ปี 2006
"ทำอย่างไรผมถึงจะรวยอย่างพี่นิกรบ้างครับ" ผมวางแก้วไวน์ราคาแพงลงก่อนเอ่ยถามชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"ทำไมน้องถึงอยากรวยล่ะ" พี่นิกรหรือที่ใครๆต่างก็เรียก"เสี่ยนิกร" เ้าของธุรกิจหลากหลายอย่างมูลค่ากว่าพันล้านบาทเอ่ยถามผมกลับด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"ผมอยากใช้ชิวิตโดยไม่ต้องกังวลเื่เงินไม่พอใช้เหมือนกับพี่นิกรครับ ผมว่ามันอิสระดี"ผมตอบพี่นิกรไปก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมด
นับั้แ่ผมลองมาทำงานที่โรงแรมได้ครึ่งปี ผมเจอพี่นิกรนับร้อยครั้งได้ เราได้พูดคุยกันครั้งแรกตอนที่ผมเอาอาหารเครื่องดื่มขึ้นไปเสิร์ฟในห้องที่แกพักอยู่พร้อมกับดาราสาวสวยคนหนึ่ง และหลังจากนั้นพี่นิกรก็เหมือนจะถูกชะตากับผม เริ่มสอนผมจีบสาวจนช่ำชอง จนวันนี้แกมีน้ำใจชวนผมมาล่องเรือยอร์ชพักผ่อนกับสาวๆ ผมจึงกะว่าจะถามถึงเคล็ดลับในการทำธุรกิจกับแก เผื่อวันข้างหน้าจะได้รวยบ้าง
"ตอนนี้มีรายได้เดือนละเท่าไหร่ล่ะ" พี่นิกรถามขึ้น
"รวมทิปแล้วได้ประมาณหมื่นนึงครับ" ผมคิดคำนวณในใจสักพักก่อนตอบออกไป
"แล้วมีเงินเหลือเก็บเดือนละเท่าไหร่" พี่นิกรไล่เลียงถามผม
"แทบไม่เหลือเก็บเลยครับ" ผมตอบไปแบบเขินๆ รายได้ผมแค่นี้ใช้ได้ครบเดือนก็ดีแค่ไหนแล้ว
"บทเรียนแรก ต้องมีเงินเก็บก่อน คนที่รวยเกือบจะทุกคนเขาเริ่มจากการมีเงินเหลือในแต่ละเดือน ต้องหาให้ได้มากกว่าจ่าย มันไม่ใช่เื่ของจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว มันเกี่ยวกับวินัยทางการเงิน หลักการง่ายๆที่คนจนไม่ค่อยเข้าใจ" พี่นิกรเริ่มอธิบายมายด์เซตของคนรวยให้ผมฟัง
"การที่เราจะรวยได้มันขึ้นอยู่กับสองปัจจัยคือ ผลตอบแทน กับ ระยะเวลา ถ้าอยากรวยเร็วก็ต้องหางานที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ ใช้เวลาทำงานน้อยๆ จะได้เอาเวลาไปเรียนรู้อย่างอื่น" พี่นิกรร่ายยาว
"พี่นิกรพองานที่ผลตอบแทนสูงๆแนะนำไหมครับ" ผมถามพี่นิกรกลับโดยหวังไว้ในใจว่าแกจะพาไปทำงานด้วย เป็คนขับรถหรือบอดี้การ์ดก็ยังดี
"ไม่มี ไปหาเอง 555" พี่นิกรรีบปฏิเสธเหมือนล่วงรู้ความคิดผม
หลังจากได้ฟัง ผมพยายามนึกว่าจะทำงานอะไรที่รายได้งามกว่านี้ ผมเคยได้ยินว่างานขายของที่มีค่าคอมมิชชั่นจะได้เงินเยอะตามความสามารถของเรา ทำให้ผมนึกถึงญาติของดาวคนหนึ่งชื่อพี่พลอย เป็นายหน้าขายบ้านอยู่ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดบ้านเกิดของผม กลับไปคงต้องให้ดาวแนะนำให้ผมกับพี่พลอยซะแล้ว
ปี 2003
เสียงน้ำไหลตามคลองน้ำที่พาดผ่านทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา เป็บรรยากาศที่คนในเมืองกรุงใฝ่ฝันอยากมาใช้ชีวิตอยู่แบบสโลว์ไลฟ์ สวนทางกับหนุ่มสาวคนบ้านทุ่งที่พากันหลั่งไหลเข้าไปทำงานในกรุงเทพเพื่อเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ได้ลืมตาอ้าปากกับเขาบ้าง
ผมนั่งอยู่กระต๊อบที่พ่อปลูกไว้ปลายนา วันนีผมหิ้วหนังสือชีววิทยาออกมากะว่าจะหาที่บรรยากาศดีๆอ่านหนังสือซะหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยมีสมาธินัก้พราะมัวแต่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ผมใช้ไอ้ดุ้นน้องชายของผมทะลุทะลวงเนินโคกไร้ขนของน้องผิงเข้าไปครึ่งลำ คิดแล้วก็เสียดายถ้าน้องผิงคนสวยไม่เจ็บจนร้องไห้ ผมคงไม่ใจอ่อนถอนลำเอ็นออกมาไม่งั้นคงสำเร็จภารกิจแก้มือไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ เผลอใจรักเขาไปแล้วนิ แถมเขาก็ตอบรับรักเราแล้วด้วย ตอนนี้ในหัวก็มีแต่หน้าผิง หลับตาลงก็เจอหน้าผิง ความรักมันช่างหอมหวานเสียจริง หวานจนผมไม่คิดจะรักใครอีกเลย
