ และก็ไม่รอช้าที่จะจู่โจมพวกมันทันที
ฉันเห็นกับตาแล้วว่าคุณอารัญนั้นเก่งกาจเพียงใด ไม่มีปีศาจตัวไหนผ่านเข้ามาถึงตัวฉันได้เลย พวกมันแทบจะทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากถูกฉีกเป็ชิ้นๆ อย่างง่ายดาย แต่จำนวนต่างหากที่เป็อุปสรรค เพราะไม่ได้มีฝูงนี้ฝูงเดียว บนท้องฟ้ายังมีทยอยตามมาอีกหลายฝูง
“หนีไป!!” หมาป่าภาคินะโบอกป้าแพมและคนรับใช้ทุกคนในบ้าน แล้วก็ะโเข้ามาข้างหน้าฉัน “ขึ้นมา!” เขาย่อตัวลงมาให้ฉันขึ้นไปขี่ ก่อนที่จะพาฉันวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งคุณอารัญไว้กับฝูงสัตว์ประหลาดเพียงลำพัง
“นายจะปล่อยให้เขาสู้คนเดียวแบบนั้นเหรอ!” เสียงะโของฉันตัดกับสายลมที่เกิดจากความเร็วของการวิ่ง
“สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือเธอต้องปลอดภัย!” ภาคินะโตอบมา พร้อมๆ กับเร่งฝีเท้าขึ้น
ฉันแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่เปิดประตูมิติ แต่ก็ไม่ได้ถาม
ภาคินพาฉันวิ่งผ่านป่าดงพงไพร จนมาหยุดอยู่ที่หน้าผาสูงชัน “ไม่ต้องในะมนุษย์” แล้วเขาก็กระโจนลงหน้าผาไปเลยทันที
เสียงกรี๊ดของฉันลั่นสนั่น กอดภาคินไว้แน่น หลับตาปี๋ เขาบอกไม่ให้ฉันใก็จริง แต่เขาไม่ได้ให้เวลาฉันได้ตั้งตัวเลย แต่ทว่า… ไม่รู้สึกถึงการตกจากที่สูง ไม่รู้สึกถึงความหวาดเสียวใดๆ สิ่งเดียวที่รู้สึกคือกระแสเวทมนตร์ที่ไหลผ่านร่างกายไป ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
บ้านหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง เรายืนอยู่กลางสายฝน ท่ามกลางฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และลมพายุ แต่เราไม่เปียก และไม่รู้สึกถึงมันเลย
“ที่นี่คือบ้านสายฟ้า เป็ที่หลบภัยของเรา ที่นี่ไม่สามารถเข้ามาได้ด้วยประตูมิติ และมันถูกคุ้มกันไว้อย่างแ่าด้วยเวทมนตร์เก่าแก่ของบรรพบุรุษ จะไม่มีใครเข้ามาที่นี่ได้เป็อันขาด”
บ้านสไตล์เก่าแก่ หลังคาหน้าจั่วทรงสูงสีเขียวมรกต หลังใหญ่เกือบเท่าคฤหาสน์ของคุณอารัญ บันไดหินอ่อนทอดยาวขึ้นไปหาประตูกระจกโมเสคสีสดบานคู่ ในลวดลายของท้องทุ่งและดอกไม้
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ฉันถามเมื่อเราเข้ามาในบ้าน
“ไอรีนคงรู้เื่ของเธอจากคาวีร์ และโกรธที่ถูกอารัญทรยศ”
“ทำไมคุณอารัญถึงหมั้นกับไอรีน ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รักเธอ”
“อารัญไม่ได้รักไอรีน แต่ไอรีนรักอารัญ... ไอรีนแต่งงานกับเ้าอาณาจักรโกเมนก็จริง แต่เธอรุ่นราวคราวเดียวกับอารัญ เ้าอาณาจักรโกเมนเป็เพื่อนรักกับพ่อของอารัญ พวกเขาไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ทำให้ไอรีนได้เจอกับอารัญ และเธอก็หลงรักเขามาโดยตลอด ลับหลังเธอแอบให้ท่าอารัญหลายครั้ง แต่อารัญไม่เคยเล่นด้วย จนเมื่อเธอเถลิงอำนาจ เธอจึงยื่นข้อเสนอให้อารัญแต่งงานกับเธอ โดยแลกกับการได้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้ต่อไปอย่างสงบสุข ไม่ต้องขึ้นตรงต่อเธอ เธอเล่นถูกจุด เธอรู้ว่าอารัญจะยอมทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมืองของเขา และตามธรรมเนียมของผู้วิเศษชั้นสูง เราจะต้องหมั้นกันก่อนห้าสิบห้าปี โดยมีข้อแม้ว่า อารัญจะต้องไปหาไอรีนในทุกวันพระจันทร์เต็มดวง และอยู่กับเธอสามวันต่อจากนั้น เราเลยใช้ต้องโอกาสห้าสิบห้าปีนี้ เพื่อค้นหาที่ซ่อนของต้นไม้ ค้นหาต้นไม้สีเงินศักดิ์สิทธิ์ต้นนั้น ให้เจอให้ได้”
คุณอารัญเคยบอกฉันว่า เขาไม่มีทางเลือก ฉันเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าทำไม “แล้วต่อจากนี้ เราจะทำยังไงกันต่อไปดี”
ในสายตาของเขาหนักอึ้งไปด้วยความพะว้าพะวัง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” แล้วเขาก็กลายร่างเป็หมาป่าอีกครั้ง “เธออยู่ที่นี่ไปก่อนนะ” แล้วเขาก็กระโจนออกจากประตูบ้าน และวิ่งลับหายจากไป
……..
ฉันอยู่คนเดียวไม่นานป้าแพมและคนอื่นๆ ก็ทยอยตามมา ฉันเห็นป้าแพมก่อนที่ป้าแพมจะเห็นฉัน ฉันร้องเรียก และวิ่งเข้าไปหา “ทางนั้นเป็ยังไงบ้างคะ”
ป้าแพมนิ่งเงียบ กลั้นน้ำตา กุมมือฉันเอาไว้แน่น แค่นี้ฉันก็พอที่จะเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์มันเป็ยังไง และมันก็แย่กว่าที่ฉันคิด
และหลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็เริ่มมีผู้คนชาวเมืองมรกตตามเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และก็มาพร้อมกับความโกลาหล เพราะบางคนาเ็ บางคนพลัดหลงกับครอบครัวคนรัก เต็มไปด้วยข่าวร้าย และการสูญเสีย
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน และตอนนี้ฉันก็อยู่ที่นี่มาเกือบจะครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ฉันก็ยังไม่เห็นคุณอารัญกับภาคินเข้ามาที่นี่เลย นอกจากผู้คนที่าเ็ที่เพิ่มมากขึ้น ฉันเป็ห่วงพวกเขาทั้งสองคนเหลือเกิน
ฉันเฝ้าแต่มองออกไปข้างนอก ท่ามกลางสายฟ้าและพายุฝนฟ้าคะนองนั้น หวังในทุกวินาทีว่าจะได้เห็นคุณอารัญกับภาคินจะโผล่เข้ามาอย่างปลอดภัย ป้าแพมบอกว่าถ้าสถานการณ์ยังระอุอยู่แบบนี้ พวกเขาสองคนไม่มีทางที่จะเข้ามาที่นี่เป็แน่แท้ ที่นี่มีไว้หลบ และพวกเขาไม่เคยหลบ ฉันเข้านอนทุกวันด้วยการภาวนาว่า ขอให้ทั้งสองคนปลอดภัย
สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างยากลำบาก และในคืนหนึ่ง ทหารคนหนึ่งโซซัดโซเซเข้ามา เขาาเ็ เหนื่อยล้า และอ่อนแรง “ท่านเ้าอาณาจักรและภาคินยอมมอบตัวเพื่อหยุดการสู้รบ ทหารปีศาจของราชินียึดเมืองไว้หมดแล้ว เราแพ้!!” ใบหน้าของเขาเศร้าโศกและเต็มไปด้วยความโกรธที่หมักบ่มอยู่ในจิตใจมานานจนไม่อาจควบคุมได้
“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ” ป้าแพมถาม
“ถูกจับไปที่อาณาจักรโกเมนทั้งหมด” เขามองมาที่ฉัน “ราชินียังคงตามหาเธออยู่ทุกหนทุกแห่ง เธอจะปลอดภัยที่นี่ พวกเราจะดูแลเธอเอง” เขาบอกกับฉัน
ฉันนั่งทรุดลงไปบนพื้น ใ เสียใจ สับสน และหวาดกลัว “ไม่จริง...” ฉันพึมพำทั้งน้ำตา สองมือกำแน่นอยู่บนตัก ทุกอย่างเริ่มต้นที่ฉัน ถ้าไม่มีฉัน การสูญเสียก็คงจะไม่เกิดขึ้น ฉันต่างหากที่ราชินี้า ไม่ใช่พวกเขา ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันต้องทำอะไรซักอย่าง ถ้าฉันไปมอบตัวกับราชินีเสียเอง ฉันก็อาจจะช่วยพวกเขาได้ ฉันขอแลกชีวิตของฉัน เพื่อพวกเขา
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