ลมหายใจของอรพิมสะดุดกึกอยู่ในลำคอสองแขนที่โอบกอดร่างหนาของชายหนุ่มไว้แข็งทื่อราวกับถูกสาปรอยยิ้มที่เพิ่งผุดขึ้นบนใบหน้าจางหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินคำถามที่กรีดแทงทะลุขั้วหัวใจ
‘แต่... เธอ... คือใคร?’
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มของหญิงสาวเบิกกว้าง จ้องมองเข้าไปในดวงตาคมกริบของธันวามันไม่ได้แฝงแววล้อเล่น ไม่ได้เสแสร้งแววตาคู่นั้นว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความสับสนอย่างแท้จริงราวกับเขากำลังมองดูคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันบนท้องถนน
"เขา... จำฉันไม่ได้... นาฬิกานั่นเอาความทรงจำของเขาไปแล้วจริงๆ"
เสียงความคิดของอรพิมดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของธันวามันไม่ได้แหลมปรี๊ดหรือเกรี้ยวกราดแต่มันสั่นสะท้านและแหลกสลายจนชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวในอกซ้ายอย่างประหลาดเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร สมองของเขาไม่มีข้อมูลของเธอแม้แต่ตัวอักษรเดียวแต่ทำไม... การได้ยินเสียงร้องไห้ในใจของเธอถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งทำของที่มีค่าที่สุดในชีวิตหล่นหายไปในเหวลึก
อรพิมค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก มือที่สั่นเทาของเธอลดลงมาวางบนตักเธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลทะลักออกมาอีกระลอก
"ไม่เป็ไรค่ะ..." เธอเค้นเสียงที่สั่นพร่าออกมา ฝืนคลี่ยิ้มบางๆที่ดูร้าวรานที่สุดเท่าที่ธันวาเคยเห็น "คุณจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไร...แค่คุณปลอดภัยก็พอแล้ว"
"ฉันจะร้องไห้ไม่ได้... เขาเพิ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยฉันเขาเ็ปมามากพอแล้ว ฉันต้องเข้มแข็ง"
เสียงความคิดที่เด็ดเดี่ยวและซื่อตรงของเธอทุบทำลายกำแพงความเ็าที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของธันวาจนพังทลาย ชายหนุ่มขมวดคิ้วมือที่เปื้อนเืของเขายกขึ้นแตะขมับตัวเองอย่างงุนงงทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงยอมเสียสละความรู้สึกตัวเองเพื่อปกป้องคนแปลกหน้าอย่างเขา?
"ฉัน... ฉันขอโทษ" ธันวาพึมพำเสียงแ่ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ "ฉันจำไม่ได้จริงๆว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่... แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องพาเธอออกไปให้พ้นจากพวกมัน"
อรพิมพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอรีบปาดน้ำตาออกจากแก้มยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือส่งให้เขา"พวกมันอาจจะกลับมาพร้อมพวกที่เยอะกว่าเดิม เราต้องรีบไปจากที่นี่ค่ะ"
ธันวามองมือเล็กๆ ที่ยื่นมาตรงหน้า ความคุ้นเคยบางอย่างแล่นปราดเข้าสู่หัวใจเขายื่นมือไปจับมือเธอไว้แน่น ร่างกายที่บอบช้ำถูกพยุงให้ลุกขึ้นยืนแม้เขาจะสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับชื่อและเื่ราวของเธอไป แต่สัญชาตญาณลึกๆในจิติญญายังคงร้องเตือนว่า... เขาต้องปกป้องมือคู่นี้ไว้ให้ได้
ทั้งสองคนลัดเลาะออกจากโรงรับจำนำร้างฝ่าความมืดของย่านเมืองเก่าโชคดีที่พวกลูกน้องของธันวาวัยยี่สิบห้าวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศคนละทางและยังไม่ได้ย้อนกลับมาอรพิมพาเขาไปที่รถเก๋งคันเก่าของเธอสตาร์ทเครื่องยนต์และขับพุ่งออกไปสู่ถนนใหญ่ที่ไร้ผู้คนในยามวิกาล
ความเงียบสงัดภายในห้องโดยสารหนักอึ้งมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มและเสียงลมที่ปะทะกระจกธันวานั่งเอนหลังพิงเบาะ ั์ตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างถนนที่เปียกชุ่มสะท้อนแสงไฟนีออนเป็เส้นสายบิดเบี้ยว
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท ััความเย็นเยียบของนาฬิกาพกสีเงินรอยร้าวบนกระจกยังคงอยู่ แต่มันเงียบสนิท ไร้เสียงกลไกฟันเฟืองใดๆ เขาจำได้ลางๆว่าเขาเพิ่งยัดชิ้นส่วนบางอย่างใส่เข้าไปเพื่อต่อสู้กับ 'ใครบางคน' ในหัวของตัวเอง
"เธอ..." ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบสายตายังคงจับจ้องไปที่แสงไฟนอกหน้าต่าง "เรากำลังจะไปไหน"
"ที่ซ่อนตัวชั่วคราวค่ะ" อรพิมตอบ สายตาจดจ่ออยู่กับการขับรถ"ฉันรู้จักห้องเช่ารายวันเล็กๆ แถวชานเมือง พวกมันไม่มีทางตามหาเราเจอที่นั่นและ... คุณต้องทำแผล เืคุณออกเยอะมาก"
ธันวายกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองเืที่เคยแห้งกรังปริแตกออกและไหลซึมลงมาจนเหนียวเหนอะหนะแต่ความเ็ปทางกายกลับเทียบไม่ได้กับความว่างเปล่าในสมอง
"เธอรู้จักฉันงั้นเหรอ" ชายหนุ่มหันกลับมามองเสี้ยวหน้าของเธอ"ทำไมคนพวกนั้นถึงจะฆ่าเธอ แล้วทำไมฉันถึงเข้าไปขวางพวกมัน"
คำถามนั้นทำให้อรพิมเหยียบเบรกจนรถชะลอความเร็วลงชั่วขณะหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น
"ฉันจะบอกเขาได้ยังไง...ว่าตัวเขาในยุคนี้คือคนที่สั่งฆ่าฉันและครอบครัว... ถ้าเขาจำไม่ได้มันจะดีกว่าไหมถ้าปล่อยให้เขาเป็แค่คนแปลกหน้าที่แสนดีต่อไป"
ความสับสนในใจของเธอถูกส่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของธันวา ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นความจริงบางอย่างกำลังถูกซุกซ่อนไว้เื้ัความหวังดีนั้น
"ตอบฉันมาตามตรง" ธันวากดเสียงต่ำ แววตาของเขาจริงจังและดุดันขึ้น"ฉันเกลียดการถูกปิดบัง...โดยเฉพาะตอนที่ฉันได้ยินความคิดของเธออยู่ตลอดเวลา"
อรพิมชะงัก เธอหันมาสบตาเขาก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด "คุณมาจากอนาคต...คุณบอกฉันเองว่าคุณย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง...และความผิดพลาดนั้น... คือการที่บริษัทของคุณ บีบบังคับให้พ่อฉันต้องตาย"
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างทั้งสองอีกครั้ง แต่คราวนี้มันหนาวเหน็บกว่าเดิมธันวานิ่งอึ้งไปข้อมูลที่หลุดออกมาจากปากของเธอตรงกับความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกเขาคือฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอ... แต่เขากลับเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ
โลกนี้มันบิดเบี้ยวและย้อนแย้งจนน่าตลกขบขัน
รถยนต์คันเล็กเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของตึกแถวครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ถูกดัดแปลงเป็ห้องพักรายวันป้ายไฟนีออนสีแดงกะพริบติดๆ ดับๆ เขียนว่า 'ห้องว่าง' อรพิมพยุงธันวาลงจากรถพาเขาเดินเลี่ยงแสงไฟหน้าเคาน์เตอร์ตรงไปยังห้องพักที่อยู่ลึกสุดทางเดิน
เมื่อไขกุญแจเข้าไปในห้องกลิ่นน้ำยาถูพื้นราคาถูกและกลิ่นอับชื้นก็ลอยมาเตะจมูก อรพิมกดเปิดไฟเผยให้เห็นเตียงขนาดควีนไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูเตียงสีซีด โต๊ะเครื่องแป้งเก่าๆและห้องน้ำขนาดเล็ก
"นั่งลงบนเตียงก่อนนะคะ ฉันจะไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดแผลให้"เธอออกคำสั่งเสียงนุ่มนวลทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้และรีบเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงสปริงที่ยวบยาบเขาถอดเสื้อโค้ทที่เปื้อนโคลนและคราบเืออก โยนมันทิ้งไว้บนพื้นร่างกายของเขาสะท้านด้วยความหนาวเย็นและอาการไข้ที่เริ่มก่อตัวจากการติดเชื้อและเสียเื
ไม่กี่อึดใจต่อมาอรพิมก็เดินออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนสะอาดเธอลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงตรงหน้าเขาระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนธันวาััได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมของดอกส้มที่คุ้นเคย
"อาจจะแสบนิดหน่อยนะคะ" เธอกระซิบ บิดผ้าขนหนูหมาดๆ แล้วค่อยๆซับคราบเืบนใบหน้าของเขาอย่างเบามือ
ความเงียบสงบเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตปลายนิ้วของเธอที่ััผ่านผืนผ้าให้ความรู้สึกอ่อนโยนจนธันวาเผลอหลับตาลงรับัันั้นเขาไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้ในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อนสัญชาตญาณนักล่าของเขาควรจะผลักเธอออกไปแต่ร่างกายของเขากลับผ่อนคลายลงอย่างประหลาด
อรพิมล้างผ้าในกะละมัง ก่อนจะค่อยๆลอกพลาสเตอร์แผ่นเก่าที่ชุ่มเืบนหน้าผากของเขาออก แผลรอยแตกค่อนข้างลึกแต่โชคดีที่เืเริ่มหยุดไหลแล้ว
"คุณเจ็บไหมคะ" เธอถามเสียงแ่ สายตาจดจ่ออยู่กับการทำแผล
"ไม่เท่าไหร่" ธันวาตอบเสียงเรียบั์ตาของเขาเปิดขึ้นและจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอในระยะประชิดขนตายาวงอนของเธอสั่นระริก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความตั้งใจ
"เขาดูเปราะบางจัง... แตกต่างจากปีศาจคนนั้นราวกับเป็คนละคน...ถ้าเพียงแต่เขาจะจำฉันได้..."
เสียงความคิดที่เจือไปด้วยความเศร้าของเธอดังขึ้นอีกครั้งธันวารู้สึกกระตุกวูบในใจเขาเอื้อมมือซ้ายขึ้นไปจับข้อมือของเธอที่กำลังเช็ดแผลให้เขา อรพิมชะงักั์ตาสีน้ำตาลเข้มช้อนขึ้นสบตาเขาด้วยความใ
"ฉันขอโทษ..." ธันวาเอ่ยคำนี้เป็ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันแต่น้ำเสียงของเขาลึกซึ้งและจริงจังกว่าทุกครั้ง "ที่ฉันลืมเื่ของเรา...ที่ฉันลืมชื่อของเธอ... และที่ตัวฉันในอดีต ทำลายชีวิตครอบครัวเธอ"
อรพิมเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณในตอนนี้เลยค่ะ" เธอส่ายหน้าช้าๆ"คุณคนที่นั่งอยู่ตรงนี้... คือคนที่ช่วยชีวิตฉันไว้"
ธันวายกมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มของเธออย่างแ่เบาััที่ปลายนิ้วหยาบกร้านทำให้หัวใจของอรพิมเต้นผิดจังหวะความกดดันและกำแพงระหว่างทั้งสองคนเริ่มทลายลงทีละน้อย
ทว่า ท่ามกลางความโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องพักซอมซ่อ
ติ๊ก...
เสียงกลไกฟันเฟืองลึกลับดังขึ้นเบาๆจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของธันวาที่ตกอยู่บนพื้น
อาการปวดหัวจี๊ดแล่นแปลบเข้าสู่สมองซีกซ้ายของธันวาอย่างกะทันหัน!ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับมากุมศีรษะ ร่างกายงอคู้ด้วยความเ็ป
"ธันวา! เป็อะไรไปคะ!" อรพิมทิ้งผ้าขนหนูลงในกะละมังรีบจับไหล่เขาไว้
แต่ธันวาไม่ได้ยินเสียงของเธอ สิ่งที่เขากำลังเห็นคือภาพนิมิตที่ผุดขึ้นมาในหัว... มันไม่ใช่ความทรงจำที่หายไปแต่มันคือความทรงจำของ 'ธันวาวัยยี่สิบห้า'ที่เพิ่งถูกบีบอัดเข้ามารวมกับจิติญญาของเขา!
ภาพถนนสายเปลี่ยวในคืนพายุคลั่ง...ร่างของชายสูงวัยคนหนึ่งนอนจมกองเือยู่หน้ารถเก๋งที่กันชนบุบสลาย...และตัวเขา... ธันวาในวัยยี่สิบห้าปีกำลังนั่งอยู่เบาะหลังของรถตู้สีดำที่จอดซุ่มอยู่ในเงามืดริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมขณะมองดูชายแก่คนนั้นสิ้นลมหายใจ"ขับรถเหยียบซ้ำมันให้ตายสนิท...แล้วค่อยรูดทรัพย์มันมาสร้างเป็คดีชิงทรัพย์ธรรมดาซะ"
เสียงสั่งการอันอำมหิตของตัวเองในนิมิตดังก้องกังวาน!
ธันวาวัยสามสิบสองลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจรุนแรงั์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความสยดสยองขีดสุด
เขาไม่ใช่แค่เ้าของบริษัทที่เซ็นเอกสารสั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง
แต่เขา... ตัวเขาเอง...นั่งอยู่ในรถตู้คันนั้นและเป็คนออกคำสั่งให้ขับรถชนพ่อของอรพิมอย่างเืเย็น!เขาคือผู้ลงมือฆ่าอย่างแท้จริง!
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของอรพิมผู้หญิงที่กำลังดูแลรักษาาแให้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอเองความรู้สึกผิดบาปมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนขอบตาของเขาร้อนผ่าวมือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้...เขาจะทนรับความรักความห่วงใยจากเธอได้อย่างไร ในเมื่อมือคู่นี้ของเขาเปื้อนเืของพ่อเธอจนล้างไม่ออก!
คุยกับนักอ่าน:
ความลับที่ดำมืดที่สุดถูกเปิดเผยแล้ว!ธันวาจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าตัวเองคือฆาตกรที่อยู่เื้ัการตายของพ่ออรพิมแบบเต็มๆเขาจะกล้าสู้หน้าเธอต่อไปไหม หรือจะเลือกหนีไปพร้อมกับความรู้สึกผิด?