"พี่เอกถามใจตัวเองให้ดีก่อนนะคะ ว่ารักใคร ถ้ารักดาวก็ดันมันเข้ามาเลยคะ ดาวพร้อมที่จะเป็ของพี่เอกแล้ว" เสียงดาวแทรกเข้ามาในหัวผม ในวันนั้นถ้าผมดันดุ้นเอ็นเข้าไปในร่องหลืบของดาวผมคงรู้สึกผิดมาก เพราะวันนี้หัวใจผมได้ตอบผมแล้ว ว่าผมรักผิงไม่ใช่ดาว ผมคงต้องหาโอกาสบอกดาวเสียที เพื่อให้เธอตัดใจจากผม แต่จะทำพูดอย่างไรดาวถึงจะไม่เสียใจล่ะ
"ทายซิใครเอ่ย" ดาวย่องมาข้างหลังผมแล้วเอาปิดตา ก่อนถามเล่นมุกตลกเหมือนในโฆษณาน้ำมันที่เคยโด่งดัง
"ตะกั่ว" ผมตอบตามมุกไป ทำเอาดาวหัวเราะคิกคัก ก่อนนั่งลงข้างๆผม
"ลมพัดเย็นดีจังเลยเนาะ ดาวชอบบรรยากาศทุ่งนาเขียวขจีแบบนี้มากเลย มันดูสดชื่นดี" ดาวพูดพร้อมหลับตาสูดสายใจเข้าเต็มปอด
"ดาว พี่มีเื่จะบอก" ผมคิดจะใช้จังหวะนี้บอกกับดาวออกไปว่าผมตัดสินใจที่จะคบกับผิงแล้ว
"จะบอกรักดาวใช่ม๊าา อย่าบอกนะว่าพี่เอกอยากเอาน้องชายมาปะทะกับน้องสาวของดาวอีกแล้ว คนบ้า! กลางวันแสกๆเดี๋ยวมีคนมาเห็นหรอก"ดาวคิดเองเออเองจนจบกระบวนการ
"เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น" ผมรีบปฏิเสธทันควัน
"แล้วเื่อะไรล่ะ"
ผมมองแววตาที่ใสซื่อของดาว มันช่างน่ารัก น่าเอ็นดูเสียจริง ถ้าผมบอกเื่ผิงออกไปตอนนี้ ดาวคงจะเสียใจแย่ ผมยังไม่อยากทำลายความสุขของดาว
"เอ่อออ พี่คิดว่าพี่จะไปทำงานกับพี่พลอยในวันเสาร์ เผื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง" ผมเฉไฉไปเื่อื่น
"ก็ดีนี่คะ เดี๋ยวดาวบอกพี่พลอยให้ แกคงดีใจมากเพราะพี่เอกขายเก่ง ช่วยงานพี่พลอยได้เยอะเลย"
"อ้อ พี่ถามหน่อย ทำไมต้องบอกเื่วันที่ฝนตกวันนั้นให้พี่พลอยรู้ด้วยล่ะ" ผมถามออกไปตรงๆ
"ดาวก็แค่เด็กผู้หญิงคนนึงนะคะ เื่วันนั้นที่เกือบเสียตัวให้พี่เอกมันเป็เื่ใหญ่สำหรับดาว ดาวเก็บมาคิดมากจนรู้สึกเครียด เลยโทรไประบายกับพี่พลอย และถ้าพี่เอกทำให้ดาวเสียใจ หลอกฟันดาวแล้วทิ้งดาวไป อย่างน้อยก็มีคนที่จะจัดการพี่เอกได้" ดาวอธิบายก่อนตบท้ายด้วยการขู่ผม ซึ่งก็น่าจะได้ผล เพราะผมกลัวและเกรงใจพี่พลอยยิ่งกว่าอะไร
"แล้วพี่พลอยเล่าอะไรเกี่ยวกับพี่ให้ดาวฟังบ้างไหม" ผมถามออกไปเพราะกลัวพี่พลอยจะบอกดาวเหมือนกันว่าตลอดเวลาสองเดือนกว่าที่ผมทำงานกับพี่พลอย ผมโดนพี่พลอยรีดน้ำเกือบทุกวัน
"ก็แค่ชมว่าพี่ทำงานเก่ง ขายบ้านเก่งกว่าใครๆที่พี่พลอยเคยเห็น ไม่กี่เดือนขายได้เกือบสิบหลัง ก็แค่นั้น หรือพี่มีความลับอะไรหรือเปล่า" ดาวถามเหมือนอ่านใจผมออก
"เปล่าจ๊ะ ป๊ะกลับกันเถอะ ดาวมายังไง"ผมชวนดาวกลับบ้าน
"เดินมา ว่าจะซ้อนท้ายจักรยานพี่กลับนี่แหละ"
ผมปั่นจักรยานพาดาวกลับบ้าน แม้จะไม่ไกลนักแต่ด้วยความที่ยังเป็ถนนลูกรังขรุขระ ทำให้ทุลักทุเลพอสมควรกว่าจะกลับถึงบ้าน
สุดท้ายผมก็ยังไม่กล้าบอกดาวเื่น้องผิง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"สองรัก ฉันรับไม่ไหว เธอมีหนึ่งใจให้ไปตั้งสองรัก ทั้งเขาและฉัน ฝันไปหรือเธอ" เสียงเพื่อนๆผมทั้งสามคนดีดกีตาร์ตะคอกร้องเพลงอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านของต้น บนโต๊ะมีเหล้า 40 ดีกรีชวดเล็กที่พร่องไปครึ่งขวดตั้งอยู่ สำหรับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งหัดกินเหล้าอย่างพวกผมกินแค่นี้ก็เริ่มตึงๆกันแล้ว ผมเดินเข้าไปรินเหล้าใส่แก้วก่อนซดลงท้องรวดเดียวหมด ก่อนะโร้องเพลงไปกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน